เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO, WHO หรือ มกอช. และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับ เอกสารต้นฉบับเปิดอ่านได้จากเว็บไซต์ FAO/WHO และ มกอช.
ในห้องอบรม คำถามที่ทำให้ทีมเงียบที่สุดไม่ใช่คำถามเรื่องหลักการ แต่คือคำถามง่าย ๆ ว่า อะฟลาทอกซินเป็นอันตรายกลุ่มใด ครึ่งห้องตอบว่าชีวภาพเพราะมาจากเชื้อรา อีกครึ่งตอบว่าเคมี คำตอบที่ต่างกันนี้เองที่ทำให้ตารางระบุอันตรายของหลายโรงงานจัดกลุ่มไม่ตรงกันตั้งแต่บรรทัดแรก
ตอนที่ 6 ของซีรีส์อธิบายไว้แล้วว่าอันตรายในอาหารแบ่งได้เป็นกี่กลุ่มและแต่ละกลุ่มหมายถึงอะไร ตอนนี้จึงไม่อธิบายซ้ำ แบบฝึกหัดชุดนี้ครอบคลุม 4 กลุ่มจาก 5 กลุ่มที่ซีรีส์ใช้ในตอนที่ 6 คือชีวภาพ เคมี กายภาพ และสารก่อภูมิแพ้ ส่วนกลุ่มรังสีไม่ได้นำมาออกเป็นข้อ แต่ยังต้องพิจารณาให้ครบทุกขั้นตอนในตารางระบุอันตรายจริง จากนั้นให้ท่านลองทำจริงกับรายการที่พบในโรงงาน 36 รายการ เพราะการจำนิยามได้กับการจัดกลุ่มได้ถูกต้องเป็นคนละเรื่องกัน
แบบฝึกหัดนี้ทำได้ทันทีในหน้านี้ ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล
- วัดความเข้าใจของทีมก่อนลงมือทำตารางระบุอันตราย HA-06-01 จริง
- ใช้เป็นแบบทดสอบก่อนและหลังการอบรมภายใน เพื่อเก็บเป็นหลักฐานความรู้ความสามารถของทีมตามเอกสาร HA-01-02
- หาจุดที่ทีมยังเข้าใจต่างกัน แล้วตกลงกันให้จบก่อนที่ความต่างนั้นจะไปปรากฏในตารางวิเคราะห์อันตราย
ทวนสั้น ๆ ก่อนเริ่ม
| กลุ่มอันตราย | ตัวตัดสินว่าอยู่กลุ่มนี้ | ตัวอย่างที่พบบ่อยในโรงงานเล็ก |
|---|---|---|
| ชีวภาพ (Biological) | เป็นสิ่งมีชีวิต ได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส ยีสต์ เชื้อรา และปรสิต | เชื้อในวัตถุดิบสด เชื้อจากมือพนักงาน เชื้อในน้ำที่ใช้ |
| เคมี (Chemical) | เป็นสารเคมี ไม่ว่าจะเกิดตามธรรมชาติ เกิดจากสิ่งมีชีวิต หรือมาจากการใช้งานในโรงงาน | สารพิษจากเชื้อรา สารทำความสะอาดตกค้าง จาระบี ยาตกค้าง |
| กายภาพ (Physical) | เป็นวัตถุแข็งหรือชิ้นส่วนที่ทำให้บาดเจ็บหรือสำลักได้ | โลหะ แก้ว พลาสติกแข็ง ของใช้ส่วนตัว ชิ้นส่วนอุปกรณ์ |
| สารก่อภูมิแพ้ (Allergen) | เป็นส่วนประกอบของอาหารที่ทำให้ผู้แพ้เกิดอาการ และต้องแจ้งบนฉลาก | ถั่ว งา นม ไข่ ปลา สัตว์น้ำมีเปลือก ธัญพืชที่มีกลูเตน |
แบบฝึกหัดจับคู่อันตราย 36 รายการ
เลือกกลุ่มของแต่ละรายการ แล้วกดปุ่มตรวจคำตอบด้านล่างเพียงครั้งเดียวเมื่อทำครบ ระบบจะแสดงคะแนน เฉลย และคำอธิบายรายข้อ ข้อที่ยังไม่ได้เลือกจะนับเป็นข้อที่ยังไม่ผ่าน หน้านี้ไม่เก็บคำตอบของท่านไว้ที่ใด เมื่อปิดหน้าแล้วคำตอบจะหายไปทั้งหมด
-
ข้อ 1เทปกาวที่ติดมากับกล่องกระดาษของวัตถุดิบ
