เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 11.2 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
หนู แมลงสาบ แมลงวัน และนก เป็นอันตรายที่ผู้ตรวจมองเห็นได้เร็วที่สุดในโรงงานอาหาร เพราะทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นทั้งมูล รอยกัดแทะ ขนหรือปีกที่ร่วง และคราบทางเดิน สัตว์เหล่านี้พาเชื้อก่อโรคจากรางระบายน้ำและกองขยะเข้าสู่พื้นที่ผลิตโดยตรง และยังเป็นสิ่งแปลกปลอมในผลิตภัณฑ์ได้ด้วยตัวเอง Codex จึงระบุไว้ที่ข้อ 11.2.1 ว่าสัตว์พาหะเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร และการระบาดจะเกิดขึ้นเมื่อมีที่หลบซ่อนเพาะพันธุ์และแหล่งอาหารอยู่พร้อมกัน
สภาพที่พบบ่อยในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทยคือมีสัญญาจ้างบริษัทกำจัดสัตว์พาหะ มีกล่องเหยื่อวางเรียงรอบอาคาร และมีรายงานรายเดือนเก็บไว้ในแฟ้ม แต่ไม่มีใครในโรงงานเปิดอ่านรายงานนั้น ไม่มีใครทราบว่าจุดใดพบร่องรอยซ้ำทุกเดือน ประตูม้วนด้านรับของปิดไม่สนิทกับพื้นจนเห็นแสงลอด กระสอบวัตถุดิบวางชิดผนัง เครื่องจักรเก่าที่เลิกใช้ยังกองอยู่หลังอาคาร และหญ้ารอบโรงงานสูงจนถึงกำแพง เมื่อผู้ตรวจถามว่าเหตุใดจุดเดิมจึงพบร่องรอยทุกเดือน จึงไม่มีคำตอบ
ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 11.2.1 ถึงข้อ 11.2.5 คาดหวังอะไร โดยเน้นว่าข้อนี้ให้น้ำหนักกับการป้องกันและการกำจัดต้นเหตุมากกว่าการใช้สารเคมี แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานซึ่งจ้างผู้ให้บริการภายนอกยังต้องมีเป็นของตนเอง พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 11.2 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 11.2.1 ภาพรวม ระบุว่าสัตว์พาหะ เช่น นก สัตว์ฟันแทะ และแมลง เป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร การระบาดเกิดขึ้นได้ในที่ซึ่งมีแหล่งเพาะพันธุ์และมีอาหารให้ จึงควรใช้หลักปฏิบัติที่ดีด้านสุขลักษณะเพื่อไม่สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสัตว์พาหะ โดยการออกแบบอาคาร ผังพื้นที่ การบำรุงรักษา และทำเลที่ตั้งที่ดี ร่วมกับการทำความสะอาด การตรวจสอบวัสดุที่รับเข้า และการเฝ้าระวังที่มีประสิทธิผล จะลดโอกาสการระบาดและลดความจำเป็นในการใช้สารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์
ข้อ 11.2.2 การป้องกัน กำหนดให้รักษาสถานประกอบการให้อยู่ในสภาพดีเพื่อป้องกันการเข้าถึงของสัตว์พาหะและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้น ช่องโหว่ ท่อระบายน้ำ และจุดอื่นที่สัตว์พาหะน่าจะเข้าได้ ควรได้รับการปิดกั้น ประตูม้วนควรปิดได้แนบสนิทกับพื้น การใช้ตะแกรงลวด เช่น ที่หน้าต่างที่เปิดอยู่ ประตู และช่องระบายอากาศ จะช่วยลดปัญหาการเข้ามาของสัตว์พาหะ และควรกันสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์อื่นออกจากบริเวณโรงงานเท่าที่ทำได้
