เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากการอ่านข้อกำหนดของ ISO 22000 ชุด ISO 22002 และข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC 22000 Version 7 — ไม่ใช่เอกสารของ FSSC หรือ ISO ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน ถ้อยคำของข้อกำหนดให้อ่านจากเล่มจริงและจากประกาศฉบับปัจจุบันของ FSSC
คำถามนี้มักเกิดขึ้นตอนที่โรงงานถูกลูกค้าถามหาใบรับรองที่ GFSI ยอมรับ
แล้วพบว่ามีมากกว่าหนึ่งทางเลือก
ความต่างที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องความเข้มงวด แต่คือ
FSSC 22000 เป็นชุดเอกสารสามชั้นที่ให้อิสระในการออกแบบระบบ
ส่วน BRCGS Food เป็นเล่มเดียวที่บอกละเอียดกว่าว่าต้องมีอะไร
และในทางปฏิบัติ เกณฑ์ที่ตัดสินจริงมักไม่ใช่ทั้งสองข้อนี้ แต่คือลูกค้าของโรงงานเป็นใคร
1. ต่างกันตรงไหนบ้าง
| เรื่อง | FSSC 22000 | BRCGS Food |
|---|---|---|
| ลักษณะของเอกสารข้อกำหนด | ชุดเอกสารสามชั้น ต้องใช้ ISO 22000 ชุด ISO 22002 และข้อกำหนดเพิ่มเติมของ scheme พร้อมกัน | เล่มเดียวจบ ข้อกำหนดทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานฉบับเดียว |
| ต้องซื้อเอกสารกี่ฉบับ | หลายฉบับ เพราะมาตรฐาน ISO แต่ละเล่มแยกขาย | ฉบับเดียว |
| ลักษณะข้อกำหนด | บอกว่าต้องบรรลุอะไร แต่ไม่ได้บอกว่าต้องทำด้วยวิธีใด องค์กรออกแบบวิธีเอง | ระบุสิ่งที่ต้องทำละเอียดกว่ามาก จึงเดาได้ง่ายกว่าว่าผู้ตรวจจะดูอะไร |
| ผลการตรวจ | ผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่มีการให้ระดับ | มีการให้ระดับผลการตรวจ ซึ่งลูกค้าบางรายใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกผู้ส่งมอบ |
| การตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้า | มีตามเงื่อนไขที่ scheme กำหนด | มีเช่นกัน และมีทางเลือกให้สมัครเข้าโครงการตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าโดยสมัครใจ |
| ความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบ | สูงกว่า เหมาะกับโรงงานที่มีกระบวนการเฉพาะตัวและอยากออกแบบวิธีควบคุมเอง | ต่ำกว่า แต่แลกมาด้วยความชัดเจน เหมาะกับโรงงานที่อยากได้แนวทางที่บอกชัดว่าต้องมีอะไร |
| การรวมกับระบบมาตรฐานอื่น | รวมกับ ISO 14001 หรือ ISO 45001 ได้ง่าย เพราะใช้โครงข้อกำหนดเดียวกัน | รวมได้แต่ต้องออกแบบเพิ่ม เพราะไม่ได้ใช้โครงเดียวกับมาตรฐานระบบของ ISO |
| กลุ่มลูกค้าที่มักร้องขอ | ผู้ผลิตอาหารที่ขายให้ผู้ผลิตรายอื่นและตลาดยุโรปภาคพื้นทวีป | กลุ่มค้าปลีกในสหราชอาณาจักรเป็นหลัก และแพร่ไปยังกลุ่มค้าปลีกอื่น |
ทั้งสองมาตรฐานได้รับการยอมรับจาก GFSI เหมือนกัน — จึงไม่มีมาตรฐานใดที่ดีกว่าอีกมาตรฐานหนึ่งในเชิงคุณภาพของระบบ สิ่งที่ต่างกันคือรูปแบบของข้อกำหนดและกลุ่มลูกค้าที่ใช้อ้างอิง โรงงานที่เลือกจากความรู้สึกว่ามาตรฐานใดดูเข้มงวดกว่า มักพบภายหลังว่าลูกค้าที่ตั้งใจจะขายให้ต้องการอีกมาตรฐานหนึ่งอยู่ดี
2. ควรเลือกอันไหน
| สถานการณ์ของโรงงาน | ควรเลือก | เพราะอะไร |
|---|---|---|
| ลูกค้าระบุชื่อมาตรฐานมาแล้ว | ทำตามที่ลูกค้าระบุ | เป็นเกณฑ์ที่เหนือกว่าเกณฑ์อื่นทั้งหมด การเลือกตามความชอบแล้วไปเจรจาทีหลังมักไม่สำเร็จ |
| ขายให้กลุ่มค้าปลีกในสหราชอาณาจักร | BRCGS Food | เป็นมาตรฐานที่กลุ่มค้าปลีกกลุ่มนี้ใช้อ้างอิงเป็นหลัก |
