ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
ก่อนตัดสินใจทำ BRCGS Packaging Issue 7

ก่อนตัดสินใจ
ทำ BRCGS Packaging ใช้เวลานานเท่าไร

9 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ก่อนตัดสินใจทำ BRCGS Packaging Issue 7 · การวิเคราะห์อันตราย ข้อ 2.5.1 · Statement of Compliance

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS และไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน ตัวมาตรฐานและคู่มือตีความมีลิขสิทธิ์ บทความนี้ระบุเลขข้อไว้ให้เปิดฉบับจริงตรวจสอบได้

คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ประมาณ 9–14 เดือนสำหรับโรงงานที่เริ่มจากศูนย์ และ ประมาณ 6–9 เดือนสำหรับโรงงานที่มีระบบคุณภาพใช้งานจริงอยู่แล้ว
สิ่งที่ทำให้โครงการของโรงงานบรรจุภัณฑ์ยืดไม่ใช่การเขียนเอกสาร แต่คืองานแยกพื้นที่พิมพ์และเคลือบออกจากพื้นที่จัดเก็บ และการรอเอกสารยืนยันความเหมาะสมของวัสดุจากผู้ส่งมอบ

1. เวลาหมดไปกับอะไรบ้าง

ขั้นตอนช่วงเวลาอะไรที่ทำให้กินเวลา
ขั้นที่ 1 · เลือกประเภทบรรจุภัณฑ์และตั้งทีม2–3 สัปดาห์ตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ของโรงงานจัดอยู่ในประเภทใดตามที่มาตรฐานแบ่งไว้ เพราะระดับความเข้มของข้อกำหนดต่างกันตามความใกล้ชิดกับอาหาร บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรงถูกกำหนดเข้มกว่าบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก
ขั้นที่ 2 · ประเมินช่องว่างและแก้หน้างาน2–4 เดือนขั้นที่กินเวลาและงบมากที่สุด งานที่พบบ่อยคือการแยกพื้นที่พิมพ์และเคลือบออกจากพื้นที่จัดเก็บ การควบคุมการเข้าออก การจัดการอากาศและกลิ่นตัวทำละลาย และการทำให้ผังการไหลของวัสดุไม่ย้อนกลับ
ขั้นที่ 3 · จัดทำ HARA5–8 สัปดาห์เป็นหัวใจของมาตรฐานและเป็นจุดที่โรงงานไทยตกบ่อยที่สุด เพราะมักนำโครงจาก HACCP ของโรงงานอาหารมาใช้ แล้วได้ตารางที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค ทั้งที่อันตรายจริงของบรรจุภัณฑ์อยู่ที่สารเคมีที่เคลื่อนย้ายเข้าอาหาร วัสดุรีไซเคิล และการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ขั้นที่ 4 · จัดทำเอกสารระบบและการประเมินความเสี่ยงรายหัวข้อ6–9 สัปดาห์มาตรฐานนี้ให้ประเมินความเสี่ยงแยกไว้หลายหัวข้อ ทั้งการปลอมปน การป้องกันสถานที่ การจัดการสารเคมี และการควบคุมสิ่งแปลกปลอม แต่ละหัวข้อต้องมีเอกสารและเหตุผลรองรับของตนเอง ไม่ใช่รวมอยู่ใน HARA ชุดเดียว
ขั้นที่ 5 · นำไปใช้จริงและเก็บบันทึก3–4 เดือนขั้นที่กดให้สั้นไม่ได้ ต้องมีบันทึกการตรวจสอบระหว่างผลิต ผลการตรวจวิเคราะห์ บันทึกการควบคุมสิ่งแปลกปลอม บันทึกการฝึกอบรม และข้อมูลที่มากพอจะเห็นแนวโน้ม
ขั้นที่ 6 · ตรวจติดตามภายในและทบทวนของฝ่ายบริหาร4–6 สัปดาห์ต้องครอบคลุมทุกข้อกำหนดและทุกพื้นที่ พร้อมทดสอบการสอบย้อนกลับ แล้วปิดข้อบกพร่องที่พบให้ได้ก่อนวันตรวจจริง
ขั้นที่ 7 · ตรวจรับรอง6–12 สัปดาห์ระยะเวลาขึ้นกับหน่วยรับรองและปริมาณข้อบกพร่องที่ต้องปิด ควรเผื่อเวลาปิดข้อบกพร่องหลังการตรวจไว้ด้วย เพราะมีผลต่อระดับผลการตรวจที่ได้

