ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
บทความ — เริ่มทำ FSSC 22000 v7

จะทำ FSSC 22000 Version 7 ต้องเริ่มจากอะไรก่อน
(พร้อมคู่มือใช้งานฟรี)

27 สิงหาคม 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
คำตอบสั้น ๆ

เริ่มจาก PRPs ก่อน ไม่ใช่เริ่มจากเขียนคู่มือ ลำดับที่ทำงานได้จริงคือ PRPs → HACCP → ISO 22000 → ข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC เพราะสามชั้นหลังยืนอยู่บนชั้นแรกทั้งหมด ถ้าฐานยังไม่นิ่ง สิ่งที่เขียนไว้ในคู่มือจะไม่ตรงกับหน้างานตั้งแต่วันแรก

และมีเส้นตายจริง — ตรวจตาม Version 6 ได้ถึง 30 เมษายน 2027 เท่านั้น หลังจากนั้นทุกการตรวจต้องใช้ v7

คำถามที่เราถูกถามบ่อยที่สุดจากโรงงานที่กำลังจะเริ่มทำ FSSC 22000 คือ “ต้องเริ่มจากอะไรก่อน” และคำตอบที่ได้จากที่อื่นมักเป็นรายการเอกสารยาวเหยียด ซึ่งอ่านจบแล้วยิ่งสับสนกว่าเดิม

บทความนี้ตอบสามเรื่องตามลำดับที่ควรรู้จริง ๆ คือ มาตรฐานนี้ประกอบด้วยอะไร · เอกสารในระบบมีกี่ระดับ · ควรลงมือทำอะไรก่อนหลัง แล้วท้ายบทความมีตัวอย่างคู่มือฉบับเต็มให้ดาวน์โหลดไปดูโครงจริง

ถ้าโรงงานของท่านถือใบรับรอง Version 6 อยู่แล้ว ดูแผนย้ายไป Version 7 เดือนต่อเดือน และประเมินตนเองด้วยเช็กลิสต์ความพร้อม 34 ข้อก่อนเริ่ม

1. FSSC 22000 Version 7 ประกอบด้วยอะไรบ้าง

สิ่งที่ทำให้คนสับสนตั้งแต่ต้นคือ FSSC 22000 ไม่ใช่มาตรฐานเล่มเดียว แต่เป็นชุดเอกสารสามชั้นที่ต้องใช้พร้อมกัน

ชั้นเอกสารทำหน้าที่อะไร
ชั้นที่ 1 — ระบบบริหารISO 22000:2018โครงระบบจัดการ ตั้งแต่บริบทองค์กร ภาวะผู้นำ การวางแผน การสนับสนุน การดำเนินงาน การประเมินผล จนถึงการปรับปรุง
ชั้นที่ 2 — แกนกลาง PRPISO 22002-100:2025โปรแกรมสุขลักษณะพื้นฐานที่ทุกภาคส่วนใช้ร่วมกัน เป็นของใหม่ใน Version 7
ชั้นที่ 2 — PRP รายภาคISO 22002-1:2025 (โรงงานอาหาร)
ISO 22002-4:2025 (บรรจุภัณฑ์อาหาร)
ข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละประเภทกิจการ ใช้ คู่กับ Part 100 ไม่ใช่ใช้แทน
ชั้นที่ 3 — ข้อกำหนดเพิ่มของ schemeFSSC 22000 Version 7 ข้อ 2.5.1–2.5.18สิ่งที่ FSSC เพิ่มจาก ISO เช่น Food Defense, Food Fraud, การควบคุมคุณภาพ, วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร
จุดที่คนพลาดมากที่สุดตอนนี้

ชุด ISO 22002 ถูกจัดโครงใหม่ในปี 2025 โดยดึงข้อกำหนดที่ทุกภาคส่วนใช้ร่วมกันออกมาไว้ที่ Part 100 แล้วให้ Part รายภาคเหลือเฉพาะข้อที่ต่างจริง ๆ โรงงานหนึ่งแห่งจึงต้องใช้ Part 100 เสมอ บวกกับ Part ของประเภทกิจการตัวเอง — ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งสองฉบับใช้เลขข้อ 4 ถึง 17 ชุดเดียวกับ Part 100 และข้อไหนที่ไม่มีอะไรเพิ่มก็จะเขียนสั้น ๆ ว่าให้ใช้ตาม Part 100