| ขายเป็นวัตถุดิบให้ผู้ผลิตอาหารรายอื่น | FSSC 22000 | พบมากในกลุ่มผู้ผลิตส่วนผสม วัตถุเจือปน และผู้ผลิตที่รับจ้างผลิต |
| มี ISO 22000 อยู่แล้ว | FSSC 22000 | เพราะ ISO 22000 เป็นชั้นแรกของ FSSC อยู่แล้ว งานที่เหลือคือเพิ่มโปรแกรมพื้นฐานตามชุด ISO 22002 และข้อกำหนดเพิ่มเติมของ scheme |
| อยากทำ ISO 14001 หรือระบบ ISO อื่นควบไปด้วย | FSSC 22000 | ใช้โครงข้อกำหนดเดียวกันทั้งหมด จึงรวมเอกสาร รอบการตรวจติดตามภายใน และการทบทวนของฝ่ายบริหารเข้าด้วยกันได้ |
| ทีมยังใหม่ ต้องการแนวทางที่บอกชัดว่าต้องมีอะไร | BRCGS Food | ข้อกำหนดละเอียดกว่า จึงลดการตีความผิดและลดการต้องออกแบบระบบเองตั้งแต่ต้น |
| กระบวนการผลิตเฉพาะตัว ไม่เข้ากับแม่แบบทั่วไป | FSSC 22000 | ให้อิสระในการออกแบบวิธีควบคุมมากกว่า ตราบใดที่พิสูจน์ได้ว่ามาตรการที่เลือกใช้ได้จริง |
เกณฑ์แรกและเกณฑ์เดียวที่ควรถามก่อนเสมอ — คือลูกค้าที่โรงงานตั้งใจจะขายให้ระบุมาตรฐานใดไว้ เกณฑ์อื่นทั้งหมดในตารางนี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อลูกค้ายังไม่ได้ระบุ โรงงานที่เลือกตามความสะดวกภายในก่อน แล้วค่อยไปเจรจากับลูกค้าทีหลัง มักลงเอยด้วยการต้องทำมาตรฐานที่สองเพิ่ม ซึ่งแพงกว่าการเลือกให้ถูกตั้งแต่ต้นมาก
3. ทำสองมาตรฐานพร้อมกันได้ไหม
ได้ และมีโรงงานจำนวนไม่น้อยที่ต้องทำ เพราะมีลูกค้าสองกลุ่มที่ต้องการคนละมาตรฐาน งานที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คิด เพราะสิ่งที่หนักที่สุดคือสภาพหน้างานจริง ซึ่งใช้ร่วมกันได้ทั้งหมด
| ส่วนของระบบ | ใช้ร่วมกันได้แค่ไหน |
|---|---|
| โปรแกรมสุขลักษณะพื้นฐานที่หน้างาน | ใช้ร่วมกันได้เกือบทั้งหมด เพราะเป็นสภาพจริงของโรงงานเดียวกัน |
| การวิเคราะห์อันตรายตามหลักการ Codex | ใช้ชุดเดียวกันได้ แต่ต้องปรับรูปแบบเอกสารให้ตรงกับที่แต่ละมาตรฐานคาดหวัง |
| การสอบย้อนกลับและการเรียกคืน | ใช้ระบบเดียวกันได้ ทั้งสองมาตรฐานให้ทดสอบและกำหนดกรอบเวลา |
| การจัดการสารก่อภูมิแพ้ | ใช้ร่วมกันได้ ทั้งสองมาตรฐานให้ความสำคัญและขอหลักฐานการทวนสอบ |
| การป้องกันการปลอมปนและการก่อการร้ายทางอาหาร | ใช้ผลการประเมินชุดเดียวกันได้ แต่ต้องตรวจสอบว่าครอบคลุมขอบเขตที่แต่ละฝ่ายกำหนด |
| การควบคุมเอกสารและบันทึก | ใช้ขั้นตอนชุดเดียวกันได้ |
| การตรวจติดตามภายใน | ตรวจรอบเดียวได้ ถ้าแผนการตรวจอ้างเลขข้อของทั้งสองมาตรฐาน |
| วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร | ใช้แผนและตัวชี้วัดชุดเดียวกันได้ ทั้งสองมาตรฐานกำหนดเรื่องนี้ไว้ |
สิ่งที่ใช้ร่วมกันไม่ได้มีเพียงชั้นเดียว — คือโครงระบบบริหารตาม ISO 22000 ซึ่งเป็นของ FSSC โดยเฉพาะ และการอ้างอิงชุดเอกสาร ISO 22002 ซึ่ง BRCGS ไม่มีเทียบเท่าเพราะรวมอยู่ในเล่มเดียวแล้ว นอกจากสองเรื่องนี้ ส่วนที่เหลือรวมกันได้แทบทั้งหมด โรงงานที่ทำสองมาตรฐานจึงควรออกแบบเอกสารให้ใช้ร่วมกันตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ทำสองชุดแยกกันแล้วต้องปรับปรุงสองครั้งทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
4. โรงงานบรรจุภัณฑ์เลือกอย่างไร
สำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร การเทียบที่ตรงกว่าคือ เทียบ FSSC 22000 ที่ใช้ ISO 22002-4 กับ BRCGS Packaging ซึ่งเป็นคนละเล่มกับ BRCGS Food
