เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 11.3 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
ของเสียเป็นสิ่งเดียวในโรงงานอาหารที่เดินสวนทางกับผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา คือเคลื่อนจากบริเวณที่สกปรกที่สุดผ่านพื้นที่ผลิตออกไปด้านนอก เศษวัตถุดิบที่ตัดทิ้ง บรรจุภัณฑ์ที่ฉีกแล้ว น้ำล้างที่มีเศษอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ล้วนมีปริมาณจุลินทรีย์สูงกว่าอาหารที่กำลังผลิตอยู่มาก เมื่อของเสียกองค้างจนล้นภาชนะ หรือเมื่อพนักงานคนเดียวกันยกถังขยะแล้วกลับเข้ามาหยิบผลิตภัณฑ์ต่อโดยไม่เปลี่ยนขั้นตอน สิ่งที่เกิดขึ้นคือการปนเปื้อนข้ามที่มองไม่เห็น Codex จึงกำหนดข้อ 11.3 ไว้ในหมวดเดียวกับการทำความสะอาดและการควบคุมสัตว์พาหะ เพราะทั้งสามเรื่องนี้เชื่อมโยงกันโดยตรง
สภาพที่พบบ่อยในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทยคือถังขยะในพื้นที่ผลิตไม่มีฝาปิด ถังของเสียกับถังวัตถุดิบเป็นถังชนิดเดียวกันจนแยกไม่ออก ของเสียถูกนำออกวันละครั้งตอนเลิกงานจึงล้นในช่วงบ่าย จุดรวบรวมของเสียอยู่ติดกับประตูรับวัตถุดิบ พื้นบริเวณนั้นมีน้ำเสียขังและมีกลิ่น และเมื่อถามว่าใครเป็นผู้นำของเสียออก คำตอบมักเป็นพนักงานคนใดก็ได้ที่ว่างในขณะนั้น
ข้อ 11.3 เป็นข้อสั้น มีเนื้อหาเพียงไม่กี่บรรทัด แต่ครอบคลุมทั้งภาชนะ การไม่ให้ล้น การฝึกอบรมผู้ปฏิบัติ และสภาพของพื้นที่จัดเก็บ ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อนี้คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่ใช้สมุดเล่มเดียวได้ พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 11.3 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 11.3.1 การจัดการของเสียโดยทั่วไป กำหนดให้มีการจัดเตรียมที่เหมาะสมสำหรับการนำของเสียออกและการจัดเก็บของเสีย โดยของเสียควรได้รับการรวบรวมและจัดเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดเท่าที่จะทำได้ และไม่ควรปล่อยให้กองสะสมจนล้นออกมา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่จัดการอาหาร บริเวณจัดเก็บ พื้นที่ทำงานส่วนอื่น หรือบริเวณข้างเคียง จนถึงระดับที่กระทบต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร
ข้อนี้ยังระบุเรื่องบุคลากรไว้โดยตรงว่า ผู้ที่รับผิดชอบการนำของเสียออก รวมถึงของเสียอันตราย ต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ตนเองกลายเป็นแหล่งของการปนเปื้อนข้าม
สำหรับพื้นที่จัดเก็บของเสีย ข้อนี้กำหนดคุณลักษณะไว้สี่เรื่อง ได้แก่
- ชี้บ่งได้ง่าย คือมองแล้วทราบทันทีว่าเป็นพื้นที่จัดเก็บของเสีย
- รักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม
- ทนต่อการระบาดของสัตว์พาหะ
- ตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่แปรรูป
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 11.3 ไม่ได้กำหนดความถี่ในการนำของเสียออก ไม่ได้กำหนดชนิดหรือสีของภาชนะ และไม่ได้กำหนดระยะห่างจากพื้นที่แปรรูปเป็นตัวเลข ใช้ถ้อยคำว่าเท่าที่จะทำได้ อย่างเหมาะสม และห่างจากพื้นที่แปรรูป ซึ่งหมายความว่าโรงงานต้องเป็นผู้กำหนดเองแล้วอธิบายเหตุผลได้ สิ่งที่ข้อนี้ระบุอย่างเจาะจงมีสองเรื่อง คือไม่ควรปล่อยให้ของเสียสะสมจนล้นจนกระทบความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร และผู้ที่นำของเสียออกต้องได้รับการฝึกอบรม ผู้ตรวจจึงมักไม่ถามหาข้อกำหนดที่เป็นตัวเลข แต่จะเดินไปดูถังขยะในพื้นที่ผลิตในช่วงเวลาที่งานกำลังเดินอยู่ และถามชื่อพนักงานที่ทำหน้าที่นำของเสียออก แล้วขอดูหลักฐานว่าพนักงานคนนั้นได้รับการสอนงานแล้ว