ISO 22002-1 (โรงงานอาหาร) กับ ISO 22002-4 (โรงงานบรรจุภัณฑ์) ต่างกันตรงไหน

ความต่างที่สำคัญและเห็นได้ทันทีคือ ปริมาณข้อที่มีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มจาก Part 100 ฝั่งโรงงานอาหารมีมากกว่าฝั่งบรรจุภัณฑ์เกินสองเท่า

เรื่องISO 22002-1:2025 — โรงงานอาหารISO 22002-4:2025 — โรงงานบรรจุภัณฑ์
จำนวนข้อที่เพิ่มจาก Part 10011 กลุ่มข้อ5 กลุ่มข้อ
ข้อ 4 อาคารและผังเพิ่ม — ท่อระบายน้ำห้ามพาดผ่านแนวการผลิต และทิศทางการไหลห้ามไหลจากพื้นที่ปนเปื้อนไปพื้นที่สะอาดใช้ตาม Part 100
ข้อ 6 สาธารณูปโภคเพิ่ม 2 ข้อ — น้ำ น้ำแข็ง ไอน้ำ ที่เป็นส่วนผสมหรือสัมผัสผลิตภัณฑ์ · และสารเคมีหม้อไอน้ำใช้ตาม Part 100 (ไม่มีข้อสารเคมีหม้อไอน้ำ)
ข้อ 10 วัสดุที่จัดซื้อเพิ่ม — จุดรับวัสดุระบบเทกองต้องชี้บ่ง ปิดฝา และล็อกเพิ่ม — ซีลกันเปิด วัสดุรีไซเคิล และวัสดุที่ไม่ตรงข้อกำหนด
ข้อ 12 การป้องกันการปนเปื้อนเฉพาะ 4 ข้อย่อย — จุลชีววิทยาและการแบ่งโซน · สารก่อภูมิแพ้ · กายภาพ · เคมีเฉพาะ 3 ข้อย่อย — เคมีและ set-off · กายภาพ · Migration
ข้อ 13 ทำความสะอาดเพิ่ม 2 ข้อ — การตรวจก่อนเริ่มเดินเครื่อง · และระบบ CIPใช้ตาม Part 100
ข้อ 17 Reworkเฉพาะ 3 ข้อย่อย — จัดเก็บ ชี้บ่งและสอบกลับ และเงื่อนไขการใช้เฉพาะเรื่องเงื่อนไขการนำกลับมาใช้

ข้อสังเกตที่ใช้ได้จริงคือ เรื่องที่โรงงานอาหารต้องทำเพิ่มแต่โรงงานบรรจุภัณฑ์ไม่ต้อง คือ การควบคุมสารก่อภูมิแพ้ · การแบ่งโซนสุขลักษณะ · ระบบ CIP · สารเคมีหม้อไอน้ำ · คุณภาพน้ำที่เป็นส่วนผสม ส่วนเรื่องที่โรงงานบรรจุภัณฑ์ต้องทำแต่โรงงานอาหารไม่มีคือ Migration และ set-off จากหมึกและสารเคลือบ

ความต่างนี้ยังส่งผลไปถึงข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC ด้วย ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือข้อ 2.5.16 การจัดการการสูญเสียอาหารและของเสีย ซึ่งยกเว้นหมวด I โดยชัดแจ้ง แปลว่าโรงงานบรรจุภัณฑ์ไม่ต้องทำ แต่โรงงานอาหารในหมวด C ต้องทำ

นอกจากสามชั้นนี้ยังมีเอกสารอีกสองฉบับที่หลายโรงงานลืม คือ BoS Decision List และ Interpretation Articles ซึ่งเป็นเอกสารที่ FSSC อัปเดตได้ตลอดเวลาและมีผลผูกพันเทียบเท่าตัว scheme ต้องตามอ่านเป็นระยะ ไม่ใช่พิมพ์เก็บไว้เพียงครั้งเดียว

2. เส้นตายของ Version 7 ที่ต้องรู้ก่อนวางแผน

FSSC ประกาศ Version 7 เมื่อพฤษภาคม 2026 และล็อกวันไว้แล้ว ตัวเลขเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้งของแผนงาน ไม่ใช่ตั้งแผนก่อนแล้วค่อยดูวัน