ข้อ 11.2.3 แหล่งหลบซ่อนและการระบาด ระบุว่าการมีอาหารและน้ำอยู่ทำให้สัตว์พาหะเข้ามาหลบซ่อนและระบาด จึงกำหนดแนวทางไว้ ได้แก่
- สิ่งที่อาจเป็นแหล่งอาหารควรเก็บในภาชนะที่สัตว์พาหะเข้าไม่ได้ และหรือวางซ้อนให้พ้นพื้น โดยควรวางห่างจากผนัง
- พื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคารควรสะอาดและปราศจากของเสียตกค้าง และเมื่อเหมาะสม ขยะควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดและสัตว์พาหะเข้าไม่ได้
- สิ่งที่อาจกลายเป็นที่หลบซ่อน เช่น เครื่องมือเก่าและอุปกรณ์ที่เลิกใช้แล้ว ควรนำออกไป
- การจัดภูมิทัศน์รอบสถานประกอบการควรออกแบบให้ลดการดึงดูดและการเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์พาหะ
ข้อ 11.2.4 การเฝ้าระวังและการตรวจพบ กำหนดให้ตรวจสอบสถานประกอบการและบริเวณโดยรอบเป็นประจำเพื่อหาร่องรอยของการระบาด อุปกรณ์ตรวจจับและกับดัก เช่น โคมไฟดักแมลงและสถานีวางเหยื่อ ควรได้รับการออกแบบและวางในตำแหน่งที่ไม่ทำให้วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ หรือสถานที่ปนเปื้อน และแม้จะจ้างผู้ให้บริการภายนอกให้ทำหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจจับ ผู้ประกอบการอาหารก็ยังต้องทบทวนรายงานการเฝ้าระวังด้วยตนเอง และเมื่อจำเป็น ต้องทำให้มั่นใจว่าตนเองหรือผู้ให้บริการที่มอบหมายได้ดำเนินการแก้ไข เช่น การกำจัดสัตว์พาหะ การกำจัดแหล่งหลบซ่อน หรือการปิดเส้นทางที่เข้ามา
ข้อ 11.2.5 การควบคุมการระบาด กำหนดว่าเมื่อเกิดการระบาดต้องดำเนินการทันทีโดยผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมหรือบริษัทที่มีความสามารถ พร้อมดำเนินการแก้ไขตามความเหมาะสม การใช้สารเคมี วิธีทางกายภาพ หรือวิธีทางชีวภาพ ต้องทำโดยไม่ก่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร ต้องระบุสาเหตุของการระบาดและดำเนินการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ และต้องเก็บบันทึกเกี่ยวกับการระบาด การเฝ้าระวัง และการกำจัด
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตมีสามเรื่อง เรื่องแรกคือข้อ 11.2 ไม่ได้กำหนดจำนวนกล่องเหยื่อ ระยะห่างระหว่างจุด หรือความถี่ของการตรวจไว้เป็นตัวเลข ตัวเลขที่พบในทางปฏิบัติมาจากข้อกำหนดของหน่วยรับรองหรือแนวทางของผู้ให้บริการ ไม่ใช่จาก Codex เรื่องที่สองคือข้อ 11.2.4 ระบุอย่างชัดเจนว่าการจ้างผู้ให้บริการภายนอกไม่ได้โอนความรับผิดชอบออกจากโรงงาน เพราะผู้ประกอบการยังต้องทบทวนรายงานและทำให้มั่นใจว่ามีการแก้ไข เรื่องที่สามคือข้อ 11.2.5 เป็นข้อที่ระบุถึงการเก็บบันทึกไว้อย่างชัดเจน คือบันทึกการระบาด การเฝ้าระวัง และการกำจัด ผู้ตรวจจึงมักไม่ถามว่าจ้างบริษัทใด แต่ถามว่าจุดที่พบร่องรอยซ้ำได้รับการแก้ที่ต้นเหตุแล้วหรือยัง
