ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
Consulting Service — บริการที่ปรึกษา

ตรวจติดตามภายใน
BRCGS Food Safety

ตรวจระบบ เอกสาร และหน้างาน เพื่อค้นหาช่องว่างก่อนการตรวจรับรอง

รูปแบบ โครงการ (Project) อ้างอิง BRCGS Food Safety Issue 9

← กลับไปหน้างานที่ปรึกษาทั้งหมด

Overviewภาพรวมของบริการ

บริการตรวจประเมินภายในมุ่งประเมินว่าองค์กรได้นำข้อกำหนดของ BRCGS Food Safety Issue 9 ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานจริงอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิผลหรือไม่

การตรวจไม่ได้พิจารณาเพียงว่าองค์กรมี ระเบียบปฏิบัติหรือแบบตรวจประเมิน ครบถ้วนหรือไม่ แต่จะตรวจสอบความเชื่อมโยงตลอดเส้นทางตั้งแต่ข้อกำหนดของมาตรฐาน ลงไปถึงสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานทำจริงหน้าเครื่อง และย้อนกลับขึ้นมาที่บันทึกซึ่งใช้เป็นหลักฐานว่าระบบทำงานได้ผล

ประโยชน์ของการตรวจในลักษณะนี้คือองค์กรจะเห็นช่องว่างในรูปแบบเดียวกับที่ผู้ตรวจจากหน่วยรับรองจะเห็น และมีเวลาแก้ไขก่อนถึงรอบการตรวจจริง แทนที่จะทราบประเด็นในวันที่แก้ไขไม่ทันแล้ว

ข้อกำหนด → กระบวนการ → บุคลากร → เอกสาร → บันทึก → การปฏิบัติงานจริง → ประสิทธิผลของระบบ

Scope of Workขั้นตอนการให้บริการ

01

ขอบข่ายการตรวจประเมิน

สามารถครอบคลุมข้อกำหนดของ BRCGS Food Safety Issue 9 ได้แก่

  • ข้อ 1 ความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง
  • ข้อ 2 แผนความปลอดภัยอาหาร HACCP
  • ข้อ 3 ระบบบริหารความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ
  • ข้อ 4 มาตรฐานสถานประกอบการ
  • ข้อ 5 การควบคุมผลิตภัณฑ์
  • ข้อ 6 การควบคุมกระบวนการ
  • ข้อ 7 บุคลากร
  • ข้อ 8 พื้นที่ความเสี่ยงสูง / พื้นที่ควบคุมสูง / พื้นที่ควบคุมสูงที่อุณหภูมิห้อง เมื่อเกี่ยวข้อง
  • ข้อ 9 ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อจำหน่าย เมื่อรวมอยู่ในขอบข่ายขององค์กร
02

แนวทางการตรวจประเมิน

ทีมผู้ตรวจใช้เทคนิคการตรวจหลายรูปแบบร่วมกัน เพื่อให้สามารถประเมินระบบได้ทั้งในด้านเอกสารและการปฏิบัติงานจริง ได้แก่

  • การทบทวนเอกสาร → การสัมภาษณ์ → การสังเกตการปฏิบัติงาน → การสุ่มตัวอย่าง → การตรวจตามกระบวนการ → การติดตามเส้นทางการตรวจ → การตรวจติดตามจากผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงไปยังเอกสารและกระบวนการ → การทดสอบระบบสอบกลับ → การตรวจสอบสมดุลปริมาณ
03

ประเด็นสำคัญในการตรวจประเมิน

การตรวจให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับข้อกำหนดพื้นฐานที่สำคัญของมาตรฐาน เนื่องจากความไม่สอดคล้องในระดับร้ายแรงของข้อกำหนดกลุ่มนี้มีผลต่อสถานะการรับรองขององค์กร และเพิ่มประเด็นเฉพาะตามลักษณะผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และพื้นที่ผลิตของโรงงานแต่ละแห่ง หัวข้อที่มักนำมากำหนดเป็นขอบข่ายการตรวจ ได้แก่

  • ความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง
  • HACCP
  • การตรวจประเมินภายใน
  • การบริหารจัดการผู้ขาย
  • การดำเนินการแก้ไขและป้องกัน
  • ระบบการสอบกลับ
  • ผังและการแบ่งแยกพื้นที่
  • การทำความสะอาดและสุขลักษณะ
  • การจัดการสารก่อภูมิแพ้
  • การควบคุมกระบวนการ
  • การควบคุมฉลากและบรรจุภัณฑ์
  • การฝึกอบรมและความสามารถของบุคลากร
  • การป้องกันอาหารจากการจงใจก่ออันตราย
  • การป้องกันการทุจริตด้านอาหาร
  • ความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมและกระบวนการ
  • การควบคุมพื้นที่ความเสี่ยงสูงและพื้นที่ควบคุมสูง
  • การควบคุมสิ่งแปลกปลอม
  • การควบคุมสารเคมี
  • การปล่อยผ่านผลิตภัณฑ์
04