เฉลย: อันตรายทางกายภาพ — เศษเทปกาวหลุดปนลงในอาหารได้ระหว่างการแกะกล่อง จัดเป็นสิ่งแปลกปลอมทางกายภาพ ควบคุมด้วยการกำหนดจุดแกะกล่องให้อยู่นอกพื้นที่ผลิต -
ข้อ 2ลวดเย็บกระดาษจากเอกสารกำกับสินค้า
เฉลย: อันตรายทางกายภาพ — ลวดเย็บเป็นโลหะแข็งมีคม ทำให้ผู้บริโภคบาดเจ็บได้ ควบคุมด้วยการห้ามใช้ลวดเย็บในพื้นที่ผลิต และการใช้เครื่องตรวจจับโลหะที่ปลายสาย -
ข้อ 3เศษสายพานลำเลียงที่หลุดลุ่ย
เฉลย: อันตรายทางกายภาพ — ชิ้นส่วนของอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพแล้วหลุดลงในผลิตภัณฑ์ จัดเป็นอันตรายทางกายภาพ ควบคุมด้วยการตรวจสภาพสายพานตามรอบและบันทึกผลไว้ -
ข้อ 4เส้นลวดจากแปรงลวดที่ใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์
เฉลย: อันตรายทางกายภาพ — ขนลวดหักและตกลงในสายการผลิตได้ ควบคุมด้วยการห้ามใช้แปรงลวดในพื้นที่สัมผัสอาหาร และการควบคุมทะเบียนอุปกรณ์ทำความสะอาด -
ข้อ 5ซากแมลงที่ปนมากับวัตถุดิบแห้ง
เฉลย: อันตรายทางกายภาพ — แม้ซากแมลงจะเกี่ยวข้องกับสุขลักษณะ แต่เมื่อพบเป็นชิ้นส่วนปนอยู่ในอาหารจะถือเป็นสิ่งแปลกปลอมทางกายภาพ ควบคุมด้วยการคัดแยกและการควบคุมสัตว์พาหะ -
ข้อ 6ปากกาของพนักงานที่ตกลงในถังผสม
เฉลย: อันตรายทางกายภาพ — ของใช้ส่วนตัวเป็นแหล่งของสิ่งแปลกปลอมที่พบบ่อยที่สุดแหล่งหนึ่ง ควบคุมด้วยระเบียบการนำของเข้าพื้นที่ผลิตและการตรวจนับอุปกรณ์ก่อนเข้าและออก -
ข้อ 7เศษฟางที่ติดมากับผลผลิตทางการเกษตร
เฉลย: อันตรายทางกายภาพ — สิ่งแปลกปลอมที่มากับแหล่งวัตถุดิบ ควบคุมด้วยการคัดแยกที่ขั้นตอนรับเข้าและการล้าง -
ข้อ 8เส้นด้ายจากปากถุงบรรจุวัตถุดิบที่เย็บไว้
เฉลย: อันตรายทางกายภาพ — เส้นด้ายหลุดปนลงในกระบวนการได้เมื่อเปิดถุงผิดวิธี ควบคุมด้วยวิธีเปิดถุงที่กำหนดไว้เป็นเอกสารและการกรอง -
ข้อ 9อะฟลาทอกซินในถั่วลิสงและข้าวโพด
เฉลย: อันตรายทางเคมี — เป็นสารพิษที่สร้างโดยเชื้อรา แต่ตัวสารพิษเองจัดเป็นอันตรายทางเคมี เพราะทนความร้อนและไม่หมดไปด้วยการฆ่าเชื้อ ควบคุมที่ขั้นตอนรับวัตถุดิบและผลวิเคราะห์ -
ข้อ 10หมึกพิมพ์จากบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง
เฉลย: อันตรายทางเคมี — สารเคมีจากหมึกพิมพ์ถ่ายเทสู่อาหารได้ ควบคุมด้วยการขอเอกสารรับรองความปลอดภัยของวัสดุสัมผัสอาหารจากผู้ส่งมอบ -
ข้อ 11สารประกอบไซยาไนด์ในมันสำปะหลังดิบ
เฉลย: อันตรายทางเคมี — เป็นสารพิษที่มีอยู่ตามธรรมชาติในวัตถุดิบบางชนิด จัดเป็นอันตรายทางเคมี ควบคุมด้วยการเลือกพันธุ์ การแช่ และการให้ความร้อนตามวิธีที่พิสูจน์แล้ว -
ข้อ 12ฮีสตามีนในปลาทะเลกลุ่มสคอมบรอยด์
เฉลย: อันตรายทางเคมี — แม้ฮีสตามีนจะเกิดจากการทำงานของแบคทีเรีย แต่ตัวสารเป็นสารเคมีที่ทนความร้อนและไม่หมดไปเมื่อปรุงสุก จึงจัดเป็นอันตรายทางเคมี ควบคุมด้วยการรักษาอุณหภูมิตั้งแต่เรือจนถึงโรงงาน -
