ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
GHPs revised 2022 · Codex CXC 1-1969 · ตอนที่ 14/35 · ข้อ 11.1.3

ข้อ 11.1.3 การเฝ้าระวังประสิทธิผลของการทำความสะอาด โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
GHPs revised 2022 · ตอนที่ 14 — พิสูจน์ว่าสะอาดจริง ไม่ใช่เพียงว่าทำแล้ว

8 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ ทำ GHPs ให้ผ่านตรวจด้วยตัวเอง ไปกับ SP · GHPs revised 2022 · ตอนที่ 14 จาก 35 · ข้อ 11.1.3 ของ Codex CXC 1-1969 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 11.1.3 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO

โรงงานอาหารเกือบทุกแห่งมีบันทึกการทำความสะอาด แต่บันทึกส่วนใหญ่ตอบได้เพียงว่าทำแล้ว ไม่ได้ตอบว่าทำแล้วสะอาดจริงหรือไม่ ความต่างของสองคำถามนี้คือสาระทั้งหมดของข้อ 11.1.3 เพราะพื้นผิวที่ล้างแล้วแต่ยังมีคราบบาง ๆ เคลือบอยู่ จะทำให้สารฆ่าเชื้อสัมผัสจุลินทรีย์ไม่ได้ ส่วนการใช้สารฆ่าเชื้อในความเข้มข้นที่ต่ำกว่าที่ผู้ผลิตกำหนด ทำให้จุลินทรีย์ยังคงอยู่ได้ และข้อนี้ยังระบุด้วยว่าจุลินทรีย์อาจทนต่อสารฆ่าเชื้อได้เมื่อเวลาผ่านไป จึงให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต ผลที่ตามมาคือโรงงานทำความสะอาดทุกวันจริง แต่ปัญหาการปนเปื้อนก็ยังเกิดซ้ำที่จุดเดิม

ในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทย สภาพที่พบบ่อยคือมีใบเซ็นชื่อครบทุกช่องตลอดทั้งปีโดยไม่เคยมีรายการใดถูกตีกลับให้ทำซ้ำ ไม่มีการวัดความเข้มข้นของน้ำยาที่ผสมแล้ว ไม่มีใครเคยเช็ดพื้นผิวส่งตรวจ และเมื่อผลตรวจผลิตภัณฑ์ผิดปกติ ก็ไม่มีข้อมูลย้อนกลับไปดูได้ว่าการทำความสะอาดในวันนั้นเป็นอย่างไร ผู้ตรวจที่มีประสบการณ์มักมองบันทึกที่สมบูรณ์เกินจริงด้วยความสงสัยมากกว่าบันทึกที่มีร่องรอยของการพบปัญหาและการแก้ไข

ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 11.1.3 คาดหวังอะไร แยกให้ชัดระหว่างการเฝ้าระวังกับการทวนสอบ แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานซึ่งยังไม่มีห้องปฏิบัติการของตนเองทำได้จริง พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม

1. ข้อ 11.1.3 กล่าวถึงอะไร

สรุปสาระด้วยถ้อยคำของเรา

ข้อ 11.1.3 การเฝ้าระวังประสิทธิผล กำหนดว่าการนำขั้นตอนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อไปปฏิบัติ ควรได้รับการเฝ้าระวังว่าได้ผล และได้รับการทวนสอบเป็นระยะ ด้วยวิธีการเช่น การตรวจพินิจและการตรวจติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่าขั้นตอนถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง

ชนิดของการเฝ้าระวังขึ้นอยู่กับลักษณะของขั้นตอนที่ใช้ โดยข้อนี้ยกตัวอย่างสิ่งที่อาจนำมาใช้เฝ้าระวังไว้ ได้แก่ ค่าความเป็นกรดด่าง อุณหภูมิของน้ำ ค่าการนำไฟฟ้า ความเข้มข้นของสารทำความสะอาด ความเข้มข้นของสารฆ่าเชื้อ และตัวแปรอื่นที่สำคัญต่อการยืนยันว่าโปรแกรมถูกนำไปใช้ตามที่ออกแบบไว้และได้ผลจริง

ข้อนี้ยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องสารฆ่าเชื้อโดยตรง ได้แก่