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 11.3 เป็นข้อในระดับ GHPs และเป็นข้อที่โรงงานขนาดเล็กมักละเลยเพราะมองว่าเป็นงานแม่บ้าน ไม่ใช่งานคุณภาพ หลักฐานของข้อนี้จึงควรมีเพียงไม่กี่รายการ แต่ต้องผูกกับชื่อคนและเวลาจริง ไม่ใช่คำอธิบายลอย ๆ ว่าโรงงานมีการจัดการของเสีย ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 11.3 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| การจัดเตรียมที่เหมาะสมสำหรับการนำของเสียออกและจัดเก็บ · ภาชนะที่มีฝาปิดเท่าที่ทำได้ | ควรมี ทะเบียนภาชนะรองรับของเสียและจุดรวบรวมหนึ่งแผ่น ระบุจุดวาง ประเภทของเสียที่รองรับ วิธีชี้บ่งให้แยกจากภาชนะใส่วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน และระบุว่าจุดใดต้องมีฝาปิด | ถังของเสียกับถังใส่วัตถุดิบเป็นถังชนิดเดียวกันจนสับสนหรือไม่ · ฝาปิดหายไปกี่ใบ · ถังที่ไม่มีในทะเบียนแต่มีอยู่จริง |
| ของเสียต้องไม่สะสมจนล้นในพื้นที่จัดการอาหาร พื้นที่จัดเก็บ พื้นที่ปฏิบัติงานอื่น และบริเวณโดยรอบ | ควรมี บันทึกการนำของเสียออกตามรอบที่โรงงานกำหนด ระบุเวลาจริงและชื่อผู้ปฏิบัติ พร้อมกำหนดระดับสูงสุดที่ยอมให้มีในภาชนะก่อนต้องนำออก และช่องทางแจ้งเมื่อของเสียเต็มก่อนถึงรอบ | เดินดูถังขยะช่วงบ่ายขณะการผลิตยังเดินอยู่ · ถุงที่วางกองข้างถังเพราะถังเต็ม · บันทึกที่กรอกย้อนหลังทั้งสัปดาห์ |
| ผู้รับผิดชอบการนำของเสียออก รวมถึงของเสียอันตราย ต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งปนเปื้อนข้าม | ควรมี ข้อกำหนดวิธีปฏิบัติของผู้นำของเสียออกพร้อมบันทึกการสอนงานที่ระบุชื่อจริง ครอบคลุมเส้นทางที่ใช้ เวลาที่อนุญาต การเปลี่ยนถุงมือกับผ้ากันเปื้อน การล้างมือ และข้อห้ามกลับเข้าไปสัมผัสอาหารก่อนเปลี่ยนชุดและล้างมือ | ถามชื่อผู้ทำหน้าที่นี้แล้วขอดูบันทึกการสอนงานของคนนั้น · เดินตามพนักงานตั้งแต่ยกถังจนกลับเข้าพื้นที่ผลิต |
| พื้นที่จัดเก็บของเสียต้องชี้บ่งได้ง่าย สะอาด ทนต่อการระบาดของสัตว์พาหะ และอยู่ห่างจากพื้นที่แปรรูป | ควรมี บันทึกการตรวจและทำความสะอาดพื้นที่จัดเก็บของเสียตามรอบ พร้อมป้ายชี้บ่งพื้นที่ และการบันทึกตำแหน่งของพื้นที่นั้นเทียบกับพื้นที่แปรรูปและประตูรับวัตถุดิบไว้ในผังโรงงาน | เดินไปดูจุดรวบรวมของเสียด้านนอกอาคาร · น้ำเสียขังและกลิ่น · จุดรวบรวมอยู่ติดกับประตูรับของหรือช่องดูดอากาศเข้าหรือไม่ · ร่องรอยสัตว์พาหะบริเวณนั้น |
| การแยกประเภทของเสียและการจัดการของเสียอันตราย | เมื่อระบบโตขึ้น ระบบแยกประเภทของเสียครบทุกชนิดพร้อมเอกสารส่งมอบให้ผู้รับกำจัดที่ได้รับอนุญาต ในวันเริ่มต้นให้แยกอย่างน้อยระหว่างเศษอาหาร วัสดุบรรจุที่ทิ้ง ของเสียอันตราย เช่น ภาชนะสารเคมีและหลอดไฟ และผลิตภัณฑ์ที่ต้องทำลาย พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละประเภท | ภาชนะสารเคมีเปล่าถูกทิ้งรวมกับเศษอาหารหรือไม่ · หลอดไฟที่แตกถูกจัดการอย่างไร |
| การควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ต้องทำลายไม่ให้กลับเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร | เมื่อระบบโตขึ้น วิธีปฏิบัติการทำลายผลิตภัณฑ์พร้อมพยานและบันทึกปริมาณที่สอบกลับได้ ในวันเริ่มต้นให้กำหนดจุดกักที่มีป้ายชัดเจน ระบุผู้มีอำนาจอนุมัติการทำลาย และบันทึกวันที่ ปริมาณ และวิธีที่ใช้ | ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์วางปนกับผลิตภัณฑ์ปกติหรือไม่ · ใครเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะทำลายรุ่นใด |
| การจัดการน้ำเสียและการระบายที่ไม่ก่อการปนเปื้อนย้อนกลับ | เมื่อระบบโตขึ้น แผนผังเส้นทางน้ำเสียพร้อมการตรวจสอบทิศทางการไหลอย่างเป็นระบบ ในวันเริ่มต้นให้ตรวจว่าน้ำเสียไม่ไหลผ่านพื้นที่สะอาด ไม่มีน้ำขังบริเวณจุดรวบรวมของเสีย และรางระบายน้ำมีฝาปิดพร้อมการทำความสะอาดตามรอบ | ทิศทางการไหลของน้ำบนพื้นขณะล้าง · น้ำจากบริเวณของเสียไหลย้อนเข้าพื้นที่ผลิตหรือไม่ |
| การติดตามปริมาณของเสียเพื่อลดที่ต้นทาง | เมื่อระบบโตขึ้น ตัวชี้วัดปริมาณของเสียรายเดือนแยกตามสายการผลิต ในวันเริ่มต้นให้บันทึกจำนวนเที่ยวที่นำของเสียออกต่อวัน แล้วนำเข้าการทบทวนประจำปีเพื่อดูว่าจุดใดควรปรับความถี่หรือปรับกระบวนการ | โรงงานทราบหรือไม่ว่าของเสียส่วนใหญ่มาจากขั้นตอนใด |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- เดินสำรวจและนับภาชนะรองรับของเสียทุกใบในโรงงาน ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs ลงจุดวางแต่ละใบในผังโรงงาน ระบุประเภทของเสียที่รองรับ และตรวจสอบว่าใบใดขาดฝาปิดหรือชำรุด
- ทำให้ภาชนะของเสียแตกต่างจากภาชนะใส่วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน ด้วยสี ป้าย หรือรูปทรงที่ต่างกัน เพื่อไม่ให้เกิดการนำไปใช้สลับกัน แล้วบันทึกวิธีชี้บ่งที่เลือกไว้ในทะเบียน
- กำหนดระดับสูงสุดที่ยอมให้มีในภาชนะก่อนต้องนำออก เช่น กำหนดเป็นเส้นระดับบนถัง เพราะข้อ 11.3 ระบุว่าไม่ควรปล่อยให้ของเสียสะสมจนล้นในลักษณะที่กระทบความปลอดภัยของอาหาร การกำหนดเป็นเส้นที่มองเห็นทำให้พนักงานตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องรอรอบ
- กำหนดรอบการนำของเสียออกให้สอดคล้องกับปริมาณจริง โดยดูจากช่วงเวลาที่ถังเต็มเร็วที่สุด แล้วระบุช่องทางแจ้งเมื่อเต็มก่อนถึงรอบ พร้อมผู้รับแจ้ง
- ระบุชื่อผู้รับผิดชอบการนำของเสียออกและผู้ทำหน้าที่แทน ไม่ใช่ให้พนักงานคนใดก็ได้ที่ว่างในขณะนั้นเป็นผู้ทำ เพราะข้อ 11.3 กำหนดให้ผู้รับผิดชอบงานนี้ได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม
- เขียนวิธีปฏิบัติของผู้นำของเสียออกเป็นข้อสั้น ๆ แล้วสอนงาน ครอบคลุมเส้นทางที่ใช้ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการเดินผ่านพื้นที่ที่มีอาหารเปิดโล่ง เวลาที่อนุญาตให้ทำ การถอดและเปลี่ยนผ้ากันเปื้อนกับถุงมือ การล้างมือก่อนกลับเข้าพื้นที่ผลิต และข้อห้ามสัมผัสอาหารก่อนดำเนินการดังกล่าว บันทึกการสอนงานพร้อมชื่อและวันที่
