เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 13.2.2–13.2.3 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
ในสายการผลิตอาหารทุกสาย จะมีขั้นตอนอยู่ไม่กี่ขั้นที่ทำหน้าที่ลดหรือควบคุมอันตรายจริง ๆ เช่น การให้ความร้อน การลดอุณหภูมิ การแช่เยือกแข็ง การทำแห้ง และการบรรจุ ขั้นตอนอื่นที่เหลืออาจมีผลต่อคุณภาพหรือหน้าตาของผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ใช่ขั้นตอนที่ทำให้อาหารปลอดภัยขึ้น Codex จึงแยกเรื่องนี้ออกมาไว้ในข้อ 13.2.2 และเพิ่มข้อ 13.2.3 ว่าด้วยข้อกำหนดเฉพาะของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ เพื่อให้โรงงานระบุให้ชัดว่าอะไรคือค่าที่ยอมรับได้ และวัดด้วยวิธีใด
สภาพที่พบบ่อยในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทยคือ ขั้นตอนสำคัญเหล่านี้อยู่ในความจำของช่างหรือหัวหน้ากะเพียงคนเดียว เมื่อถามว่าต้มนานเท่าใดจึงจะพอ คำตอบคือสังเกตจากสีและกลิ่น เมื่อถามว่าเติมเกลือหรือกรดเท่าใด คำตอบคือกะตามความเคยชิน และเมื่อพนักงานคนนั้นลาหยุด ผลิตภัณฑ์ในวันนั้นจึงไม่เหมือนวันอื่น อีกด้านหนึ่งคือข้อกำหนดเฉพาะของวัตถุดิบ ซึ่งหลายโรงงานใช้เพียงใบเสนอราคาของผู้ขายเป็นข้อตกลง โดยไม่ได้ระบุว่าค่าจุลินทรีย์ สิ่งแปลกปลอม สารเคมีตกค้าง หรือสารก่อภูมิแพ้ที่ยอมรับได้อยู่ที่ระดับใด เมื่อเกิดปัญหาจึงไม่มีเกณฑ์ที่จะใช้ปฏิเสธของ
ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 13.2.2 และข้อ 13.2.3 คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานขนาดเล็กทำได้ด้วยคนไม่กี่คน พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 13.2.2–13.2.3 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 13.2 หัวข้อนำ ระบุว่าสาระสำคัญบางเรื่องของ GHPs เช่น เรื่องที่กล่าวไว้ในข้อ 13.2.1 และข้อ 13.2.2 อาจถูกพิจารณาให้เป็นมาตรการควบคุมที่ใช้ ณ จุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในระบบ HACCP ได้ ข้อสองข้อที่ตอนนี้ครอบคลุมจึงเป็นข้อที่เชื่อมระหว่าง GHPs กับ HACCP โดยตรง
ข้อ 13.2.2 ขั้นตอนกระบวนการเฉพาะ อธิบายว่าอาหารแต่ละชนิดมีขั้นตอนการแปรรูปจำนวนหนึ่งที่ส่งผลต่อการผลิตอาหารที่ปลอดภัยและเหมาะสม ขั้นตอนเหล่านี้แตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์ และอาจรวมถึงขั้นตอนสำคัญ เช่น การหุงต้ม การทำให้เย็น การแช่เยือกแข็ง การทำแห้ง และการบรรจุ
ข้อเดียวกันยังกล่าวถึงองค์ประกอบของอาหารว่าอาจมีความสำคัญต่อการป้องกันการเจริญของจุลินทรีย์และการสร้างสารพิษ เช่น การตั้งสูตรโดยเติมวัตถุกันเสีย ซึ่งรวมถึงกรด เกลือ วัตถุเจือปนอาหาร หรือสารอื่น และระบุว่าเมื่อใช้การตั้งสูตรเป็นเครื่องมือควบคุมเชื้อก่อโรคที่มากับอาหาร เช่น การปรับค่าความเป็นกรดด่างหรือค่าวอเตอร์แอกทิวิตีให้อยู่ในระดับที่เชื้อไม่เจริญ ควรมีระบบที่ทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการตั้งสูตรอย่างถูกต้อง และค่าที่ใช้ควบคุมนั้นได้รับการเฝ้าระวัง