งานที่ควรเริ่มในสัปดาห์แรกแม้ยังไม่พร้อมเรื่องอื่น — คือการขอเอกสารยืนยันความเหมาะสมของวัสดุที่สัมผัสอาหารจากผู้ส่งมอบทุกราย ทั้งเม็ดพลาสติก หมึก กาว และสารเคลือบ เพราะเป็นเอกสารที่โรงงานไม่ได้เป็นคนออกเอง ต้องรอผู้ส่งมอบ และมักใช้เวลารอเป็นเดือน โดยเฉพาะเมื่อซื้อผ่านคนกลาง โรงงานที่เริ่มขอตอนใกล้วันตรวจมักไปไม่ทันและได้ข้อบกพร่องจากเรื่องนี้

2. อะไรทำให้เร็วขึ้นหรือช้าลง

ปัจจัยผลต่อเวลาเพราะอะไร
มี ISO 9001 หรือระบบคุณภาพที่ใช้งานจริงอยู่แล้วเร็วขึ้นมากขั้นจัดทำเอกสารระบบสั้นลงมาก เพราะการควบคุมเอกสาร การตรวจติดตามภายใน การจัดการข้อร้องเรียน และการทบทวนของฝ่ายบริหารมีอยู่แล้ว
เคยผ่านการตรวจจากลูกค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์อาหารมาแล้วเร็วขึ้นแสดงว่าฐานหน้างานและวินัยการเก็บบันทึกมีอยู่จริง และมักเคยถูกขอเอกสารยืนยันความเหมาะสมของวัสดุมาก่อนแล้ว
พื้นที่พิมพ์และเคลือบแยกจากพื้นที่จัดเก็บอยู่แล้วเร็วขึ้นมากตัดงานปรับปรุงทางกายภาพที่แพงและกินเวลาที่สุดออกไปได้ ซึ่งเป็นตัวแปรที่ทำให้โครงการยืดมากที่สุดในกลุ่มโรงงานบรรจุภัณฑ์
มีคนดูแลระบบเต็มเวลาเร็วขึ้นปัจจัยที่ทำนายกำหนดเวลาได้แม่นที่สุดจากงานที่เราทำ ไม่ใช่ขนาดโรงงาน
ใช้วัสดุรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์ช้าลงต้องมีการประเมินอันตรายแยกและต้องมีหลักฐานว่าวัสดุที่นำกลับมาใช้ยังเหมาะกับการสัมผัสอาหาร ซึ่งมักต้องขอเอกสารจากผู้ส่งมอบเพิ่มและใช้เวลารอ
รับงานพิมพ์ตามสั่งที่เปลี่ยนหมึกและวัสดุบ่อยช้าลงต้องออกแบบกลไกให้ทบทวน HARA เมื่อเปลี่ยนวัสดุ ไม่ใช่ทำ HARA ครั้งเดียวตอนวางระบบ ซึ่งเป็นงานออกแบบที่ต้องคิดตั้งแต่ต้น

สิ่งที่ต่างจากโรงงานอาหารชัดที่สุด — โรงงานอาหารเสียเวลาไปกับการวางระบบสุขลักษณะและการเฝ้าระวังเชื้อ ส่วนโรงงานบรรจุภัณฑ์เสียเวลาไปกับการแยกพื้นที่และการตามเอกสารวัสดุ สองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทีมภายในเร่งเองไม่ได้ทั้งคู่ เรื่องแรกต้องรองบและรอช่วงหยุดสายการผลิต เรื่องที่สองต้องรอผู้ส่งมอบ จึงควรเริ่มทั้งสองเรื่องก่อนงานเขียนเอกสารเสมอ

3. เส้นเวลาสองแบบที่พบจริง

โรงงานที่มีระบบคุณภาพใช้งานจริงอยู่แล้ว

ประมาณ 6–9 เดือน — ขั้นจัดทำเอกสารระบบสั้นลงมาก เพราะการควบคุมเอกสาร การตรวจติดตามภายใน การจัดการข้อร้องเรียน และการทบทวนของฝ่ายบริหารมีอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องสร้างใหม่คือ HARA การประเมินความเสี่ยงรายหัวข้อ และเอกสารยืนยันความเหมาะสมของวัสดุ

โรงงานที่เริ่มจากศูนย์

ประมาณ 9–14 เดือน — ช่วงกว้างเพราะขึ้นกับสภาพอาคารเป็นหลัก โรงงานที่ต้องแยกพื้นที่พิมพ์และเคลือบใหม่ หรือต้องแก้ผังการไหลของวัสดุ จะอยู่ปลายช่วง ส่วนโรงงานที่อาคารพร้อมอยู่แล้วมักจบได้ในราวหนึ่งปี