ข้อ 13ยาปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อสัตว์และน้ำนม
เฉลย: อันตรายทางเคมี — สารตกค้างจากการเลี้ยงสัตว์ จัดเป็นอันตรายทางเคมี ควบคุมด้วยการประเมินผู้ส่งมอบ เอกสารรับรองจากฟาร์ม และผลวิเคราะห์ตามรอบ -
ข้อ 14จาระบีหล่อลื่นเครื่องจักรที่หยดลงสายการผลิต
เฉลย: อันตรายทางเคมี — สารหล่อลื่นที่ไม่ใช่เกรดสัมผัสอาหารจัดเป็นอันตรายทางเคมี ควบคุมด้วยการกำหนดให้จุดที่อยู่เหนือสายการผลิตใช้สารหล่อลื่นเกรดอาหารเท่านั้น -
ข้อ 15สารทำความสะอาดที่ตกค้างบนผิวสัมผัสอาหาร
เฉลย: อันตรายทางเคมี — เกิดจากการล้างน้ำออกไม่หมดหรือใช้ความเข้มข้นผิด จัดเป็นอันตรายทางเคมี ควบคุมด้วยวิธีล้างที่กำหนดไว้และการตรวจสอบสารตกค้างหลังล้าง -
ข้อ 16เหยื่อพิษกำจัดหนูที่วางใกล้พื้นที่เก็บวัตถุดิบ
เฉลย: อันตรายทางเคมี — สารกำจัดสัตว์พาหะเป็นอันตรายทางเคมีเมื่อเข้าสู่อาหาร ควบคุมด้วยแผนผังจุดวางที่กำหนดไว้ และการไม่ใช้เหยื่อพิษภายในอาคารผลิต -
ข้อ 17เชื้อราบนผิวของวัตถุดิบแห้งที่เก็บในที่ชื้น
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — ตัวเชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิต จึงจัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ส่วนสารพิษที่เชื้อราสร้างขึ้นจัดเป็นอันตรายทางเคมี ควบคุมด้วยการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิในคลัง -
ข้อ 18ยีสต์ที่ทำให้เครื่องดื่มเกิดการหมักโดยไม่ตั้งใจ
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — ยีสต์เป็นสิ่งมีชีวิต จึงจัดอยู่ในกลุ่มชีวภาพ ทั้งนี้การเสื่อมเสียของผลิตภัณฑ์เป็นประเด็นด้านคุณภาพ จะนับเป็นอันตรายในระบบ HACCP ก็ต่อเมื่อกระทบความปลอดภัย เช่น แก๊สจากการหมักทำให้ภาชนะบรรจุแตกหรือระเบิด ควบคุมด้วยกระบวนการฆ่าเชื้อและสุขลักษณะของบรรจุภัณฑ์ -
ข้อ 19ไวรัสตับอักเสบเอที่มากับมือของผู้สัมผัสอาหาร
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — ไวรัสจัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ควบคุมด้วยสุขลักษณะบุคลากร การล้างมือ และการกันผู้ที่มีอาการป่วยออกจากพื้นที่ผลิต -
ข้อ 20โคลิฟอร์มในน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — แบคทีเรียกลุ่มที่ใช้เป็นดัชนีสุขลักษณะของน้ำ จัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ควบคุมด้วยการบำบัดน้ำและผลตรวจน้ำใช้ตามรอบ -
ข้อ 21Clostridium botulinum ในอาหารกระป๋องที่มีความเป็นกรดต่ำ
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — แบคทีเรียที่สร้างสปอร์และสารพิษร้ายแรง จัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ควบคุมด้วยกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนที่ผ่านการตรวจสอบความใช้ได้แล้ว -
