ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
บทความ — ISO 22000 กับ FSSC 22000

ISO 22000 กับ FSSC 22000 ต่างกันอย่างไร

22 สิงหาคม 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ตอบสั้น ๆ

FSSC 22000 = ISO 22000 + โปรแกรมพื้นฐานเฉพาะภาค (ชุด ISO 22002) + ข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC + กติกาการตรวจที่เข้มกว่า

จุดต่างที่ตัดสินในทางการค้าคือ FSSC 22000 ได้รับการยอมรับจาก GFSI ส่วน ISO 22000 เดี่ยว ๆ ไม่ได้รับ

ถ้าลูกค้าปลายทางระบุคำว่า GFSI มา ใบรับรอง ISO 22000 เพียงอย่างเดียวจะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขนั้น

คำถามนี้มักเกิดขึ้นตอนที่โรงงานเริ่มมีลูกค้าต่างประเทศ หรือเริ่มขายเข้าโมเดิร์นเทรด แล้วได้รับแบบสอบถามที่มีช่องให้กรอกชื่อมาตรฐาน คำตอบที่ถูกไม่ได้ขึ้นกับว่าตัวไหนดีกว่า แต่ขึ้นกับว่าคนที่ซื้อของจากคุณต้องการเห็นอะไร

ISO 22000 ให้โครง แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดพื้นฐาน

ISO 22000:2018 เป็นมาตรฐานระบบการจัดการ วางโครงว่าองค์กรต้องมีบริบท มีผู้นำ มีการวางแผน มีการปฏิบัติ มีการประเมินผล และมีการปรับปรุง โดยผูกเข้ากับหลักการ HACCP และแนวคิดการคิดบนฐานความเสี่ยงสองระดับ คือระดับองค์กรและระดับกระบวนการ

จุดที่หลายคนไม่ทันสังเกตคือ ISO 22000 กำหนดว่าต้อง "มี" โปรแกรมพื้นฐาน แต่ไม่ได้ระบุว่าโปรแกรมพื้นฐานนั้นต้องประกอบด้วยอะไรบ้างในรายละเอียด ISO 22000 เปิดให้องค์กรไปเลือกเองว่าจะอ้างอิงอะไร ซึ่งยืดหยุ่นดีในแง่หนึ่ง แต่ทำให้เทียบกันข้ามโรงงานได้ยาก — และนั่นคือสาเหตุที่ผู้ซื้อรายใหญ่มักไม่ยอมรับใบรับรอง ISO 22000 เพียงอย่างเดียว

FSSC 22000 เติมสองชิ้นที่ขาดไป

FSSC 22000 ไม่ได้เขียนมาตรฐานใหม่ทับ ISO 22000 แต่นำมาประกอบร่างเป็นโครงการรับรอง โดยเติมสิ่งที่ ISO 22000 เว้นไว้:

ชิ้นที่หนึ่ง — โปรแกรมพื้นฐานเฉพาะภาค

ระบุชัดว่าต้องใช้มาตรฐานโปรแกรมพื้นฐานตัวไหนตามประเภทกิจการ เช่น ชุด ISO 22002 ที่แยกเป็นตัวสำหรับผู้ผลิตอาหาร สำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร และสำหรับกิจการประเภทอื่น ผลคือคำว่า "โปรแกรมพื้นฐาน" มีเนื้อหาที่ตรวจสอบได้จริงและเทียบข้ามโรงงานได้

ชิ้นที่สอง — ข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC

เป็นชุดข้อกำหนดที่ FSSC เพิ่มเข้ามาเองเพื่อปิดช่องว่างที่ผู้ซื้อและ GFSI ให้ความสำคัญ ตัวอย่างที่โรงงานต้องเตรียมงานเพิ่มแน่นอน ได้แก่

และกติกาการตรวจที่เข้มกว่า

สิ่งที่โรงงานรู้สึกได้ชัดที่สุดคือ FSSC 22000 มีการตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าอยู่ในกติกา ซึ่งเปลี่ยนวิธีเตรียมตัวไปคนละแบบ — ระบบที่พึ่งพาการจัดเตรียมเฉพาะก่อนวันตรวจจะไม่ผ่านการตรวจ

