ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
GHPs revised 2022 · Codex CXC 1-1969 · ตอนที่ 24/35 · ข้อ 13.2.4

ข้อ 13.2.4 การป้องกันการปนเปื้อนทางจุลินทรีย์ โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
GHPs revised 2022 · ตอนที่ 24 — แยกของดิบกับของพร้อมรับประทานให้ได้จริงในพื้นที่จำกัด

8 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ ทำ GHPs ให้ผ่านตรวจด้วยตัวเอง ไปกับ SP · GHPs revised 2022 · ตอนที่ 24 จาก 35 · ข้อ 13.2.4 ของ Codex CXC 1-1969 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 13.2.4 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO

การปนเปื้อนข้ามจากอาหารดิบไปสู่อาหารที่พร้อมรับประทาน เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยจากอาหารที่พบซ้ำมากที่สุดสาเหตุหนึ่งทั่วโลก เพราะอาหารที่ผ่านความร้อนหรือผ่านขั้นตอนลดเชื้อมาแล้ว จะไม่มีขั้นตอนใดมาลดเชื้อให้อีกก่อนถึงผู้บริโภค เชื้อที่เล็ดลอดเข้าไปหลังขั้นตอนนั้นจึงเดินทางถึงปลายทางได้โดยตรง Codex จึงกำหนดข้อ 13.2.4 ให้โรงงานมีระบบป้องกันหรือลดการปนเปื้อนของอาหารจากจุลินทรีย์

ในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทย ปัญหาที่พบมักไม่ใช่การไม่ทราบว่าต้องแยกของดิบกับของสุก แต่เป็นการแยกที่ขาดตอนในทางปฏิบัติ โต๊ะตัวเดียวใช้เตรียมของดิบตอนเช้าและใช้บรรจุของสุกตอนบ่ายโดยล้างเพียงผ่าน ๆ เขียงและมีดแยกสีไว้แล้วแต่ผ้าเช็ดผืนเดียวใช้ทั้งสองฝั่ง ไม้กวาดและถังน้ำที่ใช้ล้างพื้นบริเวณรับของดิบถูกนำไปใช้ในห้องบรรจุ พนักงานคนเดียวกันเดินจากจุดล้างวัตถุดิบเข้าห้องบรรจุโดยไม่เปลี่ยนชุด และการฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อล้างพื้นในขณะที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่งอยู่ใกล้เคียง

ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 13.2.4 คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่เน้นการแยกที่ทำได้จริงในพื้นที่จำกัด พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม

1. ข้อ 13.2.4 กล่าวถึงอะไร

สรุปสาระด้วยถ้อยคำของเรา

ข้อ 13.2.4 การปนเปื้อนทางจุลินทรีย์ กำหนดให้มีระบบเพื่อป้องกันหรือลดการปนเปื้อนของอาหารจากจุลินทรีย์ โดยอธิบายว่าการปนเปื้อนเกิดขึ้นได้หลายทาง ซึ่งรวมถึงการถ่ายทอดจุลินทรีย์จากอาหารหนึ่งไปยังอีกอาหารหนึ่ง เช่น

ข้อนี้ระบุต่อว่า อาหารดิบที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปและไม่ถือว่าพร้อมรับประทาน ซึ่งอาจเป็นแหล่งของการปนเปื้อน ควรถูกแยกออกจากอาหารที่พร้อมรับประทาน โดยแยกทางกายภาพหรือแยกด้วยเวลา ร่วมกับการทำความสะอาดคั่นกลางที่มีประสิทธิผล และการฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิผลเมื่อเหมาะสม

นอกจากนี้ พื้นผิว ภาชนะอุปกรณ์ เครื่องมือ และอุปกรณ์ติดตั้งต่าง ๆ ควรได้รับการทำความสะอาดอย่างทั่วถึง และฆ่าเชื้อเมื่อจำเป็น หลังการเตรียมอาหารดิบ โดยเฉพาะเมื่อมีการจัดการหรือแปรรูปวัตถุดิบที่อาจมีปริมาณจุลินทรีย์สูง เช่น เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และปลา

ส่วนสุดท้ายกล่าวถึงการเข้าพื้นที่ผลิตว่า ในการดำเนินการบางประเภทอาจจำเป็นต้องจำกัดหรือควบคุมการเข้าพื้นที่แปรรูป เพื่อความปลอดภัยอาหาร ตัวอย่างเช่น เมื่อโอกาสที่ผลิตภัณฑ์จะปนเปื้อนอยู่ในระดับสูง การเข้าพื้นที่แปรรูปควรผ่านห้องเปลี่ยนชุดที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสม และอาจกำหนดให้พนักงานสวมชุดป้องกันที่สะอาด ซึ่งอาจใช้สีที่แตกต่างจากชุดที่ใช้ในพื้นที่อื่น รวมถึงเครื่องคลุมศีรษะและคลุมเครา รองเท้า และให้ล้างมือพร้อมฆ่าเชื้อมือเมื่อจำเป็น

ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO

สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 13.2.4 เปิดทางเลือกให้แยกด้วยเวลาได้อย่างชัดเจน ไม่ได้บังคับให้ทุกโรงงานมีห้องแยกสำหรับของดิบและของพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับโรงงานขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด แต่การแยกด้วยเวลามีเงื่อนไขกำกับไว้ คือต้องมีการทำความสะอาดคั่นกลางที่มีประสิทธิผล ผู้ตรวจจึงมักไม่ถามว่ามีกี่ห้อง แต่ถามว่าเมื่อเปลี่ยนจากงานของดิบไปเป็นงานของพร้อมรับประทาน ทำอะไรบ้าง ใช้เวลาเท่าใด และใครเป็นผู้ยืนยันว่าสะอาดแล้ว อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคืออุปกรณ์ทำความสะอาด ซึ่งข้อนี้ระบุไว้เป็นทางการปนเปื้อนหนึ่งทางโดยตรง

2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร

ข้อ 13.2.4 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมักมีพื้นที่ผลิตเพียงหนึ่งถึงสองห้อง และมีผู้ดูแลระบบ GHPs หนึ่งถึงสองคน หลักฐานของข้อนี้จึงควรเป็นแผนผังที่ระบายสีโซนหนึ่งแผ่น ตารางลำดับงาน และบันทึกการเปลี่ยนงานที่หัวหน้ากะลงชื่อเอง ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น

