ทะเบียนโรงงานอาหารกับ U.S. FDA ไม่ได้จดเพียงครั้งเดียวแล้วสิ้นสุด กฎหมายกำหนดให้ต่ออายุ ปีเว้นปี และหน้าต่างของรอบนี้คือ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 ถ้าเลยวันที่ 31 ธันวาคมแล้วยังไม่ได้ต่อ ทะเบียนจะหมดอายุ และสินค้าที่ส่งไปหลังจากนั้นมีความเสี่ยงถูกกักที่ท่าเรือปลายทาง
บทความนี้ไล่ให้ครบตั้งแต่ว่าโรงงานแบบไหนเข้าข่าย ต้องเตรียมข้อมูลอะไร ขั้นตอนทำอย่างไร จุดที่โรงงานไทยพลาดบ่อย และเรื่องที่หลายโรงงานเข้าใจว่าจบแล้วทั้งที่ยังไม่จบ ทุกข้อมีเลขข้อกฎหมายกำกับให้ตรวจสอบย้อนได้
1. รอบต่ออายุเปิดเฉพาะปีเลขคู่ และปีนี้คือปีที่ต้องต่อ
21 CFR 1.230 กำหนดไว้ว่าต้องยื่นต่ออายุทะเบียน “ทุกสองปี ในช่วงที่เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเลขคู่” ปี ค.ศ. 2026 เป็นปีเลขคู่ รอบนี้จึงเป็นรอบที่ต้องต่อ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงต่ออายุ | 1 ตุลาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 |
| ความถี่ | ทุก 2 ปี เฉพาะปีเลขคู่ (รอบถัดไปคือปลายปี 2571) |
| ค่าธรรมเนียม FDA | ไม่มี — FDA ไม่เก็บค่าจดทะเบียนและค่าต่ออายุ |
| ช่องทางยื่น | ระบบออนไลน์ FURLS เท่านั้น เว้นแต่ได้รับการยกเว้นเป็นรายกรณี |
| ภาษา | ภาษาอังกฤษ ใช้อักษรละติน |
ข้อควรระวังเรื่องเวลา — FDA ระบุช่วงเวลาไว้เป็นวันที่ แต่ไม่ได้ประกาศว่าใช้เขตเวลาใดเป็นเกณฑ์ตัดรอบ และประเทศไทยเร็วกว่าเขตเวลาต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกาหลายชั่วโมง การเผื่อเวลาไว้จึงปลอดภัยกว่าการยื่นในวันสุดท้าย
2. โรงงานแบบไหนต้องมีทะเบียน FDA
21 CFR 1.225 กำหนดให้เจ้าของ ผู้ดำเนินการ หรือตัวแทนผู้รับผิดชอบของสถานประกอบการ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ที่ ผลิต แปรรูป บรรจุ หรือเก็บรักษาอาหาร สำหรับการบริโภคในสหรัฐอเมริกา ต้องจดทะเบียนกับ FDA
คำว่า “อาหาร” ในที่นี้ครอบคลุมทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์ และคำว่า “เก็บรักษา” หมายรวมถึงคลังสินค้าด้วย ไม่ใช่เฉพาะโรงงานที่มีสายการผลิต
21 CFR 1.226 ระบุกลุ่มที่ได้รับยกเว้น ได้แก่
| กลุ่มที่ยกเว้น | หมายเหตุ |
|---|---|
| ฟาร์ม | ตามนิยาม “farm” ของ FDA |
| ร้านค้าปลีกอาหาร | ขายตรงถึงผู้บริโภค |
| ร้านอาหาร | |
| สถานประกอบการไม่แสวงหากำไร | ที่เตรียมหรือเสิร์ฟอาหารให้ผู้บริโภคโดยตรง |
| เรือประมง | เฉพาะที่ทำการจับ ขนส่ง และถนอมอาหารเบื้องต้นบนเรือเท่านั้น |
