เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากการอ่านข้อกำหนดของ ISO 22000 ชุด ISO 22002 และข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC 22000 Version 7 — ไม่ใช่เอกสารของ FSSC หรือ ISO ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน ถ้อยคำของข้อกำหนดให้อ่านจากเล่มจริงและจากประกาศฉบับปัจจุบันของ FSSC
บทความนี้ไม่ระบุตัวเลข
เพราะค่าใช้จ่ายจริงของ FSSC 22000 ต่างกันมากตามสภาพอาคาร จำนวนกลุ่มผลิตภัณฑ์
และสิ่งที่ต้องแก้ที่หน้างาน ซึ่งประเมินล่วงหน้าไม่ได้จนกว่าจะเดินสำรวจ
สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือ รู้ว่ามีรายการอะไรบ้าง
โดยเฉพาะสามรายการที่เป็นเอกลักษณ์ของ FSSC และไม่มีในมาตรฐานอื่น
คือค่าเอกสารมาตรฐานหลายเล่ม ค่าตรวจวิเคราะห์ประจำ และค่าปรับปรุงทางกายภาพฝั่งโปรแกรมพื้นฐาน
1. โครงสร้างค่าใช้จ่ายมีแปดรายการ
| รายการ | จ่ายให้ใคร | คิดจากอะไร |
|---|---|---|
| ค่าตรวจรับรองจากหน่วยรับรอง | หน่วยรับรอง | คิดจากจำนวนวันตรวจ ซึ่งกำหนดจากจำนวนพนักงาน จำนวนกะ จำนวนสถานที่ผลิต และจำนวนกลุ่มผลิตภัณฑ์ในขอบข่าย มีทั้งการตรวจขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง การตรวจติดตามตามรอบ และการตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าตามที่ scheme กำหนด |
| ค่าเอกสารมาตรฐานที่ต้องมี | ผู้จำหน่ายมาตรฐาน | รายการที่โรงงานมักลืมและเป็นเอกลักษณ์ของ FSSC เพราะต้องซื้อหลายเล่ม ทั้ง ISO 22000 ISO 22002-100 และเล่มรายภาคของประเภทกิจการตนเอง ส่วนข้อกำหนดเพิ่มเติมของ scheme ดาวน์โหลดจาก FSSC ได้ |
| ค่าที่ปรึกษาวางระบบ | บริษัทที่ปรึกษา | ขึ้นกับขอบเขตงาน ตั้งแต่ประเมินช่องว่างอย่างเดียว ไปจนถึงวางระบบทั้งสามชั้นจนถึงวันตรวจ |
| ค่าฝึกอบรม | ผู้ให้บริการฝึกอบรม | อย่างน้อยต้องมีอบรมข้อกำหนดสำหรับทีมที่วางระบบ และอบรมผู้ตรวจติดตามภายใน โรงงานที่ยังไม่มีพื้นฐานมักต้องเพิ่มหลักสูตร GHPs และ HACCP ก่อน |
| ค่าปรับปรุงทางกายภาพ | โรงงานเอง | รายการที่ใหญ่ที่สุดในโครงการส่วนใหญ่ และเป็นตัวที่ทำให้งบต่างกันมากที่สุดระหว่างโรงงาน เช่น การแบ่งโซน การแก้ทิศทางการไหล การแก้แนวท่อระบายน้ำที่พาดผ่านแนวการผลิต และการทำจุดรับวัสดุระบบเทกองให้ปิดฝาและล็อกได้ |
| ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ | ห้องปฏิบัติการภายนอก | เป็นต้นทุนประจำที่สูงกว่ามาตรฐานอื่น เพราะมีทั้งการเฝ้าระวังเชื้อในสิ่งแวดล้อมการผลิตตามรอบ การทวนสอบผลการทำความสะอาดสารก่อภูมิแพ้ และการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และน้ำ |
