BRCGS Food Safety
Issue 9 — วางระบบเพื่อขอการรับรอง
จากข้อกำหนด สู่ระบบที่ใช้งานได้จริงในโรงงานอาหาร
จากข้อกำหนด สู่ระบบที่ใช้งานได้จริงในโรงงานอาหาร
บริการที่ปรึกษาและประยุกต์ใช้ระบบ BRCGS Food Safety Issue 9
SP Solution Center ให้บริการที่ปรึกษาในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบ BRCGS Food Safety Issue 9 ตั้งแต่การประเมินช่องว่าง การจัดทำแผนโครงการ การพัฒนาระบบ HACCP ระบบบริหาร โปรแกรมพื้นฐาน การนำระบบไปปฏิบัติจริงในหน้างาน การตรวจประเมินภายใน จนถึงการประเมินความพร้อมก่อนรับการตรวจจากหน่วยรับรอง
มาตรฐานเปิดโอกาสให้องค์กรใช้ความเชี่ยวชาญจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้ในกรณีที่องค์กรยังมีความรู้หรือความเชี่ยวชาญภายในไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม การบริหารและควบคุมระบบในแต่ละวันยังคงเป็นความรับผิดชอบขององค์กร ดังนั้นแนวทางการให้คำปรึกษาจึงควรเน้น การพัฒนาความสามารถของทีมงานควบคู่กับการพัฒนาระบบ เพื่อให้องค์กรสามารถบริหารระบบได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
โครงการดำเนินการตามลำดับดังนี้
ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต สถานที่ จำนวนสายการผลิต ลูกค้า ตลาดปลายทาง ระบบที่มีอยู่เดิม และขอบข่ายที่องค์กรต้องการขอการรับรอง
รวมถึงประเมินประเภทพื้นที่ความเสี่ยงในการผลิตว่ามี พื้นที่ความเสี่ยงต่ำ (Low Risk), พื้นที่ความเสี่ยงสูง (High Risk), พื้นที่ควบคุมสูง (High Care), พื้นที่ควบคุมสูงที่อุณหภูมิห้อง (Ambient High Care) หรือมีข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อจำหน่ายตามข้อ 9 ที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ประเมินความสอดคล้องตามข้อกำหนด 1–9 โดยครอบคลุม
เพื่อจำแนกสถานะของระบบเป็น
จัดทำ แผนโครงการ โดยกำหนด
เพื่อให้ผู้บริหารและทีมโครงการสามารถเห็นภาพรวมของการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงการตรวจรับรอง
จัดฝึกอบรมตามความจำเป็นขององค์กร เช่น
พัฒนาและทบทวน
เพื่อให้การบริหารระบบเชื่อมโยงกับการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
ดำเนินการร่วมกับทีม HACCP ตั้งแต่
พัฒนาและทบทวนระบบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
ลงพื้นที่ประเมินและพัฒนาการควบคุมด้าน
ครอบคลุม
รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะตามประเภทผลิตภัณฑ์เมื่อเกี่ยวข้อง
พัฒนาระบบเพื่อให้กระบวนการผลิตอยู่ภายใต้สภาวะควบคุม เช่น
พัฒนาการควบคุมด้าน
ให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้นที่และระดับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์
กรณีโรงงานมี พื้นที่ความเสี่ยงสูง พื้นที่ควบคุมสูง หรือพื้นที่ควบคุมสูงที่อุณหภูมิห้อง จะพัฒนาการควบคุมเพิ่มเติมด้าน
โดยข้อกำหนดข้อ 8 จะนำมาใช้เพิ่มเติมจากข้อกำหนด 1–7 ตามประเภทพื้นที่ของโรงงาน
กรณีองค์กรต้องการรวมผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อจำหน่ายไว้ในขอบข่ายการรับรอง จะพัฒนาระบบตามข้อกำหนดข้อ 9 ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น