| สถานประกอบการที่อยู่ใต้ USDA เพียงหน่วยเดียว ตลอดทั้งสถานประกอบการ | เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์ไข่ ตามกฎหมายตรวจสอบของ USDA — ถ้าในสถานประกอบการเดียวกันมีสายการผลิตที่อยู่ใต้การกำกับของ FDA ด้วย ข้อยกเว้นนี้ใช้ไม่ได้ |
| โรงงานต่างประเทศที่ของถูกนำไปแปรรูปต่อในต่างประเทศ | มีเงื่อนไขสำคัญ อ่านย่อหน้าถัดไป |
กับดักที่โรงงานไทยตกบ่อยที่สุด — ข้อยกเว้นสำหรับโรงงานต่างประเทศ ตาม 21 CFR 1.226(a) ใช้ได้เมื่ออาหารจากโรงงานเรา ถูกนำไปผลิตหรือแปรรูปต่อจริง (ซึ่งตัวบทระบุว่ารวมถึงการบรรจุหีบห่อด้วย) โดยโรงงานอีกแห่งนอกสหรัฐอเมริกา แต่ ข้อยกเว้นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าสิ่งที่โรงงานปลายทางทำเป็นเพียง การติดฉลาก หรือกิจกรรมทำนองเดียวกันที่ถือว่าเล็กน้อย ในกรณีนั้นโรงงานต้นทางยังต้องจดทะเบียนอยู่ดี
3. ถ้าไม่ต่อภายใน 31 ธันวาคม จะเกิดอะไรขึ้น
ผลกระทบมีสองชั้น และชั้นที่สองคือชั้นที่ทำให้เสียเงินจริง
ชั้นที่ 1 — ทะเบียนหมดอายุและถูกยกเลิก
FDA ถือว่าทะเบียนที่ไม่ได้ต่อภายในกำหนด หมดอายุ และจะถูกยกเลิกออกจากระบบ ตาม 21 CFR 1.241 การไม่จดทะเบียน ไม่ต่ออายุ ไม่ปรับปรุงข้อมูล หรือไม่ยกเลิกตามที่กำหนด ถือเป็นการกระทำต้องห้าม (prohibited act) ตามมาตรา 301(dd) ของกฎหมาย FD&C และทะเบียนที่หมดอายุนั้นถือเป็นการไม่จดทะเบียน
ชั้นที่ 2 — ของถูกกักที่ท่าเรือ และค่าใช้จ่ายเป็นของเรา
21 CFR 1.285 ระบุว่าอาหารที่นำเข้าหรือเสนอนำเข้าจากสถานประกอบการที่ต้องจดทะเบียนแต่ไม่ได้จดทะเบียน เข้าข่ายถูกกัก ตามมาตรา 801(l) ของกฎหมาย FD&C โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- ของต้องถูกเก็บไว้ ภายในท่าเรือขาเข้า เว้นแต่ CBP หรือ FDA สั่งเป็นอย่างอื่น
- ถ้าย้ายออกไปเก็บที่อื่นต้องแจ้ง FDA ทราบสถานที่ล่วงหน้า และต้องเคลื่อนย้ายภายใต้หลักประกัน (custodial bond) เว้นแต่ส่งกลับออกทันทีภายใต้การกำกับของ CBP
- ของนั้น จะไม่ถูกปล่อยให้ผู้นำเข้า เจ้าของ หรือผู้รับปลายทาง
- FDA และ CBP ไม่รับผิดชอบค่าขนส่ง ค่าจัดเก็บ หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดจากการกัก
พูดให้ตรงคือ ของยังไม่ถูก “ปฏิเสธ” ทันที แต่ถูกกักไว้ที่ท่าเรือ และทุกวันที่ถูกกักคือค่าใช้จ่ายที่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบเอง สำหรับสินค้าแช่เย็นแช่แข็งหรือสินค้าที่มีอายุสั้น ความเสียหายเกิดเร็วกว่านั้นมาก
4. เตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนดำเนินการต่ออายุ
