Consulting Service — บริการที่ปรึกษา

ISO 22000:2018
วางระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร

ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหารสำหรับองค์กรในห่วงโซ่อาหาร

รูปแบบ โครงการ (Project) อ้างอิง ISO 22000:2018

← กลับไปหน้างานที่ปรึกษาทั้งหมด

Overview — ภาพรวมของบริการ

SP Solution Center ให้บริการที่ปรึกษาในการจัดทำ พัฒนา และประยุกต์ใช้ ระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร ISO 22000:2018 ตั้งแต่การประเมินระบบปัจจุบัน การวางแผนโครงการ การพัฒนาระบบและเอกสาร การวิเคราะห์อันตราย การนำระบบไปปฏิบัติจริง การตรวจประเมินภายใน จนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนรับการตรวจรับรอง

แนวทางการให้คำปรึกษามุ่งเน้นให้ระบบ ISO 22000 สอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริงขององค์กร สามารถนำไปใช้ได้ และองค์กรสามารถดูแลระบบต่อได้ด้วยตนเอง

รูปแบบการดำเนินโครงการ

การจัดทำระบบ ISO 22000 เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายคุณภาพเพียงฝ่ายเดียว SP Solution Center จึงบริหารการให้คำปรึกษาในรูปแบบ โครงการ โดยกำหนดแผนงาน ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา และผลลัพธ์ที่ต้องการในแต่ละช่วงอย่างชัดเจน

ประเมินช่องว่าง จัดทำแผนโครงการ พัฒนาความรู้ ออกแบบระบบ พัฒนาโปรแกรมพื้นฐาน วิเคราะห์อันตราย จัดทำแผนควบคุมอันตราย นำระบบไปใช้ ติดตามความก้าวหน้า ตรวจประเมินภายใน ทบทวนโดยฝ่ายบริหาร ประเมินความพร้อมก่อนการตรวจรับรอง
Scope of Work — ขั้นตอนการให้บริการ
01

การประเมินช่องว่างของระบบ

ทีมที่ปรึกษาจะศึกษาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต ขอบข่ายขององค์กร ระบบเดิม เอกสาร และสภาพการปฏิบัติงานจริง เพื่อเปรียบเทียบกับข้อกำหนด ISO 22000:2018

ผลการประเมินจะช่วยให้องค์กรเห็นอย่างชัดเจนว่า

ข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้ในการวางแผนการดำเนินโครงการต่อไป

  • มีระบบอยู่แล้วส่วนใด → ต้องปรับปรุงส่วนใด → ต้องจัดทำเพิ่มเติมเรื่องใด → มีประเด็นใดที่ต้องแก้ไขในหน้างาน
02

การจัดทำแผนโครงการ

SP Solution Center จะจัดทำ แผนโครงการ (Project Plan) เพื่อกำหนดลำดับการพัฒนาระบบตลอดโครงการ

แผนโครงการจะระบุหัวข้องาน ช่วงเวลาดำเนินการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบ และเป้าหมายของแต่ละกิจกรรม

ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการเตรียมพร้อมรับการตรวจรับรอง

03

การกำหนดขอบข่ายและผู้รับผิดชอบระบบ

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยองค์กรกำหนดขอบข่ายระบบ กระบวนการหลัก กระบวนการสนับสนุน และความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน

พร้อมกำหนด เจ้าของกระบวนการ และบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น

เพื่อให้ความรับผิดชอบของระบบกระจายไปยังผู้ที่ปฏิบัติงานจริง

  • ฝ่ายบริหาร ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายควบคุมคุณภาพ ฝ่ายผลิต วิศวกรรมและซ่อมบำรุง จัดซื้อ คลังสินค้า ทรัพยากรบุคคล วิจัยและพัฒนา และหน่วยงานสนับสนุนอื่น
04

การพัฒนาความรู้และความสามารถของทีมงาน

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้ที่จำเป็นให้กับทีมงานขององค์กร เช่น

โดยเน้นให้ผู้รับผิดชอบเข้าใจว่า ข้อกำหนดเกี่ยวข้องกับงานของตนอย่างไร และต้องนำไปปฏิบัติอย่างไร

  • ข้อกำหนด ISO 22000
  • โปรแกรมพื้นฐานด้านความปลอดภัยอาหาร
  • GHPs
  • HACCP
  • การวิเคราะห์อันตราย
  • OPRP
  • CCP
  • การตรวจประเมินภายใน
05

การพัฒนาระบบบริหารตามข้อกำหนด ISO 22000

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยพัฒนาระบบตามข้อกำหนดตั้งแต่ข้อ 4–10 ให้เชื่อมโยงกับระบบบริหารขององค์กร

