เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS และไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน ตัวมาตรฐานและคู่มือตีความมีลิขสิทธิ์ บทความนี้ระบุเลขข้อไว้ให้เปิดฉบับจริงตรวจสอบได้
บทความนี้ไม่ระบุตัวเลข
เพราะค่าใช้จ่ายจริงต่างกันมากตามสภาพอาคาร ประเภทบรรจุภัณฑ์ และจำนวนกระบวนการ
สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือรู้ว่ามีรายการอะไรบ้าง
โดยเฉพาะสองรายการที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงงานบรรจุภัณฑ์
คือค่าปรับปรุงพื้นที่พิมพ์และเคลือบ
กับค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการตามเอกสารวัสดุ ซึ่งบางครั้งจบลงที่การต้องเปลี่ยนผู้ส่งมอบ
1. โครงสร้างค่าใช้จ่ายมีแปดรายการ
| รายการ | จ่ายให้ใคร | คิดจากอะไร |
|---|---|---|
| ค่าตรวจรับรองจากหน่วยรับรอง | หน่วยรับรอง | คิดจากจำนวนวันตรวจ ซึ่งกำหนดจากจำนวนพนักงาน จำนวนกะ พื้นที่โรงงาน และจำนวนกระบวนการที่อยู่ในขอบข่าย โรงงานที่มีทั้งพิมพ์ เคลือบ และขึ้นรูปจะมากกว่าโรงงานที่มีกระบวนการเดียว |
| ค่ามาตรฐานและคู่มือตีความ | เจ้าของมาตรฐาน | ตัวมาตรฐานและคู่มือตีความมีลิขสิทธิ์ จึงเป็นรายการที่ต้องมีในงบ แต่เป็นรายการเดียว ไม่ต้องซื้อหลายเล่มเหมือนแผนการรับรองที่อ้างอิงมาตรฐาน ISO หลายฉบับ |
| ค่าที่ปรึกษาวางระบบ | บริษัทที่ปรึกษา | ขึ้นกับขอบเขตงาน ตั้งแต่ประเมินช่องว่างอย่างเดียว ไปจนถึงวางระบบทั้งชุดและอยู่ด้วยจนถึงวันตรวจ |
| ค่าฝึกอบรม | ผู้ให้บริการฝึกอบรม | อย่างน้อยต้องมีอบรมข้อกำหนดสำหรับทีมที่วางระบบ และอบรมผู้ตรวจติดตามภายใน ทีมที่ต้องทำ HARA ควรได้อบรมหลักการวิเคราะห์อันตรายด้วย เพราะเป็นหมวดที่ตกบ่อยที่สุด |
| ค่าปรับปรุงทางกายภาพ | โรงงานเอง | ก้อนที่ใหญ่ที่สุดในโครงการส่วนใหญ่ งานที่พบบ่อยคือการแยกพื้นที่พิมพ์และเคลือบ การจัดการอากาศและกลิ่นตัวทำละลาย การควบคุมการเข้าออก และการแก้ผังการไหลของวัสดุไม่ให้ย้อนกลับ |
| ค่าตรวจวิเคราะห์และค่าเอกสารวัสดุ | ห้องปฏิบัติการภายนอก / ผู้ส่งมอบ | ค่าทดสอบการเคลื่อนย้ายของสารจากวัสดุสัมผัสอาหารตามที่ประเมินความเสี่ยงกำหนด และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการต้องเปลี่ยนผู้ส่งมอบเมื่อรายเดิมออกเอกสารยืนยันให้ไม่ได้ |
| เวลาของคนในโรงงาน | โรงงานเอง | รายการที่ถูกมองข้ามมากที่สุด ทั้งเวลาทำ HARA เวลาทำการประเมินความเสี่ยงรายหัวข้อ เวลาตามเอกสารจากผู้ส่งมอบ และเวลาเก็บบันทึกประจำวัน |
| ค่าดูแลระบบต่อเนื่องหลังได้ใบรับรอง | โรงงานเอง / หน่วยรับรอง | ค่าตรวจตามรอบ ค่าตรวจวิเคราะห์ประจำ เวลาทีมภายในสำหรับการตรวจติดตามภายในและทดสอบสอบย้อนกลับ และการทบทวน HARA ทุกครั้งที่เปลี่ยนวัสดุหรือเปลี่ยนงานลูกค้า |
รายการที่ไม่มีใครใส่ไว้ในงบตั้งแต่ต้น — คือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการต้องเปลี่ยนผู้ส่งมอบ เมื่อโรงงานเริ่มขอเอกสารยืนยันความเหมาะสมของวัสดุ มักพบว่าผู้ส่งมอบบางรายออกเอกสารให้ไม่ได้ โดยเฉพาะรายที่ซื้อผ่านคนกลาง ผลที่ตามมาคือต้องเปลี่ยนไปใช้ผู้ส่งมอบที่ออกเอกสารได้ ซึ่งอาจมีต้นทุนวัสดุสูงกว่าเดิม และต้องทดลองผลิตใหม่เพื่อยืนยันคุณภาพ เป็นต้นทุนที่ทั้งใหญ่และเกิดขึ้นถาวร ไม่ใช่ครั้งเดียว