วันที่เกิดอะไรขึ้น
พฤษภาคม 2026ประกาศใช้ Version 7 รับเอาชุด ISO 22002-x:2025 เข้ามาแทนชุด ISO/TS เดิม และปรับให้สอดคล้องกับเกณฑ์เทียบเคียงของ GFSI
30 เมษายน 2027วันสุดท้ายที่ตรวจตาม Version 6 ได้
1 พฤษภาคม 2027เริ่มช่วงตรวจ upgrade — ทุกการตรวจต้องใช้ข้อกำหนด Version 7
30 เมษายน 2028วันสุดท้ายของช่วงตรวจ upgrade
30 มิถุนายน 2028กำหนดอัปโหลดชุดตรวจและใบรับรอง Version 7 เข้าระบบให้ครบ

สำหรับโรงงานที่เริ่มจากศูนย์ ระยะเวลาที่สมเหตุสมผลคือ 8–14 เดือน ถึงวันตรวจรับรอง ขึ้นกับว่าสภาพอาคารและ PRP เดิมอยู่ในระดับไหน ถ้านับถอยหลังจากเส้นตายข้างบน แปลว่าโรงงานที่ยังไม่เริ่มควรเริ่มภายในปีนี้

3. โครงสร้างเอกสาร 4 ระดับ

ก่อนจะลงมือเขียนอะไร ต้องเข้าใจก่อนว่าเอกสารในระบบมีลำดับชั้นอยู่ การเขียนผิดระดับคือสาเหตุที่ทำให้ระบบมีเอกสารมากเกินจำเป็นและไม่มีผู้ใช้

ระดับเอกสารตอบคำถามว่าตัวอย่างรหัส
ระดับ 1คู่มือระบบ (Manual)องค์กรทำอะไร ขอบข่ายแค่ไหน ระบบเชื่อมกันอย่างไรFSM-01
ระดับ 2ระเบียบปฏิบัติ (Procedure / QP)ใครทำ ทำเมื่อใด ส่งต่อให้ใครQP-01 ถึง QP-40 · PRP-01 ถึง PRP-11
ระดับ 3วิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction / WI)ทำอย่างไรทีละขั้นที่หน้างานจริงWI-PRT-01 การตรวจระหว่างพิมพ์
ระดับ 4แบบฟอร์มและบันทึก (Form / Record)ทำแล้วจริงหรือเปล่า มีหลักฐานอะไรHACCP-01-F01

กฎง่าย ๆ ที่ใช้ได้เสมอคือ คู่มือไม่ควรมีรายละเอียดวิธีทำ ถ้าคู่มือหนาจนอ่านไม่จบ แปลว่ามีเนื้อหาระดับ 2 และ 3 ไหลขึ้นไปอยู่ผิดที่ คู่มือที่ดีทำหน้าที่เป็นแผนที่ ชี้ว่าเรื่องนี้ไปอ่านต่อที่เอกสารฉบับไหน

ปริมาณเอกสารที่พบจริงในโรงงานบรรจุภัณฑ์ขนาดกลางคือ คู่มือ 1 ฉบับ · ชุด HACCP 1 ชุด · ระเบียบปฏิบัติราว 35 ฉบับ · PRP 11 ฉบับ · ส่วน WI และแบบฟอร์มแล้วแต่จำนวนสายการผลิต

4. ลำดับการลงมือ — เริ่มจาก PRPs ก่อนเสมอ

นี่คือหัวใจของบทความนี้ โรงงานจำนวนมากเริ่มผิดตรงที่ไปจ้างคนเขียนคู่มือก่อน แล้วค่อยพยายามทำหน้างานให้ตรงกับคู่มือ ซึ่งเป็นการทำงานย้อนทาง ลำดับที่ถูกคือทำจากพื้นขึ้นบน

เฟส 1 — วาง PRPs ให้นิ่งก่อน

PRPs คือสภาพแวดล้อมและวิธีทำงานพื้นฐานที่ต้องคุมให้ได้ก่อน ถ้าอาคารยังรั่ว สัตว์พาหะยังเข้าได้ การทำความสะอาดยังไม่มีการทวนสอบ การไปวิเคราะห์อันตรายต่อจะได้ผลลัพธ์ที่คลาดเคลื่อน เพราะอันตรายที่ควรถูกควบคุมด้วย PRP จะกลายเป็นจุดวิกฤตจนควบคุมไม่ได้

ในทางปฏิบัติ เฟสนี้คือการจัดทำ PRP-01 ถึง PRP-11 ตามหัวข้อของ ISO 22002-100:2025 ดังนี้

