Consulting Service — บริการที่ปรึกษา

FSSC 22000 Version 7
วางระบบเพื่อขอการรับรอง

สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร

รูปแบบ โครงการ (Project) อ้างอิง FSSC 22000 Version 7 (ISO 22000:2018

อ้างอิงเต็ม: FSSC 22000 Version 7 (ISO 22000:2018, โปรแกรมพื้นฐาน และข้อกำหนดส่วนเพิ่ม)

← กลับไปหน้างานที่ปรึกษาทั้งหมด

Overview — ภาพรวมของบริการ

บริการที่ปรึกษาและพัฒนาระบบ FSSC 22000 Version 7

SP Solution Center ให้บริการที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบ FSSC 22000 Version 7 ตั้งแต่การประเมินช่องว่างของระบบ การวางแผนโครงการ การพัฒนาระบบและเอกสาร การนำระบบไปประยุกต์ใช้จริงในแต่ละหน่วยงาน การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ การตรวจประเมินภายใน จนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนรับการตรวจรับรอง

บริการครอบคลุมทั้ง อุตสาหกรรมผลิตอาหาร และ อุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยพิจารณาข้อกำหนดและโปรแกรมพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับประเภทกิจกรรมและขอบข่ายการรับรองของแต่ละองค์กร

การทำระบบ FSSC 22000 ในรูปแบบโครงการ

การพัฒนาระบบ FSSC 22000 เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายควบคุมคุณภาพ ฝ่ายผลิต วิศวกรรมและซ่อมบำรุง จัดซื้อ คลังสินค้า ทรัพยากรบุคคล สุขาภิบาล วิจัยและพัฒนา รวมถึงผู้ให้บริการจากภายนอก

SP Solution Center จึงดำเนินงานในรูปแบบ โครงการ (Project) โดยเริ่มจากการจัดทำ แผนโครงการ (Project Plan) เพื่อกำหนดกิจกรรม ลำดับการดำเนินงาน ระยะเวลา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเป้าหมายของแต่ละช่วงงานให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น

แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมว่า

จากแผนโครงการตัวอย่างที่จัดทำไว้ มีการแยกกิจกรรมตั้งแต่การฝึกอบรมและประเมินช่องว่าง การพัฒนาโปรแกรมพื้นฐาน การพัฒนาระบบ ISO 22000 ข้อกำหนดส่วนเพิ่ม การนำระบบไปใช้ การตรวจประเมินภายใน การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร ไปจนถึงการตรวจรับรองและติดตามผลหลังการตรวจ

ต้องดำเนินการเรื่องใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องดำเนินการเมื่อใด ต้องจัดทำหรือปรับปรุงอะไร งานใดต้องแล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
Scope of Work — ขั้นตอนการให้บริการ
01

การประชุมเริ่มต้นโครงการและการประเมินช่องว่าง

เริ่มต้นด้วยการศึกษาข้อมูลขององค์กร ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต จำนวนสถานที่ ระบบมาตรฐานที่มีอยู่ ขอบข่ายที่ต้องการขอการรับรอง และระดับความพร้อมของแต่ละหน่วยงาน

ทีมที่ปรึกษาจะดำเนินการ ประเมินช่องว่าง (Gap Analysis) ระหว่างระบบปัจจุบันกับข้อกำหนดของ FSSC 22000 Version 7 เพื่อระบุว่าประเด็นใดมีอยู่แล้ว ประเด็นใดต้องปรับปรุง และประเด็นใดต้องจัดทำขึ้นใหม่

ผลการประเมินจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดลำดับความสำคัญของงานและจัดทำแผนโครงการที่เหมาะสมกับองค์กร