ข้อ 13.2.3 ข้อกำหนดเฉพาะด้านจุลินทรีย์ กายภาพ เคมี และสารก่อภูมิแพ้ ระบุว่าเมื่อมีการใช้ข้อกำหนดเฉพาะเหล่านี้เพื่อความปลอดภัยหรือความเหมาะสมของอาหาร ข้อกำหนดนั้นควรตั้งอยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่น และควรระบุไว้ตามความเหมาะสมว่าสุ่มตัวอย่างอย่างไร ใช้วิธีวิเคราะห์ใด ค่าที่ยอมรับได้คือเท่าใด และมีขั้นตอนการเฝ้าระวังอย่างไร โดยชี้ว่าข้อกำหนดเฉพาะช่วยให้มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบและส่วนประกอบอื่นเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้ และสิ่งปนเปื้อนถูกลดให้เหลือน้อยที่สุด
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อทั้งสองไม่ได้ระบุตัวเลขใดเลย ไม่มีอุณหภูมิการหุงต้ม ไม่มีค่าความเป็นกรดด่าง ไม่มีจำนวนตัวอย่างที่ต้องส่งตรวจ สิ่งที่ระบุคือโรงงานควรทราบว่าขั้นตอนใดของตนส่งผลต่อความปลอดภัยของอาหาร และเมื่อใช้การตั้งสูตรควบคุมเชื้อก่อโรค ควรมีระบบที่ทำให้ตั้งสูตรถูกต้องและเฝ้าระวังค่าที่ใช้ควบคุม ส่วนข้อกำหนดเฉพาะตามข้อ 13.2.3 ควรตั้งอยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่น ผู้ตรวจจึงไม่ได้ถามหาตัวเลขมาตรฐานกลาง แต่ถามว่าท่านตั้งค่านี้จากอะไร ใครเป็นผู้เฝ้าระวัง และเมื่อค่าหลุดไปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับสินค้ารุ่นนั้น ในทำนองเดียวกัน ข้อกำหนดเฉพาะที่ระบุเพียงว่า "ต้องสะอาด" หรือ "ต้องได้มาตรฐาน" โดยไม่มีค่าที่ยอมรับได้และวิธีวัด มักถูกตั้งข้อสังเกตว่าใช้ตัดสินใจจริงไม่ได้
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 13.2.2 และข้อ 13.2.3 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมีผู้ดูแลระบบ GHPs หนึ่งถึงสองคน และมีหัวหน้ากะเป็นผู้เฝ้าระวังหน้างานจริง หลักฐานของสองข้อนี้จึงควรเป็นทะเบียนหนึ่งแผ่น บันทึกประจำวันหนึ่งชุด และแผ่นข้อกำหนดเฉพาะที่ใช้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์หลัก ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 13.2.2–13.2.3 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ขั้นตอนกระบวนการเฉพาะที่ส่งผลต่อความปลอดภัย เช่น การหุงต้ม การทำให้เย็น การแช่เยือกแข็ง การทำแห้ง การบรรจุ | ควรมี ทะเบียนขั้นตอนสำคัญหนึ่งแผ่นต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ ระบุชื่อขั้นตอน ค่าที่ต้องควบคุม ช่วงที่ยอมรับได้ ผู้เฝ้าระวัง ความถี่ และเครื่องมือที่ใช้วัด | เลือกผลิตภัณฑ์หนึ่งรายการแล้วขอให้ชี้ว่าขั้นตอนใดคือขั้นตอนที่ทำให้ปลอดภัย · ค่าที่ระบุในทะเบียนตรงกับค่าที่ตั้งบนเครื่องจริงหรือไม่ |