ในเรื่องการทวนสอบ ข้อนี้ระบุว่าแม้ประสิทธิผลของสารทำความสะอาดและสารฆ่าเชื้อกับวิธีใช้จะได้รับการพิสูจน์ยืนยันโดยผู้ผลิตแล้ว แต่โรงงานยังควรมีมาตรการเก็บตัวอย่างและตรวจสอบสภาพแวดล้อมและพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร เช่น การใช้ชุดตรวจโปรตีนตกค้าง ชุดตรวจสารก่อภูมิแพ้ตกค้าง หรือการตรวจทางจุลชีววิทยาโดยใช้จุลินทรีย์บ่งชี้ เพื่อช่วยยืนยันว่าโปรแกรมได้ผลและถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ข้อนี้ยอมรับว่าการเก็บตัวอย่างและตรวจทางจุลชีววิทยาอาจไม่เหมาะสมในทุกกรณี และแนวทางทางเลือกอาจเป็นการสังเกตการปฏิบัติงานทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ รวมถึงการตรวจว่าใช้ความเข้มข้นของสารฆ่าเชื้อถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการและเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด

ท้ายข้อระบุว่า ขั้นตอนการทำความสะอาด การฆ่าเชื้อ และการบำรุงรักษา ควรได้รับการทบทวนอย่างสม่ำเสมอและปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป พร้อมจัดทำเอกสารตามความเหมาะสม

ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO

สิ่งที่ควรสังเกตมีสามเรื่อง เรื่องแรกคือข้อนี้แยกการเฝ้าระวัง ซึ่งทำระหว่างหรือทันทีหลังงานทำความสะอาด ออกจากการทวนสอบเป็นระยะ ซึ่งทำห่างกว่าเพื่อยืนยันว่าทั้งโปรแกรมยังได้ผล เรื่องที่สองคือข้อนี้ไม่ได้บังคับให้ตรวจทางจุลชีววิทยา แต่ระบุว่าอาจไม่เหมาะสมในทุกกรณี และเปิดทางให้ใช้การสังเกตการปฏิบัติงานพร้อมการตรวจความเข้มข้นของสารฆ่าเชื้อแทนได้ เรื่องที่สามคือข้อนี้ไม่ได้ให้ตัวเลขใดเลย ไม่มีค่าความเป็นกรดด่าง ไม่มีอุณหภูมิ ไม่มีจำนวนโคโลนีที่ยอมรับได้ ตัวเลขเหล่านั้นมาจากคำแนะนำของผู้ผลิตสารเคมี กฎหมายที่ใช้บังคับ หรือเกณฑ์ที่โรงงานกำหนดเองพร้อมเหตุผล ผู้ตรวจจึงมักถามว่าเกณฑ์ที่ท่านใช้มาจากที่ใด และเมื่อผลไม่ผ่านเกณฑ์แล้วท่านทำอะไร

2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร

ข้อ 11.1.3 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางส่วนใหญ่ยังไม่มีห้องปฏิบัติการของตนเอง และมีผู้ดูแลระบบ GHPs เพียงหนึ่งถึงสองคน หลักฐานของข้อนี้จึงควรตั้งอยู่บนการตรวจพินิจที่มีเกณฑ์ชัดเจน การวัดความเข้มข้นของน้ำยาที่หน้างาน และการสังเกตการปฏิบัติงาน โดยใช้การส่งตรวจภายนอกเท่าที่จำเป็น ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น

