เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 13.2.5 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งแปลกปลอมที่แข็งหรือมีคมในอาหาร เช่น เศษแก้ว เศษโลหะ เศษพลาสติกแข็ง เศษไม้ หรือชิ้นกระดูก เป็นอันตรายที่ผู้บริโภคสังเกตเห็นได้เองและร้องเรียนได้ทันที ต่างจากอันตรายทางจุลินทรีย์ที่ต้องอาศัยการตรวจวิเคราะห์ สิ่งแปลกปลอมกลุ่มนี้จึงเป็นสาเหตุของการร้องเรียนและการเรียกคืนผลิตภัณฑ์จำนวนมาก และอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือการสำลักได้ Codex จึงกำหนดข้อ 13.2.5 ให้มีระบบป้องกันการปนเปื้อนของอาหารจากวัสดุแปลกปลอมตลอดห่วงโซ่อาหาร
ในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทย แหล่งของสิ่งแปลกปลอมที่พบบ่อยไม่ใช่สิ่งที่ซับซ้อน แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในสายตาทุกวันจนไม่มีใครสังเกต หลอดไฟและฝาครอบที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นชนิดกันแตก เทอร์โมมิเตอร์แก้ว นาฬิกาข้อมือและต่างหูของพนักงาน ปากกาที่พกในกระเป๋าเสื้อ กะละมังพลาสติกที่บิ่นจนขอบแตกเป็นเสี้ยน พาเลทไม้ที่นำเข้ามาถึงพื้นที่บรรจุ ลวดเย็บกระดาษบนเอกสารหน้างาน และเครื่องมือช่างที่วางทิ้งไว้บนเครื่องจักรหลังซ่อมเสร็จ เมื่อเกิดของแตกขึ้นจริง สิ่งที่พบบ่อยคือไม่มีใครทราบว่าต้องกันพื้นที่เท่าใด และผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใกล้เคียงถูกนำไปผลิตต่อ
ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 13.2.5 คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานขนาดเล็กจัดทำได้ในหนึ่งสัปดาห์ พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 13.2.5 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 13.2.5 การปนเปื้อนทางกายภาพ กำหนดให้มีระบบตลอดห่วงโซ่อาหารเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอาหารจากวัสดุแปลกปลอม โดยยกตัวอย่างสิ่งของส่วนตัวของพนักงาน และเน้นเป็นพิเศษที่วัตถุที่แข็งหรือมีคม เช่น เครื่องประดับ แก้ว เศษโลหะ กระดูก พลาสติก และเศษไม้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายจากการสำลัก
สำหรับการผลิตและการแปรรูป ข้อนี้ระบุให้ดำเนินกลยุทธ์การป้องกันที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการบำรุงรักษาและการตรวจสภาพเครื่องมืออุปกรณ์เป็นประจำ
ข้อเดียวกันกล่าวถึงอุปกรณ์ตรวจจับหรือคัดกรองว่าควรใช้เมื่อจำเป็น เช่น เครื่องตรวจจับโลหะหรือเครื่องเอกซเรย์ โดยอุปกรณ์ที่นำมาใช้ควรเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการสอบเทียบอย่างเหมาะสม