| การเฝ้าระวังค่าควบคุมของขั้นตอนสำคัญ | ควรมี บันทึกการเฝ้าระวังประจำวันหรือประจำรุ่นผลิต ที่หัวหน้ากะบันทึกค่าจริงที่อ่านได้ พร้อมช่องบันทึกสิ่งที่ทำเมื่อค่าหลุดออกนอกช่วง และการตัดสินใจต่อสินค้ารุ่นนั้น | สุ่มบันทึกย้อนหลังแล้วเทียบกับรุ่นผลิตจริง · มีวันใดที่ค่าหลุดแล้วไม่มีการบันทึกการดำเนินการหรือไม่ · ค่าที่บันทึกเหมือนกันทุกวันจนผิดธรรมชาติหรือไม่ |
| การตั้งสูตรที่ใช้ควบคุมเชื้อ เช่น การปรับกรด เกลือ หรือวัตถุกันเสีย | ควรมี ใบสูตรที่อนุมัติแล้วพร้อมบันทึกการชั่งและการตรวจสอบซ้ำ โดยผู้ชั่งและผู้ตรวจสอบเป็นคนละคนสำหรับส่วนประกอบที่ควบคุมความปลอดภัย | ใบสูตรที่ใช้หน้างานเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่ · มีการตรวจสอบซ้ำการชั่งจริงหรือเพียงลงชื่อไว้ · หากปรับกรด มีการวัดค่าในผลิตภัณฑ์หรือไม่ |
| ข้อกำหนดเฉพาะด้านจุลินทรีย์ กายภาพ เคมี และสารก่อภูมิแพ้ ที่ระบุการสุ่มตัวอย่าง วิธีวิเคราะห์ ค่าที่ยอมรับได้ และการเฝ้าระวัง | ควรมี แผ่นข้อกำหนดเฉพาะของวัตถุดิบหลักและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป หนึ่งแผ่นต่อรายการ ครบทั้งสี่ด้าน พร้อมระบุที่มาของค่าที่ใช้ เช่น กฎหมายที่ใช้บังคับ ข้อกำหนดของลูกค้า หรือเอกสารวิชาการ | ข้อกำหนดเฉพาะระบุค่าที่ยอมรับได้และวิธีวัดหรือเขียนเพียงว่าต้องได้มาตรฐาน · โรงงานอธิบายที่มาของค่าได้หรือไม่ · ผู้ขายได้รับข้อกำหนดฉบับนี้แล้วหรือไม่ |
| การพิสูจน์ยืนยันว่าค่าควบคุมที่ตั้งไว้ทำให้อาหารปลอดภัยจริง | เมื่อระบบโตขึ้น แฟ้มการพิสูจน์ยืนยันพร้อมผลการทดสอบของโรงงานเอง ในวันเริ่มต้นให้บันทึกที่มาของค่าไว้ท้ายทะเบียนขั้นตอนสำคัญ เช่น อ้างจากกฎหมาย ข้อกำหนดของลูกค้า ตำราวิชาการ หรือคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร | ถามว่าเหตุใดจึงใช้อุณหภูมิและเวลานี้ · คำตอบว่าทำมาแบบนี้ตลอดมักถูกตั้งข้อสังเกต |
| การควบคุมการเปลี่ยนแปลงสูตรและข้อกำหนดเฉพาะ | เมื่อระบบโตขึ้น ระบบควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่มีเลขฉบับและผู้อนุมัติแยกเป็นระบบ ในวันเริ่มต้นให้ระบุวันที่ปรับล่าสุดและผู้อนุมัติไว้ที่มุมของใบสูตรและแผ่นข้อกำหนดเฉพาะ พร้อมเก็บฉบับเดิมไว้หนึ่งชุด | พบใบสูตรสองฉบับที่ต่างกันในพื้นที่ผลิต · ฉบับที่แขวนหน้างานเก่ากว่าฉบับในแฟ้ม |
| แผนการสุ่มตัวอย่างและการวิเคราะห์แนวโน้มผลตรวจ | เมื่อระบบโตขึ้น แผนการสุ่มตัวอย่างประจำปีพร้อมกราฟแนวโน้ม ในวันเริ่มต้นให้ส่งตรวจตามที่กฎหมายและลูกค้ากำหนด แล้วบันทึกผลเทียบกับค่าที่ยอมรับได้ไว้ในตารางเดียวกันเพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลง | ผลวิเคราะห์ถูกเทียบกับเกณฑ์ที่โรงงานกำหนดหรือเก็บไว้เฉย ๆ · ผลที่เกินเกณฑ์มีการดำเนินการต่อหรือไม่ |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- แบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็นกลุ่มตามลักษณะกระบวนการ ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs ร่วมกับหัวหน้าฝ่ายผลิตจัดสินค้าที่ผ่านขั้นตอนเหมือนกันไว้กลุ่มเดียวกัน โรงงานขนาดเล็กส่วนใหญ่จะได้สองถึงสี่กลุ่ม ซึ่งลดจำนวนเอกสารลงได้มาก
