เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS และไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน ตัวมาตรฐานและคู่มือตีความมีลิขสิทธิ์ บทความนี้ระบุเลขข้อไว้ให้เปิดฉบับจริงตรวจสอบได้
คำถามนี้เกิดขึ้นกับโรงงานบรรจุภัณฑ์แทบทุกรายที่ถูกลูกค้าถามหาใบรับรอง
แล้วพบว่ามีสองทางเลือกที่ GFSI ยอมรับเหมือนกัน
ความต่างที่สำคัญที่สุดคือ
BRCGS Packaging เป็นเล่มเดียวที่บอกละเอียดว่าต้องมีอะไร
ส่วน FSSC 22000 เป็นชุดสามชั้นที่ให้อิสระในการออกแบบระบบ
และเช่นเดียวกับกลุ่มโรงงานอาหาร เกณฑ์ที่ตัดสินจริงมักคือลูกค้าเป็นใคร
1. ต่างกันตรงไหนบ้าง
| เรื่อง | BRCGS Packaging | FSSC 22000 (ใช้ ISO 22002-4) |
|---|---|---|
| ลักษณะของเอกสารข้อกำหนด | เล่มเดียวจบ ข้อกำหนดทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานฉบับเดียว | ชุดเอกสารสามชั้น ต้องใช้ ISO 22000 ISO 22002-100 คู่กับ ISO 22002-4 และข้อกำหนดเพิ่มเติมของ scheme พร้อมกัน |
| ต้องซื้อเอกสารกี่ฉบับ | ฉบับเดียว | หลายฉบับ เพราะมาตรฐาน ISO แต่ละเล่มแยกขาย |
| ลักษณะข้อกำหนด | ระบุสิ่งที่ต้องทำละเอียด จึงเดาได้ง่ายกว่าว่าผู้ตรวจจะดูอะไร และเหมาะกับทีมที่ยังใหม่ | บอกว่าต้องบรรลุอะไร แต่ให้องค์กรออกแบบวิธีเอง จึงยืดหยุ่นกว่า แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าวิธีที่เลือกใช้ได้จริง |
| การวิเคราะห์อันตราย | ใช้ชื่อว่า HARA และระบุประเด็นเฉพาะที่ต้องคำนึงถึงไว้เป็นรายการ จึงมีรายการตั้งต้นให้ไล่ | ใช้กรอบของ ISO 22000 ซึ่งเน้นการอธิบายเหตุผลของการตัดสินและการยืนยันความใช้ได้ของมาตรการควบคุม |
| ผลการตรวจ | มีการให้ระดับผลการตรวจ ซึ่งลูกค้าบางรายใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกผู้ส่งมอบ | ผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่มีการให้ระดับ |
| การรวมกับระบบมาตรฐานอื่น | รวมได้แต่ต้องออกแบบเพิ่ม เพราะไม่ได้ใช้โครงเดียวกับมาตรฐานระบบของ ISO | รวมกับ ISO 14001 หรือ ISO 9001 ได้ง่าย เพราะใช้โครงข้อกำหนดเดียวกัน |
| กลุ่มลูกค้าที่มักร้องขอ | เจ้าของแบรนด์อาหารที่อ้างอิงกลุ่มค้าปลีกในสหราชอาณาจักร | ผู้ผลิตอาหารที่ถือ FSSC อยู่แล้วและต้องการให้ผู้ส่งมอบใช้แผนการรับรองเดียวกัน |
ข้อได้เปรียบที่ชัดของ BRCGS Packaging สำหรับทีมที่ยังใหม่ — คือข้อกำหนดระบุประเด็นเฉพาะที่ต้องคำนึงถึงไว้เป็นรายการ ทีมจึงมีรายการตั้งต้นให้ไล่ แทนที่จะต้องคิดเองว่าอันตรายของบรรจุภัณฑ์มีอะไรบ้าง ซึ่งเป็นจุดที่โรงงานบรรจุภัณฑ์พลาดบ่อยที่สุดเมื่อทำ HARA ครั้งแรก
2. ควรเลือกอันไหน
| สถานการณ์ของโรงงาน | ควรเลือก | เพราะอะไร |
|---|---|---|
| ลูกค้าระบุชื่อมาตรฐานมาแล้ว | ทำตามที่ลูกค้าระบุ | เป็นเกณฑ์ที่เหนือกว่าเกณฑ์อื่นทั้งหมด |
| ขายให้เจ้าของแบรนด์ที่อ้างอิงกลุ่มค้าปลีกในสหราชอาณาจักร | BRCGS Packaging | เป็นมาตรฐานที่กลุ่มนี้ใช้อ้างอิงเป็นหลัก |
| ขายให้ผู้ผลิตอาหารที่ถือ FSSC 22000 อยู่แล้ว | FSSC 22000 | ทำให้การประเมินผู้ส่งมอบของลูกค้าง่ายขึ้น เพราะใช้แผนการรับรองเดียวกัน |
