ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
BRCGS Food Safety Issue 9 · ตอนที่ 1 จาก 35

หมวด 1 ความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง
ไล่ทีละข้อ 1.1.1 ถึง 1.2.4 พร้อมหลักฐานที่ต้องเตรียม

9 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ตอนที่ 1 จาก 35 · ซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ · ข้อ 1.1–1.2

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง

หมวด 1 เป็นหมวดที่โรงงานมักเตรียมทีหลังสุด เพราะคิดว่าเป็นเรื่องนโยบายที่พิมพ์เมื่อไรก็ได้
แต่ในทางปฏิบัติหมวดนี้คือหมวดแรกที่ผู้ตรวจสัมผัส ตั้งแต่ใครเดินเข้าห้องประชุมเปิด และเป็นหมวดที่ 1.1 ถูกกำกับไว้เป็นข้อกำหนดพื้นฐาน (fundamental requirement) ข่าวดีคือเกือบทุกข้อย่อยพิสูจน์ด้วยเอกสาร จึงเตรียมให้ครบล่วงหน้าได้จริง

1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้

เจตนารมณ์ของหัวข้อ สรุปด้วยถ้อยคำของเราข้อกำหนดพื้นฐาน

ผู้บริหารระดับสูงของสถานที่ผลิตต้องแสดงให้เห็นว่ามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อการนำข้อกำหนดของมาตรฐานไปปฏิบัติ และต่อกระบวนการที่ทำให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในด้านความปลอดภัยอาหาร การบริหารคุณภาพ และวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร (food safety culture) และคุณภาพของสถานที่ผลิต

เหตุผลที่หัวข้อนี้ถูกกำกับเป็นข้อกำหนดพื้นฐาน คือข้อกำหนดในมาตรฐานกระจายอยู่ในหลายฝ่าย ตั้งแต่จัดซื้อ ทรัพยากรบุคคล ซ่อมบำรุง จนถึงฝ่ายผลิต ระดับความร่วมมือแบบนั้นเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารสูงสุดเข้ามามีส่วนร่วมจริง

เรื่องวัฒนธรรมนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะในมาตรฐานด้านอาหาร ฉบับปี 2026 ของ ISO 9001 ก็เพิ่มข้อกำหนดเรื่องวัฒนธรรมคุณภาพเข้ามาเช่นกัน และแผนที่ทำไว้ตามข้อนี้ใช้ตอบได้เลย ดู วัฒนธรรมคุณภาพตาม ISO 9001:2026 ข้อ 5.1.1

คำว่าการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในหมวดนี้ ไม่ได้แปลว่าจำนวนข้อบกพร่อง (non-conformity) ต้องลดลงทุกปี แต่หมายถึงองค์กรใช้โอกาสที่มีอยู่ในการพัฒนาวิธีทำงานของตนเองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การที่ข้อบกพร่องเรื่องเดิมกลับมาซ้ำทุกรอบการตรวจ เป็นสัญญาณที่ชี้ว่ามีปัญหาที่กว้างกว่าตัวข้อบกพร่องนั้น

2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้

ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้

ข้อเรื่องตรวจที่เกี่ยวกับใคร
1.1.1นโยบายความปลอดภัยอาหารและคุณภาพเอกสารผู้บริหารระดับสูง และพนักงานทุกคน
1.1.2แผนพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพทั้งสองผู้บริหารระดับสูง ร่วมกับทรัพยากรบุคคลและทุกฝ่าย
1.1.3วัตถุประสงค์ที่วัดได้เอกสารผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าฝ่ายที่รับผิดชอบตัวชี้วัด
1.1.4การประชุมทบทวนโดยฝ่ายบริหารเอกสารผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
1.1.5โปรแกรมการประชุมรายเดือนเอกสารผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายผลิต
1.1.6ระบบรับแจ้งเหตุแบบเป็นความลับเอกสารผู้บริหารระดับสูง ร่วมกับทรัพยากรบุคคล และพนักงานทุกคน
1.1.7ทรัพยากรบุคคลและงบประมาณทั้งสองผู้บริหารระดับสูง
1.1.8การติดตามข้อมูลวิชาการ กฎหมาย และความเสี่ยงใหม่เอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ และจัดซื้อ
1.1.9การมีมาตรฐานฉบับปัจจุบันและการติดตามการเปลี่ยนแปลงเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ
1.1.10การรักษากำหนดวันตรวจต่ออายุเอกสารผู้บริหารระดับสูง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ
1.1.11การเข้าร่วมของผู้บริหารในวันตรวจทั้งสองผู้จัดการฝ่ายผลิตหรือปฏิบัติการที่อาวุโสที่สุดในสถานที่ผลิต และทีมผู้บริหาร
1.1.12การแก้ที่สาเหตุของข้อบกพร่องจากการตรวจครั้งก่อนทั้งสองผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายประกันคุณภาพ และเจ้าของกระบวนการ
1.1.13การใช้เครื่องหมายและการกล่าวอ้างสถานะการรับรองเอกสารฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ
1.1.14การขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่กำกับดูแลเอกสารผู้บริหารระดับสูง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ
1.2.1ผังองค์กรและการมอบหมายผู้ทำหน้าที่แทนเอกสารผู้บริหารระดับสูง และทรัพยากรบุคคล
1.2.2พนักงานรู้หน้าที่ของตนและเข้าถึงเอกสารได้หน้างานหัวหน้างานทุกระดับ และพนักงานทุกคน
1.2.3การรายงานความเสี่ยงและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยหน้างานพนักงานทุกคน และผู้จัดการที่ถูกกำหนดให้รับเรื่อง
1.2.4การใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกหน้างานผู้บริหารระดับสูง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ

รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS

3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร

1.1.1นโยบายความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานทุกคน

ต้องมีนโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุเจตนาของสถานที่ผลิตในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย เป็นของแท้ และมีคุณภาพตามที่กำหนด รวมถึงความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยต้องลงนามโดยผู้ที่รับผิดชอบสูงสุดของสถานที่ผลิต สื่อสารให้พนักงานทุกคนทราบ และมีข้อความแสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

นโยบายเป็นเอกสารสรุป โดยทั่วไปเขียนจบได้ในหน้าเดียว หากเป็นนโยบายระดับกลุ่มบริษัท ผู้บริหารของสถานที่ผลิตควรรับรองด้วย เช่น การลงนามกำกับ และควรปรับปรุงเมื่อนโยบายสำคัญหรือผู้บริหารเปลี่ยน

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ความหมายของคำว่าเป็นของแท้ในข้อนี้ คือสินค้าที่ขายหรือซื้อมีลักษณะ องค์ประกอบ และคุณภาพตรงตามที่ระบุไว้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคำกล่าวอ้าง (claims) บนฉลาก แต่รวมถึงวัตถุดิบทุกรายการที่ต้องตรงกับข้อกำหนดจำเพาะ (specification)
  • นโยบายเป็นเพียงบทสรุป ไม่จำเป็นต้องลงวันที่ แต่ต้องเป็นฉบับปัจจุบัน จึงควรปรับปรุงเมื่อนโยบายสำคัญหรือผู้บริหารเปลี่ยน
  • ผู้ตรวจจะดูว่าผู้บริหารทำให้พนักงานเข้าใจและมีส่วนร่วมอย่างไร ไม่ใช่ดูแค่ว่ามีเอกสารนโยบายอยู่
  • การใช้สองภาษาช่วยให้พนักงานที่ภาษาถิ่นไม่ใช่ภาษาแรกเข้าใจได้เร็วขึ้น และพนักงานชั่วคราวกับผู้รับจ้างต้องอยู่ในกระบวนการสื่อสารด้วย
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • นโยบายฉบับปัจจุบันที่ลงนามโดยผู้รับผิดชอบสูงสุดของสถานที่ผลิต
  • หลักฐานการสื่อสารให้พนักงาน เช่น การติดประกาศ การบรรจุในการปฐมนิเทศ หรือการเผยแพร่ในระบบภายใน
  • หลักฐานว่าพนักงานที่ใช้ภาษาอื่นเข้าถึงเนื้อหาได้ หากในโรงงานมีพนักงานต่างชาติ
  • หลักฐานว่าพนักงานชั่วคราวและผู้รับจ้างอยู่ในการสื่อสารด้วย

1.1.2แผนพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง ร่วมกับทรัพยากรบุคคลและทุกฝ่าย

ต้องมีแผนที่ชัดเจนสำหรับการพัฒนาและปรับปรุงวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมกิจกรรมที่กำหนดไว้ซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกส่วนของสถานที่ผลิตที่มีผลต่อความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ อย่างน้อยต้องออกแบบกิจกรรมรอบสี่เรื่อง คือการสื่อสารเรื่องความปลอดภัยผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจนและเปิดเผย การฝึกอบรม การรับฟังความเห็นจากพนักงาน และพฤติกรรมที่จำเป็นต่อการรักษาและพัฒนากระบวนการ พร้อมการวัดผลการดำเนินงาน แผนปฏิบัติการที่ระบุวิธีดำเนินการและกรอบเวลา และการทบทวนประสิทธิผลของกิจกรรมที่ทำไปแล้ว โดยทบทวนและปรับปรุงแผนอย่างน้อยปีละครั้ง

แผนไม่จำเป็นต้องเป็นแผนรายปี แผนเชิงกลยุทธ์หลายปีก็ทำได้ แต่ต้องมีกิจกรรมเกิดขึ้นจริงในทุกปีที่แผนครอบคลุม การเขียนแผนห้าปีแล้วยกกิจกรรมทั้งหมดไปไว้ปีสุดท้ายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • การวิเคราะห์สาเหตุของข้อบกพร่องจำนวนมากชี้ว่าวัฒนธรรมเชิงรุกที่เป็นบวกคือสิ่งที่ทำให้แผนความปลอดภัยอาหารถูกนำไปใช้อย่างสม่ำเสมอจริง
  • แผนวัฒนธรรมจะไม่สำเร็จหากถูกมองว่าเป็นงานของฝ่ายเทคนิคเท่านั้น ต้องอาศัยผู้บริหารระดับสูงและมักต้องทำงานร่วมกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล
  • ขนาดหรือความซับซ้อนของโรงงานไม่ใช่ข้ออ้างที่ทำให้วัฒนธรรมพัฒนาไม่ได้ และมาตรฐานไม่ได้กำหนดกลไกตายตัว เพื่อให้แต่ละสถานที่ผลิตออกแบบสิ่งที่ใช้ได้จริงกับตนเอง
  • การสื่อสารที่มีแต่เรื่องการเงินโดยไม่มีเรื่องความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ ทำให้พนักงานเข้าใจผิดว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ การสื่อสารจึงต้องครอบคลุมทั้งความคาดหวัง ความสำเร็จ และสิ่งที่เบี่ยงเบนไปจากที่ยอมรับได้
  • การฝึกอบรมควรมีเป้าหมายมากกว่าการสอนขั้นตอนงาน และการรับฟังความเห็นพนักงานยังเป็นช่องทางให้พบข้อกังวลที่ยังไม่ถูกพูดถึง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • แผนพัฒนาวัฒนธรรมฉบับปัจจุบัน พร้อมกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกฝ่ายที่มีผลต่อความปลอดภัยผลิตภัณฑ์
  • แผนปฏิบัติการที่ระบุผู้รับผิดชอบ วิธีวัดผล และกรอบเวลา
  • หลักฐานว่ากิจกรรมถูกดำเนินการจริงในปีที่ผ่านมา เช่น บันทึกการสื่อสาร ผลสำรวจความเห็นพนักงาน
  • ผลการวัดตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ความเป็นของแท้ (authenticity) ความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพ
  • บันทึกการทบทวนประสิทธิผลของกิจกรรมที่เสร็จแล้ว และบันทึกการทบทวนแผนประจำปี