4. หลักฐานที่ต้องรอเวลาสะสม

หลักฐานผู้รับผิดชอบสิ่งที่ผู้ตรวจมักขอดู
บันทึกการตรวจสอบระหว่างผลิตย้อนหลังฝ่ายผลิต / ฝ่ายประกันคุณภาพต้องมีมากพอจะเห็นว่ากระบวนการอยู่ในการควบคุมจริง ไม่ใช่บันทึกของเดือนเดียว เป็นเหตุผลหลักที่โครงการกดให้สั้นกว่าประมาณหนึ่งปีได้ยาก
เอกสารยืนยันความเหมาะสมของวัสดุที่สัมผัสอาหารฝ่ายจัดซื้อ / ฝ่ายประกันคุณภาพต้องครบทุกวัสดุที่ใช้ ทั้งเม็ดพลาสติก หมึก กาว และสารเคลือบ เป็นรายการที่ต้องขอจากผู้ส่งมอบและมักใช้เวลารอเป็นเดือน จึงควรเริ่มขอตั้งแต่ต้นโครงการ
บันทึกการทดสอบสอบย้อนกลับทีมระบบต้องตามได้ทั้งขึ้นถึงวัตถุดิบและลงถึงลูกค้า ภายในกรอบเวลาที่โรงงานกำหนดไว้เอง
รายงานการตรวจติดตามภายในครบทุกข้อกำหนดผู้ตรวจติดตามภายในครอบคลุมทุกหมวดและทุกพื้นที่ พร้อมหลักฐานความเที่ยงธรรมของผู้ตรวจ
บันทึกการทบทวน HARA เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทีม HARAแสดงว่าเมื่อเปลี่ยนหมึก เปลี่ยนวัสดุ หรือเพิ่มลูกค้าใหม่ที่มีการใช้งานต่างออกไป ได้ทบทวนอันตรายใหม่แล้ว

5. ถ้าลูกค้ากำหนดเส้นตายมาแล้ว

สถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดคือเจ้าของแบรนด์อาหารแจ้งว่าผู้ส่งมอบบรรจุภัณฑ์ทุกราย ต้องมีใบรับรองภายในรอบการประเมินผู้ส่งมอบครั้งถัดไป ในกรณีนี้ให้นับถอยหลังจากวันตรวจกลับมา โดยเผื่อเวลาปิดข้อบกพร่องหลังตรวจไว้ด้วย เพราะมีผลต่อระดับผลการตรวจที่ได้

เส้นตายที่เหลือน้อยกว่าหกเดือนเป็นสัญญาณอันตราย — ไม่ใช่เพราะเขียนเอกสารไม่ทัน แต่เพราะจะไม่มีเวลาแก้พื้นที่ และจะไม่มีเวลารอเอกสารวัสดุจากผู้ส่งมอบ สิ่งที่ควรทำคือแจ้งลูกค้าตรง ๆ ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการขั้นใด พร้อมแสดงแผนงานที่มีกำหนดเวลาชัดเจน ซึ่งเจ้าของแบรนด์ส่วนใหญ่รับได้มากกว่าการได้ใบรับรองที่ระบบยังไม่ทำงานจริง

ช่วงเวลาทั้งหมดในบทความนี้เป็นค่าที่พบจากโครงการที่เราวางระบบให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่ข้อกำหนดของมาตรฐาน จำนวนวันตรวจ กำหนดการ และเงื่อนไขการตรวจ ให้ยืนยันกับหน่วยรับรองของท่านโดยตรง

อ่านต่อในชุดเดียวกัน
ให้เราช่วยได้ เริ่มงานที่รอไม่ได้ก่อน แล้วค่อยเขียนเอกสาร

งานแยกพื้นที่และการตามเอกสารวัสดุจากผู้ส่งมอบเป็นสองเรื่องที่เร่งเองไม่ได้ เราเริ่มด้วยการประเมินช่องว่างเพื่อระบุงานสองกลุ่มนี้ให้เร็วที่สุด แล้วจึงวางแผนงานรายขั้นให้ทีมภายในเดินต่อได้

บทความนี้สรุปสาระด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือเอกสารอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานที่แนะนำเป็นแนวทางจากประสบการณ์วางระบบให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่รายการที่มาตรฐานกำหนดไว้ ข้อกำหนดมีการปรับปรุงฉบับเป็นระยะ จึงต้องอ่านถ้อยคำจากฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ กำหนดการตรวจ จำนวนวันตรวจ ระดับผลการตรวจ และเงื่อนไขการตรวจ ให้ยืนยันกับหน่วยรับรองของท่าน SP Solution Center เป็นผู้ให้คำปรึกษาและฝึกอบรม ไม่ใช่หน่วยรับรอง

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · BRCGS Packaging Materials วางระบบให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ตอบคำถามลูกค้าได้ด้วยหลักฐาน

โรงงานบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่มีข้อมูลอยู่แล้ว แต่กระจายอยู่คนละฝ่ายจนหยิบมาตอบลูกค้าไม่ทัน เรารับตั้งแต่ประเมินช่องว่างเทียบข้อกำหนด จัดทำการประเมินอันตรายและความเสี่ยง ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจได้จริง

ดูงานที่ปรึกษา BRCGS Packaging → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด BRCGS Packaging และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน BRCGS Packaging แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