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 11.2 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางส่วนใหญ่จ้างผู้ให้บริการภายนอกเข้ามาดำเนินการตามรอบ และมีผู้ดูแลระบบ GHPs หนึ่งถึงสองคนเป็นผู้ประสานงาน หลักฐานของข้อนี้จึงควรเป็นผังจุดหนึ่งแผ่น สมุดบันทึกร่องรอยหนึ่งเล่ม และแฟ้มรายงานที่มีลายมือของโรงงานเขียนกำกับไว้ ไม่ใช่การเก็บรายงานของผู้ให้บริการไว้เฉย ๆ ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 11.2 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| อุปกรณ์ตรวจจับและกับดักได้รับการวางในตำแหน่งที่ไม่ทำให้วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ หรือสถานที่ปนเปื้อน (ข้อ 11.2.4) | ควรมี ผังจุดวางอุปกรณ์และทะเบียนจุดหนึ่งแผ่น ระบุรหัสจุด ชนิดอุปกรณ์ ตำแหน่งตรงกับผังโรงงาน และเหตุผลของตำแหน่งในจุดที่อยู่ใกล้พื้นที่อาหารเปิดโล่ง | เดินนับจุดจริงเทียบกับผัง · โคมไฟดักแมลงติดอยู่เหนือสายพานหรือพื้นผิวสัมผัสอาหารหรือไม่ · จุดที่หายไปหรือถูกย้ายโดยไม่ปรับผัง |
| การตรวจสอบสถานประกอบการและบริเวณโดยรอบเป็นประจำเพื่อหาร่องรอยของการระบาด (ข้อ 11.2.4) | ควรมี บันทึกการตรวจร่องรอยและการตรวจอุปกรณ์ตามรอบที่โรงงานกำหนดเอง ครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกอาคาร ระบุสิ่งที่พบเป็นรายจุด ไม่ใช่ระบุเพียงว่าไม่พบ | สุ่มเปิดกล่องเหยื่อหรือถาดกาวดูของจริง · จุดที่พบร่องรอยซ้ำหลายรอบ · บันทึกที่ระบุว่าไม่พบสิ่งใดเลยตลอดปี |
| ป้องกันการเข้าถึง ปิดช่องโหว่และท่อระบายน้ำ ประตูม้วนปิดแนบพื้น ตะแกรงที่ช่องเปิด (ข้อ 11.2.2) | ควรมี ทะเบียนจุดที่สัตว์พาหะเข้าได้และสถานะการปิดกั้น ครอบคลุมประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ ท่อและรางระบายน้ำ ช่องสายไฟ และรอยแตกของผนัง พร้อมกำหนดผู้แก้ไขและวันที่แล้วเสร็จ | ยืนมองแสงลอดใต้ประตูม้วนด้านรับของ · มุ้งลวดที่ขาด · ท่อที่ทะลุผนังแล้วไม่อุด · ประตูที่เปิดค้างตลอดเวลาทำงาน |
| ไม่ให้มีแหล่งอาหารและที่หลบซ่อน ภาชนะที่สัตว์พาหะเข้าไม่ได้ วางพ้นพื้นและห่างผนัง กำจัดอุปกรณ์เก่าที่เลิกใช้ (ข้อ 11.2.3) | ควรมี บันทึกการตรวจสภาพแวดล้อมรอบอาคารและพื้นที่จัดเก็บ ครอบคลุมการวางของพ้นพื้นและห่างผนัง ภาชนะขยะที่มีฝาปิด ความสะอาดของบริเวณโดยรอบ อุปกรณ์เก่าที่ต้องนำออก และการตัดหญ้ากับการดูแลภูมิทัศน์ | เดินรอบนอกอาคารก่อนเข้าห้องเอกสาร · กระสอบหรือลังที่วางชิดผนัง · เครื่องจักรเก่าและพาเลตชำรุดกองอยู่ · น้ำขังและหญ้าสูงติดกำแพง |