เอกสารหัวข้ออ้างอิงข้อ
PRP-01โครงสร้างพื้นฐาน อาคาร ผังโรงงาน และพื้นที่ทำงานข้อ 4, 5
PRP-02สาธารณูปโภค — น้ำ อากาศและการระบายอากาศ อากาศอัดและก๊าซข้อ 6
PRP-03การควบคุมสัตว์พาหะข้อ 7
PRP-04การจัดการของเสียและการรีไซเคิลข้อ 8
PRP-05ความเหมาะสมของเครื่องมือและการบำรุงรักษาข้อ 9
PRP-06การจัดการวัสดุที่จัดซื้อและการตรวจรับข้อ 10
PRP-07การป้องกันการปนเปื้อน — เคมี กายภาพ และการเคลื่อนย้ายสารข้อ 12
PRP-08การจัดเก็บ คลังสินค้า และการขนส่งข้อ 11
PRP-09การทำความสะอาดข้อ 13
PRP-10สุขลักษณะส่วนบุคคลและสิ่งอำนวยความสะดวกพนักงานข้อ 14
PRP-11ข้อมูลผลิตภัณฑ์ข้อ 15

สิ่งที่ต้องได้จบเฟสนี้ไม่ใช่เพียงเอกสาร 11 ฉบับ แต่คือ หน้างานที่ทำตามนั้นได้จริง พร้อมบันทึกย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งถึงสามเดือน เพราะผู้ตรวจต้องเห็นว่าระบบเดินมาแล้วระยะหนึ่ง ไม่ใช่เพิ่งลงนามเมื่อวาน

เฟส 2 — ทำ HACCP บนฐานที่นิ่งแล้ว

เมื่อ PRP นิ่ง จึงเริ่มขั้นตอนเตรียมข้อมูลของ HACCP คือตั้งทีม อธิบายผลิตภัณฑ์ ระบุวัตถุประสงค์การใช้และกลุ่มผู้บริโภค เขียนผังกระบวนการ แล้วเดินยืนยันผังที่หน้างานจริงทุกกะ ก่อนจะไปวิเคราะห์อันตราย กำหนดจุดวิกฤต ค่าวิกฤต การเฝ้าติดตาม และการแก้ไข

อ่านรายละเอียดลำดับ 12 ขั้นตอนได้ที่ HACCP 7 หลักการ 12 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง และหากต้องการแบบฟอร์มไปใช้ทันที ดูที่ ตัวอย่างแบบฟอร์ม HACCP Plan ภาษาไทย

เฟส 3 — ครอบด้วยระบบบริหารตาม ISO 22000

ถึงตรงนี้ค่อยเพิ่มชั้นระบบบริหารเข้าไป คือบริบทองค์กร ผู้มีส่วนได้เสีย นโยบาย วัตถุประสงค์ ความเสี่ยงและโอกาสระดับระบบ ความสามารถของบุคลากร การสื่อสาร การควบคุมเอกสาร การตรวจติดตามภายใน และการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร

เฟสนี้คือจุดที่ คู่มือระบบถึงจะเขียนได้จริง เพราะกว่าจะถึงตรงนี้เรารู้แล้วว่าโรงงานทำอะไรอย่างไร คู่มือจึงเป็นการบันทึกสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่การเขียนสิ่งที่ยังไม่มีอยู่จริง

เฟส 4 — เติมข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC

ชั้นสุดท้ายคือข้อ 2.5.1 ถึง 2.5.18 ซึ่งเป็นส่วนที่ FSSC เพิ่มจาก ISO ครอบคลุมเรื่องอย่างการจัดการบริการและวัสดุที่จัดซื้อ การแสดงฉลาก Food Defense การบรรเทาความเสี่ยง Food Fraud การใช้โลโก้ การจัดการสารก่อภูมิแพ้ การเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร การควบคุมคุณภาพ การจัดการเครื่องจักร ไปจนถึงการสื่อสารกับหน่วยรับรอง

ประหยัดงานได้มากถ้ารู้ตั้งแต่ต้น

ข้อ 2.5.x ไม่ได้ใช้ครบทุกข้อกับทุกโรงงาน บางข้อผูกกับหมวดห่วงโซ่อาหารเฉพาะ ตัวอย่างเช่นโรงงานบรรจุภัณฑ์ในหมวด I มีอย่างน้อยสามข้อที่ไม่เกี่ยวข้องเลย และหัวข้อการจัดการการสูญเสียอาหารระบุยกเว้นหมวด I ไว้โดยชัดแจ้ง สิ่งที่ต้องทำคือ เขียนเหตุผลของการไม่เกี่ยวข้องไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่เว้นว่าง เพราะผู้ตรวจจะถามว่าทำไมถึงไม่ทำ ในตัวอย่างคู่มือที่แจกท้ายบทความ เราทำตารางนี้ไว้ให้ดูแล้วในภาคผนวก A