ตารางเทียบ

ประเด็นISO 22000:2018FSSC 22000
ประเภทมาตรฐานระบบการจัดการโครงการรับรอง ที่ใช้ ISO 22000 เป็นแกน
GFSI ยอมรับไม่ใช่
โปรแกรมพื้นฐานกำหนดว่าต้องมี แต่ไม่ระบุรายละเอียดระบุชัดว่าต้องใช้มาตรฐานตัวใดตามประเภทกิจการ
ข้อกำหนดเพิ่มเติมไม่มีมี เช่น สารก่อภูมิแพ้ การป้องกันการปลอมปน วัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร
การตรวจไม่แจ้งล่วงหน้าไม่ได้กำหนดไว้ในมาตรฐานอยู่ในกติกาของโครงการ
เหมาะกับใครโรงงานที่ต้องการโครงระบบที่ชัด และลูกค้ายังไม่ระบุ GFSIโรงงานที่ขายให้ผู้ซื้อรายใหญ่หรือส่งออก และถูกถามหา GFSI
ภาระงานเมื่อเทียบกันน้อยกว่ามากกว่า ทั้งงานเอกสารและงานหน้างาน

แล้วควรเลือกมาตรฐานใด

ตัวตัดสินไม่ใช่ความชอบของทีมคุณภาพ แต่คือปลายทางของสินค้า พิจารณาตามลำดับนี้:

  1. ถามลูกค้าปลายทางให้ได้ชื่อมาตรฐาน ไม่ใช่เพียงคำว่า "มาตรฐานสากล" — ถ้าเขาตอบว่าต้องเป็น GFSI-recognised คำตอบก็ชัดเจนแล้วว่าต้อง FSSC 22000 หรือ BRCGS
  2. ดูว่าจะส่งออกหรือขายผ่านโมเดิร์นเทรดหรือไม่ ถ้าใช่ ควรวางแผนเผื่ออนาคตไว้ เพราะการยกระดับทีหลังเสียเวลากว่าการวางเผื่อไว้ตั้งแต่ต้น
  3. ประเมินกำลังคนที่มีจริง FSSC ต้องการคนที่ดูแลระบบต่อเนื่อง ไม่ใช่โครงการที่ทำจบแล้ววาง หากทีมยังมีกำลังคนน้อยมาก การทำ ISO 22000 ให้แน่นก่อนแล้วจึงขยายต่อก็เป็นทางที่สมเหตุสมผล
  4. อย่าลืมฐาน ไม่ว่าจะเลือกตัวไหน ถ้า GHPs และ HACCP ยังไม่นิ่ง ทั้งสองตัวจะสะดุดตั้งแต่การวิเคราะห์อันตราย
ข้อสังเกตจากงานที่ปรึกษา

กรณีที่เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่เกิดประโยชน์ที่พบบ่อยคือโรงงานรีบทำ ISO 22000 เพราะลูกค้าบอกว่า "ขอมาตรฐานสากล" เมื่อได้ใบรับรองแล้วส่งไปให้ลูกค้า กลับได้คำตอบว่าต้องเป็นมาตรฐานที่ GFSI ยอมรับ สุดท้ายต้องเริ่มงาน FSSC ต่อในปีถัดมา ทั้งที่ถ้าถามให้ชัดตั้งแต่ต้นว่า "ขอชื่อมาตรฐานที่ท่านยอมรับ" จะวางแผนรวบเป็นรอบเดียวได้ — คำถามเดียวนี้ประหยัดได้ทั้งเวลาและค่าตรวจรอบหนึ่ง

ทำ ISO 22000 ไว้แล้ว ต่อยอดยากหรือไม่

ไม่ยากอย่างที่กังวล เพราะโครงระบบบริหารเป็นตัวเดียวกันทั้งหมด — นโยบาย บทบาทหน้าที่ การวางแผน การตรวจติดตามภายใน การทบทวนของฝ่ายบริหาร ทั้งหมดใช้ต่อได้เลย งานที่ต้องเพิ่มมักอยู่ในสองส่วนหลัก