| เวลาของคนในโรงงาน | โรงงานเอง | รายการที่ถูกมองข้ามมากที่สุด ทั้งเวลาวิเคราะห์อันตราย เวลาเดินสำรวจหมวด 4 ถึง 17 เวลาเก็บบันทึกประจำวัน และเวลาของผู้บริหารในการทบทวนระบบ |
| ค่าดูแลระบบต่อเนื่องหลังได้ใบรับรอง | โรงงานเอง / หน่วยรับรอง | ค่าตรวจติดตามตามรอบ ค่าตรวจวิเคราะห์ประจำ เวลาทีมภายในสำหรับการตรวจติดตามภายใน การทดสอบสอบย้อนกลับและเรียกคืนจำลอง และการต่ออายุใบรับรองเมื่อครบวงรอบ |
สามรายการที่โรงงานมักไม่ได้ใส่ไว้ในงบตั้งแต่ต้น — รายการแรกคือค่าเอกสารมาตรฐาน เพราะ FSSC 22000 ไม่ใช่เล่มเดียว ต้องมีทั้ง ISO 22000 ISO 22002-100 และเล่มรายภาคของประเภทกิจการตนเอง รายการที่สองคือค่าตรวจวิเคราะห์ประจำ ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานอื่นเพราะมีการเฝ้าระวังเชื้อในสิ่งแวดล้อม และการทวนสอบผลการทำความสะอาดสารก่อภูมิแพ้เป็นรอบ รายการที่สามคือค่าปรับปรุงทางกายภาพ ซึ่งมักเป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุดของทั้งโครงการ
2. อะไรทำให้ตัวเลขต่างกันระหว่างโรงงาน
| ตัวแปร | มีผลอย่างไร |
|---|---|
| สภาพอาคารและการแบ่งโซนก่อนเริ่ม | ตัวแปรที่ทำให้งบต่างกันมากที่สุด และเป็นตัวเดียวที่ประเมินล่วงหน้าไม่ได้จนกว่าจะเดินสำรวจ จึงเป็นเหตุผลที่การประเมินช่องว่างควรทำก่อนตั้งงบทุกครั้ง |
| จำนวนกลุ่มผลิตภัณฑ์และสายการผลิตในขอบข่าย | มีผลทั้งต่อจำนวนวันตรวจ ต่อจำนวนชุดการวิเคราะห์อันตรายที่ต้องทำ และต่อขนาดของแผนเฝ้าระวังเชื้อในสิ่งแวดล้อม |
| จำนวนสารก่อภูมิแพ้ที่จัดการในโรงงาน | ยิ่งมีหลายชนิดในสายการผลิตร่วมกัน ยิ่งต้องมีการทวนสอบผลการทำความสะอาดถี่ขึ้น ซึ่งเป็นค่าตรวจวิเคราะห์ประจำที่เพิ่มขึ้นทุกปี |
| มีระบบมาตรฐานอื่นอยู่แล้วหรือไม่ | โรงงานที่มี ISO 22000 หรือ BRCGS อยู่แล้วประหยัดทั้งค่าที่ปรึกษาและเวลาของคน และควรสอบถามหน่วยรับรองเรื่องการตรวจรวมกับระบบเดิม |
| ประเภทกิจการที่กำหนดว่าต้องใช้เล่มรายภาคเล่มใด | โรงงานผลิตอาหารใช้ ISO 22002-1 ส่วนผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารใช้ ISO 22002-4 โดยใช้คู่กับ ISO 22002-100 ทั้งสองกรณี การเลือกผิดชุดหมายถึงทำระบบซ้ำสองรอบ |
| ความสามารถของทีมภายใน | ทีมที่วิเคราะห์อันตรายเองได้และตรวจติดตามภายในเองได้ จะลดขอบเขตงานที่ปรึกษาลงเหลือเฉพาะส่วนที่ยังขาดจริง |