5. ห้าเรื่องที่ทำให้โรงงานเสียเวลามากที่สุด

ดาวน์โหลดตัวอย่างคู่มือระบบไปดูโครงจริง

เราเปิดตัวอย่าง คู่มือระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร (FSM-01) ฉบับที่ใช้ทำงานจริงให้ดาวน์โหลดฟรี เป็นไฟล์ Word แก้ไขได้ ความยาวเกือบ 60 หน้า มีครบทั้งบทที่ 1 ถึง 12 และภาคผนวก A ถึง H

เนื่องจากชั้น PRP ต่างกันตามประเภทกิจการ เราจึงแยกเป็น สองฉบับ เลือกดาวน์โหลดให้ตรงกับโรงงานของคุณ — โครงบทที่ 1 ถึง 12 เหมือนกันเพราะมาจาก ISO 22000 ส่วนที่ต่างคือชั้น PRP ตัวอย่างอันตราย ผังกระบวนการ และตารางความเกี่ยวข้องของข้อ 2.5

ฉบับที่ 1 · โรงงานผลิตอาหาร ตัวอย่างคู่มือ FSM-01 — หมวด C ผลิตและแปรรูปอาหาร

ไฟล์ Word · 59 หน้า · ISO 22000:2018 + ISO 22002-100:2025 + ISO 22002-1:2025

ดาวน์โหลดฉบับโรงงานอาหาร → รวมชั้น PRP ที่มีเฉพาะโรงงานอาหาร — การควบคุมสารก่อภูมิแพ้ การแบ่งโซนสุขลักษณะ ระบบ CIP สารเคมีหม้อไอน้ำ และคุณภาพน้ำที่เป็นส่วนผสม
ฉบับที่ 2 · โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ตัวอย่างคู่มือ FSM-01 — หมวด I บรรจุภัณฑ์

ไฟล์ Word · 76 หน้า · ISO 22000:2018 + ISO 22002-100:2025 + ISO 22002-4:2025

ดาวน์โหลดฉบับบรรจุภัณฑ์ → รวมชั้น PRP ที่มีเฉพาะโรงงานบรรจุภัณฑ์ — การควบคุม migration และ set-off จากหมึกและสารเคลือบ และการใช้ rework
ชิ้นที่ 3 · เครื่องมือวางแผน Requirement Matrix ระดับข้อย่อย — ไฟล์ Excel

Excel · 6 แผ่นงาน · 138 ข้อ · ISO 22000 + ISO 22002-100 + Part 1 / Part 4 + FSSC v7 ข้อ 2.5

ดาวน์โหลด Requirement Matrix → ไล่ทีละข้อว่าต้องมีเอกสารระดับไหน ใครรับผิดชอบ และทำถึงไหนแล้ว มีช่องสถานะแบบเลือกจากรายการ และแผ่นสรุปความคืบหน้าที่คำนวณให้อัตโนมัติ พร้อมคอลัมน์เทียบว่า Part 1 (โรงงานอาหาร) กับ Part 4 (บรรจุภัณฑ์) เพิ่มอะไรจาก Part 100 บ้าง และข้อไหนของ FSSC ใช้กับหมวด C หรือหมวด I

ทั้งสองฉบับเป็น ฉบับร่างเพื่อการทบทวน ช่องที่เป็นข้อมูลเฉพาะองค์กรเว้นว่างไว้ให้กรอกเอง นำไปปรับใช้กับโรงงานของคุณได้ แต่ต้องทบทวนความถูกต้อง ณ สถานที่จริงและให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

คำถามที่พบบ่อย

โรงงานเล็กต้องทำเอกสารครบขนาดนี้ไหม

ความครบของหัวข้อลดไม่ได้ แต่ความหนาปรับได้ตามขนาดและความซับซ้อน โรงงานเล็กที่มีสายการผลิตเดียวอาจรวมหลายเรื่องไว้ในระเบียบปฏิบัติฉบับเดียวได้ สิ่งที่ลดไม่ได้คือคุณภาพของการวิเคราะห์อันตรายและความตรงของผังกระบวนการ

ทำ GHPs/HACCP อยู่แล้ว ต่อยอดไป FSSC ได้เลยไหม

ได้ และเป็นเส้นทางที่เร็วที่สุด เพราะเท่ากับเฟส 1 กับเฟส 2 เดินไปแล้วส่วนหนึ่ง สิ่งที่ต้องเติมคือชั้นระบบบริหารตาม ISO 22000 กับข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC และต้องยกระดับ PRP เดิมให้เข้ากับ ISO 22002-100:2025 ซึ่งเป็นของใหม่ใน Version 7