21 CFR 1.232 กำหนดรายการข้อมูลไว้ชัดเจน แยกเป็นส่วนที่ทุกโรงงานต้องมี และส่วนที่โรงงานนอกสหรัฐอเมริกาต้องมีเพิ่ม
| กลุ่ม | ข้อมูลที่ต้องมี |
|---|---|
| ทุกโรงงาน | ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรของสถานประกอบการ · หมายเลขระบุสถานประกอบการ (UFI) · ที่อยู่สำหรับส่งเอกสาร (ถ้าต่างจากที่ตั้ง) · ข้อมูลบริษัทแม่ (ถ้ามี) · ชื่อทางการค้าทุกชื่อที่ใช้ · ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และอีเมลของเจ้าของหรือผู้ดำเนินการ · หมวดผลิตภัณฑ์อาหารที่เกี่ยวข้อง · ประเภทกิจกรรมที่ทำ · ข้อความยินยอมให้เข้าตรวจ · คำรับรองความถูกต้องของข้อมูล |
| โรงงานในสหรัฐฯ เพิ่ม | อีเมลผู้ติดต่อ · เบอร์และอีเมลผู้ติดต่อฉุกเฉิน (ถ้าต่างกัน) |
| โรงงานต่างประเทศเพิ่ม | ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และอีเมลของ U.S. agent · เบอร์และอีเมลผู้ติดต่อฉุกเฉิน |
UFI คืออะไร และทำไมต้องมี
UFI ย่อมาจาก Unique Facility Identifier เป็นหมายเลขประจำสถานประกอบการที่ FDA ใช้ยืนยันตัวตนของโรงงาน นิยามอยู่ใน 21 CFR 1.227 และข้อกำหนดให้ระบุอยู่ใน 21 CFR 1.232(a)(2) ซึ่งบังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา ปัจจุบัน FDA รับรอง หมายเลข DUNS ของ Dun & Bradstreet เป็น UFI ที่ยอมรับได้ และตาม 21 CFR 1.231(a)(3) FDA จะตรวจสอบ UFI และตรวจว่าที่อยู่ที่ผูกกับเลขนั้นตรงกับที่อยู่ที่ใช้จดทะเบียน
ต้องมีเลขจริงตั้งแต่ตอนยื่น — ในอดีตช่วงรอบปี 2020 FDA เคยผ่อนผันให้กรอกคำว่า PENDING ไว้ก่อนแล้วแจ้งเลขจริงตามมา แต่การผ่อนผันนั้นสิ้นสุดไปแล้ว รอบนี้จึงต้องมีเลข DUNS ที่ใช้ได้จริงตั้งแต่ตอนยื่น จึงควรขอเลขไว้ล่วงหน้า เพราะการออกเลขไม่ได้เสร็จภายในวันเดียวเสมอไป
5. ขั้นตอนต่ออายุ
- รวบรวมข้อมูลตามข้อ 4 ให้ครบก่อนเข้าระบบ โดยเฉพาะเลข DUNS และข้อมูล U.S. agent เพราะเป็นสองจุดที่ทำให้ค้างกลางทางบ่อยที่สุด
- ตรวจสอบกับ U.S. agent ว่ายังรับหน้าที่ต่อในรอบนี้ — ตาม 21 CFR 1.231(a)(5) FDA จะยังไม่ยืนยันการจดทะเบียนและยังไม่ออกหมายเลขทะเบียน จนกว่าผู้ที่ถูกระบุเป็น U.S. agent จะยืนยันว่าตกลงรับหน้าที่ และตามนิยามใน 21 CFR 1.227 ผู้นั้นต้องพำนักหรือมีสถานประกอบการอยู่ในสหรัฐอเมริกาและอยู่ในสหรัฐอเมริกาจริง
- เข้าระบบ FURLS ด้วยบัญชีเดิมที่ผูกกับทะเบียน ถ้าผู้ที่เคยดูแลบัญชีลาออกไปแล้ว ให้เผื่อเวลาสำหรับการกู้คืนสิทธิ์เข้าถึงไว้ด้วย