1.1.3วัตถุประสงค์ที่วัดได้

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าฝ่ายที่รับผิดชอบตัวชี้วัด

ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเพื่อรักษาและพัฒนาความปลอดภัย ความเป็นของแท้ ความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับนโยบายและกับมาตรฐาน โดยวัตถุประสงค์ต้องเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเป้าหมายหรือเกณฑ์ความสำเร็จที่ชัดเจน สื่อสารให้พนักงานทราบ และเฝ้าติดตามพร้อมรายงานผลอย่างน้อยทุกไตรมาส

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • วัตถุประสงค์ที่ดีควรเจาะจง วัดได้ ทำได้จริงพร้อมทรัพยากรที่มี เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและคุณภาพ และมีกรอบเวลาชัดเจน
  • การตั้งวัตถุประสงค์ยังช่วยให้จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรได้เหมาะสม เพราะเป้าหมายที่ชัดทำให้เห็นว่าต้องลงทุนอะไร
  • ตัวอย่างที่ใช้ได้ เช่น ลดข้อร้องเรียนจากลูกค้า ลดผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (non-conforming product) ลดข้อบกพร่องจากการตรวจ พัฒนาการอบรมด้านความปลอดภัย หรือเพิ่มการทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยต้องแปลงให้วัดได้ เช่น ลดข้อร้องเรียนลงร้อยละสิบภายในสิ้นปี
  • วัตถุประสงค์ด้านความเป็นของแท้และด้านกฎหมายมักต้องตั้งคนละแบบกับด้านความปลอดภัย เช่น ผูกกับการพัฒนาระบบสอบกลับ (traceability) การประเมินความเปราะบาง (vulnerability assessment) หรือการปรับปรุงการอนุมัติผู้ขาย
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • เอกสารวัตถุประสงค์พร้อมเป้าหมายที่วัดได้ของปีปัจจุบัน
  • หลักฐานการสื่อสารวัตถุประสงค์ให้พนักงานทราบ
  • รายงานผลการติดตามอย่างน้อยรายไตรมาส พร้อมการดำเนินการเมื่อไม่ถึงเป้า

1.1.4การประชุมทบทวนโดยฝ่ายบริหาร

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ต้องมีการประชุมทบทวนโดยฝ่ายบริหาร (management review) ซึ่งผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม ตามรอบที่วางแผนไว้ อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อทบทวนผลการดำเนินงานเทียบกับมาตรฐานและกับวัตถุประสงค์ตามข้อ 1.1.3 โดยกระบวนการทบทวนต้องประเมินแผนปฏิบัติการและกรอบเวลาจากการทบทวนครั้งก่อน ผลการตรวจติดตามภายใน (internal audit) การตรวจโดยลูกค้า และการตรวจจากหน่วยรับรอง (certification body) รวมถึงประเด็นอื่นที่มาตรฐานกำหนด

สิ่งที่ทำให้ข้อนี้ไม่ผ่านบ่อยที่สุด ไม่ใช่การไม่ได้ประชุม แต่คือรายงานการประชุมที่มีแต่การรายงานตัวเลข โดยไม่มีข้อตัดสินใจ ไม่มีผู้รับผิดชอบ และไม่มีกรอบเวลา ทำให้ไม่มีอะไรให้ตามในการทบทวนครั้งถัดไป

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • การประชุมทบทวนมีไว้เพื่อมองภาพรวมของระบบ จึงต้องเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นและต่อไปควรทำอะไร ไม่ใช่การบริหารประเด็นรายวันหรือการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
  • รูปแบบการประชุมควรสอดคล้องกับขนาดของบริษัท แต่วาระที่มาตรฐานกำหนดต้องมีครบ และเพิ่มวาระอื่นที่เกี่ยวข้องได้
  • เมื่อวัตถุประสงค์ไม่บรรลุ สถานที่ผลิตควรเข้าใจว่าเพราะอะไร โดยไม่จำเป็นต้องทำการวิเคราะห์สาเหตุอย่างเต็มรูปแบบ ผลที่ได้คือการปรับเป้าหมายในอนาคต ไม่ใช่การออกการดำเนินการป้องกัน
  • แผนปฏิบัติการจากการทบทวนครั้งก่อนที่ไม่เสร็จตามกำหนดหรือทำแล้วไม่ได้ผล ต้องมีการสอบสวนและดำเนินการเพิ่มเติม
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • รายงานการประชุมทบทวนโดยฝ่ายบริหารครั้งล่าสุด พร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วมที่แสดงว่าผู้บริหารระดับสูงอยู่ด้วย
  • หลักฐานการติดตามแผนปฏิบัติการจากการทบทวนครั้งก่อนว่าปิดหรือยัง
  • ข้อมูลนำเข้าที่ใช้ในการประชุม เช่น ผลการตรวจติดตามภายใน ผลการตรวจจากลูกค้าและหน่วยรับรอง
  • มติที่ประชุมที่ระบุสิ่งที่ต้องทำ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเสร็จ