ข้อ 22Clostridium perfringens ในอาหารปรุงสุกที่ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — แบคทีเรียที่เพิ่มจำนวนเร็วในช่วงอุณหภูมิอันตราย จัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ควบคุมด้วยการลดอุณหภูมิให้เร็วพอหลังปรุงสุก -
ข้อ 23Escherichia coli O157:H7 ในเนื้อบด
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — แบคทีเรียก่อโรครุนแรง จัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ควบคุมด้วยอุณหภูมิใจกลางชิ้นเนื้อขณะปรุงสุกและการป้องกันการปนเปื้อนข้ามจากของดิบ -
ข้อ 24Staphylococcus aureus จากแผลที่มือของพนักงาน
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — แบคทีเรียที่มาจากคนและสร้างสารพิษทนความร้อน ตัวเชื้อจัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ควบคุมด้วยสุขลักษณะบุคลากรและการตรวจสภาพร่างกายก่อนเข้าไลน์ -
ข้อ 25Salmonella spp. ในไข่และเนื้อสัตว์ปีก
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — แบคทีเรียก่อโรคที่พบบ่อยที่สุดกลุ่มหนึ่ง จัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ควบคุมด้วยความร้อนและการแยกของดิบออกจากของสุกอย่างชัดเจน -
ข้อ 26Bacillus cereus ในข้าวสวยที่เก็บไว้นาน
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — แบคทีเรียสร้างสปอร์ที่พบในผลิตภัณฑ์จากธัญพืช จัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ควบคุมด้วยการควบคุมเวลาและอุณหภูมิหลังหุงสุก -
ข้อ 27Vibrio parahaemolyticus ในอาหารทะเลดิบ
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — แบคทีเรียที่พบในสิ่งแวดล้อมทางทะเล จัดเป็นอันตรายทางชีวภาพ ควบคุมด้วยการควบคุมอุณหภูมิตลอดห่วงโซ่ความเย็นและการปรุงสุก -
ข้อ 28ท็อกโซพลาสมา กอนดีไอ ที่ปนเปื้อนในเนื้อสัตว์
เฉลย: อันตรายทางชีวภาพ — โปรโตซัวและปรสิตจัดอยู่ในกลุ่มอันตรายทางชีวภาพเช่นเดียวกับแบคทีเรียและไวรัส ควบคุมด้วยการให้ความร้อนหรือการแช่แข็งตามเงื่อนไขที่กำหนด -
ข้อ 29งาที่เป็นส่วนผสมของซอสทาฮินี
เฉลย: สารก่อภูมิแพ้ — งาเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องแจ้งบนฉลากในหลายตลาด ควบคุมด้วยการแยกเก็บ การจัดลำดับการผลิต และการตรวจสอบความถูกต้องของฉลาก -
ข้อ 30คื่นช่ายและรากคื่นช่ายในเครื่องปรุง
เฉลย: สารก่อภูมิแพ้ — คื่นช่ายอยู่ในรายการสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องแจ้งของบางตลาดปลายทาง จึงต้องตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศผู้ซื้อทุกครั้งก่อนออกฉลาก -
ข้อ 31ถั่วเหลืองในซอสปรุงรส
เฉลย: สารก่อภูมิแพ้ — ถั่วเหลืองเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบในเครื่องปรุงจำนวนมาก ควบคุมด้วยการระบุบนฉลากและการล้างเครื่องระหว่างเปลี่ยนสูตร -