ครอบคลุมเรื่องสำคัญ เช่น

โดยเน้นใช้ระบบเดิมขององค์กรให้เกิดประโยชน์และลดการสร้างเอกสารซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น

  • บริบทองค์กร
  • ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • ขอบข่าย
  • ภาวะผู้นำ
  • นโยบายความปลอดภัยอาหาร
  • ความเสี่ยงและโอกาส
  • วัตถุประสงค์
  • ทรัพยากร
  • ความสามารถ
  • การสื่อสาร
  • เอกสารและบันทึก
  • การประเมินผล
  • การปรับปรุง
06

การพัฒนาโปรแกรมพื้นฐานด้านความปลอดภัยอาหาร

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยองค์กรประเมินและพัฒนา โปรแกรมพื้นฐาน (PRPs) ให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และความเสี่ยงขององค์กร

ตัวอย่างประเด็น ได้แก่

  • อาคารและสถานที่ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ระบบสาธารณูปโภค การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ การควบคุมสัตว์พาหะ สุขลักษณะส่วนบุคคล การจัดการของเสีย การควบคุมวัตถุดิบ การจัดเก็บ การขนส่ง การป้องกันการปนเปื้อน และการควบคุมผู้ให้บริการภายนอก
07

การจัดทำข้อมูลผลิตภัณฑ์และแผนภูมิกระบวนการ

ทีมที่ปรึกษาจะทำงานร่วมกับทีมความปลอดภัยอาหารเพื่อทบทวนข้อมูล เช่น

พร้อมจัดทำและทบทวน แผนภูมิกระบวนการผลิต และยืนยันกับกระบวนการจริง ณ สถานประกอบการ

  • วัตถุดิบ → ส่วนประกอบ → บรรจุภัณฑ์ → คุณลักษณะผลิตภัณฑ์ → อายุการเก็บรักษา → วิธีการจัดเก็บ → การขนส่ง → กลุ่มผู้บริโภค → การใช้ที่คาดหมาย
08

การวิเคราะห์อันตรายด้านความปลอดภัยอาหาร

ทีมที่ปรึกษาจะทำงานร่วมกับทีมความปลอดภัยอาหารในการวิเคราะห์อันตรายของแต่ละขั้นตอน

ครอบคลุม

พร้อมพิจารณาโอกาสเกิด ความรุนแรง และข้อมูลสนับสนุน เพื่อระบุ อันตรายที่มีนัยสำคัญ และมาตรการควบคุมที่เหมาะสม

การวิเคราะห์จะอ้างอิงจากผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ กระบวนการ และสภาพขององค์กรจริง ไม่ใช้ตารางวิเคราะห์อันตรายสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว

  • อันตรายทางชีวภาพ
  • อันตรายทางเคมี
  • อันตรายทางกายภาพ
  • สารก่อภูมิแพ้
09

การกำหนด PRP, OPRP และ CCP

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยองค์กรพิจารณาและจัดประเภทมาตรการควบคุมให้เหมาะสมเป็น

พร้อมกำหนดเหตุผลและหลักฐานสนับสนุนการตัดสินใจให้สามารถอธิบายและทวนสอบได้

  • โปรแกรมพื้นฐาน (PRP)
  • โปรแกรมพื้นฐานเพื่อการปฏิบัติ (OPRP)
  • และ
  • จุดควบคุมวิกฤต (CCP)
10

การกำหนดเกณฑ์ปฏิบัติและค่าวิกฤต

โดยทีมที่ปรึกษาจะช่วยทบทวนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ กฎหมาย ข้อกำหนดลูกค้า ข้อมูลทางเทคนิค หรือหลักฐานอื่นที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนค่าที่องค์กรกำหนด

  • สำหรับ OPRP จะกำหนด เกณฑ์ปฏิบัติ
  • สำหรับ CCP จะกำหนด ค่าวิกฤต
11

การยืนยันความใช้ได้ของมาตรการควบคุม

องค์กรต้องสามารถแสดงให้เห็นว่ามาตรการควบคุมที่เลือกสามารถควบคุมอันตรายได้จริง

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยกำหนดแนวทาง การยืนยันความใช้ได้ (Validation) และทบทวนหลักฐานสนับสนุนตามความเหมาะสมของกระบวนการ

12

การจัดทำแผนควบคุมอันตราย

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยจัดทำ แผนควบคุมอันตราย สำหรับ OPRP และ CCP โดยกำหนดให้ชัดเจนว่า