ผู้ตรวจประเมิน

ผู้ตรวจควรมีความเป็นอิสระจากกิจกรรมที่ตนเองตรวจ เพื่อให้การประเมินมีความเป็นกลางและน่าเชื่อถือ ในทางปฏิบัติ ข้อจำกัดที่พบบ่อยในโรงงานคือผู้ที่เข้าใจกระบวนการดีที่สุดมักเป็นผู้ดูแลกระบวนการนั้นเอง การใช้ผู้ตรวจจากภายนอกจึงช่วยรักษาความเป็นอิสระโดยไม่สูญเสียความลึกของการตรวจ

การคัดเลือกผู้ตรวจควรพิจารณาความเหมาะสมจาก

  • ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน
  • ความรู้ด้าน HACCP
  • ทักษะการตรวจประเมิน
  • ความเข้าใจผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตอาหาร
  • ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม
05

ลำดับการดำเนินงาน

การตรวจแต่ละรอบดำเนินไปตามลำดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อให้องค์กรทราบว่าต้องเตรียมข้อมูลใดในช่วงใด และผู้รับผิดชอบส่วนใดต้องเข้าร่วมในเวลาใด แผนการตรวจจะส่งให้องค์กรทบทวนก่อนวันตรวจเสมอ

  • ศึกษาขอบข่ายขององค์กร → ขอข้อมูลและเอกสารระบบ → จัดทำแผนการตรวจ → ประชุมเปิดการตรวจ → ตรวจระบบและหน้างาน → ติดตามเส้นทางการตรวจ → ประเมินหลักฐาน → สรุปข้อค้นพบ → ประชุมปิดการตรวจ → จัดทำรายงานผลการตรวจ
06

รายงานผลการตรวจประเมิน

รายงานผลการตรวจจัดทำให้อยู่ในรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ทันที คือผู้รับผิดชอบสามารถอ่านแล้วเริ่มวิเคราะห์สาเหตุและวางแผนแก้ไขได้ โดยไม่ต้องย้อนกลับมาสอบถามว่าผู้ตรวจหมายถึงประเด็นใด รายงานจะแสดงลำดับความเชื่อมโยงต่อไปนี้

  • พบประเด็นอะไร → หลักฐานที่พบคืออะไร → เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดใด → ระบบมีช่องว่างตรงจุดใด → ต้องดำเนินการเรื่องใด → ใครเป็นผู้รับผิดชอบ → ต้องติดตามผลอย่างไร

Notesหมายเหตุและขอบเขต

สามารถเพิ่มบริการ ติดตามผลหลังการตรวจประเมิน เพื่อทวนสอบว่า การแก้ไขและการดำเนินการแก้ไขได้รับการดำเนินการจริง รวมถึงสามารถควบคุมสาเหตุและป้องกันการเกิดซ้ำได้อย่างมีประสิทธิผล

ขอบเขตของบริการนี้

SP Solution Center เป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาและฝึกอบรม ไม่ใช่หน่วยรับรอง การรับรองตามมาตรฐานต้องดำเนินการโดยหน่วยรับรองที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นคนละองค์กรกับเรา ผลการตรวจประเมินภายในจึงเป็นข้อมูลสำหรับการพัฒนาระบบขององค์กร ไม่ใช่การตัดสินสถานะการรับรอง

FAQคำถามที่พบบ่อย

ตรวจติดตามภายในต่างจากการตรวจของหน่วยรับรองอย่างไร

การตรวจติดตามภายในเป็นการตรวจที่องค์กรจัดให้มีขึ้นเองเพื่อประเมินว่าระบบที่กำหนดไว้ถูกนำไปปฏิบัติจริงและมีประสิทธิผลหรือไม่ ผลการตรวจใช้เป็นข้อมูลภายในสำหรับการแก้ไขและปรับปรุง ส่วนการตรวจรับรองดำเนินการโดยหน่วยรับรองที่ได้รับการยอมรับ และเป็นผู้ตัดสินสถานะการรับรอง SP Solution Center ให้บริการในฐานะผู้ตรวจติดตามภายในที่องค์กรว่าจ้างเท่านั้น ไม่ได้เป็นหน่วยรับรองและไม่มีส่วนในการตัดสินผลการรับรอง

