เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 13.2.9 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งสุดท้ายที่สัมผัสอาหารก่อนอาหารออกจากโรงงาน และเป็นสิ่งเดียวที่ยังคงทำหน้าที่ปกป้องอาหารต่อไปตลอดเส้นทางขนส่ง การวางจำหน่าย และการเก็บรักษาที่บ้านของผู้บริโภค เมื่อบรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสม อาหารที่ผลิตมาอย่างถูกสุขลักษณะตลอดกระบวนการก็ยังกลายเป็นอาหารที่ไม่ปลอดภัยได้ ทั้งจากสารที่แพร่ออกจากวัสดุเข้าสู่อาหาร จากการฉีกขาดที่เปิดทางให้จุลินทรีย์เข้าไป และจากฉลากที่ติดไม่ติดหรืออ่านไม่ออกจนผู้บริโภคไม่ทราบว่าอาหารนั้นมีสารก่อภูมิแพ้ใดอยู่ Codex จึงกำหนดข้อ 13.2.9 ไว้ในหมวดการควบคุมการปฏิบัติงาน
ในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทย ปัญหาที่พบบ่อยไม่ใช่การเลือกวัสดุผิดประเภทตั้งแต่ต้น แต่เป็นการที่โรงงานไม่มีหลักฐานว่าวัสดุที่ใช้อยู่เหมาะสมสำหรับสัมผัสอาหารจริง ถุงและกล่องซื้อจากร้านค้าปลีกโดยไม่มีเอกสารใดจากผู้ผลิต ถุงที่ตั้งใจซื้อมาใช้กับอาหารถูกวางปนกับถุงใส่ขยะในห้องเก็บของเดียวกัน ลังพลาสติกที่ใช้ซ้ำมีรอยแตกจนล้างไม่สะอาดแต่ยังหมุนเวียนอยู่ในระบบ และเมื่อเปลี่ยนผู้ขายเพราะราคาถูกกว่า ก็ไม่มีใครตรวจสอบว่าวัสดุใหม่มีคุณสมบัติเทียบเท่าของเดิมหรือไม่
ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 13.2.9 คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานขนาดเล็กจัดทำได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 13.2.9 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 13.2.9 บรรจุภัณฑ์ วางข้อกำหนดไว้สามเรื่อง
- การออกแบบและวัสดุ วัสดุที่เลือกใช้ต้องเหมาะกับการสัมผัสอาหารและไม่เป็นอันตราย ต้องห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ได้ดีพอที่จะลดโอกาสปนเปื้อนและไม่ให้ผลิตภัณฑ์เสียหาย และต้องมีพื้นที่หรือคุณสมบัติที่รองรับการติดฉลากได้อย่างถูกต้อง
- วัสดุบรรจุหรือก๊าซที่ใช้ ต้องไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษ และต้องไม่เป็นภัยต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหารภายใต้สภาวะการเก็บรักษาและการใช้งานที่กำหนดไว้
- บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำ ต้องมีความคงทนอย่างเหมาะสม ทำความสะอาดได้ง่าย และเมื่อจำเป็น ต้องฆ่าเชื้อได้
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 13.2.9 ไม่ได้ระบุชื่อเอกสารรับรองใด ไม่ได้ระบุความหนาของวัสดุ และไม่ได้ระบุรายการสารที่ต้องตรวจวิเคราะห์ เกณฑ์เชิงตัวเลขที่โรงงานพบในทางปฏิบัติมาจากกฎหมายของแต่ละประเทศว่าด้วยภาชนะบรรจุอาหาร หรือจากข้อกำหนดของลูกค้า ไม่ใช่จากข้อนี้ สิ่งที่ข้อนี้เรียกร้องจริงคือโรงงานต้องทราบว่าวัสดุที่ใช้คืออะไร เหมาะกับอาหารชนิดใด ใช้ในสภาวะใดได้ และมีหลักฐานสนับสนุนคำตอบนั้น ผู้ตรวจจึงมักหยิบถุงหรือกล่องที่ใช้อยู่หน้างานขึ้นมาหนึ่งชนิด แล้วถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าวัสดุนี้ใช้กับอาหารที่ร้อนหรือมีไขมันสูงได้