และปิดท้ายว่า ควรมีขั้นตอนปฏิบัติให้พนักงานทำตามเมื่อเกิดการแตกหัก เช่น การแตกของภาชนะแก้วหรือภาชนะพลาสติก
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 13.2.5 ไม่ได้บังคับให้ทุกโรงงานต้องมีเครื่องตรวจจับโลหะหรือเครื่องเอกซเรย์ แต่ใช้ถ้อยคำว่าให้ใช้เมื่อจำเป็น สิ่งที่ข้อนี้กำหนดชัดกว่าคือการป้องกันที่ต้นทาง ได้แก่ การควบคุมสิ่งของส่วนตัว การบำรุงรักษาและตรวจสภาพเครื่องมืออุปกรณ์เป็นประจำ และการมีขั้นตอนรองรับเมื่อเกิดของแตก ผู้ตรวจในระดับ GHPs จึงมักไม่ถามหาเครื่องตรวจจับ แต่เดินดูหลอดไฟเหนือสายการผลิต ดูขอบภาชนะพลาสติกที่บิ่น ดูมือของพนักงานว่ามีเครื่องประดับหรือไม่ และถามพนักงานหนึ่งคนว่าหากขวดแก้วแตกในขณะนี้จะทำอย่างไร คำตอบที่ได้จากพนักงานหน้างานมักบอกได้ทันทีว่าโรงงานมีระบบจริงหรือมีเพียงเอกสาร ส่วนโรงงานที่มีเครื่องตรวจจับอยู่แล้ว ข้อนี้กำหนดให้เครื่องนั้นได้รับการสอบเทียบอย่างเหมาะสมด้วย
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 13.2.5 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมีผู้ดูแลระบบ GHPs หนึ่งถึงสองคน และมีหัวหน้ากะกับช่างซ่อมบำรุงเป็นผู้ปฏิบัติหน้างาน หลักฐานของข้อนี้จึงควรเป็นทะเบียนหนึ่งแผ่น ขั้นตอนปฏิบัติหนึ่งหน้า และบันทึกการตรวจตามรอบที่ทำได้ในเวลาไม่นาน ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 13.2.5 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| สิ่งของส่วนตัวของพนักงาน โดยเฉพาะวัตถุที่แข็งหรือมีคม เช่น เครื่องประดับ | ควรมี ข้อกำหนดของใช้ส่วนตัวและเครื่องประดับหนึ่งแผ่นพร้อมบันทึกการตรวจก่อนเข้าพื้นที่ ครอบคลุมพนักงาน ช่างซ่อมบำรุง ผู้รับเหมา และผู้เยี่ยมชม พร้อมจุดฝากของและวิธีจัดการกรณีที่ถอดไม่ได้ | ยืนที่ทางเข้าดูมือ ข้อมือ และหูของพนักงานจริง · ปากกาและโทรศัพท์อยู่ในพื้นที่ผลิตหรือไม่ · ข้อกำหนดใช้กับช่างซ่อมบำรุงด้วยหรือไม่ |
| แก้ว พลาสติกแข็ง และวัสดุเปราะที่อาจแตกเป็นชิ้นแข็งหรือมีคม | ควรมี ทะเบียนวัสดุเปราะในพื้นที่ผลิตพร้อมบันทึกการตรวจสภาพตามรอบ ระบุตำแหน่ง จำนวน สภาพการป้องกัน เช่น ฝาครอบหรือฟิล์มกันแตก และผู้ตรวจ | เงยหน้าดูหลอดไฟและฝาครอบเหนือสายการผลิต · ค้นหาเทอร์โมมิเตอร์แก้วและหน้าปัดเครื่องมือที่แตกร้าว · ทะเบียนตรงกับสิ่งที่เห็นจริงหรือไม่ |
| ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดการแตกหัก เช่น ภาชนะแก้วหรือพลาสติกแตก | ควรมี ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อของแตกหนึ่งหน้าติดไว้ในพื้นที่ พร้อมบันทึกเหตุการณ์ทุกครั้งที่เกิด ระบุการหยุดงาน การกันพื้นที่ การจัดการผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใกล้เคียง อุปกรณ์ที่ใช้เก็บ และผู้อนุมัติให้เริ่มงานต่อ | สุ่มถามพนักงานหน้างานว่าหากขวดแตกในขณะนี้จะทำอย่างไร · บันทึกเหตุการณ์ที่ว่างเปล่าตลอดปีมักถูกตั้งคำถาม · ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใกล้จุดแตกถูกจัดการอย่างไร |