ส่วนแรกคือทำโปรแกรมพื้นฐานให้ครบตามมาตรฐานที่ระบุ ซึ่งส่วนใหญ่โรงงานทำอยู่แล้วในทางปฏิบัติ แต่ไม่ได้เขียนไว้ครบตามหมวด จึงเป็นงานรวบรวมให้ครบมากกว่างานสร้างใหม่

ส่วนที่สองคือข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC ซึ่งมักเป็นงานใหม่จริง โดยเฉพาะการป้องกันการปลอมปนโดยเจตนาและวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร ที่ต้องมีทั้งการประเมิน แผน และหลักฐานว่าทำจริง

ข้อแตกต่างที่ชัดที่สุดข้อหนึ่งคือ ISO 22000 ไม่มีข้อกำหนดเรื่องวัฒนธรรม ขณะที่ FSSC 22000 เพิ่มเรื่องนี้เป็นข้อกำหนดของโครงการเอง ดูคำอธิบายและตารางเทียบได้ที่ วัฒนธรรมคุณภาพและวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร

อีกเรื่องที่ควรวางแผนล่วงหน้าคือ FSSC 22000 มีการออกเวอร์ชันใหม่เป็นระยะ พร้อมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่กำหนดไว้ชัดเจน โรงงานที่กำลังจะเริ่มควรตรวจสอบก่อนว่าจะถูกตรวจด้วยเวอร์ชันใด เพื่อไม่ต้องแก้เอกสารสองรอบ

บทความนี้เรียบเรียงด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐานหรือกฎหมายฉบับใด การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงฉบับจริงเป็นหลัก

บริการที่เกี่ยวข้อง เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะทำมาตรฐานใด ขั้นต่อไปคือเตรียมทีม

ไม่ว่าจะจบที่ ISO 22000 หรือต่อยอดเป็น FSSC 22000 สิ่งที่ต้องมีเหมือนกันคือทีมตรวจภายในที่มีความสามารถในการตรวจ

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · ISO 22000 วางระบบการจัดการความปลอดภัยอาหารให้ใช้งานได้จริง ไม่ใช่ทำไว้เพื่อการตรวจ

ระบบที่เขียนไว้สวยแต่ไม่มีใครใช้ จะโผล่เป็นข้อบกพร่องทันทีเมื่อผู้ตรวจลงหน้างาน เรารับตั้งแต่ออกแบบระบบให้ตรงกับกระบวนการจริงของโรงงาน ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจแล้วได้ประเด็นที่นำไปแก้ได้

ดูงานที่ปรึกษา ISO 22000 → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด ISO 22000 และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน ISO 22000 แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา
ชุดเอกสาร · FSSC 22000 Version 7 ชุดเอกสาร FSSC 22000 V7 ฉบับเต็ม ครบ QM · QP/PRP 42 ฉบับ · แบบฟอร์ม 170+ ฉบับ

คู่มือ QM พร้อม Matrix เอกสารรายข้อ ระเบียบปฏิบัติ ISO 22000 และข้อกำหนดส่วนเพิ่ม 2.5 PRP ตาม ISO 22002-100 ร่วมกับส่วนเฉพาะหมวด ไฟล์ Excel จัดประเภท PRP / OPRP / CCP และตารางเทียบ V6 → V7 ไฟล์ Word แก้ไขได้ ราคา 3,990 บาท

ดูชุดฉบับเต็มโรงงานอาหาร → โรงงานบรรจุภัณฑ์ดู ชุดฉบับเต็มโรงงานบรรจุภัณฑ์ · มีระบบ ISO 22000 แล้ว ดู ชุดข้อกำหนดส่วนเพิ่ม FSSC V7 ราคา 1,290 บาท

ยังไม่แน่ใจว่าควรทำมาตรฐานใด
ให้เราช่วย ประเมินก่อนลงทุน

แจ้งให้เราทราบว่าจำหน่ายให้ผู้ใด ส่งออกไปที่ใด และลูกค้าร้องขอสิ่งใดบ้าง เราจะช่วยประเมินว่าควรหยุดที่ ISO 22000 หรือควรดำเนินการ FSSC 22000 ตั้งแต่ต้น พร้อมประเมินว่าต้องเติมงานอะไรเพิ่มจากที่มีอยู่