02

การจัดตั้งทีมโครงการและกำหนดผู้รับผิดชอบ

ระบบ FSSC 22000 ไม่ควรเป็นหน้าที่ของฝ่ายประกันคุณภาพเพียงฝ่ายเดียว

SP Solution Center จะช่วยองค์กรกำหนดผู้รับผิดชอบของแต่ละกระบวนการให้ชัดเจน โดยเชื่อมโยงข้อกำหนดเข้ากับหน่วยงานที่ปฏิบัติงานจริง เช่น ฝ่ายผลิต จัดซื้อ คลังสินค้า ซ่อมบำรุง ทรัพยากรบุคคล สุขาภิบาล และขนส่ง

แนวทางนี้ทำให้แต่ละประเด็นมี เจ้าของกระบวนการ (Process Owner) ที่สามารถรับผิดชอบการพัฒนา การนำไปใช้ และการติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง

03

การฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ของทีมงาน

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยพัฒนาความเข้าใจให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำข้อกำหนดไปประยุกต์ใช้กับงานของตนเองได้อย่างถูกต้อง

เนื้อหาการฝึกอบรมจะพิจารณาตามประเภทขององค์กรและความจำเป็นของโครงการ เช่น ข้อกำหนด FSSC 22000 Version 7, ISO 22000, โปรแกรมพื้นฐาน, HACCP, การตรวจประเมินภายใน และข้อกำหนดส่วนเพิ่มที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการอบรมให้ผ่าน แต่เพื่อให้ทีมงานสามารถ เข้าใจว่าข้อกำหนดเกี่ยวข้องกับงานของตนอย่างไร

04

การพัฒนาระบบ ISO 22000:2018

ทีมที่ปรึกษาจะทำงานร่วมกับผู้รับผิดชอบขององค์กรเพื่อออกแบบและพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัยอาหารให้สอดคล้องกับกระบวนการจริง

ครอบคลุมตั้งแต่บริบทองค์กร ภาวะผู้นำ นโยบาย ความเสี่ยงและโอกาส วัตถุประสงค์ ทรัพยากร ความสามารถ การสื่อสาร การควบคุมเอกสาร การสอบกลับ การเตรียมพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน การวิเคราะห์อันตราย และการกำหนดมาตรการควบคุม

รวมถึงการพัฒนาและทบทวนระบบ OPRP, CCP, การเฝ้าระวัง การทวนสอบ การแก้ไข และการดำเนินการแก้ไข

หลักการสำคัญคือ

“ระบบและเอกสารต้องสะท้อนสิ่งที่องค์กรปฏิบัติจริง และสามารถใช้ควบคุมกระบวนการได้จริง”

05

การพัฒนาโปรแกรมพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

สำหรับองค์กรในกลุ่ม การผลิตอาหาร ทีมที่ปรึกษาจะช่วยพัฒนาโปรแกรมพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและความเสี่ยงของโรงงาน

ประเด็นสำคัญอาจครอบคลุมอาคารและพื้นที่ผลิต ระบบสาธารณูปโภค น้ำ ไอน้ำ อากาศ การแบ่งพื้นที่ การป้องกันการปนเปื้อน การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ การควบคุมสัตว์พาหะ สุขลักษณะส่วนบุคคล เครื่องจักรและอุปกรณ์ การควบคุมวัตถุดิบ การจัดเก็บ การขนส่ง และการจัดการของเสีย

รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะของกระบวนการผลิตอาหารตามขอบข่ายขององค์กร

06

การพัฒนาโปรแกรมพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร

สำหรับองค์กรในกลุ่ม การผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ทีมที่ปรึกษาจะให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเฉพาะของกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์

เช่น การควบคุมกระดาษ พลาสติก หมึกพิมพ์ กาว สารเคมี วัสดุสัมผัสอาหาร การปนเปื้อนทางกายภาพและเคมี การควบคุมแก้วและวัสดุเปราะ ของมีคม การสอบกลับ การจัดเก็บ และการขนส่ง

รวมถึงการควบคุมประเด็นด้านการเคลื่อนย้ายสารจากบรรจุภัณฑ์และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตตามขอบข่ายขององค์กร