ต้องรอถึงปี 2027 ค่อยเริ่มทำ v7 ไหม

ไม่ควรรอ โรงงานที่เริ่มจากศูนย์ใช้เวลา 8–14 เดือน ถ้ารอถึงต้นปี 2027 จะตรงกับช่วงที่โรงงานจำนวนมากขอคิวหน่วยรับรองพร้อมกัน และถ้าเพิ่งได้ใบรับรองตาม v6 ในปี 2027 ก็ยังต้องตรวจ upgrade เป็น v7 อยู่ดีภายในเมษายน 2028

ควรดาวน์โหลดคู่มือฉบับใด

ถ้าโรงงานผลิตหรือแปรรูปอาหารเพื่อการบริโภค ให้ดาวน์โหลดฉบับหมวด C ซึ่งอ้างอิง ISO 22002-1:2025 ถ้าผลิตบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุสัมผัสอาหาร ให้ดาวน์โหลดฉบับหมวด I ซึ่งอ้างอิง ISO 22002-4:2025 กรณีทำทั้งสองอย่างในสถานที่ผลิตเดียว ต้องประกาศขอบข่ายให้ครอบคลุมทั้งสองหมวดและใช้ PRP ทั้งสองฉบับควบคู่กับ Part 100

ISO 22002-1 กับ ISO 22002-4 ต่างกันมากไหม

โครงเลขข้อเหมือนกันทั้งคู่คือข้อ 4 ถึง 17 ตาม Part 100 ความต่างอยู่ที่จำนวนข้อที่มีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่ม ฝั่งโรงงานอาหารมี 11 กลุ่มข้อ ส่วนฝั่งบรรจุภัณฑ์มี 5 กลุ่มข้อ โดยเรื่องที่มีเฉพาะฝั่งอาหารคือสารก่อภูมิแพ้ การแบ่งโซน ระบบ CIP สารเคมีหม้อไอน้ำ และคุณภาพน้ำ ส่วนที่มีเฉพาะฝั่งบรรจุภัณฑ์คือ migration และ set-off

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

บริการที่เกี่ยวข้อง ถ้าอ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่าโรงงานเราต้องเริ่มตรงไหน

คู่มือที่ให้ดาวน์โหลดเป็นเพียงโครง ส่วนที่ยากคือการตัดสินใจว่าหมวดไหนต้องทำถึงระดับไหน และเอกสารชุดไหนที่ผู้ตรวจจะขอดูจริง

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · FSSC 22000 วางระบบ FSSC 22000 ให้ครบทั้งสามขา และฝึกทีมให้ดูแลต่อเองได้

FSSC 22000 ประกอบด้วย ISO 22000 โปรแกรมพื้นฐานตามภาคของอุตสาหกรรม และข้อกำหนดเพิ่มเติมของโครงการ โรงงานที่ตกมักตกเพราะขาขาที่สาม เรารับตั้งแต่ประเมินช่องว่างทั้งสามขา ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจครอบคลุมทุกขา

ดูงานที่ปรึกษา FSSC 22000 → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด FSSC 22000 และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน FSSC 22000 แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา
ชุดเอกสาร · FSSC 22000 Version 7 ชุดเอกสาร FSSC 22000 V7 ฉบับเต็ม ครบ QM · QP/PRP 42 ฉบับ · แบบฟอร์ม 170+ ฉบับ

คู่มือ QM พร้อม Matrix เอกสารรายข้อ ระเบียบปฏิบัติ ISO 22000 และข้อกำหนดส่วนเพิ่ม 2.5 PRP ตาม ISO 22002-100 ร่วมกับส่วนเฉพาะหมวด ไฟล์ Excel จัดประเภท PRP / OPRP / CCP และตารางเทียบ V6 → V7 ไฟล์ Word แก้ไขได้ ราคา 3,990 บาท

ดูชุดฉบับเต็มโรงงานอาหาร → โรงงานบรรจุภัณฑ์ดู ชุดฉบับเต็มโรงงานบรรจุภัณฑ์ · มีระบบ ISO 22000 แล้ว ดู ชุดข้อกำหนดส่วนเพิ่ม FSSC V7 ราคา 1,290 บาท

อยากให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

เล่าให้เราฟังว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