- เลือกฟังก์ชันต่ออายุ (Renewal) ถ้าข้อมูลทั้งหมดไม่เปลี่ยนจากครั้งก่อน สามารถใช้การต่ออายุแบบย่อ (abbreviated renewal) ได้
- ตรวจข้อมูลทีละหน้าก่อนยืนยัน ให้ความสำคัญกับหมวดผลิตภัณฑ์และประเภทกิจกรรม เพราะสองช่องนี้คือสิ่งที่ FDA ใช้จัดกลุ่มความเสี่ยงของโรงงาน
- เก็บหลักฐานการยืนยันไว้ในระบบเอกสาร พร้อมหมายเลขทะเบียนและวันที่ยืนยัน เพื่อใช้ตอบผู้ตรวจและลูกค้าปลายทาง
“ต่ออายุ” กับ “ปรับปรุงข้อมูล” ไม่ใช่อย่างเดียวกัน — ในช่วงที่หน้าต่างต่ออายุเปิดอยู่ ฟังก์ชันปรับปรุงข้อมูล (update) จะใช้ไม่ได้จนกว่าจะต่ออายุเสร็จก่อน โรงงานที่เข้าไปแก้ที่อยู่หรือเบอร์โทรแล้วเข้าใจว่าต่ออายุแล้ว คือกรณีที่พลาดกันจริงทุกรอบ
6. ห้าเรื่องที่พลาดกันบ่อย
| เรื่อง | ข้อเท็จจริง |
|---|---|
| คิดว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ FDA | FDA ไม่เก็บค่าจดทะเบียนและค่าต่ออายุ ถ้าใช้บริการตัวแทนยื่นหรือ U.S. agent เงินที่จ่ายคือค่าบริการของผู้ให้บริการรายนั้น ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมของ FDA — ควรแยกสองอย่างนี้ให้ชัดในใบเสนอราคา |
| ระบุ U.S. agent โดยยังไม่ได้ตกลงกับเขา | U.S. agent ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาและยินยอมรับหน้าที่จริง เพราะเขาคือช่องทางที่ FDA จะติดต่อแทนโรงงาน |
| คิดว่าส่งของผ่านเทรดเดอร์แล้วไม่ต้องจด | หน้าที่จดทะเบียนผูกกับสถานประกอบการที่ผลิต แปรรูป บรรจุ หรือเก็บรักษา ไม่ได้ผูกกับผู้ที่ทำเอกสารส่งออก |
| ข้อมูลเปลี่ยนแล้วไม่ได้แก้ | 21 CFR 1.234 กำหนดให้ปรับปรุงข้อมูลภายใน 60 วันตามปฏิทิน นับจากวันที่ข้อมูลเปลี่ยน ยกเว้นกรณีเปลี่ยนเจ้าของซึ่งมีวิธีดำเนินการต่างออกไป |
| ปิดโรงงานหรือเปลี่ยนเจ้าของแล้วปล่อยทะเบียนค้างไว้ | 21 CFR 1.235 กำหนดให้ยกเลิกทะเบียนภายใน 60 วันตามปฏิทิน นับจากวันที่เหตุนั้นเกิด กรณีเปลี่ยนเจ้าของ เจ้าของเดิมต้องยกเลิก และเจ้าของใหม่ต้องจดทะเบียนใหม่ |
7. ต่อทะเบียนแล้ว — แต่ยังไม่จบ
ทะเบียนโรงงานเป็นเพียงการบอก FDA ว่า “เราคือใคร อยู่ที่ไหน ทำอะไร” ทะเบียนไม่ได้บอกว่าระบบความปลอดภัยอาหารของเราใช้ได้ ส่วนที่บอกเรื่องนั้นคือระบบตามกฎ Preventive Controls ซึ่งสำหรับอาหารคนคือ 21 CFR Part 117 แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ต้องตรวจก่อนว่าโรงงานของเราอยู่ใต้กฎฉบับนี้จริงหรือไม่
ก่อนอื่น — ตรวจว่าโรงงานเราอยู่ใต้ Part 117 หรือไม่