1.1.5โปรแกรมการประชุมรายเดือน

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายผลิต

ต้องมีโปรแกรมการประชุมที่แสดงให้เห็นได้ ซึ่งทำให้ประเด็นด้านความปลอดภัยอาหาร ความเป็นของแท้ ความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพ ถูกนำเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงได้ โดยการประชุมเหล่านี้ต้องเกิดขึ้นอย่างน้อยเดือนละครั้ง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • เจตนารมณ์ของข้อนี้คือให้สถานที่ผลิตมีกลไกเรียนรู้และตอบสนองต่อข้อมูลทั้งจากภายในและจากภายนอก เช่น ข่าวการเรียกคืน (recall) สินค้าประเภทเดียวกัน ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแล และข่าวสารในสื่อ
  • ผู้เข้าประชุมต้องมีระดับอาวุโสพอที่จะตัดสินใจและสั่งการได้ การใส่วาระความปลอดภัยและคุณภาพเข้าไปในการประชุมผู้บริหารรายสัปดาห์หรือรายเดือนที่มีอยู่แล้ว เป็นวิธีหนึ่งที่ตอบข้อนี้ได้
  • ต้องมีตารางการประชุมที่กำหนดไว้ล่วงหน้า สถานที่ผลิตที่ผลิตตามฤดูกาลไม่ถูกคาดหวังให้ประชุมทุกเดือนในช่วงที่ปิด แต่ต้องวางรอบให้ประเด็นถูกหยิบมาคุยได้ทันเวลา
  • แนวปฏิบัติที่ดีคือสื่อสารมติและงานที่ตกลงกันไปยังพนักงานที่เกี่ยวข้อง และมีระบบตรวจว่างานถูกทำเสร็จตามกรอบเวลา
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ตารางหรือกำหนดการประชุมประจำเดือน
  • บันทึกการประชุมย้อนหลังอย่างน้อยสิบสองเดือน แสดงความต่อเนื่องรายเดือน
  • หลักฐานว่าประเด็นที่นำเสนอไปถึงผู้บริหารระดับสูงจริง และมีการตามผล

1.1.6ระบบรับแจ้งเหตุแบบเป็นความลับ

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง ร่วมกับทรัพยากรบุคคล และพนักงานทุกคน

ต้องมีระบบรับแจ้งเหตุแบบเป็นความลับ ที่ทำให้พนักงานแจ้งข้อกังวลด้านความปลอดภัย ความเป็นของแท้ ความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ ช่องทางการแจ้ง เช่น หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ ต้องสื่อสารให้พนักงานทราบอย่างชัดเจน และผู้บริหารระดับสูงต้องมีกระบวนการประเมินข้อกังวลที่ได้รับ พร้อมเก็บบันทึกการประเมินและการดำเนินการ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • รายงานจากพนักงานและบุคคลภายนอกเป็นวิธีที่พบการกระทำผิดได้มากที่สุด ข้อนี้จึงมีไว้ให้พนักงานแจ้งข้อกังวลได้จริง
  • ระบบต้องรักษาความลับของผู้แจ้ง คือฝ่ายบริหารของสถานที่ผลิตต้องไม่ทราบตัวตนของผู้แจ้ง และความเป็นความลับนี้ต้องชัดเจนกับพนักงานทุกคน
  • การส่งอีเมลหรือโทรหาผู้จัดการในสถานที่ผลิตโดยตรง ไม่ถือเป็นระบบที่เป็นความลับ เพราะผู้จัดการย่อมรู้ว่าอีเมลนั้นเป็นของใครหรือจำเสียงได้
  • การที่แบรนด์เจ้าของสินค้าหรือหน่วยงานกำกับดูแลมีช่องทางรับแจ้งอยู่แล้ว ไม่ได้ทำให้สถานที่ผลิตไม่ต้องมีระบบของตนเอง
  • ผู้ตรวจจะขอดูว่ามีระบบอยู่จริง และดูความโปร่งใสของเนื้อหาที่ได้รับแจ้งกับการดำเนินการ แต่จะไม่ดูว่าใครเป็นผู้แจ้ง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติของระบบรับแจ้งเหตุ พร้อมช่องทางที่ระบุชัดเจน
  • หลักฐานการสื่อสารช่องทางให้พนักงานทราบ เช่น ป้ายในพื้นที่พักและเนื้อหาการปฐมนิเทศ
  • บันทึกเรื่องที่ได้รับแจ้ง การประเมิน และการดำเนินการที่เกิดขึ้น หากมี

1.1.7ทรัพยากรบุคคลและงบประมาณ

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง

ผู้บริหารระดับสูงต้องจัดสรรทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรทางการเงินที่จำเป็น เพื่อให้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เป็นของแท้ ถูกกฎหมาย และมีคุณภาพตามที่กำหนด รวมถึงเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน

ข้อนี้ถูกกำกับให้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน เพราะผู้ตรวจจะเทียบสิ่งที่เขียนไว้ในงบประมาณ กับสภาพจริงของอาคาร เครื่องจักร และจำนวนคนที่เห็นในพื้นที่ผลิต

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ทรัพยากรในที่นี้รวมทั้งคนและเงิน และเชื่อมโดยตรงกับวัตถุประสงค์ตามข้อ 1.1.3 เพราะเป้าหมายที่ตั้งไว้ต้องมีทรัพยากรรองรับจึงจะทำได้จริง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • หลักฐานการอนุมัติงบประมาณด้านความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ เช่น งบซ่อมบำรุงและงบปรับปรุงอาคาร
  • อัตรากำลังที่จัดสรรให้งานประกันคุณภาพและงานที่เกี่ยวข้อง
  • ตัวอย่างคำขอปรับปรุงที่ได้รับอนุมัติและดำเนินการแล้ว

1.1.8การติดตามข้อมูลวิชาการ กฎหมาย และความเสี่ยงใหม่

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และจัดซื้อ

ต้องมีระบบที่ทำให้สถานที่ผลิตได้รับข้อมูลและทบทวนความเคลื่อนไหวสี่ด้าน คือพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์และเทคนิค แนวปฏิบัติที่ดีของอุตสาหกรรม ความเสี่ยงใหม่ต่อความเป็นของแท้ของวัตถุดิบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของประเทศปลายทางที่จะจำหน่ายผลิตภัณฑ์เท่าที่ทราบ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • เจตนารมณ์คือให้สถานที่ผลิตตามทันความเปลี่ยนแปลง สามารถทำตามกฎหมายได้ และปรับระบบเพื่อรับมือภัยคุกคามใหม่
  • วิธีที่ใช้ได้ เช่น เป็นสมาชิกสมาคมการค้าที่ให้บริการข้อมูล สมัครบริการแจ้งความเคลื่อนไหวทางกฎหมาย ขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หรือทบทวนเว็บไซต์ที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ
  • ต้องเข้าถึงกฎหมายของประเทศหรือรัฐที่ผลิตภัณฑ์จะถูกขายให้ผู้บริโภคปลายทางได้ ไม่ว่าจะเข้าถึงเองหรือผ่านบุคคลที่สาม และแนวปฏิบัติที่ดีคือพิจารณากฎหมายของประเทศที่ผลิตด้วย
  • ผู้ตรวจจะมองหาหลักฐานว่ามีการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ และมีกระบวนการแปลงข้อมูลที่ได้เป็นการดำเนินการเมื่อจำเป็น
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • รายการแหล่งข้อมูลที่ใช้ติดตาม พร้อมผู้รับผิดชอบและความถี่
  • บันทึกว่าเคยเปิดดูจริง พร้อมวันที่ ไม่ใช่มีเพียงรายชื่อเว็บไซต์ในระเบียบปฏิบัติ
  • หลักฐานการแปลงข้อมูลที่ได้รับเป็นการดำเนินการ เช่น การปรับฉลากเมื่อกฎหมายปลายทางเปลี่ยน

1.1.9การมีมาตรฐานฉบับปัจจุบันและการติดตามการเปลี่ยนแปลง

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ

สถานที่ผลิตต้องมีมาตรฐานฉบับปัจจุบันที่เป็นของแท้ ทั้งในรูปเล่มหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และต้องรับทราบการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานหรือของระเบียบการตรวจที่ประกาศเผยแพร่

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • มาตรฐานต้องเป็นฉบับที่ได้มาโดยถูกต้อง และสถานที่ผลิตต้องรับรู้การเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานหรือระเบียบการตรวจที่ประกาศเผยแพร่ จึงควรมีผู้รับผิดชอบติดตามที่ชัดเจน
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • มาตรฐานฉบับปัจจุบันที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ พร้อมหลักฐานการได้มา
  • หลักฐานว่ามีผู้รับผิดชอบติดตามการเปลี่ยนแปลงและสื่อสารภายในองค์กร

1.1.10การรักษากำหนดวันตรวจต่ออายุ

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ

สถานที่ผลิตที่ได้รับการรับรองแล้ว ต้องทำให้การตรวจต่ออายุแบบแจ้งล่วงหน้าหรือแบบผสมที่แจ้งล่วงหน้า เกิดขึ้นภายในกำหนดวันที่ระบุไว้ในใบรับรอง

ข้อนี้เป็นเรื่องการวางแผนล่วงหน้าล้วน ๆ โรงงานที่ปล่อยให้ใกล้กำหนดแล้วค่อยติดต่อหน่วยรับรอง มักพบปัญหาคิวผู้ตรวจไม่ว่างในช่วงที่ต้องการ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ข้อนี้เป็นความรับผิดชอบของสถานที่ผลิตในการวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่ของหน่วยรับรอง การตรวจต้องเกิดขึ้นภายในกำหนดวันที่ระบุในใบรับรอง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ใบรับรองฉบับปัจจุบันที่แสดงกำหนดวันตรวจ
  • หลักฐานการนัดหมายกับหน่วยรับรองล่วงหน้า
  • ปฏิทินภายในที่ตั้งเตือนก่อนถึงกำหนด

1.1.11การเข้าร่วมของผู้บริหารในวันตรวจ

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ผู้จัดการฝ่ายผลิตหรือปฏิบัติการที่อาวุโสที่สุดในสถานที่ผลิต และทีมผู้บริหาร