เพื่อให้แผนสามารถนำไปใช้ได้จริงโดยผู้ปฏิบัติงาน

  • ควบคุมอะไร → เกณฑ์หรือค่าควบคุมคืออะไร → ตรวจอย่างไร → ตรวจเมื่อใด → ใครรับผิดชอบ → บันทึกที่ใด → ต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อผลไม่เป็นไปตามเกณฑ์
13

การพัฒนาระบบสอบกลับและการเรียกคืน

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยองค์กรพัฒนาระบบการสอบกลับให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่

รวมถึงพัฒนาระบบการถอนคืนและเรียกคืนผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำไปใช้ได้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

  • วัตถุดิบ → กระบวนการผลิต → ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป → คลังสินค้า → การจัดส่ง
14

การจัดการผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่ปลอดภัย

กำหนดระบบสำหรับกรณีที่พบการเบี่ยงเบนหรือมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ตั้งแต่

พร้อมกำหนดผู้มีอำนาจตัดสินใจและหลักฐานที่ต้องจัดเก็บ

  • การระบุผลิตภัณฑ์ → การแยกควบคุม → การประเมิน → การตัดสินใจ → การจัดการ → การถอนคืนหรือเรียกคืนเมื่อจำเป็น
15

การจัดทำและปรับปรุงเอกสาร

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยพัฒนาเอกสารที่จำเป็น เช่น

แนวทางของ SP Solution Center คือ

เอกสารต้องใช้ได้จริง เข้าใจง่าย และสอดคล้องกับกระบวนการขององค์กร

  • คู่มือระบบ
  • ระเบียบปฏิบัติ
  • วิธีการปฏิบัติงาน
  • แบบฟอร์ม
  • การประเมินความเสี่ยง
  • โปรแกรมพื้นฐาน
  • ข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • ตารางวิเคราะห์อันตราย
  • แผนควบคุมอันตราย
  • แผนการทวนสอบ
16

การนำระบบไปปฏิบัติจริง

เมื่อระบบและเอกสารได้รับการพัฒนาแล้ว ทีมที่ปรึกษาจะติดตามการนำไปปฏิบัติ ณ สถานประกอบการ

โดยตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่าง

หากพบว่าระบบที่ออกแบบไว้ไม่เหมาะสมกับการทำงานจริง จะมีการทบทวนและปรับปรุงร่วมกับเจ้าของกระบวนการ

  • ข้อกำหนด → วิธีปฏิบัติ → ผู้รับผิดชอบ → การปฏิบัติงานจริง → เอกสารและบันทึก → ผลลัพธ์
17

การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ

ตลอดระยะเวลาการให้คำปรึกษาจะมี การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ (Project Tracking)

หลังการดำเนินงานแต่ละครั้ง จะมีการติดตาม

ทำให้ผู้บริหาร ทีมงาน และที่ปรึกษาสามารถเห็นสถานะของโครงการร่วมกันว่า

  • หัวข้องาน → ประเด็นที่ต้องดำเนินการ → ผู้รับผิดชอบ → กำหนดเวลา → สถานะ → หลักฐาน → สิ่งที่ต้องติดตามครั้งต่อไป
  • งานใดเสร็จแล้ว
  • งานใดกำลังดำเนินการ
  • งานใดยังค้าง
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
18

การทวนสอบระบบ

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยกำหนดกิจกรรมการทวนสอบ เพื่อประเมินว่าระบบและมาตรการควบคุมได้รับการนำไปปฏิบัติและยังคงมีประสิทธิผล

เช่น การทบทวนบันทึก OPRP/CCP การตรวจสอบเครื่องมือ การตรวจประเมิน การทดสอบผลิตภัณฑ์ และการวิเคราะห์แนวโน้มผลการเฝ้าระวัง

19

การตรวจประเมินภายใน ISO 22000

เมื่อระบบได้รับการนำไปใช้อย่างเหมาะสม จะเข้าสู่ การตรวจประเมินภายใน

การตรวจครอบคลุมทั้ง

เพื่อค้นหาความไม่สอดคล้องและช่องว่างก่อนการตรวจจากหน่วยรับรอง

  • ระบบบริหาร
  • โปรแกรมพื้นฐาน
  • การวิเคราะห์อันตราย
  • OPRP/CCP
  • การปฏิบัติงาน
  • เอกสาร
  • บันทึก
  • การตรวจพื้นที่
  • การสัมภาษณ์บุคลากร
20

การทดสอบระบบสอบกลับและการเรียกคืน

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยองค์กรดำเนินการทดสอบระบบ เพื่อประเมินว่าสามารถติดตามข้อมูลได้ทั้งไปข้างหน้าและย้อนกลับ