ตัวอย่างจากการติดตามโครงการจริงมีการพิจารณาถึง Specification ของวัตถุดิบ การตรวจรับกระดาษ การควบคุมพาเลท สารเคมี และสภาพรถขนส่ง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการจัดทำเอกสารระบบ

07

การพัฒนาข้อกำหนดส่วนเพิ่มของ FSSC 22000

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยองค์กรวิเคราะห์และพัฒนาระบบตามข้อกำหนดส่วนเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับขอบข่ายขององค์กร

ตัวอย่างประเด็นสำคัญ ได้แก่

การพัฒนาระบบจะพิจารณาความสัมพันธ์กับกระบวนการจริง ไม่จัดทำหัวข้อเหล่านี้เป็นเอกสารแยกโดยไม่เชื่อมโยงกับผู้รับผิดชอบและการปฏิบัติงาน

  • การป้องกันอาหารจากการจงใจก่ออันตราย (Food Defense), การป้องกันการทุจริตด้านอาหาร (Food Fraud), การจัดการสารก่อภูมิแพ้, การเฝ้าระวังสภาพแวดล้อม, การควบคุมคุณภาพ, การจัดการเครื่องจักรและอุปกรณ์, การควบคุมการปนเปื้อนข้าม, การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ
08

การสนับสนุนการจัดทำและปรับปรุงเอกสาร

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยองค์กรออกแบบ ปรับปรุง หรือทบทวนเอกสารที่จำเป็นให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและการปฏิบัติงานจริง

เอกสารอาจประกอบด้วยคู่มือระบบ ระเบียบปฏิบัติ วิธีการปฏิบัติงาน แบบฟอร์ม การประเมินความเสี่ยง แผน HACCP โปรแกรมพื้นฐาน ข้อกำหนดวัตถุดิบ แผนการเฝ้าระวัง และแผนการทวนสอบ

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการทำงานของ SP Solution Center จะเน้น การพัฒนาร่วมกับผู้รับผิดชอบขององค์กร เพื่อให้เมื่อจบโครงการ องค์กรยังสามารถดูแลและปรับปรุงระบบต่อได้ด้วยตนเอง

09

การติดตามโครงการระหว่างการให้คำปรึกษา

นี่เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของรูปแบบการทำงานของ SP Solution Center

นอกจาก แผนโครงการ (Project Plan) แล้ว ระหว่างการดำเนินโครงการจะมีการจัดทำ การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ (Project Tracking) อย่างต่อเนื่อง

การติดตามโครงการจะใช้บันทึกว่า

ดังนั้น การเข้าพื้นที่แต่ละครั้งจะไม่เป็นการให้คำปรึกษาแบบแยกเป็นครั้ง ๆ แต่จะเชื่อมโยงกับงานจากครั้งก่อนหน้าและติดตามต่อจนเห็นความคืบหน้าของระบบ

ในเอกสารติดตามโครงการตัวอย่าง มีการระบุทั้งรายละเอียดงาน ผู้รับผิดชอบ การปรับเอกสาร และสถานะของประเด็นที่พบในแต่ละครั้งอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีการติดตามประเด็นข้ามหน่วยงาน เช่น การตรวจรับวัตถุดิบ การควบคุมผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การทบทวน NCR และการเชื่อมโยงข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมเข้าสู่ระบบความปลอดภัยอาหาร

  • ประเด็นที่พบ → สิ่งที่ต้องดำเนินการ → ผู้รับผิดชอบ → สถานะ → เอกสารที่ต้องจัดทำหรือแก้ไข → สิ่งที่ต้องติดตามในการเข้าพื้นที่ครั้งถัดไป
10

การให้คำปรึกษา ณ สถานประกอบการ

การทำงานของทีมที่ปรึกษาจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะการประชุมและตรวจเอกสาร

ในแต่ละครั้งจะมีการลงพื้นที่ตามความเหมาะสม เพื่อดูว่าข้อกำหนดและเอกสารที่กำหนดขึ้นสามารถนำไปใช้จริงได้หรือไม่