| ทีมยังใหม่ ไม่เคยวางระบบมาก่อน | BRCGS Packaging | ข้อกำหนดละเอียดกว่าและมีรายการประเด็นเฉพาะให้ไล่ จึงลดการตีความผิด และลดการต้องออกแบบระบบเองตั้งแต่ต้น |
| มี ISO 9001 หรือ ISO 14001 อยู่แล้วและอยากรวมระบบ | FSSC 22000 | ใช้โครงข้อกำหนดเดียวกัน จึงรวมเอกสาร รอบการตรวจติดตามภายใน และการทบทวนของฝ่ายบริหารเข้าด้วยกันได้ |
| อยากได้ระดับผลการตรวจไว้แสดงกับลูกค้า | BRCGS Packaging | เพราะมีการให้ระดับ ซึ่งใช้เป็นจุดขายกับลูกค้าที่ใช้ระดับผลเป็นเกณฑ์คัดเลือก |
| ผลิตทั้งบรรจุภัณฑ์อาหารและวัสดุอื่นในโรงงานเดียว | พิจารณาจากขอบข่าย | ควรตรวจสอบกับหน่วยรับรองว่าแต่ละแผนการรับรองครอบคลุมผลิตภัณฑ์ของโรงงานได้แค่ไหน ก่อนตัดสินใจ เพราะขอบข่ายที่ครอบคลุมไม่ครบทำให้ต้องทำเพิ่มภายหลัง |
เกณฑ์แรกและเกณฑ์เดียวที่ควรถามก่อนเสมอ — คือลูกค้าที่โรงงานตั้งใจจะขายให้ระบุมาตรฐานใดไว้ เกณฑ์อื่นทั้งหมดในตารางนี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อลูกค้ายังไม่ได้ระบุ โรงงานบรรจุภัณฑ์อยู่ในตำแหน่งที่ลูกค้ามีอำนาจกำหนดสูงกว่ากลุ่มอื่น เพราะเจ้าของแบรนด์อาหารเป็นผู้ตั้งเกณฑ์ประเมินผู้ส่งมอบเอง การเลือกตามความสะดวกภายในแล้วไปเจรจาทีหลังจึงมักไม่สำเร็จ
3. ทำสองมาตรฐานพร้อมกันได้ไหม
ได้ และพบไม่น้อยในโรงงานที่มีลูกค้าสองกลุ่ม งานที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คิด เพราะสิ่งที่หนักที่สุดของโรงงานบรรจุภัณฑ์ คือสภาพหน้างานและเอกสารยืนยันวัสดุ ซึ่งใช้ร่วมกันได้ทั้งหมด
| ส่วนของระบบ | ใช้ร่วมกันได้แค่ไหน |
|---|---|
| สภาพหน้างานและการแยกพื้นที่ | ใช้ร่วมกันได้ทั้งหมด เพราะเป็นโรงงานเดียวกัน |
| การวิเคราะห์อันตราย | ใช้ข้อมูลตั้งต้นชุดเดียวกันได้ แต่ต้องปรับรูปแบบเอกสารให้ตรงกับที่แต่ละมาตรฐานคาดหวัง |
| เอกสารยืนยันความเหมาะสมของวัสดุที่สัมผัสอาหาร | ใช้ชุดเดียวกันได้ทั้งหมด |
| การสอบย้อนกลับและการเรียกคืน | ใช้ระบบเดียวกันได้ ทั้งสองให้ทดสอบและกำหนดกรอบเวลา |
| การควบคุมสิ่งแปลกปลอม | ใช้ระบบเดียวกันได้ ทั้งการควบคุมแก้ว พลาสติกแข็ง มีดและใบตัด |
| การป้องกันการปลอมปนและการป้องกันสถานที่ | ใช้ผลการประเมินชุดเดียวกันได้ แต่ต้องตรวจสอบว่าครอบคลุมขอบเขตที่แต่ละฝ่ายกำหนด |
| การควบคุมเอกสารและบันทึก | ใช้ขั้นตอนชุดเดียวกันได้ |
| การตรวจติดตามภายใน | ตรวจรอบเดียวได้ ถ้าแผนการตรวจอ้างเลขข้อของทั้งสองมาตรฐาน |
สิ่งที่ใช้ร่วมกันไม่ได้มีสองชุด — ชุดแรกคือโครงระบบบริหารตาม ISO 22000 และการอ้างอิง ISO 22002-100 คู่กับ ISO 22002-4 ซึ่งเป็นของ FSSC โดยเฉพาะ ชุดที่สองคือการประเมินความเสี่ยงรายหัวข้อในรูปแบบที่ BRCGS ระบุไว้ นอกจากสองชุดนี้ ส่วนที่เหลือรวมกันได้แทบทั้งหมด โรงงานที่ตั้งใจทำสองมาตรฐานจึงควรออกแบบเอกสารให้ใช้ร่วมกันตั้งแต่ต้น
4. ข้อควรระวังเรื่องขอบข่าย
โรงงานบรรจุภัณฑ์จำนวนมากผลิตทั้งบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง บรรจุภัณฑ์ชั้นนอก และวัสดุที่ไม่ได้ใช้กับอาหารเลย ในโรงงานเดียวกัน