เรื่องที่ข้อ 11.1.3 กล่าวถึงหลักฐานที่ควรมีผู้ตรวจมักดูอะไร
การเฝ้าระวังว่าขั้นตอนถูกนำไปใช้และได้ผล · การตรวจพินิจ ควรมี บันทึกการเฝ้าระวังการทำความสะอาดประจำวัน ที่แยกช่องผู้ปฏิบัติออกจากผู้ตรวจสอบ พร้อมเกณฑ์การตรวจพินิจที่เขียนไว้ชัด เช่น ไม่มีเศษอาหาร ไม่มีคราบเมื่อเช็ดด้วยมือสวมถุงมือ ไม่มีน้ำขัง และมีช่องบันทึกรายการที่ตีกลับให้ทำซ้ำ สุ่มเดินไปดูจุดที่บันทึกว่าผ่านในกะล่าสุด · ตลอดทั้งปีไม่เคยมีรายการใดไม่ผ่านเลยหรือไม่ · ผู้ตรวจสอบเป็นคนเดียวกับผู้ปฏิบัติหรือไม่
ตัวแปรที่ใช้เฝ้าระวัง เช่น ความเข้มข้นของสารทำความสะอาดและสารฆ่าเชื้อ อุณหภูมิของน้ำ ค่าความเป็นกรดด่าง ควรมี บันทึกการตรวจความเข้มข้นของน้ำยาที่ผสมแล้ว ด้วยแถบวัดหรือชุดวัดที่จุดใช้งาน พร้อมระบุเกณฑ์ที่คัดมาจากฉลากของผู้ผลิต และการดำเนินการเมื่อค่าที่วัดได้อยู่นอกเกณฑ์ ขอให้วัดน้ำยาถังที่ใช้อยู่ให้ดูจริง · เกณฑ์ในบันทึกตรงกับฉลากหรือไม่ · แถบวัดหมดอายุหรือไม่
แนวทางทางเลือกด้วยการสังเกตการปฏิบัติงานทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ควรมี แบบสังเกตการปฏิบัติงานทำความสะอาดตามรอบที่โรงงานกำหนด โดยผู้ดูแลระบบ GHPs เดินดูขณะทำงานจริง แล้วบันทึกว่าลำดับขั้นตอน อัตราผสม เวลาสัมผัส และการล้างออก ตรงกับการ์ดวิธีปฏิบัติหรือไม่ ขอดูแบบสังเกตครั้งล่าสุดแล้วเทียบกับสิ่งที่เห็นหน้างาน · สิ่งที่พบจากการสังเกตนำไปสอนงานซ้ำหรือไม่
การเก็บตัวอย่างและตรวจสภาพแวดล้อมกับพื้นผิวสัมผัสอาหารเพื่อทวนสอบ ควรมี แผนและบันทึกการทวนสอบเป็นระยะ ระบุจุดที่เก็บตัวอย่าง วิธีที่เลือก เกณฑ์ที่ใช้พร้อมที่มา และการดำเนินการเมื่อผลไม่ผ่าน โรงงานที่ยังไม่พร้อมส่งตรวจให้ระบุการตรวจพินิจแบบมีเกณฑ์และการสังเกตการปฏิบัติงานเป็นวิธีทวนสอบ พร้อมเหตุผลของการเลือก เลือกจุดที่ทำความสะอาดยากแล้วถามว่าเคยทวนสอบจุดนี้หรือไม่ · ผลที่ไม่ผ่านครั้งก่อนมีการแก้ไขและตรวจซ้ำหรือไม่
การทบทวนขั้นตอนอย่างสม่ำเสมอและปรับตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป · การทบทวนร่วมกับผู้ผลิตสารฆ่าเชื้อ เมื่อระบบโตขึ้น รายงานทบทวนโปรแกรมทำความสะอาดที่รวมข้อมูลแนวโน้มผลตรวจย้อนหลัง ในวันเริ่มต้นให้บันทึกการทบทวนปีละครั้งหนึ่งหน้า สรุปจุดที่พบปัญหาซ้ำ สิ่งที่แก้ไข และวันที่ผู้แทนจำหน่ายสารเคมีเข้ามาให้คำแนะนำ จุดที่พบปัญหาซ้ำหลายครั้งได้รับการเปลี่ยนวิธีหรือความถี่หรือไม่ · มีการทบทวนหลังเพิ่มเครื่องจักรหรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หรือไม่