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 13.2.9 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมักใช้วัสดุบรรจุไม่กี่ชนิดและซื้อจากผู้ขายไม่กี่ราย หลักฐานของข้อนี้จึงควรเป็นทะเบียนวัสดุหนึ่งแผ่นที่ผูกกับเอกสารของผู้ขาย ร่วมกับบันทึกการตรวจรับและการดูแลบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำ ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 13.2.9 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| วัสดุบรรจุภัณฑ์ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับใช้กับอาหาร · ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษ | ควรมี ทะเบียนวัสดุบรรจุภัณฑ์หนึ่งแผ่น ระบุทุกชนิดที่ใช้ ผู้ผลิตและผู้ขาย ผลิตภัณฑ์ที่ใช้คู่กัน และเอกสารยืนยันความเหมาะสมสำหรับสัมผัสอาหารที่ได้รับจากผู้ขาย พร้อมวันที่ของเอกสาร | หยิบวัสดุที่ใช้อยู่หน้างานหนึ่งชนิดแล้วขอดูเอกสารของชนิดนั้น · เอกสารตรงกับวัสดุที่ใช้จริงหรือเป็นของรุ่นที่เลิกใช้แล้ว |
| สภาวะการเก็บรักษาและการใช้งานที่วัสดุรองรับได้ · การปกป้องอาหารและป้องกันความเสียหาย | ควรมี ตารางจับคู่วัสดุกับผลิตภัณฑ์และสภาวะการใช้งาน ระบุอุณหภูมิที่บรรจุ วิธีปิดผนึก อายุการเก็บ และข้อจำกัดที่ผู้ผลิตวัสดุแจ้ง เช่น ห้ามใช้กับอาหารร้อนหรืออาหารที่มีไขมันสูง | อุณหภูมิที่บรรจุจริงหน้างานเกินกว่าที่วัสดุรองรับหรือไม่ · ถามผู้ปฏิบัติงานว่าถุงชนิดนี้ใช้กับผลิตภัณฑ์ใดได้บ้าง |
| วัสดุบรรจุต้องไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษและต้องปกป้องอาหารได้ · การดูแลวัสดุก่อนนำไปใช้เป็นข้อแนะนำของเรา | ควรมี บันทึกการตรวจรับและข้อกำหนดการจัดเก็บวัสดุบรรจุ ครอบคลุมการตรวจสภาพหีบห่อเมื่อรับเข้า การเก็บแยกจากวัตถุดิบ สารเคมี และวัสดุที่ไม่ใช้กับอาหาร การปิดหีบห่อที่เปิดใช้แล้ว และการหมุนเวียนตามลำดับ | ห้องเก็บบรรจุภัณฑ์มีถุงขยะหรือสารเคมีวางปนหรือไม่ · ม้วนฟิล์มที่เปิดใช้ค้างคืนถูกคลุมหรือปล่อยเปิดไว้ |
| บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำต้องคงทน ทำความสะอาดได้ง่าย และฆ่าเชื้อได้เมื่อจำเป็น | ควรมี วิธีทำความสะอาดและบันทึกการตรวจสภาพบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำ เช่น ลังพลาสติก ถังขนส่ง ถาด พร้อมเกณฑ์คัดออกเมื่อมีรอยแตก รอยร้าว หรือผิวที่ล้างไม่ออก | สุ่มพลิกลังในกองที่พร้อมใช้เพื่อดูรอยแตกและคราบสะสม · ลังที่คัดออกแล้วยังปะปนอยู่ในสายการผลิตหรือไม่ |
| ก๊าซที่ใช้ในการบรรจุ | เมื่อระบบโตขึ้น ข้อกำหนดของก๊าซที่ใช้บรรจุพร้อมเอกสารยืนยันเกรดที่ใช้กับอาหารและบันทึกการดูแลตัวกรองในระบบจ่ายก๊าซ ในวันเริ่มต้น หากโรงงานใช้ก๊าซในการบรรจุ ให้ระบุชนิดและเกรดของก๊าซพร้อมชื่อผู้ขายไว้ในทะเบียนวัสดุ และเก็บเอกสารของผู้ขายไว้ในแฟ้มเดียวกัน | โรงงานที่บรรจุแบบปรับสภาพบรรยากาศทราบหรือไม่ว่าก๊าซที่ใช้เป็นเกรดที่ใช้กับอาหาร |
| การรองรับการแสดงฉลากที่ถูกต้อง | เมื่อระบบโตขึ้น การทวนสอบการยึดติดและความคงทนของฉลากตลอดอายุการเก็บอย่างเป็นระบบ ในวันเริ่มต้นให้ตรวจตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้ครบอายุแล้วบันทึกว่าฉลากยังติดแน่นและอ่านออกหรือไม่ | ตัวอย่างที่เก็บไว้มีฉลากลอกหรือเลือนจนอ่านข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ไม่ได้หรือไม่ |