| การบำรุงรักษาและการตรวจสภาพเครื่องมืออุปกรณ์เป็นประจำ และการใช้อุปกรณ์คัดกรองเมื่อจำเป็น | ควรมี ทะเบียนจุดคัดกรองและบันทึกการตรวจสภาพชิ้นส่วนที่หลุดร่วงได้ เช่น ตะแกรง แม่เหล็ก ใบมีด น็อต สายพาน แปรง และการตรวจสอบว่าเครื่องคัดกรองทำงานได้ก่อนเริ่มและหลังจบการผลิต | ยกตะแกรงหรือแม่เหล็กขึ้นดูว่ามีเศษติดอยู่หรือไม่ · ใบมีดที่บิ่นถูกบันทึกและติดตามหรือไม่ · ชิ้นส่วนที่หายไปมีการค้นหาและบันทึกหรือไม่ |
| เครื่องตรวจจับโลหะหรือเครื่องเอกซเรย์ที่ได้รับการสอบเทียบอย่างเหมาะสม | เมื่อระบบโตขึ้น เครื่องตรวจจับโลหะหรือเครื่องเอกซเรย์พร้อมการสอบเทียบ การทดสอบด้วยชิ้นทดสอบตามรอบ และการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ถูกคัดออก ในวันเริ่มต้นให้ใช้การคัดกรองที่ลงทุนน้อย เช่น ตะแกรงร่อน แม่เหล็ก และการตรวจพินิจตามจุดที่กำหนด แล้วบันทึกไว้ในทะเบียนจุดคัดกรอง | โรงงานที่มีเครื่องอยู่แล้วมีบันทึกการทดสอบด้วยชิ้นทดสอบหรือไม่ · ผลิตภัณฑ์ที่เครื่องคัดออกถูกนำไปทำอะไร · เครื่องหยุดทำงานระหว่างกะแล้วผลิตภัณฑ์ช่วงนั้นถูกจัดการอย่างไร |
| การควบคุมไม้ กระดาษ และวัสดุที่ก่อเศษในพื้นที่ผลิต | เมื่อระบบโตขึ้น ข้อกำหนดห้ามนำไม้และกระดาษเข้าพื้นที่ผลิตอย่างเป็นระบบพร้อมการเปลี่ยนวัสดุทั้งหมด ในวันเริ่มต้นให้กำหนดเส้นหยุดของพาเลทไม้ ห้ามใช้ลวดเย็บกระดาษหน้างาน และเปลี่ยนกระดานเขียนไม้เป็นวัสดุที่ล้างได้ | พบพาเลทไม้ในพื้นที่บรรจุหรือไม่ · เอกสารหน้างานเย็บด้วยลวดหรือไม่ · เศษไม้จากลังหรือชั้นวางเก่า |
| การเรียนรู้จากข้อร้องเรียนเรื่องสิ่งแปลกปลอม | เมื่อระบบโตขึ้น การวิเคราะห์แนวโน้มข้อร้องเรียนแยกตามชนิดของสิ่งแปลกปลอมและจุดกำเนิด ในวันเริ่มต้นให้บันทึกข้อร้องเรียนแต่ละครั้งไว้ในสมุดเล่มเดียวกับบันทึกเหตุการณ์ของแตก พร้อมสิ่งที่แก้ไขที่ต้นเหตุ | ข้อร้องเรียนครั้งล่าสุดสืบหาจุดกำเนิดได้หรือไม่ · การแก้ไขเป็นการแก้ที่ต้นเหตุหรือเพียงตักเตือนพนักงาน |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- เดินสำรวจพื้นที่ผลิตเพื่อค้นหาวัสดุเปราะทั้งหมด ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs และช่างซ่อมบำรุงเดินร่วมกัน มองทั้งเหนือศีรษะและใต้เครื่องจักร บันทึกหลอดไฟ ฝาครอบ หน้าปัดเครื่องมือ เทอร์โมมิเตอร์ กระจก ภาชนะแก้ว และพลาสติกแข็งทุกชิ้นลงในทะเบียนพร้อมตำแหน่งและจำนวน
- กำจัดหรือทดแทนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากพื้นที่ทันที เช่น เปลี่ยนเทอร์โมมิเตอร์แก้วเป็นแบบที่ไม่ใช้แก้ว เปลี่ยนภาชนะแก้วเป็นวัสดุอื่น และเปลี่ยนหลอดไฟเหนือสายการผลิตเป็นชนิดกันแตกหรือติดฝาครอบ การลดจำนวนรายการในทะเบียนคือการลดความเสี่ยงโดยตรง
- กำหนดรอบการตรวจสภาพวัสดุเปราะที่เหลือ โดยเลือกความถี่ที่โรงงานทำได้จริง เช่น ตรวจจุดที่อยู่เหนือผลิตภัณฑ์เปิดโล่งทุกวันก่อนเริ่มผลิต และตรวจทั้งทะเบียนตามรอบที่กำหนด พร้อมระบุผู้ตรวจและช่องบันทึกสิ่งที่พบ
- เขียนขั้นตอนปฏิบัติเมื่อของแตกให้จบในหนึ่งหน้า ระบุลำดับว่าหยุดงานบริเวณนั้น กันพื้นที่ตามระยะที่โรงงานกำหนด กันผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใกล้เคียงไว้ตรวจสอบ เก็บเศษด้วยอุปกรณ์เฉพาะ ตรวจสอบว่าเก็บครบ เปลี่ยนชุดและรองเท้าหากจำเป็น และให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายอนุมัติก่อนเริ่มงานต่อ
- ติดขั้นตอนดังกล่าวไว้ในพื้นที่และสอนงานพนักงานทุกคน พร้อมจัดชุดอุปกรณ์เก็บเศษของแตกไว้ประจำจุด เพราะขั้นตอนที่ต้องเดินไปหยิบอุปกรณ์จากอีกอาคารหนึ่งมักไม่ถูกปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริง
- จัดทำข้อกำหนดของใช้ส่วนตัวและเครื่องประดับหนึ่งแผ่น ระบุสิ่งที่ห้ามนำเข้าพื้นที่ จุดฝากของ วิธีจัดการกรณีที่ถอดเครื่องประดับไม่ได้ และให้ครอบคลุมช่างซ่อมบำรุง ผู้รับเหมา และผู้เยี่ยมชมด้วย จากนั้นกำหนดผู้ตรวจที่ทางเข้าและบันทึกผลตามรอบ
- ควบคุมเครื่องมือช่างและของมีคม โดยจัดทำรายการเครื่องมือที่นำเข้าพื้นที่ กำหนดให้ตรวจนับก่อนและหลังงานซ่อม บันทึกไว้ทุกครั้ง และกำหนดวิธีปฏิบัติเมื่อพบว่าเครื่องมือหรือชิ้นส่วนหายไป รวมถึงการควบคุมใบมีดที่ใช้ในการผลิต
- ระบุจุดคัดกรองที่มีอยู่และตรวจสอบว่าใช้งานได้ เช่น ตะแกรงร่อน แม่เหล็ก และจุดตรวจพินิจ กำหนดให้ตรวจก่อนเริ่มและหลังจบการผลิต บันทึกสิ่งที่ค้างอยู่บนตะแกรงหรือแม่เหล็ก เพราะเป็นข้อมูลที่ชี้จุดกำเนิดของปัญหาได้ดีที่สุด
- ทบทวนข้อร้องเรียนและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ประชุมพนักงาน แล้วแก้ที่ต้นเหตุ เช่น เปลี่ยนวัสดุ ปรับการบำรุงรักษา หรือย้ายตำแหน่งอุปกรณ์ พร้อมนำเรื่องที่เกิดซ้ำเข้าการทบทวนประจำปีที่เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานรับทราบ
ทะเบียนวัสดุเปราะที่ไม่ตรงกับสิ่งที่มีอยู่จริง — มักเกิดจากทำครั้งเดียวแล้วไม่ปรับเมื่อมีการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือเพิ่มเครื่องจักร ผู้ตรวจเพียงเงยหน้ามองหลอดไฟก็เห็นความไม่ตรงกันได้ทันที