การตรวจทางจุลชีววิทยาด้วยจุลินทรีย์บ่งชี้ และการตรวจสารก่อภูมิแพ้ตกค้าง เมื่อระบบโตขึ้น โปรแกรมเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมตามผังโซนพร้อมแนวโน้มผลย้อนหลัง ในวันเริ่มต้นให้เลือกจุดเสี่ยงจำนวนน้อยส่งตรวจกับห้องปฏิบัติการภายนอกตามรอบที่กำหนดเอง และเก็บใบรายงานผลไว้กับแผนทวนสอบ จุดที่เลือกส่งตรวจเป็นจุดเสี่ยงจริงหรือเป็นจุดที่ทำความสะอาดง่ายที่สุด · โรงงานอธิบายเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินผลได้หรือไม่
ความทนของจุลินทรีย์ต่อสารฆ่าเชื้อ และการหมุนเวียนเปลี่ยนชนิดสาร เมื่อระบบโตขึ้น แผนหมุนเวียนสารฆ่าเชื้อพร้อมเหตุผลทางวิชาการและผลตรวจสนับสนุน ในวันเริ่มต้นให้ใช้สารตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด บันทึกการหารือกับผู้จำหน่าย และจัดการปัญหาที่พบซ้ำด้วยการแก้ขั้นตอนก่อนเปลี่ยนสาร โรงงานเปลี่ยนสารฆ่าเชื้อโดยมีเหตุผลหรือเปลี่ยนเพราะราคา · หลังเปลี่ยนสารได้ปรับอัตราผสมและเวลาสัมผัสตามฉลากใหม่หรือไม่
การเชื่อมโยงผลการเฝ้าระวังกับการทบทวนของผู้บริหาร เมื่อระบบโตขึ้น ตัวชี้วัดประสิทธิผลของการทำความสะอาดที่รายงานเป็นรายเดือน ในวันเริ่มต้นให้สรุปจำนวนรายการที่ตีกลับให้ทำซ้ำและจุดที่พบปัญหาซ้ำ เข้าการประชุมพนักงานและบันทึกการทบทวนประจำปี เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานทราบหรือไม่ว่าจุดใดในโรงงานทำความสะอาดยากที่สุด
สี่รายการนี้เพียงพอสำหรับข้อ 11.1.3 ในระดับ GHPs ข้อ 11.1.3 ระบุเองว่าชนิดของการเฝ้าระวังขึ้นอยู่กับลักษณะของขั้นตอนที่ใช้ และการเก็บตัวอย่างตรวจทางจุลชีววิทยาอาจไม่เหมาะสมในทุกกรณี โดยเปิดทางให้ใช้การสังเกตการปฏิบัติงานพร้อมการตรวจความเข้มข้นของสารฆ่าเชื้อแทนได้ ในมุมของเรา โรงงานขนาดเล็กควรมีเพียงบันทึกการเฝ้าระวังประจำวันที่มีเกณฑ์ตรวจพินิจชัดเจน บันทึกการวัดความเข้มข้นของน้ำยา แบบสังเกตการปฏิบัติงานตามรอบ และแผนทวนสอบเป็นระยะที่ระบุจุดกับวิธีที่เลือกพร้อมเหตุผล บันทึกการเฝ้าระวังประจำวันควรใช้เล่มเดียวกับบันทึกการทำความสะอาดในตอนที่ 13 ไม่ต้องแยกเล่ม รายการ "เมื่อระบบโตขึ้น" ให้เก็บไว้สำหรับวันที่โรงงานจะขอการรับรอง HACCP หรือมาตรฐานสากล