นี่คือจุดที่พลาดกันมากและมีผลกับโรงงานไทยจำนวนมาก 21 CFR 117.5 ยกเว้นการบังคับใช้หมวด C (ซึ่งรวมข้อ 117.126 เรื่อง Food Safety Plan) และหมวด G สำหรับกิจกรรมบางประเภท ที่สำคัญกับผู้ส่งออกไทยได้แก่
| ข้อ | กิจกรรมที่ได้รับยกเว้นจากหมวด C และ G |
|---|---|
| 117.5(b) | กิจกรรมที่อยู่ใต้ 21 CFR Part 123 — Fish and Fishery Products (ระบบ HACCP สัตว์น้ำ) โดยต้องอยู่ใต้บังคับและปฏิบัติตาม Part 123 จริง |
| 117.5(c) | กิจกรรมที่อยู่ใต้ 21 CFR Part 120 — Juice HACCP โดยต้องอยู่ใต้บังคับและปฏิบัติตาม Part 120 จริง |
| 117.5(d) | กิจกรรมที่อยู่ใต้ 21 CFR Part 113 อาหารกรดต่ำในภาชนะปิดสนิท เฉพาะในส่วนของอันตรายทางจุลชีววิทยา |
| 117.5(e) | ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ปฏิบัติตาม 21 CFR Part 111 และปฏิบัติตามมาตรา 761 ของกฎหมาย FD&C เรื่องการรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรง |
| 117.5(a) | สถานประกอบการที่เข้านิยาม qualified facility ซึ่งใช้ข้อกำหนดแบบปรับลดตามหมวด E แทน |
| 117.5(i) · (j) | เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามเงื่อนไขที่กำหนด และสถานที่ที่ทำเพียงการเก็บรักษาสินค้าเกษตรดิบที่ไม่ใช่ผักและผลไม้ เพื่อการกระจายสินค้าหรือแปรรูปต่อ |
แปลเป็นภาษาโรงงาน — โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำของไทยที่อยู่ใต้ Part 123 และโรงงานน้ำผลไม้ที่อยู่ใต้ Part 120 ไม่ต้องจัดทำ Food Safety Plan ตาม Part 117 และไม่ต้องมี PCQI ตาม Part 117 สำหรับกิจกรรมส่วนนั้น เพราะทำตามระบบ HACCP ของ Part ของตัวเองอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องระวังคือโรงงานที่มีทั้งสายที่อยู่ใต้ Part 123 และสายที่ไม่อยู่ ซึ่งสายหลังยังคงอยู่ใต้ Part 117
โรงงานอาหารสัตว์อ่านคนละ Part — Part 117 ใช้กับอาหารคน ส่วนอาหารสัตว์อยู่ใต้ 21 CFR Part 507 ซึ่งกำหนด Food Safety Plan ไว้ที่ข้อ 507.31 และกำหนดเรื่อง PCQI ไว้ที่ข้อ 507.53 โครงสร้างคล้ายกันแต่คนละฉบับ
ถ้าอยู่ใต้ Part 117 ต้องมีอะไร
21 CFR 117.126 กำหนดว่าโรงงานต้องจัดทำและนำไปปฏิบัติซึ่ง Food Safety Plan ที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยการจัดทำต้องดำเนินการหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Preventive Controls Qualified Individual (PCQI) หนึ่งคนหรือมากกว่า เนื้อหาที่ต้องมีในแผนได้แก่ การวิเคราะห์อันตรายเป็นลายลักษณ์อักษร มาตรการควบคุมเชิงป้องกัน โปรแกรมห่วงโซ่อุปทาน แผนเรียกคืนสินค้า วิธีการเฝ้าระวัง วิธีการแก้ไข และวิธีการทวนสอบ