| ดำเนินการทันทีเมื่อเกิดการระบาด ระบุสาเหตุ แก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ และเก็บบันทึกการระบาด การเฝ้าระวัง และการกำจัด (ข้อ 11.2.5) · การทบทวนรายงานของผู้ให้บริการ (ข้อ 11.2.4) | ควรมี บันทึกเหตุการณ์การระบาดและการกำจัด พร้อมบันทึกการทบทวนรายงานของผู้ให้บริการ ที่มีลายมือของผู้ดูแลระบบ GHPs เขียนกำกับว่าอ่านแล้วพบอะไร จะทำอะไร ใครทำ และเมื่อใด | หยิบรายงานฉบับล่าสุดของผู้ให้บริการแล้วถามว่าใครอ่านและทำอะไรต่อ · ข้อเสนอแนะในรายงานเดิมถูกดำเนินการหรือไม่ · สาเหตุของการระบาดถูกระบุไว้หรือเพียงบันทึกว่ากำจัดแล้ว |
| ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมหรือบริษัทที่มีความสามารถเป็นผู้ดำเนินการ และการใช้สารเคมีต้องไม่ก่อความเสี่ยงต่ออาหาร (ข้อ 11.2.5) | เมื่อระบบโตขึ้น แฟ้มคุณสมบัติผู้ให้บริการที่ประเมินเป็นระบบพร้อมทะเบียนสารเคมีที่ใช้และเอกสารความปลอดภัยครบทุกรายการ ในวันเริ่มต้นให้เก็บสำเนาใบอนุญาตของผู้ให้บริการ รายชื่อสารที่ใช้ และข้อกำหนดว่าห้ามพ่นสารในพื้นที่ที่มีอาหารเปิดโล่ง | ผู้ให้บริการพ่นสารขณะมีอาหารหรือวัสดุบรรจุเปิดอยู่หรือไม่ · โรงงานทราบหรือไม่ว่ามีการใช้สารใดบ้างในพื้นที่ของตน |
| การวิเคราะห์แนวโน้มของร่องรอยที่พบเพื่อหาต้นเหตุเชิงระบบ | เมื่อระบบโตขึ้น รายงานแนวโน้มรายเดือนแยกตามชนิดสัตว์พาหะและรายจุดพร้อมกราฟ ในวันเริ่มต้นให้ทำเครื่องหมายจุดที่พบร่องรอยลงบนผังหนึ่งแผ่นทุกรอบ แล้วดูด้วยตาว่าจุดใดมีเครื่องหมายซ้ำมากที่สุด | โรงงานชี้ได้หรือไม่ว่าจุดใดคือจุดที่มีปัญหามากที่สุดในรอบปี |
| การตรวจสอบวัสดุที่รับเข้าเพื่อลดโอกาสการนำสัตว์พาหะเข้ามา (ข้อ 11.2.1) | เมื่อระบบโตขึ้น เกณฑ์การตรวจรับที่ระบุการตรวจร่องรอยสัตว์พาหะแยกเป็นหัวข้อพร้อมการประเมินผู้ส่งมอบ ในวันเริ่มต้นให้เพิ่มหนึ่งบรรทัดในบันทึกการตรวจรับว่าตรวจแล้วไม่พบร่องรอยการกัดแทะหรือมูลบนบรรจุภัณฑ์และพาเลต | ลังหรือกระสอบที่มีรอยกัดแทะถูกรับเข้าคลังหรือไม่ · พาเลตไม้ที่มีร่องรอยแมลง |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- เดินสำรวจรอบนอกอาคารก่อนเข้าไปข้างใน ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs เดินรอบรั้วและรอบผนัง บันทึกจุดที่มีน้ำขัง หญ้าสูงติดกำแพง กองพาเลตหรือเครื่องจักรเก่า และถังขยะที่ไม่มีฝาปิด เพราะข้อ 11.2.3 ระบุให้นำสิ่งที่อาจเป็นที่หลบซ่อนออกไป