ผู้จัดการฝ่ายผลิตหรือฝ่ายปฏิบัติการที่อาวุโสที่สุดในสถานที่ผลิต ต้องเข้าร่วมทั้งประชุมเปิดและประชุมปิดของการตรวจ ผู้จัดการฝ่ายที่เกี่ยวข้องหรือผู้ทำหน้าที่แทนต้องพร้อมให้พบตามที่ต้องใช้ระหว่างการตรวจ และต้องมีสมาชิกของทีมผู้บริหารในสถานที่ผลิตพร้อมสำหรับการพูดคุยเรื่องการนำวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารและคุณภาพไปปฏิบัติ

ข้อนี้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน และหน้างานในที่นี้คือห้องประชุมเปิดในวันตรวจ การส่งเฉพาะฝ่ายประกันคุณภาพเข้าประชุมจึงไม่ใช่เรื่องมารยาท แต่เป็นความไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดโดยตรง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • การให้พนักงานหลายระดับมีส่วนร่วมในการตรวจ ทำให้ผู้ที่ทำงานนั้นจริงเป็นผู้อธิบายและตอบคำถาม ผู้ตรวจจึงได้ข้อมูลที่ทันสมัยและได้เห็นการปฏิบัติงานจริง
  • ยังทำให้ทีมที่ยังไม่ถูกเรียกใช้ไปเตรียมงานส่วนอื่นได้ เช่น รวบรวมข้อมูลสำหรับการตรวจแบบไล่ตามรุ่นผลิต และเป็นสัญญาณของวัฒนธรรมความปลอดภัยที่เป็นบวก
  • ผู้แทนของสถานที่ผลิตที่เข้าประชุมต้องอาวุโสพอที่จะตัดสินใจเรื่องข้อบกพร่องและการแก้ไขได้ เพราะวัตถุประสงค์คือให้เข้าใจและตกลงกันเรื่องข้อบกพร่องได้จริง
  • หากผู้จัดการที่อาวุโสที่สุดไม่อยู่ในวันตรวจ โดยเฉพาะกรณีการตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ต้องมีผู้ทำหน้าที่แทนที่ระบุไว้ตามข้อ 1.2.1 พร้อมเสมอ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ใบลงชื่อผู้เข้าร่วมประชุมเปิดและประชุมปิดของการตรวจครั้งก่อน
  • ผังผู้รับผิดชอบที่ระบุผู้ทำหน้าที่แทนของแต่ละฝ่าย
  • กำหนดการภายในที่จองเวลาผู้บริหารไว้สำหรับวันตรวจ

1.1.12การแก้ที่สาเหตุของข้อบกพร่องจากการตรวจครั้งก่อน

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายประกันคุณภาพ และเจ้าของกระบวนการ

ผู้บริหารระดับสูงต้องทำให้มั่นใจว่าสาเหตุที่แท้จริง (root cause) ของข้อบกพร่องที่พบจากการตรวจครั้งก่อน ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิผลเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

ข้อนี้ตรวจทั้งสองแบบ เพราะผู้ตรวจจะดูทั้งเอกสารการปิดประเด็น และเดินไปดูหน้างานว่าสิ่งที่แจ้งว่าแก้แล้วยังคงอยู่จริงหรือกลับไปเหมือนเดิม

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ข้อบกพร่องจากการตรวจรับรองครั้งก่อนต้องได้รับการแก้ไขอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิผล และจะถูกตรวจสอบซ้ำในการตรวจครั้งปัจจุบัน
  • การแก้ไขเฉพาะหน้าที่ส่งเป็นหลักฐานภายในกำหนดหลังการตรวจครั้งก่อน ผู้ตรวจจะดูว่ายังใช้งานอยู่จริง เช่น ระเบียบปฏิบัติที่แก้แล้วถูกใช้จริง หรือการซ่อมที่ทำแล้วยังคงสภาพ
  • การดำเนินการป้องกันอาจยังไม่เสร็จทั้งหมดตอนได้รับใบรับรอง ผู้ตรวจจึงจะดูหลักฐานว่าสถานที่ผลิตทำจริงและป้องกันการเกิดซ้ำได้
  • หากการดำเนินการป้องกันไม่ได้ผล ผู้ตรวจอาจต้องทบทวนการวิเคราะห์สาเหตุที่ส่งไว้ใหม่
  • ท่าทีของสถานที่ผลิตต่อการดำเนินการป้องกันเป็นสิ่งที่สะท้อนวัฒนธรรมความปลอดภัย การติดตามที่น้อยมากหรือการมองว่าเป็นเพียงเอกสารเพื่อให้ผ่านการตรวจ เป็นสัญญาณของวัฒนธรรมที่อ่อนแอ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • รายงานข้อบกพร่องจากการตรวจครั้งก่อนพร้อมสถานะการปิด
  • บันทึกการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของแต่ละประเด็น
  • หลักฐานว่ามาตรการที่แก้แล้วยังคงเดินอยู่ เช่น บันทึกต่อเนื่องหลังวันปิดประเด็น

1.1.13การใช้เครื่องหมายและการกล่าวอ้างสถานะการรับรอง

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ

การใช้เครื่องหมายของ BRCGS และการอ้างถึงสถานะการรับรอง ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการใช้งานที่กำหนดไว้ ในส่วนระเบียบการตรวจของมาตรฐานเท่านั้น