- เดินสายการผลิตของแต่ละกลุ่มแล้วเขียนขั้นตอนตามลำดับจริง ตั้งแต่รับวัตถุดิบจนบรรจุและจัดเก็บ จากนั้นทำเครื่องหมายเฉพาะขั้นตอนที่ทำให้อาหารปลอดภัยขึ้น เช่น การให้ความร้อน การลดอุณหภูมิ การทำแห้ง โดยไม่นับขั้นตอนที่ทำเพื่อความสวยงามหรือความสะดวก
- กำหนดค่าที่ต้องควบคุมของแต่ละขั้นตอนสำคัญพร้อมที่มา ระบุค่าที่ตั้งไว้ ช่วงที่ยอมรับได้ และเหตุผลที่ใช้ค่านั้น เช่น กฎหมายที่ใช้บังคับ ข้อกำหนดของลูกค้า เอกสารวิชาการ หรือคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร บันทึกที่มาไว้ในทะเบียนเสมอ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจถามบ่อยที่สุด
- ทบทวนสูตรของผลิตภัณฑ์ที่ใช้องค์ประกอบควบคุมเชื้อ เช่น สินค้าที่ปรับกรด สินค้าหมักดอง หรือสินค้าที่ใช้เกลือและวัตถุกันเสีย ให้จัดทำใบสูตรที่ผู้มีอำนาจอนุมัติแล้ว ระบุปริมาณส่วนประกอบที่ควบคุมความปลอดภัยให้ชัด และกำหนดให้มีการตรวจสอบซ้ำการชั่งโดยบุคคลที่สอง
- จัดทำแผ่นข้อกำหนดเฉพาะของวัตถุดิบหลักและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป หนึ่งแผ่นต่อรายการ ครอบคลุมทั้งด้านจุลินทรีย์ กายภาพ เคมี และสารก่อภูมิแพ้ พร้อมระบุวิธีสุ่มตัวอย่าง วิธีวิเคราะห์ ค่าที่ยอมรับได้ และผู้รับผิดชอบเฝ้าระวัง
- ส่งข้อกำหนดเฉพาะให้ผู้ขายรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และเก็บหลักฐานการส่งไว้ เพราะข้อกำหนดที่ผู้ขายไม่เคยเห็นไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลปฏิเสธของได้ในทางปฏิบัติ
- ให้หัวหน้ากะเฝ้าระวังและบันทึกค่าจริงตามความถี่ที่กำหนด โดยบันทึกค่าที่อ่านได้จริง ไม่ใช่ค่าที่ตั้งไว้ และเมื่อค่าหลุดออกนอกช่วง ให้บันทึกสิ่งที่ทำกับสินค้ารุ่นนั้นทันทีในบรรทัดเดียวกัน
- ตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องมือวัดตามรอบที่กำหนด ทั้งเทอร์โมมิเตอร์ เครื่องวัดค่าความเป็นกรดด่าง และเครื่องชั่ง เพราะค่าที่บันทึกไว้จะใช้เป็นหลักฐานได้ก็ต่อเมื่อเครื่องมือที่วัดเชื่อถือได้
- ทบทวนทั้งชุดปีละครั้งหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนเครื่องจักร เปลี่ยนผู้ขาย หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ แล้วให้เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานลงนามรับทราบพร้อมวันที่
ระบุทุกขั้นตอนของสายการผลิตว่าเป็นขั้นตอนสำคัญ — ทำให้ต้องเฝ้าระวังหลายสิบจุดจนบันทึกกลายเป็นการกรอกให้ครบ ข้อ 13.2.2 กล่าวถึงขั้นตอนที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร ซึ่งในโรงงานขนาดเล็กมักมีไม่กี่ขั้นตอน