แนวทางการทำงานคือ

ตัวอย่างจากโครงการจริงมีการติดตามถึงการจัดเก็บวัตถุดิบ การควบคุมพาเลท การจัดเก็บสารเคมี การหมุนเวียนสต็อก และสภาพพื้นที่คลังสินค้า

รวมถึงการตรวจเรื่องสุขลักษณะส่วนบุคคล การจัดการของเสีย การป้องกันอาหารจากการจงใจก่ออันตราย การขนส่ง และการควบคุมผู้รับเหมา

  • ตรวจพื้นที่จริง → ทบทวนกระบวนการ → วิเคราะห์ความเสี่ยง → เปรียบเทียบกับข้อกำหนด → กำหนดแนวทางควบคุม → ปรับปรุงระบบและเอกสาร → กำหนดผู้รับผิดชอบ → ติดตามผล
11

การนำระบบไปประยุกต์ใช้จริง

หลังจากออกแบบและจัดทำระบบแล้ว องค์กรจะเข้าสู่ช่วงของการนำระบบไปปฏิบัติ

ทีมที่ปรึกษาจะติดตามว่าเอกสาร มาตรการควบคุม แบบฟอร์ม และกิจกรรมที่กำหนดไว้ถูกนำไปใช้จริงหรือไม่

หากพบว่าวิธีที่ออกแบบไว้ไม่เหมาะกับการปฏิบัติงาน จะมีการทบทวนและปรับให้เหมาะสม โดยยังคงรักษาเจตนารมณ์ของข้อกำหนด

จุดนี้ทำให้ การติดตามโครงการ (Project Tracking) มีบทบาทสำคัญ เพราะสามารถเห็นได้ว่าแต่ละหน่วยงานดำเนินการไปถึงระดับใด และยังมีงานค้างอยู่เรื่องใดบ้าง

12

การตรวจประเมินภายใน

เมื่อระบบถูกนำไปปฏิบัติในระดับที่เหมาะสม จะเข้าสู่ขั้นตอน การตรวจประเมินภายใน (Internal Audit)

การตรวจจะครอบคลุมข้อกำหนด ISO 22000 โปรแกรมพื้นฐาน ข้อกำหนดส่วนเพิ่มของ FSSC 22000 และข้อกำหนดภายในขององค์กร

รวมถึงการตรวจในพื้นที่จริง การสัมภาษณ์บุคลากร การทบทวนเอกสารและบันทึก และการติดตามหลักฐานตามกระบวนการ

ผลการตรวจจะนำไปสู่การแก้ไขและการดำเนินการแก้ไขก่อนเข้าสู่การตรวจรับรอง

13

การทดสอบระบบสอบกลับและการเรียกคืนผลิตภัณฑ์

องค์กรจะต้องมีการทดสอบความสามารถของระบบสอบกลับและระบบเรียกคืนตามความเหมาะสม

ทีมที่ปรึกษาสามารถช่วยเตรียมแนวทางการทดสอบ วิเคราะห์เส้นทางข้อมูล และประเมินว่าข้อมูลจากวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป คลังสินค้า และการจัดส่งสามารถเชื่อมโยงกันได้หรือไม่

ประเด็นที่พบจะถูกนำเข้าสู่การติดตามโครงการเพื่อให้มีการแก้ไขก่อนการตรวจรับรอง

14

การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร

ก่อนเข้าสู่การตรวจรับรอง องค์กรจะต้องดำเนินการทบทวนระบบโดยฝ่ายบริหารตามข้อกำหนด

ทีมที่ปรึกษาจะช่วยตรวจสอบความพร้อมของข้อมูลที่นำเข้าสู่การประชุม รวมถึงสถานะของระบบ ผลการตรวจประเมิน ผลการทวนสอบ ปัญหาที่เกิดขึ้น การดำเนินการแก้ไข และความคืบหน้าของโครงการ

ทำให้การทบทวนโดยฝ่ายบริหารสะท้อน สถานะของระบบจริง ไม่ใช่เพียงการจัดประชุมเพื่อให้ครบข้อกำหนด