จุดที่พลาดบ่อยคือฝ่ายการตลาดนำเครื่องหมายไปใช้บนฉลากสินค้าหรือสื่อโฆษณาโดยไม่ได้ตรวจสอบเงื่อนไข ควรกำหนดให้การอนุมัติงานสื่อสารทุกชิ้นผ่านผู้ที่รู้เงื่อนไขก่อนเผยแพร่

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • เงื่อนไขการใช้เครื่องหมายและการอ้างสถานะการรับรองถูกกำหนดไว้ในส่วนระเบียบการตรวจของมาตรฐาน จึงต้องอ่านเงื่อนไขนั้นก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบภายในเรื่องการใช้เครื่องหมายและการกล่าวอ้างสถานะการรับรอง
  • ตัวอย่างสื่อและฉลากที่ใช้อยู่จริง พร้อมหลักฐานการอนุมัติ

1.1.14การขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่กำกับดูแล

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ

ในกรณีที่กฎหมายกำหนด สถานที่ผลิตต้องคงไว้ซึ่งการขึ้นทะเบียนที่เหมาะสมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ข้อนี้ผูกกับกฎหมายของแต่ละประเทศ สถานที่ผลิตจึงต้องรู้ว่ากฎหมายกำหนดให้ขึ้นทะเบียนอะไรบ้าง และรักษาสถานะนั้นให้เป็นปัจจุบัน
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ใบอนุญาตและใบทะเบียนที่กฎหมายของประเทศที่ตั้งโรงงานกำหนด ฉบับที่ยังไม่หมดอายุ
  • ทะเบียนคุมวันหมดอายุพร้อมผู้รับผิดชอบต่ออายุ
  • การขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของประเทศปลายทาง หากตลาดนั้นกำหนด

1.2.1ผังองค์กรและการมอบหมายผู้ทำหน้าที่แทน

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง และทรัพยากรบุคคล

ต้องมีผังองค์กรที่แสดงโครงสร้างการบริหารของบริษัท ความรับผิดชอบในการบริหารกิจกรรมที่ทำให้เกิดความปลอดภัย ความเป็นของแท้ ความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ต้องถูกมอบหมายอย่างชัดเจนและผู้จัดการที่รับผิดชอบต้องเข้าใจตรงกัน และต้องระบุเป็นเอกสารอย่างชัดเจนว่าใครทำหน้าที่แทนเมื่อผู้รับผิดชอบไม่อยู่

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ผังองค์กรต้องแสดงโครงสร้างการบริหารจริง และความรับผิดชอบต้องถูกมอบหมายอย่างชัดเจนจนผู้จัดการที่รับผิดชอบเข้าใจตรงกัน
  • การระบุผู้ทำหน้าที่แทนเป็นเรื่องที่มาตรฐานให้ความสำคัญ เพราะเชื่อมกับข้อ 1.1.11 ที่ต้องมีคนอาวุโสพอเข้าร่วมการตรวจแม้ผู้รับผิดชอบหลักไม่อยู่
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ผังองค์กรฉบับปัจจุบันที่ตรงกับคนที่ทำงานอยู่จริง
  • ใบกำหนดหน้าที่ของตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและคุณภาพ
  • เอกสารระบุผู้ทำหน้าที่แทนของแต่ละตำแหน่ง

1.2.2พนักงานรู้หน้าที่ของตนและเข้าถึงเอกสารได้

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ หัวหน้างานทุกระดับ และพนักงานทุกคน

ผู้บริหารระดับสูงต้องทำให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนรับรู้ความรับผิดชอบของตน และแสดงให้เห็นว่างานถูกดำเนินการตามนโยบาย ระเบียบปฏิบัติ วิธีปฏิบัติงาน และแนวปฏิบัติที่มีอยู่ สำหรับกิจกรรมที่ตนทำ โดยพนักงานทุกคนต้องเข้าถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องได้

ข้อนี้ตรวจที่หน้างาน ผู้ตรวจจะถามพนักงานหน้าเครื่องโดยตรง คำตอบที่ต้องการไม่ใช่ชื่อระเบียบปฏิบัติ แต่คือเขาทำอะไรในงานของตน และหาเอกสารที่ต้องใช้ได้จากที่ไหน

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ข้อนี้พิสูจน์ที่หน้างาน ผู้ตรวจจะดูว่าพนักงานรู้ความรับผิดชอบของตนและทำงานตามเอกสารที่กำหนดไว้จริงหรือไม่
  • พนักงานทุกคนต้องเข้าถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานของตนได้ ไม่ใช่เอกสารถูกเก็บไว้เฉพาะที่ห้องประกันคุณภาพ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • วิธีปฏิบัติงานที่ติดตั้งหรือวางไว้ให้เข้าถึงได้ ณ จุดปฏิบัติงาน
  • หลักฐานการอบรมและการประเมินความเข้าใจของพนักงานในหน้าที่ของตน
  • หลักฐานว่าเอกสารที่หน้างานเป็นฉบับปัจจุบัน

1.2.3การรายงานความเสี่ยงและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ พนักงานทุกคน และผู้จัดการที่ถูกกำหนดให้รับเรื่อง

พนักงานต้องรับรู้ถึงความจำเป็นในการรายงานความเสี่ยง หรือหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ บรรจุภัณฑ์ หรือวัตถุดิบไม่ปลอดภัยหรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ต่อผู้จัดการที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อให้ประเด็นที่ต้องดำเนินการทันทีได้รับการแก้ไข