เรื่องที่ข้อ 13.2.4 กล่าวถึงหลักฐานที่ควรมีผู้ตรวจมักดูอะไร
การแยกอาหารดิบที่ยังไม่พร้อมรับประทานออกจากอาหารพร้อมรับประทาน ทางกายภาพหรือด้วยเวลา ควรมี แผนผังโรงงานที่ระบายสีแยกพื้นที่ของดิบกับพื้นที่ของพร้อมรับประทาน พร้อมตารางลำดับงานประจำวัน ที่ระบุว่าช่วงเวลาใดพื้นที่ใดใช้ทำงานประเภทใด เดินตามเส้นทางของวัตถุดิบและของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปว่าตัดกันที่จุดใด · ตารางลำดับงานตรงกับสิ่งที่ทำจริงในวันตรวจหรือไม่
การทำความสะอาดคั่นกลางที่มีประสิทธิผลเมื่อแยกด้วยเวลา และการทำความสะอาดพื้นผิวและอุปกรณ์หลังเตรียมอาหารดิบ ควรมี บันทึกการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเมื่อเปลี่ยนงานจากของดิบเป็นของพร้อมรับประทาน ระบุรายการที่ต้องทำความสะอาด สารเคมีที่ใช้ เวลาที่ใช้ ผู้ปฏิบัติ และผู้ยืนยันก่อนเริ่มงานถัดไป เลือกวันที่มีการเปลี่ยนงานจริงแล้วขอดูบันทึก · ระยะเวลาที่บันทึกไว้สอดคล้องกับปริมาณงานหรือไม่ · ผู้ยืนยันเป็นคนละคนกับผู้ปฏิบัติหรือไม่
การปนเปื้อนจากพื้นผิว ภาชนะอุปกรณ์ อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาด และการกระเด็น ควรมี ทะเบียนอุปกรณ์และภาชนะแยกตามโซนพร้อมระบบแยกสี ซึ่งรวมอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ด้วย เช่น ไม้กวาด ไม้ปาดน้ำ ถัง แปรง และผ้าเช็ด พร้อมจุดเก็บประจำโซน เดินดูว่าอุปกรณ์สีของโซนหนึ่งไปปรากฏในอีกโซนหรือไม่ · จุดเก็บไม้กวาดและถังอยู่ที่ใด · ผ้าเช็ดใช้ร่วมกันสองฝั่งหรือไม่
การจำกัดหรือควบคุมการเข้าพื้นที่แปรรูปในการดำเนินการที่จำเป็น และเมื่อโอกาสปนเปื้อนสูง อาจกำหนดให้เข้าผ่านห้องเปลี่ยนชุด สวมชุดป้องกัน เครื่องคลุมศีรษะและเครา รองเท้า และล้างมือ ควรมี ข้อกำหนดการเข้าพื้นที่ควบคุมหนึ่งแผ่นติดที่ทางเข้า ระบุผู้ที่เข้าได้ ลำดับการเปลี่ยนชุด สิ่งที่ต้องสวม และการล้างมือ พร้อมบันทึกการเข้าออกของบุคคลภายนอกและช่างซ่อมบำรุง ยืนที่ทางเข้าดูว่าพนักงานปฏิบัติตามลำดับที่กำหนดหรือไม่ · ช่างซ่อมบำรุงเข้าพื้นที่อย่างไร · ชุดของโซนของดิบถูกใส่เข้าโซนของพร้อมรับประทานหรือไม่
การยืนยันว่าการทำความสะอาดคั่นกลางได้ผลจริง เมื่อระบบโตขึ้น การตรวจพื้นผิวด้วยวิธีทางจุลชีววิทยาหรือวิธีตรวจสอบความสะอาดอย่างรวดเร็วตามแผน ในวันเริ่มต้นให้ใช้การตรวจพินิจโดยผู้ยืนยันที่ผ่านการสอนงาน พร้อมบันทึกสิ่งที่พบและการทำซ้ำเมื่อไม่ผ่าน ผลการตรวจที่ไม่ผ่านมีการทำความสะอาดซ้ำและตรวจใหม่หรือไม่ · ผู้ยืนยันทราบหรือไม่ว่าต้องดูจุดใดบ้าง
การปนเปื้อนจากอนุภาคที่ลอยในอากาศ เมื่อระบบโตขึ้น การควบคุมทิศทางการไหลของอากาศและการกรองอากาศเข้าพื้นที่ที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง ในวันเริ่มต้นให้กำหนดข้อห้ามที่ทำได้ทันที เช่น ห้ามใช้น้ำแรงดันสูงและห้ามกวาดแห้งขณะที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง และกำหนดให้ปิดคลุมผลิตภัณฑ์ก่อนทำความสะอาดพื้น สังเกตช่วงเวลาที่มีการล้างพื้นว่าผลิตภัณฑ์เปิดโล่งอยู่หรือไม่ · พัดลมเป่าจากพื้นที่ของดิบไปยังพื้นที่ของพร้อมรับประทานหรือไม่
การเคลื่อนย้ายของบุคลากรระหว่างโซน เมื่อระบบโตขึ้น การแยกทีมประจำโซน ร่วมกับชุดที่ใช้สีต่างจากพื้นที่อื่น ซึ่งข้อนี้ระบุไว้เป็นทางเลือก ในวันเริ่มต้นให้กำหนดลำดับการทำงานว่าเข้าพื้นที่ของพร้อมรับประทานก่อนแล้วจึงไปพื้นที่ของดิบ และหากต้องย้อนกลับ ให้เปลี่ยนชุดและล้างมือใหม่ทุกครั้ง สุ่มถามพนักงานว่าวันนี้ทำงานจุดใดบ้างตามลำดับใด · มีเสื้อกันเปื้อนของโซนของดิบแขวนอยู่ในพื้นที่บรรจุหรือไม่
สี่รายการนี้เพียงพอสำหรับข้อ 13.2.4 ในระดับ GHPs ข้อ 13.2.4 ระบุว่าการแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมรับประทานทำได้ทั้งทางกายภาพและด้วยเวลา ในมุมของเรา โรงงานขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัดจึงไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างห้องเพิ่มก่อน แต่ควรมีแผนผังโซนหนึ่งแผ่นพร้อมตารางลำดับงาน บันทึกการเปลี่ยนงาน ทะเบียนอุปกรณ์แยกสีที่รวมอุปกรณ์ทำความสะอาด และข้อกำหนดการเข้าพื้นที่หนึ่งแผ่น โดยยึดหลักสองข้อที่ไม่ควรลด คือทำงานของพร้อมรับประทานก่อนงานของดิบเสมอเมื่อใช้พื้นที่ร่วมกัน และอุปกรณ์ทำความสะอาดต้องไม่ข้ามโซน รายการ "เมื่อระบบโตขึ้น" เช่น การตรวจพื้นผิวตามแผน การควบคุมอากาศ และการแยกทีมประจำโซน ให้เก็บไว้สำหรับวันที่โรงงานจะขอการรับรอง HACCP หรือมาตรฐานสากล