2. อะไรทำให้ตัวเลขต่างกันระหว่างโรงงาน
| ตัวแปร | มีผลอย่างไร |
|---|---|
| สภาพอาคารและการแยกพื้นที่ก่อนเริ่ม | ตัวแปรที่ทำให้งบต่างกันมากที่สุด โรงงานที่พื้นที่พิมพ์ เคลือบ และจัดเก็บอยู่ในโถงเดียวกัน จะมีงานปรับปรุงที่ใหญ่กว่าโรงงานที่แยกพื้นที่อยู่แล้วมาก |
| ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ผลิต | บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรงถูกกำหนดเข้มกว่าบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก โรงงานที่ผลิตทั้งสองประเภทต้องออกแบบระบบให้ครอบคลุมระดับที่เข้มกว่า |
| จำนวนกระบวนการในขอบข่าย | โรงงานที่มีทั้งพิมพ์ เคลือบ และขึ้นรูป มีอันตรายที่ต้องวิเคราะห์มากกว่า มีจุดควบคุมมากกว่า และมีจำนวนวันตรวจมากกว่า |
| จำนวนผู้ส่งมอบวัสดุที่สัมผัสอาหาร | ยิ่งมีหลายราย ยิ่งต้องตามเอกสารยืนยันหลายชุด และยิ่งมีโอกาสพบผู้ส่งมอบที่ออกเอกสารให้ไม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การต้องเปลี่ยนผู้ส่งมอบ |
| ใช้วัสดุรีไซเคิลหรือไม่ | ถ้าใช้ ต้องมีการประเมินอันตรายแยกและต้องมีหลักฐานว่ายังเหมาะกับการสัมผัสอาหาร ซึ่งเพิ่มทั้งงานเอกสารและค่าตรวจวิเคราะห์ |
| รับงานตามสั่งที่เปลี่ยนวัสดุบ่อยหรือไม่ | โรงงานที่เปลี่ยนหมึกและวัสดุตามงานลูกค้าต้องออกแบบกลไกทบทวน HARA ที่ผูกกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นต้นทุนเวลาที่เกิดต่อเนื่อง ไม่ใช่ครั้งเดียว |
ข้อได้เปรียบด้านงบของมาตรฐานนี้ — คือเป็นเล่มเดียวจบ ไม่ต้องซื้อเอกสารหลายฉบับเหมือนแผนการรับรองที่อ้างอิงมาตรฐาน ISO หลายเล่ม ค่าเอกสารจึงเป็นรายการเล็กและคาดการณ์ได้ ส่วนที่แพงกว่าคือฝั่งกายภาพ ซึ่งเป็นเรื่องของสภาพโรงงานแต่ละแห่ง ไม่ใช่เรื่องของมาตรฐาน
3. ต้นทุนครั้งเดียวกับต้นทุนที่เกิดต่อเนื่อง
ค่ามาตรฐานและคู่มือตีความ ค่าที่ปรึกษาวางระบบ ค่าฝึกอบรมชุดแรก ค่าปรับปรุงทางกายภาพ และค่าตรวจรับรองครั้งแรก
ค่าตรวจตามรอบ ค่าตรวจวิเคราะห์ประจำตามที่การประเมินความเสี่ยงกำหนด ต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นถ้าต้องเปลี่ยนผู้ส่งมอบ เวลาทีมภายในสำหรับการตรวจติดตามภายในและการทดสอบสอบย้อนกลับ และเวลาในการทบทวน HARA ทุกครั้งที่เปลี่ยนวัสดุหรือเปลี่ยนงานลูกค้า
ต้นทุนต่อเนื่องที่โรงงานรับงานตามสั่งมักประเมินต่ำไป — คือเวลาในการทบทวน HARA โรงงานที่เปลี่ยนหมึกหรือวัสดุตามงานลูกค้าเดือนละหลายครั้ง ต้องมีกลไกที่ทำให้การทบทวนเกิดขึ้นได้เร็วโดยไม่หยุดงาน ถ้าออกแบบไม่ดีตั้งแต่ต้น จะกลายเป็นภาระที่ทีมเลี่ยงไม่ทำ แล้วจบลงที่ HARA ล้าสมัย ซึ่งเป็นข้อบกพร่องที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มนี้
4. หลักฐานที่เชื่อมงบประมาณเข้ากับระบบ
| หลักฐาน | ผู้รับผิดชอบ | สิ่งที่ผู้ตรวจมักขอดู |
|---|---|---|
| ผลการประเมินช่องว่างพร้อมรายการงานปรับปรุงพื้นที่ | ทีมระบบ / ที่ปรึกษา | เอกสารที่ควรมีก่อนตั้งงบ เพราะงานแยกพื้นที่เป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุด และประเมินล่วงหน้าไม่ได้จนกว่าจะเดินสำรวจผังจริง |