PCQI คือใคร และมีคุณสมบัติได้อย่างไร
21 CFR 117.180(c)(1) ระบุว่าการเป็น PCQI ทำได้สองทาง คือ ผ่านการอบรมด้านการพัฒนาและประยุกต์ใช้มาตรการควบคุมเชิงป้องกันตามความเสี่ยง ที่มีเนื้อหาอย่างน้อยเทียบเท่าหลักสูตรมาตรฐานซึ่ง FDA รับรองว่าเพียงพอ หรือมีคุณสมบัติจากประสบการณ์การทำงานที่ทำให้พัฒนาและใช้ระบบความปลอดภัยอาหารได้
ประเด็นที่มักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ PCQI เป็น คุณสมบัติของบุคคลตามกฎหมาย ไม่ใช่ใบรับรองที่หน่วยงานใดออกให้ และ FDA ไม่ได้ออกใบรับรอง PCQI ให้บุคคลใด สิ่งที่ต้องแสดงต่อผู้ตรวจคือหลักฐานว่าคนคนนั้นมีคุณสมบัติจริงตามทางใดทางหนึ่งข้างต้น
จุดที่ตรวจกันจริงหน้างาน — 21 CFR 117.180(d) กำหนดว่า การอบรมด้านการพัฒนาและประยุกต์ใช้มาตรการควบคุมเชิงป้องกันทั้งหมด ต้องมี บันทึกเป็นเอกสาร ระบุวันที่อบรม ประเภทของการอบรม และรายชื่อผู้ที่ผ่านการอบรม โรงงานที่บอกว่า “หัวหน้า QA เราทำมานาน น่าจะถือว่ามีประสบการณ์” แต่ไม่มีบันทึกอะไรรองรับเลย คือกลุ่มที่ตอบคำถามผู้ตรวจได้ลำบากที่สุด
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทกฎหมายและประกาศของ FDA เป็นหลัก และหากมีข้อสงสัยเฉพาะกรณีควรตรวจสอบกับ FDA หรือที่ปรึกษาที่รับผิดชอบกรณีของท่านโดยตรง · อ้างอิงต้นฉบับ: 21 CFR Part 1 Subpart H · 21 CFR Part 117 · คู่มือการต่ออายุของ FDA
ดาวน์โหลดเช็กลิสต์เตรียมต่ออายุไปใช้ได้ทันที
เรารวบรวมทุกอย่างในบทความนี้เป็นเช็กลิสต์ 6 ส่วน พร้อมช่องกรอกข้อมูลจริงของโรงงาน ใช้ไล่งานก่อนเข้าระบบ และเก็บเข้าแฟ้มเป็นหลักฐานการเตรียมงานได้
| ส่วน | เนื้อหา | อ้างอิง |
|---|---|---|
| 1 | ตรวจว่าโรงงานเข้าข่ายต้องจดทะเบียนหรือไม่ 8 คำถาม พร้อมวิธีอ่านผล | 1.225 · 1.226 |
| 2 | ตารางกรอกข้อมูลที่ต้องเตรียม แยกส่วนโรงงานทั่วไปกับโรงงานนอกสหรัฐฯ | 1.232 |
| 3 | UFI และ DUNS — สิ่งที่ต้องตรวจให้ตรงกันก่อนยื่น | 1.227 · 1.232(a)(2) |
| 4 | ขั้นตอนยื่น 6 ขั้น พร้อมช่องผู้รับผิดชอบและวันที่ | 1.230 · 1.231 |
| 5 | หลักฐานที่ต้องเก็บ · เหตุที่ต้องแก้ข้อมูลภายใน 60 วัน · เหตุที่ต้องยกเลิกทะเบียน | 1.234 · 1.235 |
| 6 | ตรวจว่าอยู่ใต้ Part 117 หรือได้รับยกเว้น แล้วจึงตรวจความพร้อม Food Safety Plan และ PCQI | 117.5 · 117.126 · 117.180 |
ไฟล์ Word · 9 หน้า · 6 ส่วน · แก้ไขได้ · มีช่องกรอกข้อมูลจริงและช่องลงนาม