3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น

  1. พิมพ์แผนผังโรงงานแล้วระบายสีสองโซน ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs ร่วมกับหัวหน้าฝ่ายผลิตกำหนดว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ของดิบ และพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ที่ผลิตภัณฑ์ผ่านขั้นตอนลดเชื้อแล้วหรือเปิดโล่งก่อนบรรจุ พื้นที่ที่ใช้ร่วมกันให้ทำเครื่องหมายไว้เป็นพิเศษ
  2. ลากเส้นทางเดินของวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ พนักงาน และของเสียลงบนแผนผัง แล้วหาจุดที่เส้นทางตัดกัน จุดเหล่านั้นคือจุดที่ต้องแก้ ด้วยการเปลี่ยนลำดับงาน เปลี่ยนเวลา หรือเปลี่ยนตำแหน่งอุปกรณ์ ซึ่งมักทำได้โดยไม่ต้องลงทุน
  3. จัดตารางลำดับงานให้ทำงานของพร้อมรับประทานก่อน เมื่อพื้นที่หรือเครื่องมือถูกใช้ร่วมกัน แล้วจึงทำงานของดิบ พร้อมกำหนดเวลาที่ต้องเผื่อไว้สำหรับการทำความสะอาดคั่นกลาง
  4. เขียนขั้นตอนการเปลี่ยนงานเป็นรายการที่ตรวจได้ ระบุพื้นผิวและอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ต้องทำความสะอาด สารเคมีที่ใช้ เวลาสัมผัสของสารฆ่าเชื้อตามฉลากผลิตภัณฑ์ และผู้ยืนยันก่อนเริ่มงานถัดไป โดยผู้ยืนยันควรเป็นคนละคนกับผู้ปฏิบัติ
  5. จัดระบบแยกสีของภาชนะ อุปกรณ์ และเขียง พร้อมกำหนดจุดแขวนหรือจุดเก็บประจำโซน แล้วติดป้ายสีที่จุดเก็บให้ตรงกัน เพื่อให้เห็นได้ทันทีว่ามีอุปกรณ์ผิดสีอยู่ในพื้นที่
  6. ขยายระบบแยกสีไปถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด ได้แก่ ไม้กวาด ไม้ปาดน้ำ ถัง แปรง และผ้าเช็ด เพราะข้อ 13.2.4 ระบุอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้เป็นทางการปนเปื้อนโดยตรง และกำหนดจุดล้างกับจุดผึ่งให้แห้งของอุปกรณ์แต่ละชุด
  7. ทำข้อกำหนดการเข้าพื้นที่ควบคุมหนึ่งแผ่นติดที่ทางเข้า ระบุลำดับการเปลี่ยนชุด สิ่งที่ต้องสวม การล้างมือ และผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้า พร้อมสมุดบันทึกการเข้าออกสำหรับบุคคลภายนอกและช่างซ่อมบำรุง
  8. กำหนดข้อห้ามระหว่างการทำความสะอาดพื้น เช่น ห้ามใช้น้ำแรงดันสูงและห้ามกวาดแห้งขณะที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง และให้ปิดคลุมหรือย้ายผลิตภัณฑ์ก่อนเริ่มล้างพื้น เพื่อลดการปนเปื้อนจากการกระเด็นและจากอนุภาคในอากาศตามที่ข้อนี้กล่าวถึง
  9. สอนงานพนักงานทุกคนด้วยแผนผังฉบับเดียวกัน แล้วบันทึกการสอนงานไว้ พร้อมสุ่มสังเกตในสัปดาห์แรกว่าลำดับงานและระบบแยกสีถูกปฏิบัติจริงหรือไม่ และนำสิ่งที่พบเข้าการประชุมพนักงาน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในข้อ 13.2.4

แยกเขียงและมีดด้วยสีแล้ว แต่ใช้ผ้าเช็ดและถังน้ำร่วมกัน — ข้อ 13.2.4 ระบุอุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดไว้เป็นทางการปนเปื้อนหนึ่งทาง การแยกสีจึงต้องครอบคลุมถึงอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย

แยกด้วยเวลาโดยไม่มีการทำความสะอาดคั่นกลางที่ตรวจได้ — ข้อนี้อนุญาตให้แยกด้วยเวลา แต่กำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีการทำความสะอาดคั่นกลางที่มีประสิทธิผล และฆ่าเชื้อเมื่อเหมาะสม การเปลี่ยนงานโดยเพียงเช็ดโต๊ะจึงไม่เพียงพอ

ล้างพื้นด้วยน้ำแรงดันสูงขณะที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง — เป็นการสร้างการปนเปื้อนจากการกระเด็นและจากอนุภาคในอากาศ ซึ่งเป็นสองทางที่ข้อนี้ระบุไว้โดยตรง