| การเปลี่ยนผู้ขายหรือเปลี่ยนวัสดุ | เมื่อระบบโตขึ้น ขั้นตอนอนุมัติวัสดุใหม่ก่อนใช้พร้อมการทดลองบรรจุและประเมินผลกระทบ ในวันเริ่มต้นให้กำหนดว่าการเปลี่ยนวัสดุหรือผู้ขายทุกครั้งต้องมีเอกสารของผู้ขายรายใหม่ก่อน และให้ผู้ดูแลระบบ GHPs บันทึกการเปลี่ยนแปลงลงในทะเบียน | เปรียบเทียบวัสดุที่ใช้อยู่หน้างานกับทะเบียนว่าตรงกันหรือไม่ · วัสดุที่เพิ่งเปลี่ยนมีเอกสารรองรับแล้วหรือยัง |
| ผลวิเคราะห์การแพร่กระจายของสารจากวัสดุสู่อาหาร | เมื่อระบบโตขึ้น ผลทดสอบการแพร่กระจายของสารตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ในวันเริ่มต้นให้ใช้เอกสารยืนยันจากผู้ผลิตวัสดุที่ระบุว่าวัสดุเป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับภาชนะบรรจุอาหาร | โรงงานอธิบายที่มาของความมั่นใจในวัสดุได้หรือไม่ · เอกสารเป็นของวัสดุชนิดนั้นจริงหรือเป็นของบริษัทโดยรวม |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- เดินสำรวจและรวบรวมวัสดุบรรจุทุกชนิดที่ใช้จริง ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs เดินตั้งแต่ห้องเก็บบรรจุภัณฑ์ถึงจุดบรรจุ แล้วรวบรวมทุกชนิดที่พบ รวมถึงถุงชั้นใน ฟิล์มปิดปาก เทปกาว ลังกระดาษ ฉลาก และวัสดุรองที่สัมผัสอาหารโดยตรง เพราะสิ่งที่มักตกหล่นคือวัสดุรองและวัสดุปิดผนึก
- ขอเอกสารยืนยันความเหมาะสมสำหรับสัมผัสอาหารจากผู้ขายทุกราย โดยระบุว่าต้องเป็นเอกสารของวัสดุชนิดและรุ่นที่ส่งให้จริง หากผู้ขายรายใดไม่มีเอกสาร ให้บันทึกไว้ในทะเบียนพร้อมกำหนดเวลาที่จะติดตาม และพิจารณาเปลี่ยนผู้ขายหากยังไม่ได้รับ
- จัดทำทะเบียนวัสดุบรรจุภัณฑ์หนึ่งแผ่น ระบุชื่อวัสดุ ผู้ผลิต ผู้ขาย ผลิตภัณฑ์ที่ใช้คู่กัน สภาวะการใช้งานที่รองรับ และเลขที่กับวันที่ของเอกสารที่ได้รับ แล้วเก็บเอกสารทั้งหมดไว้ในแฟ้มเดียวกันตามลำดับเดียวกับทะเบียน
- จับคู่วัสดุกับผลิตภัณฑ์และสภาวะการบรรจุจริง ตรวจสอบว่าอุณหภูมิขณะบรรจุ ความเป็นกรด ปริมาณไขมัน และอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์ อยู่ในขอบเขตที่ผู้ผลิตวัสดุระบุไว้หรือไม่ หากพบว่าเกิน ให้เปลี่ยนวัสดุหรือปรับวิธีทำงาน เช่น ลดอุณหภูมิก่อนบรรจุ แล้วบันทึกการตัดสินใจไว้
- จัดพื้นที่เก็บบรรจุภัณฑ์ให้แยกและปิดมิดชิด แยกออกจากสารเคมี วัสดุที่ไม่ใช้กับอาหาร และของเสีย กำหนดให้หีบห่อที่เปิดใช้แล้วต้องปิดหรือคลุมทุกครั้งเมื่อหยุดงาน และให้ใช้ตามลำดับที่รับเข้า
- กำหนดการตรวจรับวัสดุบรรจุ ให้ผู้รับของตรวจสภาพหีบห่อ ความสะอาด กลิ่นผิดปกติ และความตรงกับที่สั่งทุกครั้งที่รับ แล้วลงบันทึกพร้อมชื่อผู้ตรวจ วัสดุที่หีบห่อฉีกขาดหรือเปียกให้กักไว้และตัดสินใจโดยผู้ดูแลระบบ GHPs
- วางระเบียบสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำ กำหนดวิธีล้าง ความถี่ ผู้รับผิดชอบ และเกณฑ์คัดออกเมื่อมีรอยแตกหรือผิวที่ล้างไม่ออก จัดจุดพักลังที่คัดออกให้แยกจากลังที่พร้อมใช้อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ย้อนกลับเข้าสายการผลิต
- ทวนสอบด้วยตัวอย่างจริงปีละครั้ง นำผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้จนครบอายุการเก็บมาตรวจว่าบรรจุภัณฑ์ยังปิดสนิท ไม่รั่ว ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม และฉลากยังติดแน่นและอ่านออก แล้วบันทึกผลไว้ท้ายทะเบียน