- ทำทะเบียนจุดที่สัตว์พาหะเข้าได้ ตรวจประตูทุกบาน โดยเฉพาะประตูม้วนด้านรับของว่าปิดแนบสนิทกับพื้นหรือไม่ ตรวจมุ้งลวดที่หน้าต่างและช่องระบายอากาศ ตรวจท่อที่ทะลุผนัง ช่องสายไฟ รางระบายน้ำ และรอยแตกของพื้นและผนัง แล้วกำหนดผู้แก้ไขและวันแล้วเสร็จเป็นรายจุด
- จัดการแหล่งอาหารและที่หลบซ่อนภายในอาคาร ย้ายวัตถุดิบและวัสดุบรรจุขึ้นวางบนแท่นให้พ้นพื้นและเว้นระยะจากผนังเพื่อให้เดินตรวจได้รอบ เก็บสิ่งที่อาจเป็นแหล่งอาหารในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท และนำอุปกรณ์ที่เลิกใช้ออกจากพื้นที่
- ลงผังจุดวางอุปกรณ์ให้ตรงกับของจริง ให้รหัสแต่ละจุด ระบุชนิดอุปกรณ์ แล้วตรวจสอบว่าโคมไฟดักแมลงไม่ได้ติดตั้งเหนือพื้นผิวสัมผัสอาหารหรือสายการผลิตที่มีอาหารเปิดโล่ง เพราะข้อ 11.2.4 ระบุให้วางในตำแหน่งที่ไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อน
- กำหนดรอบการตรวจร่องรอยด้วยตนเองแยกจากรอบของผู้ให้บริการ โรงงานควรเดินตรวจเองเป็นประจำโดยไม่รอผู้ให้บริการ บันทึกสิ่งที่พบเป็นรายจุด ระบุชนิดร่องรอยที่พบ เช่น มูล รอยกัดแทะ ทางเดิน หรือซากแมลง
- อ่านรายงานของผู้ให้บริการทุกฉบับแล้วเขียนกำกับ ระบุว่าพบอะไร จะทำอะไร ใครทำ และเมื่อใด แล้วให้ปิดงานเมื่อทำเสร็จ ข้อ 11.2.4 ระบุว่าแม้จะจ้างภายนอก ผู้ประกอบการยังต้องทบทวนรายงานและทำให้มั่นใจว่ามีการแก้ไข
- กำหนดวิธีปฏิบัติเมื่อพบการระบาด ระบุว่าใครมีอำนาจสั่งกันพื้นที่ ใครติดต่อผู้ให้บริการ ต้องย้ายหรือปิดคลุมอาหารและวัสดุบรรจุอย่างไรก่อนดำเนินการ และต้องทำความสะอาดกับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่อาจได้รับผลกระทบอย่างไรหลังจากนั้น
- บันทึกสาเหตุของการระบาดทุกครั้ง ไม่ใช่บันทึกเพียงว่ากำจัดแล้ว เพราะข้อ 11.2.5 กำหนดให้ระบุสาเหตุและแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ เช่น พบหนูเพราะประตูปิดไม่สนิท หรือพบแมลงวันเพราะถังขยะไม่มีฝา
- สรุปจุดที่พบร่องรอยซ้ำเข้าการทบทวนประจำปี ให้เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานรับทราบ พร้อมข้อเสนอที่ต้องใช้งบประมาณ เช่น เปลี่ยนซีลประตู ปูพื้นที่แตก หรือปรับภูมิทัศน์รอบอาคาร ซึ่งแก้ต้นเหตุได้ดีกว่าการเพิ่มจำนวนกล่องเหยื่อ
เก็บรายงานของผู้ให้บริการไว้โดยไม่มีใครอ่าน — ข้อ 11.2.4 ระบุชัดว่าแม้จะจ้างภายนอก ผู้ประกอบการอาหารยังต้องทบทวนรายงานการเฝ้าระวังและทำให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการแก้ไข
ตอบสนองการพบร่องรอยด้วยการเพิ่มเหยื่อ โดยไม่หาสาเหตุ — ข้อ 11.2.5 กำหนดให้ระบุสาเหตุของการระบาดและแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ส่วนข้อ 11.2.1 ระบุว่าการป้องกันที่ดีจะลดความจำเป็นในการใช้สารกำจัด