15

การประเมินความพร้อมก่อนการตรวจรับรอง

ก่อนกำหนดวันตรวจจากหน่วยรับรอง จะมีการประเมินความพร้อมของระบบในภาพรวม

พิจารณาทั้ง

เพื่อให้องค์กรเห็นว่างานส่วนใดพร้อมแล้ว และส่วนใดยังต้องดำเนินการเพิ่มเติมก่อนวันตรวจ

  • เอกสาร → บันทึก → การปฏิบัติงาน → ผลการตรวจประเมินภายใน → การแก้ไข → ประเด็นค้างจาก Project Tracking
16

การติดตามผลหลังการตรวจรับรอง

หากการตรวจจากหน่วยรับรองพบข้อบกพร่อง ทีมที่ปรึกษาสามารถช่วยองค์กรวิเคราะห์ข้อค้นพบ สาเหตุ และแนวทางการดำเนินการแก้ไข

รวมถึงช่วยติดตามสถานะของประเด็นจนสามารถจัดเตรียมหลักฐานสำหรับการตอบกลับหน่วยรับรองได้อย่างเหมาะสม

Notes — หมายเหตุและขอบเขต

สิ่งที่องค์กรจะได้รับจากโครงการ

องค์กรจะได้รับ แผนโครงการ (Project Plan) สำหรับบริหารภาพรวมของโครงการ, รายงานการประเมินช่องว่าง, การฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้, ระบบและเอกสารที่พัฒนาร่วมกัน, การสนับสนุนการประยุกต์ใช้ ณ สถานประกอบการ, การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ (Project Tracking) อย่างต่อเนื่อง, การประเมินความพร้อมก่อนการตรวจรับรอง และการสนับสนุนการติดตามผลหลังการตรวจ

จุดสำคัญคือ Project Plan และ Project Tracking จะถูกใช้เป็นคนละหน้าที่

Project Plan = เราจะต้องทำอะไรและเมื่อไร

Project Tracking = วันนี้เราทำถึงไหน ใครต้องทำอะไรต่อ และอะไรยังค้างอยู่

สองส่วนนี้ทำให้ผู้บริหาร ทีมงานขององค์กร และที่ปรึกษามองเห็นสถานะของโครงการจากข้อมูลชุดเดียวกัน

จุดเด่นของบริการที่ปรึกษา SP Solution Center

บริหารการวางระบบในรูปแบบโครงการ

มีแผนงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการเตรียมรับการตรวจรับรอง

ติดตามความคืบหน้าตลอดโครงการ

หลังการให้คำปรึกษาแต่ละครั้งมีการบันทึกสิ่งที่ต้องดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ และสถานะ เพื่อนำกลับมาติดตามในการทำงานครั้งต่อไป

ทำงานร่วมกับเจ้าของกระบวนการ

ระบบไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยที่ปรึกษาเพียงฝ่ายเดียว แต่พัฒนาร่วมกับผู้ปฏิบัติงานและผู้รับผิดชอบขององค์กร

ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์อาหาร

รูปแบบโครงการจะถูกปรับให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการ ความเสี่ยง และขอบข่ายการรับรอง

ไม่จบเพียงการจัดทำเอกสาร

มีการติดตามต่อถึงการนำระบบไปปฏิบัติ การเกิดบันทึก การแก้ไขประเด็นที่พบ และความพร้อมก่อนการตรวจรับรอง

More Services — บริการอื่นที่เกี่ยวข้อง
ConsultingGHPs & HACCP วางระบบตามหลักการ Codex ConsultingISO 22000:2018 วางระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร ConsultingBRCGS Food Safety Issue 9 — วางระบบเพื่อขอการรับรอง

อยากเริ่มวางระบบที่โรงงานของคุณ คุยกับเราได้เลย

บอกเราว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร ต้องการมาตรฐานใด และตอนนี้มีระบบอยู่แค่ไหน — เราจะประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