ก่อนตัดสินใจเลือกมาตรฐาน ควรตรวจสอบกับหน่วยรับรองว่า แต่ละแผนการรับรองครอบคลุมผลิตภัณฑ์ของโรงงานได้แค่ไหน และขอบข่ายที่จะขอครอบคลุมสายการผลิตใดบ้าง เพราะขอบข่ายที่ครอบคลุมไม่ครบทำให้ต้องทำเพิ่มภายหลัง ซึ่งแพงกว่าการวางให้ครบตั้งแต่ต้น
5. เอกสารที่ต่างกันและที่ใช้ร่วมกันได้
| หลักฐาน | ผู้รับผิดชอบ | สิ่งที่ผู้ตรวจมักขอดู |
|---|---|---|
| โครงระบบบริหารตาม ISO 22000 | ทีมระบบ | เป็นของ FSSC 22000 โดยเฉพาะ ทั้งบริบทองค์กร ภาวะผู้นำ การวางแผน และการประเมินผล BRCGS Packaging ไม่ได้ใช้โครงนี้ จึงเป็นงานที่ต้องสร้างใหม่ถ้าย้ายจาก BRCGS มา FSSC |
| เอกสารอ้างอิง ISO 22002-100 คู่กับ ISO 22002-4 | ทีมระบบ | เป็นของ FSSC โดยเฉพาะ และเป็นจุดที่โรงงานมักพลาด เพราะต้องใช้ทั้งสองเล่มคู่กัน ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง |
| การประเมินความเสี่ยงรายหัวข้อตามที่ BRCGS ให้ทำแยก | ทีมระบบ | BRCGS ระบุหัวข้อที่ต้องประเมินแยกไว้ชัดเจนกว่า จึงเป็นชุดเอกสารที่ต้องจัดให้ตรงรูปแบบ ถ้าย้ายจาก FSSC มา BRCGS |
| เอกสารยืนยันความเหมาะสมของวัสดุที่สัมผัสอาหาร | ฝ่ายจัดซื้อ / ฝ่ายประกันคุณภาพ | ใช้ร่วมกันได้ทั้งหมด เป็นชุดเอกสารที่ทั้งสองมาตรฐานให้ความสำคัญเท่ากัน |
| บันทึกการทดสอบสอบย้อนกลับ | ทีมระบบ | ใช้ร่วมกันได้ ทั้งสองมาตรฐานให้ทดสอบและกำหนดกรอบเวลาที่ต้องทำได้ |
บทความนี้เปรียบเทียบรูปแบบและขอบเขตของสองมาตรฐานด้วยถ้อยคำของเราเอง เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐานใด ทั้งสองมีการปรับปรุงฉบับเป็นระยะ เงื่อนไขการตรวจ ระดับผลการตรวจ ขอบข่ายที่แต่ละแผนการรับรองครอบคลุม และรายละเอียดของแต่ละฉบับ ให้ยืนยันกับหน่วยรับรองของท่านและตรวจสอบจากประกาศฉบับปัจจุบันของเจ้าของมาตรฐาน SP Solution Center เป็นผู้ให้คำปรึกษาและฝึกอบรม ไม่ใช่หน่วยรับรอง
โรงงานบรรจุภัณฑ์อยู่ในตำแหน่งที่ลูกค้ามีอำนาจกำหนดมาตรฐานสูง เราช่วยประเมินจากกลุ่มลูกค้าและระบบที่มีอยู่ พร้อมตรวจสอบเรื่องขอบข่ายให้ครอบคลุมสายการผลิตที่ต้องใช้จริงตั้งแต่ต้น
- ที่ปรึกษาวางระบบ BRCGS Packagingวางระบบให้ใช้ได้จริงกับโรงงานบรรจุภัณฑ์
- อบรมข้อกำหนด BRCGS Packaging Issue 7สำหรับทีมที่ต้องวางระบบเอง
- ตรวจติดตามภายใน BRCGS Packagingตรวจให้เจอของจริงก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- อ่านข้อ 2.5.1 การวิเคราะห์อันตรายข้อที่โรงงานบรรจุภัณฑ์ตกบ่อยที่สุด
บทความนี้สรุปสาระด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือเอกสารอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานที่แนะนำเป็นแนวทางจากประสบการณ์วางระบบให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่รายการที่มาตรฐานกำหนดไว้ ข้อกำหนดมีการปรับปรุงฉบับเป็นระยะ จึงต้องอ่านถ้อยคำจากฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ กำหนดการตรวจ จำนวนวันตรวจ ระดับผลการตรวจ และเงื่อนไขการตรวจ ให้ยืนยันกับหน่วยรับรองของท่าน SP Solution Center เป็นผู้ให้คำปรึกษาและฝึกอบรม ไม่ใช่หน่วยรับรอง
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