ดาวน์โหลดเช็กลิสต์ → อ้างอิงเลขข้อกฎหมายกำกับทุกส่วน — 21 CFR Part 1 Subpart H · 21 CFR 1.285 · 21 CFR Part 117ถ้าต้องการฉบับย่อสำหรับส่งต่อให้ผู้บริหารหรือทีมที่ยังไม่คุ้นกับกฎสหรัฐฯ ดู สรุปหน้าเดียว จดทะเบียนโรงงานอาหารกับ U.S. FDA ซึ่งดาวน์โหลดได้ฟรีเช่นกัน
เช็กลิสต์นี้เป็นเครื่องมือช่วยเตรียมงาน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเองเพื่อสรุปสาระสำคัญให้ใช้งานง่าย การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทกฎหมายและประกาศของ FDA เป็นหลัก · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
สำหรับโรงงานที่อยู่ใต้ Part 117 (ไม่ได้รับยกเว้นตามข้อ 117.5) ข้อ 117.126 กำหนดให้ Food Safety Plan ต้องจัดทำหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ PCQI และข้อ 117.180(d) กำหนดให้มีบันทึกการอบรม ระบุวันที่ ประเภท และรายชื่อผู้ผ่านการอบรม สองข้อนี้คือจุดที่ผู้ตรวจถามและโรงงานตอบไม่ได้บ่อยที่สุด
- อบรม PCQI — FSPCA Preventive Controls for Human Food v2.0สำเร็จหลักสูตร FSPCA PCHF Version 2.0 และได้รับ Certificate of Successful Completion ของ FSPCA ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการมีคุณสมบัติ PCQI ตามข้อกำหนด FSMA · Version 2.0 กำหนดเวลาเรียนอย่างน้อย 22 ชั่วโมง (เป็นเกณฑ์ของ FSPCA ไม่ใช่ของ FDA) เราจัดเป็น 3 วัน บรรยายภาษาไทย — FDA ไม่ได้ออกหรือรับรองใบรับรอง PCQI ให้ผู้ใด และไม่ได้รับรองผู้จัดอบรม
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPปูฐานการวิเคราะห์อันตรายที่ Food Safety Plan ต้องใช้ต่อ
- ขอใบเสนอราคาหรือสอบถามก่อนแจ้งสถานการณ์ของโรงงานให้เราทราบ ทีมงานจะช่วยประเมินว่าควรเริ่มจากจุดใดก่อน
คำถามที่พบบ่อย
ต่ออายุทะเบียน FDA ต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่าไร
FDA ไม่เก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนและการต่ออายุ ถ้าใช้บริการตัวแทนยื่นหรือผู้ให้บริการ U.S. agent เงินที่จ่ายคือค่าบริการของผู้ให้บริการรายนั้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับค่าธรรมเนียมของหน่วยงาน ควรขอให้ผู้ให้บริการแยกรายการทั้งสองอย่างให้ชัดในใบเสนอราคา
ถ้าเลย 31 ธันวาคมไปแล้วยังต่อได้ไหม
เมื่อพ้นกำหนด ทะเบียนจะถือว่าหมดอายุและถูกยกเลิกออกจากระบบ ตาม 21 CFR 1.241 ทะเบียนที่หมดอายุถือเป็นการไม่จดทะเบียน สิ่งที่ทำได้คือดำเนินการจดทะเบียนใหม่ แต่ระหว่างที่ยังไม่มีทะเบียนที่ใช้ได้ สินค้าที่ส่งไปมีความเสี่ยงถูกกักตาม 21 CFR 1.285 จึงควรจัดการให้เสร็จภายในหน้าต่างเวลาแทนที่จะแก้ทีหลัง