ช่างซ่อมบำรุงและผู้ส่งของเข้าพื้นที่ผลิตโดยไม่ผ่านลำดับการเปลี่ยนชุด — ข้อนี้กล่าวถึงการจำกัดหรือควบคุมการเข้าพื้นที่แปรรูป และการเข้าผ่านห้องเปลี่ยนชุดที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสมเมื่อโอกาสปนเปื้อนสูง

สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น วางแผนตรวจเชื้อบนพื้นผิวหลายสิบจุดทุกสัปดาห์ ทั้งที่ยังใช้ไม้กวาดร่วมกันสองโซน — ข้อนี้แก้ด้วยการจัดของและลำดับงานได้ผลกว่าการเพิ่มแผนการตรวจ

ในมุมของเรา ข้อ 13.2.4 เป็นข้อที่โรงงานขนาดเล็กได้ผลมากที่สุดจากการเปลี่ยนลำดับงาน ไม่ใช่จากการต่อเติมอาคาร การย้ายงานบรรจุผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานไปไว้ช่วงเช้าก่อนงานของดิบ พร้อมกำหนดเวลาทำความสะอาดคั่นกลางไว้ในตาราง เป็นการแก้ที่ตรงกับถ้อยคำของข้อนี้และไม่มีต้นทุน สิ่งที่เราแนะนำให้ทำเป็นอันดับแรกคือลากเส้นทางเดินของของดิบ ของสุก คน และของเสียลงบนแผนผังแผ่นเดียว เพราะจุดที่เส้นตัดกันจะบอกเองว่าต้องแก้ที่ใด

แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี

หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง

รหัสแบบฟอร์มใช้เป็นหลักฐานเรื่อง
GHP-13.2.4-01แผนผังแยกโซนของดิบกับของพร้อมรับประทาน และตารางลำดับงานข้อ 13.2.4 การแยกทางกายภาพหรือแยกด้วยเวลา
GHP-13.2.4-02บันทึกการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเมื่อเปลี่ยนงานจากของดิบเป็นของพร้อมรับประทานข้อ 13.2.4 การทำความสะอาดคั่นกลางที่มีประสิทธิผล
GHP-13.2.4-03ทะเบียนอุปกรณ์ ภาชนะ และอุปกรณ์ทำความสะอาดแยกตามโซนข้อ 13.2.4 การปนเปื้อนจากพื้นผิว อุปกรณ์ และอุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาด
GHP-13.2.4-04ข้อกำหนดการเข้าพื้นที่ควบคุมและบันทึกการเข้าออกข้อ 13.2.4 การจำกัดการเข้าพื้นที่ · ห้องเปลี่ยนชุด · ชุดป้องกันและการล้างมือ
แจกฟรี · PDF 1 หน้า เช็กด่วน 5 ข้อ: ระบบ GHPs ของคุณพร้อมให้ผู้ตรวจดูหรือยัง

ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน

ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาท

แบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

ตรวจตัวเองก่อนผู้ตรวจมา ข้อ 13.2.4 ของท่านพร้อมเพียงใด — ตรวจสอบหกข้อนี้

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง

ให้เราช่วยได้ วางระบบ GHPs และ HACCP ให้ตรงกับหน้างานจริง และเตรียมคนให้พร้อมก่อนตรวจ

ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย

สารบัญซีรีส์ GHPs revised 2022 ทั้ง 35 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 13.2.4 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

คอร์สออนไลน์ · SP Academy ต้องการใบรับรอง GHPs ไว้เป็นหลักฐานการอบรม เรียนออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

บันทึกวิดีโอไว้แล้ว เรียนได้ทุกเวลา ดูซ้ำได้ไม่จำกัดตลอดอายุคอร์ส จบแล้วได้ใบรับรองรายบุคคลที่มีเลขที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ ฝ่ายบุคคลหรือผู้ตรวจเปิดดูเองได้ ราคา 1,290 บาท ซื้อเป็นชุดให้ทั้งทีมได้ ใบรับรองออกแยกรายคน

ดูคอร์สและคลิปตัวอย่าง — เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว → เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว · 9 บทเรียน วิดีโอ 2 ชม. 45 น. · มีคลิปตัวอย่างให้ดูฟรีก่อนตัดสินใจ · จ่ายผ่าน QR พร้อมเพย์แล้วเข้าเรียนได้ทันที ต้องการ HACCP ด้วย ดู หลักสูตรรวม GHPs & HACCP 1,950 บาท

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