ตั้งค่าควบคุมโดยไม่ทราบที่มา — เมื่อผู้ตรวจถามว่าเหตุใดจึงใช้อุณหภูมิและเวลานี้ คำตอบว่าทำมาแบบนี้ตลอดไม่เพียงพอ ควรบันทึกที่มาไว้ตั้งแต่วันที่กำหนดค่า
บันทึกค่าที่ตั้งไว้แทนค่าที่อ่านได้จริง — บันทึกที่มีค่าเดียวกันทุกวันตลอดปีมักถูกตั้งคำถามถึงความเป็นจริงของการเฝ้าระวัง และทำให้บันทึกทั้งฉบับเสียน้ำหนัก
ข้อกำหนดเฉพาะที่เขียนว่าต้องสด สะอาด และได้มาตรฐาน — ไม่มีค่าที่ยอมรับได้และวิธีวัด จึงใช้ตัดสินใจรับหรือปฏิเสธของไม่ได้ ข้อ 13.2.3 ระบุให้ข้อกำหนดเฉพาะตั้งอยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์และระบุค่าที่ยอมรับได้กับวิธีวิเคราะห์ตามความเหมาะสม
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น ทำแผ่นข้อกำหนดเฉพาะทุกรายการรวมวัสดุสิ้นเปลืองและทำแฟ้มพิสูจน์ยืนยันทุกขั้นตอน ทั้งที่ยังไม่ได้ระบุว่าขั้นตอนใดสำคัญ — ควรเริ่มจากวัตถุดิบหลักและผลิตภัณฑ์หลักก่อน แล้วขยายเมื่อระบบเดินได้
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-13.2.2-01 | ทะเบียนขั้นตอนกระบวนการสำคัญและค่าที่ต้องควบคุม | ข้อ 13.2.2 ขั้นตอนที่ส่งผลต่อความปลอดภัย · ค่าที่ควบคุมและที่มาของค่า |
| GHP-13.2.2-02 | บันทึกการเฝ้าระวังค่าควบคุมประจำวันและการดำเนินการเมื่อค่าหลุด | ข้อ 13.2.2 การเฝ้าระวังค่าที่ใช้ควบคุม |
| GHP-13.2.2-03 | ใบสูตรที่อนุมัติแล้วและบันทึกการชั่งส่วนประกอบที่ควบคุมความปลอดภัย | ข้อ 13.2.2 การตั้งสูตรที่ใช้ควบคุมเชื้อและการตรวจสอบความถูกต้องของสูตร |
| GHP-13.2.2-04 | แผ่นข้อกำหนดเฉพาะของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ และบันทึกผลเทียบเกณฑ์ | ข้อ 13.2.3 ข้อกำหนดเฉพาะด้านจุลินทรีย์ กายภาพ เคมี และสารก่อภูมิแพ้ |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- ระบุได้ว่าขั้นตอนใดของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นขั้นตอนที่ทำให้อาหารปลอดภัย และมีทะเบียนขั้นตอนสำคัญเป็นลายลักษณ์อักษร
- ค่าที่ควบคุมทุกค่ามีที่มาบันทึกไว้ เช่น กฎหมาย ข้อกำหนดของลูกค้า เอกสารวิชาการ หรือคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร
- บันทึกการเฝ้าระวังเป็นค่าที่อ่านได้จริง และเมื่อค่าหลุดมีการบันทึกการดำเนินการต่อสินค้ารุ่นนั้น
- ผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมด้วยสูตรมีใบสูตรที่อนุมัติแล้ว พร้อมการตรวจสอบซ้ำการชั่งโดยบุคคลที่สอง
- วัตถุดิบหลักและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมีแผ่นข้อกำหนดเฉพาะครบสี่ด้าน พร้อมค่าที่ยอมรับได้และวิธีวัด
- เครื่องมือวัดที่ใช้เฝ้าระวังได้รับการตรวจสอบความถูกต้องตามรอบ และมีบันทึกผลครั้งล่าสุด
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 13.2.2–13.2.3 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