พร้อมประเมิน

  • ความครบถ้วนของข้อมูล
  • ปริมาณผลิตภัณฑ์
  • ระยะเวลาในการค้นหา
  • จุดที่ข้อมูลขาดหาย
  • ความพร้อมเมื่อต้องเรียกคืนจริง
21

การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับ การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร โดยทบทวนข้อมูลที่จำเป็นต่อการประเมินประสิทธิผลของระบบและสถานะของโครงการ

เป้าหมายคือให้ฝ่ายบริหารสามารถใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ จัดสรรทรัพยากร และกำหนดแนวทางปรับปรุงได้จริง

22

การประเมินความพร้อมก่อนการตรวจรับรอง

ก่อนเข้ารับการตรวจจากหน่วยรับรอง ทีมที่ปรึกษาจะประเมินระบบในภาพรวมอีกครั้ง

เพื่อให้องค์กรทราบว่าส่วนใดพร้อมแล้ว และประเด็นใดต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันตรวจ

  • เอกสาร → บันทึก → หน้างาน → โปรแกรมพื้นฐาน → การวิเคราะห์อันตราย → OPRP/CCP → การทวนสอบ → การตรวจประเมินภายใน → การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร → ประเด็นค้างจากการติดตามโครงการ
23

การสนับสนุนหลังการตรวจรับรอง

กรณีหน่วยรับรองพบข้อบกพร่อง ทีมที่ปรึกษาสามารถช่วยองค์กรวิเคราะห์ข้อค้นพบ หาสาเหตุ กำหนดการแก้ไขและการดำเนินการแก้ไข รวมถึงทบทวนหลักฐานก่อนส่งกลับหน่วยรับรอง

เป้าหมายไม่ใช่เพียงการปิดข้อบกพร่อง แต่เพื่อให้องค์กรเข้าใจสาเหตุและปรับระบบเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

Notes — หมายเหตุและขอบเขต

สิ่งที่องค์กรจะได้รับจากโครงการ

แผนโครงการ (Project Plan) เพื่อบริหารงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงความพร้อมรับการตรวจ

ผลการประเมินช่องว่าง เพื่อระบุสิ่งที่ต้องพัฒนา

การฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ ให้ทีมงานสามารถดูแลระบบต่อได้

ระบบ ISO 22000 ที่ออกแบบให้เหมาะกับองค์กร

โปรแกรมพื้นฐานและระบบควบคุมอันตราย

การวิเคราะห์อันตรายและแผนควบคุม OPRP/CCP

ระบบเอกสารและบันทึก

การสนับสนุนการนำระบบลงสู่การปฏิบัติ

การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ (Project Tracking)

การตรวจประเมินภายใน

การประเมินความพร้อมก่อนการตรวจรับรอง

การสนับสนุนการแก้ไขข้อบกพร่องหลังการตรวจ

จุดเด่นของบริการ SP Solution Center

วางระบบเป็นโครงการ

มี แผนโครงการ (Project Plan) เพื่อกำหนดทิศทาง ลำดับกิจกรรม ระยะเวลา และเป้าหมายตั้งแต่เริ่มต้น

ติดตามความก้าวหน้าตลอดโครงการ

มี การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ (Project Tracking) เพื่อให้เห็นสถานะ ผู้รับผิดชอบ และประเด็นค้างหลังการให้คำปรึกษาแต่ละครั้ง

ทำงานร่วมกับเจ้าของกระบวนการ

ข้อกำหนดถูกเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่ปฏิบัติงานจริง ไม่ผลักภาระทั้งหมดให้ฝ่ายคุณภาพ

วิเคราะห์อันตรายจากกระบวนการจริง

พิจารณาจากผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ กระบวนการ เทคโนโลยี สภาพโรงงาน และความเสี่ยงขององค์กร

ไม่จบเพียงการจัดทำเอกสาร

ติดตามตั้งแต่

ออกแบบระบบ นำไปปฏิบัติ เกิดบันทึก ทวนสอบ ตรวจประเมิน ปรับปรุง พร้อมรับการตรวจ

More Services — บริการอื่นที่เกี่ยวข้อง
ConsultingGHPs & HACCP วางระบบตามหลักการ Codex ConsultingFSSC 22000 Version 7 วางระบบเพื่อขอการรับรอง ConsultingBRCGS Food Safety Issue 9 — วางระบบเพื่อขอการรับรอง

อยากเริ่มวางระบบที่โรงงานของคุณ คุยกับเราได้เลย

บอกเราว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร ต้องการมาตรฐานใด และตอนนี้มีระบบอยู่แค่ไหน — เราจะประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