หลักการเลือกยังเหมือนกัน คือดูว่าเจ้าของแบรนด์อาหารที่เป็นลูกค้าระบุมาตรฐานใด โดยกลุ่มที่ขายให้ผู้ผลิตอาหารซึ่งถือ FSSC อยู่แล้วมักถูกขอ FSSC ตามไปด้วย เพราะทำให้การประเมินผู้ส่งมอบของลูกค้าง่ายขึ้น ส่วนกลุ่มที่ขายให้เจ้าของแบรนด์ที่อ้างอิงกลุ่มค้าปลีกในสหราชอาณาจักร มักถูกขอ BRCGS Packaging
5. เอกสารที่ต่างกันและที่ใช้ร่วมกันได้
| หลักฐาน | ผู้รับผิดชอบ | สิ่งที่ผู้ตรวจมักขอดู |
|---|---|---|
| โครงระบบบริหารตาม ISO 22000 | ทีมระบบ | เป็นของ FSSC 22000 โดยเฉพาะ ทั้งบริบทองค์กร ภาวะผู้นำ การวางแผน และการประเมินผล BRCGS ไม่ได้ใช้โครงนี้ จึงเป็นงานที่ต้องสร้างใหม่ถ้าย้ายจาก BRCGS มา FSSC |
| เอกสารอ้างอิงชุด ISO 22002 ที่ถูกฉบับ | ทีมระบบ | ต้องมีทั้ง ISO 22002-100 และเล่มรายภาคของประเภทกิจการ เป็นสิ่งที่ BRCGS ไม่มีเทียบเท่า เพราะรวมอยู่ในเล่มเดียวแล้ว |
| ผลการวิเคราะห์อันตรายพร้อมเหตุผลประกอบ | ทีมความปลอดภัยอาหาร | ใช้ร่วมกันได้ทั้งสองมาตรฐาน แต่ FSSC คาดหวังการอธิบายที่มาของการตัดสินและการยืนยันความใช้ได้ ของมาตรการควบคุมชัดเจนกว่า |
| บันทึกการทดสอบสอบย้อนกลับและเรียกคืนจำลอง | ทีมความปลอดภัยอาหาร | ใช้ร่วมกันได้ ทั้งสองมาตรฐานให้ทดสอบและกำหนดกรอบเวลาที่ต้องทำได้ |
| ผลการเฝ้าระวังเชื้อในสิ่งแวดล้อม | ฝ่ายประกันคุณภาพ | ใช้ร่วมกันได้ แต่ควรตรวจสอบว่าขอบเขตและความถี่ตรงกับที่แต่ละฝ่ายคาดหวัง |
บทความนี้เปรียบเทียบรูปแบบและขอบเขตของสองมาตรฐานด้วยถ้อยคำของเราเอง เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐานใด ทั้งสองมาตรฐานมีการปรับปรุงฉบับเป็นระยะ เงื่อนไขการตรวจ ระดับผลการตรวจ และรายละเอียดของแต่ละฉบับ ให้ยืนยันกับหน่วยรับรองของท่านและตรวจสอบจากประกาศฉบับปัจจุบันของเจ้าของมาตรฐาน SP Solution Center เป็นผู้ให้คำปรึกษาและฝึกอบรม ไม่ใช่หน่วยรับรอง
การเลือกผิดมาตรฐานทำให้ต้องทำมาตรฐานที่สองเพิ่มในภายหลัง ซึ่งแพงกว่าการเลือกให้ถูกตั้งแต่ต้นมาก เราช่วยประเมินจากกลุ่มลูกค้าและระบบที่โรงงานมีอยู่ และถ้าต้องทำสองมาตรฐาน เราออกแบบเอกสารให้ใช้ร่วมกันตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ต้องดูแลสองชุด
- ที่ปรึกษาวางระบบ FSSC 22000วางระบบให้ใช้ได้จริงกับโรงงานอาหารและบรรจุภัณฑ์
- อบรมข้อกำหนด FSSC 22000 Version 7สำหรับทีมที่ต้องวางระบบเอง
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน FSSC 22000ฝึกตรวจให้เจอของจริง ไม่ใช่ตรวจเอกสาร
- เริ่มทำ FSSC 22000 v7 จากอะไรก่อนลำดับการลงมือทำพร้อมคู่มือตัวอย่าง
บทความนี้สรุปสาระด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือเอกสารอย่างเป็นทางการของ FSSC หรือ ISO และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานที่แนะนำเป็นแนวทางจากประสบการณ์วางระบบให้โรงงานอาหารและบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่รายการที่มาตรฐานกำหนดไว้ ข้อกำหนดเพิ่มเติมของ scheme เปลี่ยนตามเวอร์ชัน จึงต้องตรวจสอบประกาศฉบับปัจจุบันของ FSSC ประกอบเสมอ กำหนดเวลาการเปลี่ยนผ่าน จำนวนวันตรวจ และเงื่อนไขการตรวจ ให้ยืนยันกับหน่วยรับรองของท่าน SP Solution Center เป็นผู้ให้คำปรึกษาและฝึกอบรม ไม่ใช่หน่วยรับรอง
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