ทีมที่ปรึกษาช่วยทบทวนและพัฒนาเอกสารเท่าที่จำเป็น โดยยึดหลัก
โดยไม่เน้นการสร้างเอกสารจำนวนมากที่ไม่สอดคล้องหรือไม่เกิดประโยชน์ต่อการควบคุมกระบวนการจริง
ทีมที่ปรึกษาลงพื้นที่ร่วมกับ ผู้รับผิดชอบกระบวนการ เพื่อประเมินว่าระบบที่ออกแบบไว้สามารถนำไปใช้ได้จริงหรือไม่
หลักสำคัญคือ
“เอกสารต้องสอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง และการปฏิบัติงานจริงต้องสามารถแสดงหลักฐานการควบคุมได้”
การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ
ตลอดระยะเวลาโครงการ จะใช้ ระบบติดตามความก้าวหน้าของโครงการ เพื่อติดตามการดำเนินงานภายหลังการให้คำปรึกษาแต่ละครั้ง
รูปแบบการติดตามประกอบด้วย
หัวข้องาน → ประเด็นที่พบ → สิ่งที่ต้องดำเนินการ → ผู้รับผิดชอบ → กำหนดเวลา → สถานะ → หลักฐาน → ประเด็นติดตามครั้งถัดไป
โดย
แผนโครงการ = แสดงภาพรวมของงานทั้งหมดที่ต้องดำเนินการตลอดโครงการ
การติดตามความก้าวหน้า = แสดงสถานะจริงของงานในแต่ละช่วงว่าเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ หรือยังคงค้างอยู่
การเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจรับรอง
ก่อนการตรวจรับรอง ทีมที่ปรึกษาจะช่วยประเมินและทดสอบประสิทธิผลของระบบผ่านกิจกรรม เช่น
การตรวจประเมินภายใน → การตรวจสภาพโรงงาน → การทดสอบระบบสอบกลับและสมดุลปริมาณ → การจำลองการถอนคืน/เรียกคืนผลิตภัณฑ์และการจัดการเหตุการณ์ → การดำเนินการแก้ไข → การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร → การประเมินความพร้อมก่อนการตรวจรับรอง
กระบวนการเตรียมความพร้อมจะครอบคลุมตั้งแต่การประเมินตนเอง การกำหนดขอบข่ายการรับรอง การเตรียมเอกสารและสถานที่ การติดตามเส้นทางผลิตภัณฑ์และการสอบกลับ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของทีมงานก่อนรับการตรวจจากหน่วยรับรอง
การสนับสนุนหลังการตรวจรับรอง
กรณีพบข้อบกพร่องจากการตรวจ ทีมที่ปรึกษาสามารถช่วยองค์กรทบทวนและจัดเตรียมแนวทางดำเนินการตามลำดับ
ข้อบกพร่อง → การแก้ไขเฉพาะหน้า → การวิเคราะห์สาเหตุราก → การดำเนินการแก้ไข → การดำเนินการป้องกันการเกิดซ้ำ → หลักฐานการดำเนินการ
เพื่อให้องค์กรสามารถจัดเตรียมข้อมูลและหลักฐานสำหรับส่งกลับไปยัง หน่วยรับรอง ได้อย่างเป็นระบบ
สิ่งที่องค์กรได้รับ
แผนโครงการ
รายงานการประเมินช่องว่าง
การฝึกอบรมทีมงาน
การพัฒนาระบบ HACCP
การพัฒนาระบบและเอกสาร
การสนับสนุนการนำระบบไปปฏิบัติจริง
การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ
การตรวจประเมินภายใน
การทดสอบระบบสอบกลับและการเรียกคืนผลิตภัณฑ์
การเตรียมการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร
การประเมินความพร้อมก่อนการตรวจรับรอง
การติดตามผลหลังการตรวจ
ไม่ได้ SP Solution Center เป็นที่ปรึกษาและผู้ฝึกอบรมเท่านั้น หน้าที่ของเราคือช่วยท่านพัฒนาระบบ นำระบบไปปฏิบัติจริงที่หน้างาน ตรวจประเมินภายใน ทดสอบประสิทธิผลของระบบ และประเมินความพร้อมก่อนวันตรวจ ส่วนการตรวจรับรองและการตัดสินผลเป็นหน้าที่ของหน่วยรับรองที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นคนละองค์กรกับเรา และมาตรฐานเองก็เปิดให้องค์กรใช้ความเชี่ยวชาญจากภายนอกได้ แต่การบริหารระบบในแต่ละวันยังคงเป็นความรับผิดชอบขององค์กร