ข้อ 32ปลาที่เป็นส่วนผสมในน้ำปลาและซอสปรุงรส
เฉลย: สารก่อภูมิแพ้ — ปลาและอาหารทะเลเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องแจ้ง แม้จะอยู่ในรูปของส่วนผสมปริมาณน้อยก็ตาม -
ข้อ 33คูสคูสซึ่งทำจากข้าวสาลี
เฉลย: สารก่อภูมิแพ้ — ธัญพืชที่มีกลูเตนจัดเป็นสารก่อภูมิแพ้ ผู้ที่แพ้ได้รับผลกระทบแม้ในปริมาณน้อย ควบคุมด้วยการแจ้งบนฉลากและการป้องกันการปนเปื้อนข้าม -
ข้อ 34ถั่วลิสงที่ใช้โรยหน้าผลิตภัณฑ์
เฉลย: สารก่อภูมิแพ้ — ถั่วลิสงเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงถึงชีวิตได้ ควบคุมด้วยการแยกพื้นที่ การจัดลำดับการผลิต และวิธีล้างที่พิสูจน์ผลแล้ว -
ข้อ 35ข้าวทริทิเคลีที่ใช้ผสมในแป้ง
เฉลย: สารก่อภูมิแพ้ — เป็นธัญพืชลูกผสมระหว่างข้าวสาลีกับข้าวไรย์ จึงมีกลูเตนและจัดเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องแจ้งบนฉลาก -
ข้อ 36หอยเป๋าฮื้อในผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป
เฉลย: สารก่อภูมิแพ้ — หอยจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์น้ำที่มีเปลือกซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องแจ้ง ควบคุมด้วยการระบุบนฉลากและการแยกสายการผลิต
นำผลไปใช้ต่ออย่างไร
- ให้ทีมทำพร้อมกันแล้วเทียบคำตอบ รายการที่คนในทีมตอบต่างกันคือรายการที่ต้องคุยกันให้จบ เพราะถ้าไม่จบตรงนี้ ความต่างนั้นจะไปโผล่ในตารางวิเคราะห์อันตรายของแต่ละคน
- เก็บเป็นหลักฐานการอบรม ใช้ใบแบบฝึกหัดฉบับกระดาษท้ายตอน ทำก่อนอบรมและทำซ้ำหลังอบรม เก็บพร้อมรายชื่อผู้เข้าอบรมไว้เป็นหลักฐานความรู้ความสามารถของทีม
- ย้อนกลับไปดูตารางของจริง เปิดเอกสาร HA-06-01 ที่ทำไว้ แล้วดูว่ามีรายการใดในโรงงานของท่าน ที่จัดกลุ่มไว้ต่างจากเฉลย โดยเฉพาะสารพิษจากเชื้อราและสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งเป็นสองกลุ่มที่ตกหล่นบ่อยที่สุด
- เพิ่มรายการของโรงงานเอง รายการในแบบฝึกหัดนี้เป็นตัวอย่างกลาง ให้ทีมเติมรายการที่พบจริงในโรงงานของท่านลงไปอีก เช่น ชื่อสารเคมีที่ใช้อยู่ หรือวัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้ในสูตรของท่านเอง
เอกสารที่ควรมีเมื่อจบตอนนี้
| เอกสาร | ใครลงนาม | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ต้องมีใบแบบฝึกหัดที่ทีมทำแล้ว พร้อมรายชื่อและวันที่ | ผู้จัดการอบรมภายใน | เก็บไว้เป็นหลักฐานความรู้ความสามารถของทีมตามเอกสาร HA-01-02 หรือไม่ |
| ต้องมีบันทึกสรุปว่าทีมเข้าใจต่างกันในเรื่องใด และตกลงกันอย่างไร | หัวหน้าทีม HACCP | ข้อสรุปนั้นสะท้อนอยู่ในตารางระบุอันตราย HA-06-01 จริงหรือไม่ |
| เมื่อระบบโตขึ้นชุดตัวอย่างอันตรายเฉพาะของโรงงาน | ทีม HACCP | ใช้อบรมพนักงานใหม่และปรับให้ทันกับวัตถุดิบที่เปลี่ยนไปหรือไม่ |