ติดตั้งโคมไฟดักแมลงเหนือสายการผลิตหรือพื้นผิวสัมผัสอาหาร — ข้อ 11.2.4 ระบุว่าอุปกรณ์ตรวจจับและกับดักต้องวางในตำแหน่งที่ไม่ทำให้วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ หรือสถานที่ปนเปื้อน
วางวัตถุดิบชิดผนังจนเดินตรวจไม่ได้ — ข้อ 11.2.3 ระบุให้วางบนแท่นให้พ้นพื้นและควรวางห่างจากผนัง เพราะช่องว่างริมผนังคือเส้นทางเดินประจำของสัตว์ฟันแทะ
ปล่อยอุปกรณ์เก่าและพาเลตชำรุดกองไว้รอบอาคาร — ข้อ 11.2.3 ระบุให้นำสิ่งที่อาจกลายเป็นที่หลบซ่อน เช่น เครื่องมือเก่าและอุปกรณ์ที่เลิกใช้ ออกไป
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น ทำรายงานแนวโน้มรายสัปดาห์แยกตามชนิดสัตว์พาหะพร้อมกราฟหลายหน้า ทั้งที่ประตูม้วนยังปิดไม่สนิทกับพื้น — ข้อนี้แก้ด้วยงานช่างและการจัดของได้ผลกว่าการเพิ่มแบบฟอร์ม
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 5 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-11.2-01 | ผังและทะเบียนจุดวางอุปกรณ์ดักและตรวจจับสัตว์พาหะ | ข้อ 11.2.4 ตำแหน่งของอุปกรณ์ที่ไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อน |
| GHP-11.2-02 | บันทึกการตรวจร่องรอยสัตว์พาหะและการตรวจอุปกรณ์ตามรอบ | ข้อ 11.2.4 การตรวจสอบสถานประกอบการและบริเวณโดยรอบเป็นประจำ |
| GHP-11.2-03 | ทะเบียนจุดที่สัตว์พาหะเข้าได้และสถานะการปิดกั้น | ข้อ 11.2.2 การป้องกันการเข้าถึงและการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ |
| GHP-11.2-04 | บันทึกการตรวจแหล่งอาหารและที่หลบซ่อนภายในและรอบอาคาร | ข้อ 11.2.3 แหล่งหลบซ่อน การจัดเก็บพ้นพื้นห่างผนัง ขยะ และภูมิทัศน์ |
| GHP-11.2-05 | บันทึกเหตุการณ์การระบาด การกำจัด และการทบทวนรายงานของผู้ให้บริการ | ข้อ 11.2.5 บันทึกการระบาด การเฝ้าระวัง และการกำจัด · ข้อ 11.2.4 การทบทวนรายงาน |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- ประตูม้วนทุกบานปิดแนบสนิทกับพื้น และไม่มีแสงลอดเมื่อยืนมองจากด้านใน
- มุ้งลวด ตะแกรงช่องระบายอากาศ และจุดที่ท่อทะลุผนัง อยู่ในสภาพปิดกั้นครบถ้วน
- วัตถุดิบและวัสดุบรรจุวางบนแท่นพ้นพื้นและเว้นระยะจากผนัง จนเดินตรวจได้รอบ
- ไม่มีอุปกรณ์เก่า พาเลตชำรุด หรือน้ำขังรอบอาคาร และหญ้าไม่สูงชิดกำแพง
- ผังจุดวางอุปกรณ์ตรงกับของจริง และไม่มีโคมไฟดักแมลงอยู่เหนือพื้นผิวสัมผัสอาหารหรือสายการผลิต
- รายงานของผู้ให้บริการฉบับล่าสุดมีลายมือของโรงงานเขียนกำกับ ว่าอ่านแล้วจะทำอะไร ใครทำ และเมื่อใด
- เหตุการณ์การระบาดครั้งล่าสุดมีการระบุสาเหตุและการแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ ไม่ใช่บันทึกเพียงว่ากำจัดแล้ว
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 11.2 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