3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น

  1. เขียนเกณฑ์การตรวจพินิจให้เป็นข้อความที่ตัดสินได้ แทนคำว่าสะอาด ให้ระบุว่าไม่มีเศษอาหารที่มองเห็น ไม่มีคราบติดมือเมื่อเช็ดด้วยถุงมือสะอาด ไม่มีน้ำขัง และไม่มีกลิ่นผิดปกติ แล้วนำเกณฑ์นี้ไปไว้หัวแบบฟอร์มเพื่อให้ทุกคนใช้มาตรฐานเดียวกัน
  2. แยกผู้ปฏิบัติออกจากผู้ตรวจสอบ ให้พนักงานทำความสะอาดลงชื่อเมื่อทำเสร็จ และให้หัวหน้ากะเป็นผู้ตรวจพินิจแล้วลงชื่อรับรอง พร้อมมีช่องให้ระบุรายการที่ตีกลับให้ทำซ้ำและเวลาที่ทำซ้ำเสร็จ
  3. จัดหาอุปกรณ์วัดความเข้มข้นไว้ที่จุดผสมน้ำยา เช่น แถบวัดที่ผู้ผลิตสารเคมีแนะนำ แล้วกำหนดให้วัดทุกครั้งที่ผสมใหม่ในกะแรกเป็นอย่างน้อย บันทึกค่าที่วัดได้จริง ไม่ใช่บันทึกเพียงว่าผ่าน และตรวจสอบวันหมดอายุของแถบวัดตามรอบ
  4. กำหนดสิ่งที่ต้องทำเมื่อค่าที่วัดได้อยู่นอกเกณฑ์ เช่น ผสมใหม่ ทำความสะอาดซ้ำในจุดที่ใช้น้ำยาถังนั้นไปแล้ว และตรวจสอบว่าอุปกรณ์ตวงหรือแหล่งน้ำมีปัญหาหรือไม่ เขียนไว้บนแบบฟอร์มเพื่อให้พนักงานตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องรอ
  5. ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs สังเกตการปฏิบัติงานจริงตามรอบที่กำหนด โดยยืนดูตั้งแต่ต้นจนจบขั้นตอนของหนึ่งจุด แล้วเทียบกับการ์ดวิธีปฏิบัติทีละข้อ สิ่งที่ต่างจากที่กำหนดให้บันทึกไว้และนำไปสอนงานซ้ำ ไม่ใช่บันทึกเพื่อลงโทษ
  6. เลือกจุดสำหรับทวนสอบเป็นระยะจากความเสี่ยง เน้นพื้นผิวที่สัมผัสอาหารและจุดที่ทำความสะอาดยาก เช่น ด้านในสายพาน ซอกใบมีด และข้อต่อของเครื่อง แล้วกำหนดวิธีที่โรงงานทำได้จริงในขณะนี้ พร้อมบันทึกเหตุผลของการเลือกวิธี
  7. บันทึกเกณฑ์ตัดสินผลและที่มาของเกณฑ์เสมอ ไม่ว่าจะมาจากคำแนะนำของผู้ผลิตชุดตรวจ จากห้องปฏิบัติการที่รับตรวจ หรือจากเกณฑ์ที่โรงงานกำหนดเอง เพราะข้อ 11.1.3 ไม่ได้ให้ตัวเลขใดไว้
  8. ทบทวนโปรแกรมปีละครั้งและทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง รวบรวมจุดที่พบปัญหาซ้ำ ผลการทวนสอบ และข้อสังเกตจากการเดินดูหน้างาน แล้วปรับความถี่ วิธี หรือสารเคมีตามที่จำเป็น พร้อมบันทึกวันที่ผู้แทนจำหน่ายสารเคมีเข้ามาให้คำแนะนำ
  9. สรุปผลเข้าการประชุมพนักงานและการทบทวนประจำปีที่เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานรับทราบ โดยเน้นจุดที่ต้องลงทุนเพิ่ม เช่น เปลี่ยนชิ้นส่วนที่ถอดล้างไม่ได้ ซึ่งเป็นการแก้ที่ต้นเหตุมากกว่าการเพิ่มความถี่ในการล้าง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในข้อ 11.1.3

บันทึกที่ผ่านครบทุกช่องตลอดทั้งปี — ข้อ 11.1.3 มุ่งให้เฝ้าระวังเพื่อดูประสิทธิผล บันทึกที่ไม่เคยพบสิ่งผิดปกติเลยจึงมักถูกตั้งคำถามว่าไม่ได้ตรวจจริง

ผู้ปฏิบัติเป็นผู้ตรวจสอบตนเอง — ทำให้การตรวจพินิจไม่เป็นอิสระ ในโรงงานเล็กที่มีคนน้อย ควรให้หัวหน้ากะหรือผู้ดูแลระบบ GHPs เป็นผู้ตรวจอย่างน้อยในจุดที่สัมผัสอาหาร

ไม่เคยวัดความเข้มข้นของน้ำยาที่ผสมแล้ว — ข้อ 11.1.3 ยกความเข้มข้นของสารทำความสะอาดและสารฆ่าเชื้อเป็นตัวอย่างของสิ่งที่ใช้เฝ้าระวังโดยตรง ส่วนการใช้ความเข้มข้นต่ำกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดนั้น ข้อ 11.1.2 ระบุว่าทำให้จุลินทรีย์ยังคงอยู่ได้

เข้าใจว่าต้องส่งตรวจทางจุลชีววิทยาเสมอ — ข้อ 11.1.3 ระบุว่าการเก็บตัวอย่างและตรวจทางจุลชีววิทยาอาจไม่เหมาะสมในทุกกรณี และการสังเกตการปฏิบัติงานพร้อมการตรวจความเข้มข้นเป็นแนวทางทางเลือกที่ยอมรับได้

ส่งตรวจแล้วผลไม่ผ่านแต่ไม่มีการแก้ไข — ผลที่ไม่ผ่านโดยไม่มีการทำความสะอาดซ้ำและตรวจซ้ำ มักถูกมองว่าหนักกว่าการไม่เคยส่งตรวจเลย

สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น วางโปรแกรมเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมหลายสิบจุดต่อเดือน ทั้งที่ยังไม่มีแถบวัดความเข้มข้นอยู่ที่จุดผสมน้ำยา — ควรเริ่มจากสิ่งที่วัดได้ที่หน้างานก่อน

ในมุมของเรา ข้อ 11.1.3 เป็นข้อที่ร่องรอยของการพบปัญหามีค่ามากกว่าความสมบูรณ์ของบันทึก บันทึกที่มีรายการตีกลับให้ทำซ้ำเดือนละสองสามครั้ง พร้อมเวลาที่แก้ไขเสร็จ แสดงว่าระบบเฝ้าระวังทำงานจริง ส่วนบันทึกที่ผ่านหมดทุกช่องมักนำไปสู่การสุ่มตรวจหน้างานที่ละเอียดกว่าเดิม สิ่งที่เราแนะนำให้ทำก่อนคือเขียนเกณฑ์การตรวจพินิจให้ตัดสินได้และจัดหาแถบวัดความเข้มข้นไว้ที่จุดผสมน้ำยา เพราะเป็นสองสิ่งที่ลงทุนน้อยที่สุดและเปลี่ยนคุณภาพของบันทึกได้ทันที

แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี

หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง

รหัสแบบฟอร์มใช้เป็นหลักฐานเรื่อง
GHP-11.1.3-01บันทึกการเฝ้าระวังการทำความสะอาดประจำวันพร้อมเกณฑ์การตรวจพินิจข้อ 11.1.3 การเฝ้าระวังว่าขั้นตอนถูกนำไปใช้และได้ผล
GHP-11.1.3-02บันทึกการตรวจความเข้มข้นของน้ำยาและตัวแปรที่ใช้เฝ้าระวังข้อ 11.1.3 ความเข้มข้นของสารทำความสะอาดและสารฆ่าเชื้อ อุณหภูมิน้ำ ค่าความเป็นกรดด่าง
GHP-11.1.3-03แบบสังเกตการปฏิบัติงานทำความสะอาดและฆ่าเชื้อข้อ 11.1.3 แนวทางทางเลือกด้วยการสังเกตการปฏิบัติงาน
GHP-11.1.3-04แผนและบันทึกการทวนสอบประสิทธิผลเป็นระยะ และการทบทวนโปรแกรมข้อ 11.1.3 การเก็บตัวอย่างและตรวจพื้นผิว · การทวนสอบเป็นระยะ · การทบทวนขั้นตอน
แจกฟรี · PDF 1 หน้า เช็กด่วน 5 ข้อ: ระบบ GHPs ของคุณพร้อมให้ผู้ตรวจดูหรือยัง

ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน

ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาท

แบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

ตรวจตัวเองก่อนผู้ตรวจมา ข้อ 11.1.3 ของท่านพร้อมเพียงใด — ตรวจสอบหกข้อนี้

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง

ให้เราช่วยได้ วางระบบ GHPs และ HACCP ให้ตรงกับหน้างานจริง และเตรียมคนให้พร้อมก่อนตรวจ

ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย

สารบัญซีรีส์ GHPs revised 2022 ทั้ง 35 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 11.1.3 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

คอร์สออนไลน์ · SP Academy ต้องการใบรับรอง GHPs ไว้เป็นหลักฐานการอบรม เรียนออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

บันทึกวิดีโอไว้แล้ว เรียนได้ทุกเวลา ดูซ้ำได้ไม่จำกัดตลอดอายุคอร์ส จบแล้วได้ใบรับรองรายบุคคลที่มีเลขที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ ฝ่ายบุคคลหรือผู้ตรวจเปิดดูเองได้ ราคา 1,290 บาท ซื้อเป็นชุดให้ทั้งทีมได้ ใบรับรองออกแยกรายคน

ดูคอร์สและคลิปตัวอย่าง — เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว → เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว · 9 บทเรียน วิดีโอ 2 ชม. 45 น. · มีคลิปตัวอย่างให้ดูฟรีก่อนตัดสินใจ · จ่ายผ่าน QR พร้อมเพย์แล้วเข้าเรียนได้ทันที ต้องการ HACCP ด้วย ดู หลักสูตรรวม GHPs & HACCP 1,950 บาท

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