โรงงานเราส่งของผ่านเทรดเดอร์ ยังต้องจดทะเบียนเองไหม
ต้องจด เพราะ 21 CFR 1.225 ผูกหน้าที่ไว้กับสถานประกอบการที่ผลิต แปรรูป บรรจุ หรือเก็บรักษาอาหาร ไม่ได้ผูกกับผู้ที่ทำเอกสารส่งออกหรือผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์ในสินค้า
ของเราถูกส่งไปแพ็กต่อที่ประเทศอื่นก่อนเข้าอเมริกา ต้องจดไหม
ขึ้นกับว่าโรงงานปลายทางทำอะไร ข้อยกเว้นตาม 21 CFR 1.226(a) ใช้ได้เมื่ออาหารถูกนำไปผลิตหรือแปรรูปต่อจริงโดยโรงงานอีกแห่งนอกสหรัฐอเมริกา ซึ่งตัวบทระบุว่า รวมถึงการบรรจุหีบห่อ ด้วย การแพ็กจริงจึงเข้าข่าย แต่ข้อยกเว้นใช้ไม่ได้ถ้าสิ่งที่โรงงานปลายทางทำเป็นเพียงการติดฉลากหรือกิจกรรมเล็กน้อยทำนองเดียวกัน ในกรณีหลังโรงงานต้นทางยังต้องจดทะเบียน
U.S. agent จำเป็นแค่ไหน ใช้ผู้ใดก็ได้หรือไม่
สำหรับสถานประกอบการนอกสหรัฐอเมริกา 21 CFR 1.232 กำหนดให้ต้องระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และอีเมลของ U.S. agent ผู้ที่ถูกระบุต้องอยู่ในสหรัฐอเมริกาและยินยอมรับหน้าที่จริง เพราะเขาคือช่องทางที่ FDA จะใช้ติดต่อแทนโรงงาน จึงควรยืนยันกับเขาก่อนทุกรอบว่ายังรับหน้าที่ต่อ
มีทะเบียน FDA แล้ว ถือว่าผ่านกฎ FSMA แล้วหรือยัง
ยังไม่ถือว่าผ่าน ทะเบียนเป็นเพียงการแจ้งตัวตนของสถานประกอบการต่อ FDA เป็นคนละเรื่องกับข้อกำหนดด้านระบบ สำหรับอาหารคน กฎ Preventive Controls ตาม 21 CFR 117.126 กำหนดให้มี Food Safety Plan เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจัดทำหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ PCQI แต่ต้องตรวจก่อนว่าโรงงานเข้าข้อยกเว้นตาม 21 CFR 117.5 หรือไม่ โดยเฉพาะกิจกรรมที่อยู่ใต้ Part 123 (สัตว์น้ำ) และ Part 120 (น้ำผลไม้) ซึ่งได้รับยกเว้นจากหมวด C และ G ส่วนอาหารสัตว์ใช้ 21 CFR Part 507 ไม่ใช่ Part 117
PCQI ต้องมีใบรับรองจาก FDA ไหม
ไม่ต้อง และ FDA ไม่ได้ออกใบรับรอง PCQI ให้บุคคลใด 21 CFR 117.180(c)(1) ระบุว่าการมีคุณสมบัติทำได้สองทาง คือผ่านการอบรมที่มีเนื้อหาอย่างน้อยเทียบเท่าหลักสูตรมาตรฐานซึ่ง FDA รับรองว่าเพียงพอ หรือมีคุณสมบัติจากประสบการณ์การทำงาน สิ่งที่ต้องแสดงคือหลักฐานว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติจริง และตาม 117.180(d) การอบรมต้องมีบันทึกระบุวันที่ ประเภท และรายชื่อผู้ผ่านการอบรม
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