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • เจตนารมณ์คือให้ประเด็นที่ต้องดำเนินการทันทีไปถึงผู้ที่ตัดสินใจได้เร็วที่สุด พนักงานจึงต้องรู้ว่าเมื่อพบสิ่งผิดปกติต้องแจ้งใคร
  • ข้อนี้ต่างจากระบบรับแจ้งแบบเป็นความลับตามข้อ 1.1.6 ตรงที่ข้อนี้เป็นช่องทางปกติในการทำงานประจำวัน ส่วนข้อ 1.1.6 มีไว้สำหรับกรณีที่ผู้แจ้งจำเป็นต้องไม่เปิดเผยตัวตน
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติที่ระบุว่าพบสิ่งผิดปกติแล้วต้องแจ้งใคร และแจ้งอย่างไร
  • ป้ายหรือสื่อที่หน้างานที่ระบุผู้รับแจ้งของแต่ละพื้นที่และแต่ละกะ
  • ตัวอย่างบันทึกการแจ้งและผลการดำเนินการที่เกิดขึ้นจริง

1.2.4การใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอก

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ผู้บริหารระดับสูง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ

หากสถานที่ผลิตไม่มีความรู้ภายในที่เหมาะสมด้านความปลอดภัยอาหาร ความเป็นของแท้ ความถูกต้องตามกฎหมาย หรือคุณภาพ สามารถใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้ เช่น ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยอาหาร อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการระบบความปลอดภัยอาหารในแต่ละวันยังคงเป็นความรับผิดชอบของบริษัท

ประโยคหลังคือหัวใจของข้อนี้ การจ้างที่ปรึกษาไม่ได้โอนความรับผิดชอบออกไปจากโรงงาน ระบบที่ที่ปรึกษาเขียนให้แล้วไม่มีใครในโรงงานเดินต่อได้ คือระบบที่ไม่ผ่านการตรวจอยู่ดี

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • มาตรฐานเปิดให้ใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้เมื่อความรู้ภายในไม่พอ แต่ย้ำว่าการบริหารระบบในแต่ละวันยังเป็นความรับผิดชอบของบริษัทเอง
  • ในทางปฏิบัติหมายความว่าต้องมีคนในโรงงานที่เข้าใจระบบมากพอจะตอบคำถามผู้ตรวจและตัดสินใจได้เอง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • หลักฐานความรู้ความสามารถของบุคลากรภายในที่รับผิดชอบระบบ
  • ขอบเขตงานของผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่ใช้ หากมี
  • หลักฐานว่าการตัดสินใจและการบริหารระบบประจำวันทำโดยบุคลากรของโรงงาน

4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหมวดนี้

เรื่องแรก นโยบายลงนามโดยคนที่ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบสูงสุดของสถานที่ผลิต มักเกิดในโรงงานที่ใช้นโยบายของกลุ่มบริษัทที่ลงนามจากสำนักงานใหญ่ แล้วไม่มีการรับรองโดยผู้บริหารของสถานที่ผลิต วิธีแก้ง่ายที่สุดคือให้ผู้จัดการโรงงานลงนามกำกับเพิ่ม

เรื่องที่สอง แผนวัฒนธรรมที่เป็นงานของฝ่ายประกันคุณภาพฝ่ายเดียว ข้อ 1.1.2 กำหนดให้กิจกรรมครอบคลุมทุกส่วนของสถานที่ผลิตที่มีผลต่อความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ แผนที่มีแต่การอบรมของฝ่ายประกันคุณภาพจึงไม่ครบตามที่ข้อกำหนดระบุ และมักไม่เปลี่ยนอะไรในโรงงานจริง

เรื่องที่สาม การประชุมทบทวนที่ไม่มีมติ รายงานที่มีแต่ตัวเลขผลการดำเนินงานโดยไม่มีสิ่งที่ต้องทำ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเสร็จ ทำให้การทบทวนครั้งถัดไปไม่มีอะไรให้ตาม และตัดวงจรการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องที่หัวข้อนี้ต้องการทิ้งไป

เรื่องที่สี่ วัตถุประสงค์ที่ไม่มีเกณฑ์วัด ข้อความอย่างมุ่งมั่นผลิตสินค้าที่ปลอดภัยเป็นนโยบาย ไม่ใช่วัตถุประสงค์ ข้อ 1.1.3 ต้องการเป้าหมายหรือเกณฑ์ความสำเร็จที่ชัดเจน และผลที่รายงานอย่างน้อยทุกไตรมาส

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้

เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที

แจกฟรี · ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใบตรวจหลักฐาน 1.1–1.2 — ความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง

ไฟล์ Word · ครอบคลุม 18 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 1 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ

ใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

ตอนที่ 2 ทีม HACCP และโปรแกรมสุขลักษณะพื้นฐาน →
ให้เราช่วยได้ วางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9 กับหน้างานจริงของโรงงาน

ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · BRCGS Food Safety เตรียมโรงงานให้พร้อมตรวจ BRCGS Food และฝึกผู้ตรวจภายในให้ตรวจเจอก่อน

ข้อบกพร่องที่พบบ่อยในการตรวจครั้งแรกมักไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครในโรงงานรับผิดชอบชัดเจน เรารับตั้งแต่ประเมินช่องว่างเทียบข้อกำหนดทีละข้อ ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจเจอก่อนวันตรวจจริง

ดูงานที่ปรึกษา BRCGS Food → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด BRCGS Food และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน BRCGS Food แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