ตัวแปรที่โรงงานควบคุมได้มากที่สุดคือขอบข่าย — การตัดสินใจว่าจะขอการรับรองครอบคลุมกี่กลุ่มผลิตภัณฑ์และกี่สายการผลิต มีผลต่อทั้งจำนวนวันตรวจ จำนวนชุดการวิเคราะห์อันตราย และขนาดของแผนเฝ้าระวัง โรงงานที่มีหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาจเริ่มจากกลุ่มที่ลูกค้าต้องการก่อน แล้วขยายภายหลัง แต่ต้องตรวจสอบกับหน่วยรับรองว่าการขยายขอบข่ายภายหลังมีเงื่อนไขอย่างไร
3. ต้นทุนครั้งเดียวกับต้นทุนที่เกิดต่อเนื่อง
ค่าเอกสารมาตรฐาน ค่าที่ปรึกษาวางระบบ ค่าฝึกอบรมชุดแรก ค่าปรับปรุงทางกายภาพ และค่าตรวจรับรองขั้นที่หนึ่งกับขั้นที่สอง
ค่าตรวจติดตามตามรอบและการตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าตามที่ scheme กำหนด ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการประจำ เวลาทีมภายในสำหรับการตรวจติดตามภายใน การทดสอบสอบย้อนกลับและเรียกคืนจำลอง กิจกรรมด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร การอบรมทดแทนเมื่อมีคนลาออก และค่าต่ออายุใบรับรองเมื่อครบวงรอบ
ต้นทุนต่อเนื่องของ FSSC สูงกว่าที่โรงงานคาดไว้เกือบทุกราย — เพราะค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเกิดขึ้นทุกเดือนหรือทุกไตรมาสตลอดไป ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวตอนวางระบบ โรงงานที่ตั้งงบเฉพาะจนถึงวันได้ใบรับรอง มักพบว่าปีที่สองต้องลดความถี่การตรวจวิเคราะห์ลง ซึ่งกลายเป็นข้อบกพร่องในรอบตรวจติดตามเพราะไม่ได้ทำตามแผนที่เขียนไว้เอง
4. หลักฐานที่เชื่อมงบประมาณเข้ากับระบบ
| หลักฐาน | ผู้รับผิดชอบ | สิ่งที่ผู้ตรวจมักขอดู |
|---|---|---|
| ผลการประเมินช่องว่างฝั่งโปรแกรมพื้นฐาน | ทีมระบบ / ที่ปรึกษา | เอกสารที่ควรมีก่อนตั้งงบ เพราะรายการปรับปรุงทางกายภาพเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุด และประเมินล่วงหน้าไม่ได้จนกว่าจะเดินสำรวจหมวด 4 ถึง 17 จริง |
| แผนเฝ้าระวังเชื้อในสิ่งแวดล้อมการผลิต | ฝ่ายประกันคุณภาพ | ระบุจุดเก็บ ความถี่ และเกณฑ์ตัดสิน ใช้คำนวณค่าตรวจวิเคราะห์ประจำปี ซึ่งเป็นต้นทุนต่อเนื่องที่โรงงานมักลืมใส่ในงบ |
| แผนการทวนสอบการจัดการสารก่อภูมิแพ้ | ฝ่ายประกันคุณภาพ / ฝ่ายผลิต | จำนวนจุดและความถี่ในการทวนสอบผลการทำความสะอาด เป็นตัวกำหนดค่าตรวจวิเคราะห์อีกก้อนหนึ่ง |
| บันทึกการอนุมัติทรัพยากรของผู้บริหาร | ผู้บริหารระดับสูง | ISO 22000 กำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงต้องทำให้มั่นใจว่าทรัพยากรที่จำเป็นมีพร้อม ผู้ตรวจมักดูจากมติที่ประชุมทบทวนของฝ่ายบริหาร |
| บันทึกความสามารถของบุคลากร | ฝ่ายบุคคล / ทีมระบบ | ใช้ประกอบการตัดสินใจว่าต้องอบรมเพิ่มเรื่องใดและกี่คน ซึ่งเป็นค่าฝึกอบรมที่ควรวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่จัดฉุกเฉินก่อนตรวจ |