ขั้นตอนเมื่อของแตกที่พนักงานหน้างานไม่ทราบ — ข้อ 13.2.5 ระบุให้มีขั้นตอนที่พนักงานปฏิบัติตามได้เมื่อเกิดการแตกหัก เอกสารที่เก็บอยู่ในแฟ้มโดยไม่มีการสอนงานจึงไม่ตอบข้อนี้
บันทึกเหตุการณ์ของแตกที่ว่างเปล่าตลอดปี — โรงงานที่ใช้ภาชนะแก้วหรือพลาสติกแข็งเป็นประจำแต่ไม่เคยบันทึกเหตุการณ์ใด มักถูกมองว่าไม่ได้บันทึก ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิด
ควบคุมเครื่องประดับของพนักงานผลิต แต่ยกเว้นช่างซ่อมบำรุงและผู้เยี่ยมชม — ข้อนี้กล่าวถึงสิ่งของส่วนตัวโดยไม่ได้จำกัดว่าเป็นของบุคคลกลุ่มใด และช่างซ่อมบำรุงเป็นผู้ที่นำวัตถุแข็งเข้าพื้นที่มากที่สุด
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น จัดทำแผนที่วัสดุเปราะหลายสิบหน้าและตารางตรวจรายชั่วโมง ทั้งที่ยังใช้เทอร์โมมิเตอร์แก้วอยู่ในสายการผลิต — การกำจัดแหล่งของอันตรายออกจากพื้นที่ให้ผลมากกว่าการเพิ่มรอบการตรวจ
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-13.2.5-01 | ข้อกำหนดของใช้ส่วนตัวและเครื่องประดับ และบันทึกการตรวจก่อนเข้าพื้นที่ | ข้อ 13.2.5 สิ่งของส่วนตัวของพนักงาน โดยเฉพาะวัตถุแข็งหรือมีคม |
| GHP-13.2.5-02 | ทะเบียนวัสดุเปราะและบันทึกการตรวจสภาพตามรอบ | ข้อ 13.2.5 แก้ว พลาสติกแข็ง และวัสดุที่แตกเป็นชิ้นแข็งหรือมีคม |
| GHP-13.2.5-03 | ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดการแตกหักและบันทึกเหตุการณ์ | ข้อ 13.2.5 ขั้นตอนที่พนักงานต้องปฏิบัติเมื่อเกิดการแตกหัก |
| GHP-13.2.5-04 | ทะเบียนจุดคัดกรองและบันทึกการตรวจสภาพชิ้นส่วนและเครื่องมือ | ข้อ 13.2.5 การบำรุงรักษาและตรวจสภาพเครื่องมืออุปกรณ์ · อุปกรณ์คัดกรองเมื่อจำเป็น |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- มีทะเบียนวัสดุเปราะที่ตรงกับสิ่งที่มีอยู่จริงในพื้นที่ และหลอดไฟเหนือผลิตภัณฑ์เปิดโล่งมีการป้องกันครบทุกจุด
- ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อของแตกติดไว้ในพื้นที่ และพนักงานที่สุ่มถามอธิบายลำดับได้ด้วยตนเอง
- ชุดอุปกรณ์เก็บเศษของแตกวางไว้ประจำจุดในพื้นที่ผลิต ไม่ใช่เก็บไว้ในห้องเก็บของอีกอาคาร
- ข้อกำหนดของใช้ส่วนตัวครอบคลุมช่างซ่อมบำรุง ผู้รับเหมา และผู้เยี่ยมชม พร้อมจุดฝากของและบันทึกการตรวจ
- มีการตรวจนับเครื่องมือช่างก่อนและหลังงานซ่อมทุกครั้ง และมีวิธีปฏิบัติเมื่อพบว่าชิ้นส่วนหายไป
- จุดคัดกรองที่มีอยู่ได้รับการตรวจสอบว่าใช้งานได้ และบันทึกลักษณะของสิ่งที่ค้างอยู่บนตะแกรงหรือแม่เหล็ก
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 13.2.5 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