แผน HACCP เดิมของท่านจะถูกนำมาทบทวนและต่อยอด แต่สิ่งที่มักต้องเพิ่มคือระบบบริหารความปลอดภัยอาหารและคุณภาพในภาพรวม เช่น การอนุมัติและติดตามผู้ขาย การประเมินความเสี่ยงวัตถุดิบ การควบคุมกระบวนการจ้างภายนอก การจัดการข้อร้องเรียนและเหตุการณ์ การถอนคืนและเรียกคืนผลิตภัณฑ์ และแผนพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดด้านมาตรฐานสถานประกอบการ การควบคุมผลิตภัณฑ์ ฉลาก สารก่อภูมิแพ้ ความถูกต้องแท้จริงของผลิตภัณฑ์ และการควบคุมกระบวนการที่ละเอียดกว่าที่หลายโรงงานเคยทำ
ขึ้นกับลักษณะผลิตภัณฑ์และกระบวนการของท่าน โรงงานที่ผลิตผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคซึ่งมีขั้นตอนหลังการฆ่าเชื้อและมีโอกาสปนเปื้อนซ้ำ มักต้องพิจารณาการแบ่งพื้นที่ตามความเสี่ยง ส่วนโรงงานที่ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านความร้อนก่อนบริโภคอาจอยู่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่ำได้ การตัดสินเรื่องนี้ทำในช่วงต้นของโครงการ เพราะกระทบทั้งผังโรงงาน การไหลของคนและวัสดุ ระบบอากาศ ชุดปฏิบัติงาน และการทำความสะอาด
หากท่านเลือกโปรแกรมการตรวจที่ไม่แจ้งล่วงหน้า โรงงานจะต้องอยู่ในสภาพพร้อมรับการตรวจได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เร่งจัดระเบียบก่อนวันตรวจ สิ่งที่สำคัญคือบันทึกต้องเกิดขึ้นตามจริงทุกวัน สภาพพื้นที่และการบำรุงรักษาต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง และพนักงานต้องเข้าใจสิ่งที่ตนรับผิดชอบจนอธิบายได้ ทีมที่ปรึกษาจึงเน้นการติดตามการนำระบบไปปฏิบัติจริงและการตรวจสภาพโรงงานเป็นระยะ มากกว่าการเตรียมเอกสารเฉพาะช่วงใกล้ตรวจ
ระยะเวลาขึ้นกับขอบข่ายการรับรอง ประเภทพื้นที่ความเสี่ยง จำนวนสายการผลิต สภาพอาคารและเครื่องจักร และความพร้อมของทีมงาน โรงงานที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหรือแบ่งพื้นที่ใหม่จะใช้เวลามากกว่าโรงงานที่ปรับเฉพาะระบบและเอกสาร ก่อนเริ่มควรเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์ กระบวนการ ผังโรงงาน ตลาดปลายทาง ข้อกำหนดลูกค้า และระบบที่มีอยู่เดิม พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบของแต่ละกระบวนการให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นโครงการ
กิจกรรมที่ท่านควรดำเนินการให้ครบและมีหลักฐานคือการตรวจประเมินภายในตามโปรแกรมที่วางไว้ การตรวจสภาพโรงงาน การทดสอบระบบสอบกลับพร้อมสมดุลปริมาณทั้งไปข้างหน้าและย้อนกลับ การจำลองการถอนคืนหรือเรียกคืนผลิตภัณฑ์และการจัดการเหตุการณ์ การแก้ไขข้อบกพร่องที่พบพร้อมการวิเคราะห์สาเหตุราก และการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร จากนั้นจึงประเมินความพร้อมในภาพรวมอีกครั้งเพื่อให้ท่านเห็นว่ายังมีประเด็นใดค้างอยู่ก่อนวันตรวจ
แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของท่านผลิตอะไร ต้องการมาตรฐานใด และปัจจุบันมีระบบอยู่ในระดับใด — เราจะประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ
บทความที่เราเขียนไว้สำหรับโรงงานที่กำลังชั่งใจ ทั้งเรื่องเวลา ค่าใช้จ่าย การเตรียมตรวจ และข้อบกพร่องที่พบบ่อย