| ทะเบียนวัสดุที่สัมผัสอาหารพร้อมสถานะเอกสาร | ฝ่ายจัดซื้อ / ฝ่ายประกันคุณภาพ | ใช้ติดตามว่าวัสดุใดยังไม่มีเอกสารยืนยัน เป็นเครื่องมือที่บอกได้เร็วว่าต้องเปลี่ยนผู้ส่งมอบรายใดหรือไม่ ซึ่งกระทบทั้งงบและกำหนดเวลา |
| ผลการประเมินความเสี่ยงที่กำหนดขอบเขตการตรวจวิเคราะห์ | ทีม HARA | ใช้ตัดสินว่าต้องส่งทดสอบอะไรบ้างและถี่เท่าไร ซึ่งเป็นตัวกำหนดค่าตรวจวิเคราะห์ประจำปีโดยตรง |
| แผนงานที่ระบุผู้รับผิดชอบและกำหนดเวลา | ผู้บริหาร / ทีมระบบ | ส่วนของทรัพยากรคือจุดที่งบประมาณเชื่อมกับระบบ ผู้ตรวจมักดูว่าแผนที่เขียนไว้มีทรัพยากรรองรับจริงหรือไม่ |
| บันทึกความสามารถของบุคลากร | ฝ่ายบุคคล / ทีมระบบ | ใช้ประกอบการตัดสินใจว่าต้องอบรมเพิ่มเรื่องใดและกี่คน โดยเฉพาะทีมที่ต้องทำ HARA ซึ่งเป็นหมวดที่ต้องการความเข้าใจเฉพาะทาง |
5. ถามอะไรบ้างตอนขอใบเสนอราคา
- ถามหน่วยรับรองว่าคิดจำนวนวันตรวจอย่างไร และขอบข่ายที่เสนอครอบคลุมกี่กระบวนการ
- ถามว่ารวมการตรวจตามรอบตลอดอายุใบรับรองหรือคิดแยก
- ถามว่าตรวจรวมกับระบบมาตรฐานอื่นที่มีอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งอาจลดจำนวนวันตรวจรวมลงได้
- ถามที่ปรึกษาว่าใครเป็นคนทำ HARA เพราะเป็นหมวดที่ตัดสินคุณภาพของทั้งระบบ และเป็นจุดที่ขอบเขตงานของแต่ละเจ้าต่างกันมาก
- ถามว่ารวมการช่วยตามเอกสารวัสดุจากผู้ส่งมอบด้วยหรือไม่ เป็นงานที่กินเวลามากและหลายเจ้าไม่ได้รวมไว้
- ถามว่ารายการงานปรับปรุงพื้นที่จะถูกระบุเมื่อใด ควรได้ตั้งแต่ช่วงประเมินช่องว่าง ไม่ใช่ทราบตอนใกล้วันตรวจ
บทความนี้ไม่ระบุตัวเลขค่าใช้จ่ายโดยเจตนา เพราะราคาขึ้นกับขอบข่ายและสภาพหน้างานของแต่ละโรงงาน ค่าตรวจรับรอง จำนวนวันตรวจ และเงื่อนไขการตรวจ ให้สอบถามจากหน่วยรับรองที่ท่านเลือกโดยตรง
สองก้อนที่ทำให้งบบานปลายคืองานแยกพื้นที่ และการที่ผู้ส่งมอบออกเอกสารยืนยันวัสดุให้ไม่ได้ เราเริ่มงานด้วยการเดินสำรวจผังและทำทะเบียนวัสดุพร้อมสถานะเอกสาร เพื่อให้โรงงานเห็นรายการที่ต้องลงทุนและความเสี่ยงเรื่องผู้ส่งมอบก่อนตัดสินใจ
- ที่ปรึกษาวางระบบ BRCGS Packagingวางระบบให้ใช้ได้จริงกับโรงงานบรรจุภัณฑ์
- อบรมข้อกำหนด BRCGS Packaging Issue 7สำหรับทีมที่ต้องวางระบบเอง
- ตรวจติดตามภายใน BRCGS Packagingตรวจให้เจอของจริงก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- อ่านข้อ 2.5.1 การวิเคราะห์อันตรายข้อที่โรงงานบรรจุภัณฑ์ตกบ่อยที่สุด
บทความนี้สรุปสาระด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือเอกสารอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานที่แนะนำเป็นแนวทางจากประสบการณ์วางระบบให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่รายการที่มาตรฐานกำหนดไว้ ข้อกำหนดมีการปรับปรุงฉบับเป็นระยะ จึงต้องอ่านถ้อยคำจากฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ กำหนดการตรวจ จำนวนวันตรวจ ระดับผลการตรวจ และเงื่อนไขการตรวจ ให้ยืนยันกับหน่วยรับรองของท่าน SP Solution Center เป็นผู้ให้คำปรึกษาและฝึกอบรม ไม่ใช่หน่วยรับรอง
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