- กำหนดกติกาเมื่อเปลี่ยนวัสดุหรือผู้ขาย ให้ทุกครั้งที่เปลี่ยนต้องได้รับเอกสารของรายใหม่ก่อนใช้ และให้ผู้ดูแลระบบ GHPs ปรับทะเบียนพร้อมแจ้งผู้ปฏิบัติงานที่จุดบรรจุ
ใช้ถุงหรือกล่องที่ซื้อจากร้านค้าปลีกโดยไม่มีเอกสารใดจากผู้ผลิต — เมื่อผู้ตรวจถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าวัสดุนี้ใช้กับอาหารได้ โรงงานตอบไม่ได้ ข้อ 13.2.9 กำหนดให้วัสดุปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับใช้กับอาหาร แต่ไม่ได้ระบุว่าต้องมีเอกสารใด ในมุมของเรา โรงงานจึงควรมีเอกสารจากผู้ขายไว้เป็นสิ่งยืนยัน
ใช้วัสดุนอกสภาวะที่ผู้ผลิตระบุ เช่น บรรจุอาหารร้อนลงถุงที่ระบุว่าใช้กับอาหารเย็น — ข้อนี้ระบุว่าวัสดุต้องไม่เป็นภัยต่ออาหารภายใต้สภาวะการเก็บรักษาและการใช้งานที่กำหนดไว้
เก็บวัสดุบรรจุปนกับสารเคมี ถุงขยะ หรือวัสดุที่ไม่ใช้กับอาหาร — วัสดุที่ปนเปื้อนก่อนใช้ทำให้การปกป้องอาหารตามข้อนี้ไม่บรรลุผล
ลังพลาสติกที่ใช้ซ้ำมีรอยแตกและคราบสะสมแต่ยังหมุนเวียนอยู่ — ข้อนี้ระบุว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำต้องคงทนและทำความสะอาดได้ง่าย รอยแตกทำให้ล้างไม่ถึงและกลายเป็นแหล่งสะสม
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น จัดทำข้อกำหนดวัสดุแยกเป็นรายฉบับต่อวัสดุหนึ่งชนิดพร้อมขั้นตอนอนุมัติหลายชั้น ทั้งที่ยังไม่มีเอกสารจากผู้ขายแม้แต่รายเดียว — ควรเริ่มจากการรวบรวมเอกสารของผู้ขายให้ครบก่อน
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-13.2.9-01 | ทะเบียนวัสดุบรรจุภัณฑ์และเอกสารยืนยันความเหมาะสมสำหรับสัมผัสอาหาร | วัสดุปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับใช้กับอาหาร · ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษ |
| GHP-13.2.9-02 | ตารางจับคู่วัสดุบรรจุกับผลิตภัณฑ์และสภาวะการใช้งาน | การปกป้องอาหาร ป้องกันความเสียหาย และสภาวะการเก็บรักษาที่วัสดุรองรับ |
| GHP-13.2.9-03 | บันทึกการตรวจรับและข้อกำหนดการจัดเก็บวัสดุบรรจุภัณฑ์ | การป้องกันวัสดุบรรจุจากการปนเปื้อนก่อนนำไปใช้ |
| GHP-13.2.9-04 | วิธีทำความสะอาดและบันทึกการตรวจสภาพบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำ | บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำต้องคงทน ทำความสะอาดได้ง่าย และฆ่าเชื้อได้เมื่อจำเป็น |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- มีทะเบียนวัสดุบรรจุภัณฑ์ครบทุกชนิดที่สัมผัสอาหาร รวมถึงฟิล์มปิดปาก ถาดรอง และวัสดุปิดผนึก
- มีเอกสารยืนยันความเหมาะสมสำหรับสัมผัสอาหารของวัสดุชนิดและรุ่นที่ใช้จริง ไม่ใช่เอกสารระดับบริษัทที่ไม่ระบุชนิดวัสดุ
- สภาวะการบรรจุจริงอยู่ในขอบเขตที่ผู้ผลิตวัสดุระบุ ทั้งอุณหภูมิขณะบรรจุและอายุการเก็บ
- ห้องเก็บบรรจุภัณฑ์ไม่มีสารเคมี ถุงขยะ หรือวัสดุที่ไม่ใช้กับอาหารวางปน และหีบห่อที่เปิดใช้แล้วถูกปิดหรือคลุม
- บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำมีวิธีล้างที่กำหนดไว้และมีเกณฑ์คัดออก พร้อมจุดพักของที่คัดออกแยกจากของที่พร้อมใช้
- เมื่อเปลี่ยนวัสดุหรือผู้ขายครั้งล่าสุด มีเอกสารของรายใหม่และปรับทะเบียนแล้ว
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 13.2.9 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