โรงงานต้องตรวจติดตามภายในบ่อยแค่ไหน

โปรแกรมการตรวจควรวางตลอดรอบปีและครอบคลุมทุกกิจกรรมในขอบข่ายอย่างน้อยตามรอบที่มาตรฐานกำหนด ไม่ใช่การตรวจรวดเดียวก่อนวันตรวจรับรอง ความถี่ของแต่ละกระบวนการควรพิจารณาจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร ผลการตรวจครั้งก่อน และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น กระบวนการที่มีความเสี่ยงสูงหรือเคยพบข้อบกพร่องซ้ำควรได้รับการตรวจถี่กว่ากระบวนการที่เสถียร

โรงงานมีทีมตรวจภายในอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องจ้างผู้ตรวจจากภายนอกอีกหรือไม่

องค์กรสามารถตรวจด้วยทีมของตนเองได้ และหลายโรงงานก็ทำเช่นนั้นตามปกติ อย่างไรก็ตาม ทีมภายในมักคุ้นเคยกับวิธีทำงานเดิมจนมองข้ามบางประเด็น และอาจมีข้อจำกัดในการตรวจหน่วยงานที่ตนเองเกี่ยวข้องด้วย การใช้ผู้ตรวจจากภายนอกในบางรอบจึงช่วยเพิ่มมุมมองที่เป็นอิสระ และเหมาะกับโรงงานที่ต้องการประเมินความพร้อมก่อนการตรวจจากหน่วยรับรอง

ผู้ตรวจติดตามภายในต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ผู้ตรวจควรมีความรู้ในข้อกำหนดของมาตรฐาน ความรู้ด้าน HACCP ทักษะการตรวจประเมิน ความเข้าใจผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตอาหาร รวมถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนั้น นอกจากความรู้แล้ว ผู้ตรวจยังต้องประเมินหลักฐานอย่างเป็นกลาง เชื่อมโยงข้อค้นพบกับข้อกำหนดได้ชัดเจน และมีความเป็นอิสระจากกิจกรรมที่ตนเองตรวจ องค์กรควรเก็บหลักฐานความสามารถของผู้ตรวจไว้ เพราะเป็นประเด็นที่ถูกพิจารณาในการตรวจรับรอง

ผลการตรวจติดตามภายในนำไปใช้ตอนตรวจรับรองจริงได้อย่างไร

รายงานการตรวจติดตามภายใน บันทึกข้อบกพร่อง และหลักฐานการแก้ไข เป็นสิ่งที่ผู้ตรวจจากหน่วยรับรองมักขอดูเพื่อประเมินว่าองค์กรใช้ระบบตรวจภายในเป็นเครื่องมือปรับปรุงจริงหรือไม่ รายงานที่ระบุชัดว่าพบอะไร หลักฐานคืออะไร เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดใด ใครรับผิดชอบ และติดตามผลอย่างไร จะแสดงให้เห็นว่าระบบทำงานได้ด้วยตัวเอง ในทางกลับกัน รายงานที่ไม่เคยพบข้อบกพร่องเลยมักทำให้เกิดคำถามถึงความลึกของการตรวจ

ถ้าตรวจแล้วพบข้อบกพร่องต้องทำอะไรต่อ

ขั้นแรกคือแก้ไขสิ่งที่พบเฉพาะหน้าเพื่อควบคุมผลกระทบ จากนั้นวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง แล้วกำหนดการดำเนินการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและกำหนดเสร็จ ขั้นสุดท้ายคือการทวนสอบว่าการดำเนินการนั้นได้ผลจริงก่อนปิดประเด็น องค์กรที่ต้องการสามารถเพิ่มบริการติดตามผลหลังการตรวจ เพื่อทวนสอบว่าการแก้ไขควบคุมสาเหตุได้จริง ไม่ใช่เพียงปิดเอกสาร

More Servicesบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง

Consultingตรวจติดตามภายใน FSSC 22000 Consultingตรวจติดตามภายใน BRCGS Packaging Materials Consultingตรวจติดตามภายใน ISO 14001:2026

ต้องการเริ่มวางระบบที่โรงงานของท่าน คุยกับเราได้เลย

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของท่านผลิตอะไร ต้องการมาตรฐานใด และปัจจุบันมีระบบอยู่ในระดับใด — เราจะประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ

อ่านก่อนตัดสินใจ

บทความที่เราเขียนไว้สำหรับโรงงานที่กำลังชั่งใจ ทั้งเรื่องเวลา ค่าใช้จ่าย การเตรียมตรวจ และข้อบกพร่องที่พบบ่อย

ดูบทความ BRCGS Food ทั้งหมด →