แบบฟอร์มที่ตอนนี้ต้องส่งมอบ
งานของขั้นตอนนี้ส่งมอบเป็นแบบฟอร์ม 1 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| HA-X19-01 | ใบแบบฝึกหัดจับคู่อันตรายสำหรับอบรมภายใน พร้อมเฉลย | หลักฐานการอบรมภายในและความรู้ความสามารถของทีมเรื่องการจำแนกอันตราย |
ครอบคลุมตั้งแต่แผนภูมิกระบวนการจนถึงการทบทวนแผน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากขั้นไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการแบบฟอร์ม Word ครบทั้ง 57 ฉบับ · ชุดแบบฟอร์ม HACCP ฉบับเต็ม 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex หรือ มกอช. และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ มาตรฐานไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการจริง และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex, มกอช. หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนงานของตนเอง
- ทีมทุกคนทำแบบฝึกหัดแล้ว และเทียบคำตอบกันเพื่อหาจุดที่เข้าใจต่างกัน
- ข้อที่ทีมตอบต่างกัน ได้ข้อสรุปร่วมกันแล้วว่าจะจัดกลุ่มอย่างไรในตารางของโรงงาน
- เปิดตารางระบุอันตราย HA-06-01 เทียบแล้ว โดยเฉพาะสารพิษจากเชื้อราและสารก่อภูมิแพ้
- เติมรายการอันตรายที่พบจริงในโรงงานของท่านเข้าไปในชุดตัวอย่างแล้ว
- เก็บใบแบบฝึกหัดที่ทำเสร็จไว้พร้อมรายชื่อและวันที่ เป็นหลักฐานการอบรมภายใน
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำแผน HACCP ได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละขั้นต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ทบทวนแผนที่ทำไว้แล้ว หรืออบรมทีมให้เข้าใจหลักการในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ HACCP ทั้ง 20 ตอนครบทั้ง 12 ขั้นตอน 7 หลักการ พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ซีรีส์ GHPs revised 2022 ทั้ง 35 ตอนทำ GHPs ให้แน่นก่อน แล้ว HACCP จะทำงานได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรม HACCP 2 วันลงมือทำแผนจริงในห้องอบรม
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายตอนเสริมของระบบ HACCP ด้วยถ้อยคำของเราเอง โดยอ้างอิงสาระจาก Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 บทที่สอง และมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9024-2564 เรื่องหลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของมาตรฐาน ข้อกำหนดของกฎหมายไทย ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่มาตรฐานกลางกำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) บทที่สอง ระบบ HACCP หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO · สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