5. ถามอะไรบ้างตอนขอใบเสนอราคา
- ถามหน่วยรับรองว่าคิดจำนวนวันตรวจอย่างไร และขอบข่ายที่เสนอครอบคลุมกี่กลุ่มผลิตภัณฑ์
- ถามว่ารวมการตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหรือไม่ เพราะเป็นเงื่อนไขของ scheme ที่ต้องอยู่ในแผนค่าใช้จ่ายตลอดวงรอบ
- ถามว่าตรวจรวมกับระบบมาตรฐานอื่นที่มีอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งอาจลดจำนวนวันตรวจรวมลงได้
- ถามที่ปรึกษาว่าขอบเขตงานครอบคลุมทั้งสามชั้นหรือไม่ เพราะบางรายเสนอเฉพาะโครงระบบ ISO 22000 โดยไม่รวมงานฝั่งโปรแกรมพื้นฐาน ซึ่งเป็นส่วนที่หนักที่สุด
- ถามว่าใครเป็นคนวิเคราะห์อันตรายและใครเป็นคนเดินสำรวจหมวด 4 ถึง 17 เพราะเป็นสองงานที่กินเวลาที่สุดและขอบเขตงานของแต่ละเจ้าต่างกันมาก
- ถามว่ารายการปรับปรุงทางกายภาพจะถูกระบุเมื่อใด ควรได้รายการนี้ตั้งแต่ช่วงประเมินช่องว่าง ไม่ใช่ทราบตอนใกล้วันตรวจ
บทความนี้ไม่ระบุตัวเลขค่าใช้จ่ายโดยเจตนา เพราะราคาขึ้นกับขอบข่ายและสภาพหน้างานของแต่ละโรงงาน ค่าตรวจรับรอง จำนวนวันตรวจ และเงื่อนไขการตรวจ ให้สอบถามจากหน่วยรับรองที่ท่านเลือกโดยตรง ส่วนรายการข้อกำหนดเพิ่มเติมที่บังคับใช้จริงเปลี่ยนตามเวอร์ชันของ scheme จึงต้องตรวจสอบประกาศฉบับปัจจุบันของ FSSC ประกอบ
ก้อนที่ใหญ่ที่สุดของ FSSC คือสิ่งที่ต้องแก้ที่ตัวอาคารและหน้างาน ซึ่งรู้ได้ต่อเมื่อเดินสำรวจตามหมวด 4 ถึง 17 จริง เราเริ่มงานด้วยการประเมินช่องว่างเสมอ เพื่อให้โรงงานเห็นรายการที่ต้องลงทุนก่อนตัดสินใจ
- ที่ปรึกษาวางระบบ FSSC 22000วางระบบให้ใช้ได้จริงกับโรงงานอาหารและบรรจุภัณฑ์
- อบรมข้อกำหนด FSSC 22000 Version 7สำหรับทีมที่ต้องวางระบบเอง
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน FSSC 22000ฝึกตรวจให้เจอของจริง ไม่ใช่ตรวจเอกสาร
- เริ่มทำ FSSC 22000 v7 จากอะไรก่อนลำดับการลงมือทำพร้อมคู่มือตัวอย่าง
บทความนี้สรุปสาระด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือเอกสารอย่างเป็นทางการของ FSSC หรือ ISO และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานที่แนะนำเป็นแนวทางจากประสบการณ์วางระบบให้โรงงานอาหารและบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่รายการที่มาตรฐานกำหนดไว้ ข้อกำหนดเพิ่มเติมของ scheme เปลี่ยนตามเวอร์ชัน จึงต้องตรวจสอบประกาศฉบับปัจจุบันของ FSSC ประกอบเสมอ กำหนดเวลาการเปลี่ยนผ่าน จำนวนวันตรวจ และเงื่อนไขการตรวจ ให้ยืนยันกับหน่วยรับรองของท่าน SP Solution Center เป็นผู้ให้คำปรึกษาและฝึกอบรม ไม่ใช่หน่วยรับรอง
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