- จัดพื้นที่จัดเก็บของเสียให้ครบสี่คุณลักษณะตามข้อ 11.3 คือติดป้ายชี้บ่งให้เห็นชัด ทำความสะอาดตามรอบ ปิดกั้นและจัดการไม่ให้เป็นแหล่งของสัตว์พาหะ และตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่แปรรูป หากตำแหน่งปัจจุบันอยู่ติดกับประตูรับวัตถุดิบ ให้พิจารณาย้ายหรือกำหนดเวลาใช้งานที่ไม่ทับกับเวลารับของ
- รวมพื้นที่จัดเก็บของเสียเข้าในแผนการทำความสะอาดและในรอบการตรวจสัตว์พาหะ เพราะข้อ 11.3 กำหนดให้พื้นที่นี้สะอาดและทนต่อการระบาดของสัตว์พาหะ ซึ่งเชื่อมกับข้อ 11.1 และข้อ 11.2 โดยตรง
- ทบทวนปีละครั้งพร้อมเจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงาน โดยดูว่าจุดใดของเสียล้นบ่อย ต้องเพิ่มภาชนะ เพิ่มรอบ หรือปรับกระบวนการเพื่อลดของเสียที่ต้นทาง
ถังของเสียล้นในช่วงบ่ายเพราะนำออกวันละครั้ง — ข้อ 11.3 ระบุว่าไม่ควรปล่อยให้ของเสียสะสมจนล้นในพื้นที่จัดการอาหารและพื้นที่ปฏิบัติงานจนกระทบความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร ผู้ตรวจมักเดินดูในเวลาที่การผลิตกำลังเดินอยู่ ไม่ใช่หลังทำความสะอาดเสร็จ
ใช้ภาชนะชนิดเดียวกันทั้งใส่ของเสียและใส่วัตถุดิบ — ทำให้เกิดการนำไปใช้สลับกัน ควรแยกด้วยสี ป้าย หรือรูปทรงให้ชี้บ่งได้ทันที
ให้พนักงานคนใดก็ได้ที่ว่างเป็นผู้ยกถังขยะ แล้วกลับเข้ามาสัมผัสอาหารต่อ — ข้อ 11.3 กำหนดให้ผู้รับผิดชอบการนำของเสียออกได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งของการปนเปื้อนข้าม
จุดรวบรวมของเสียอยู่ติดกับประตูรับวัตถุดิบหรือช่องนำอากาศเข้า — ข้อ 11.3 ระบุให้พื้นที่จัดเก็บของเสียตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่แปรรูป
พื้นที่จัดเก็บของเสียไม่มีป้ายและไม่มีใครรับผิดชอบทำความสะอาด — ข้อ 11.3 กำหนดให้พื้นที่นี้ชี้บ่งได้ง่าย สะอาดอย่างเหมาะสม และทนต่อการระบาดของสัตว์พาหะ
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น ทำระบบชั่งน้ำหนักของเสียแยกตามสายการผลิตพร้อมรายงานรายวัน ทั้งที่ถังในพื้นที่ผลิตยังไม่มีฝาปิด — ข้อนี้แก้ด้วยการจัดหาภาชนะและกำหนดรอบได้ผลกว่าการเพิ่มแบบฟอร์ม
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-11.3-01 | ทะเบียนภาชนะรองรับของเสียและจุดรวบรวม | ข้อ 11.3 การจัดเตรียมที่เหมาะสม · ภาชนะที่มีฝาปิด · การชี้บ่งแยกจากภาชนะอาหาร |
| GHP-11.3-02 | บันทึกการนำของเสียออกและระดับสูงสุดที่ยอมให้มีในภาชนะ | ข้อ 11.3 ของเสียต้องไม่สะสมจนล้นในพื้นที่จัดการและจัดเก็บอาหาร |
| GHP-11.3-03 | วิธีปฏิบัติของผู้นำของเสียออกและบันทึกการสอนงาน | ข้อ 11.3 ผู้รับผิดชอบการนำของเสียออกต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนข้าม |
| GHP-11.3-04 | บันทึกการตรวจและทำความสะอาดพื้นที่จัดเก็บของเสีย | ข้อ 11.3 พื้นที่จัดเก็บที่ชี้บ่งได้ง่าย สะอาด ทนต่อสัตว์พาหะ และห่างจากพื้นที่แปรรูป |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- ภาชนะรองรับของเสียทุกใบมีฝาปิดและอยู่ในสภาพใช้งานได้ หรือมีเหตุผลกับมาตรการทดแทนบันทึกไว้
- ภาชนะของเสียแยกชี้บ่งจากภาชนะที่ใช้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน ด้วยสี ป้าย หรือรูปทรง
- มีเส้นระดับสูงสุดบนภาชนะและรอบการนำออกที่สอดคล้องกับปริมาณจริง พร้อมช่องทางแจ้งเมื่อเต็มก่อนถึงรอบ
- ระบุชื่อผู้รับผิดชอบการนำของเสียออกและผู้ทำหน้าที่แทน พร้อมบันทึกการสอนงานของบุคคลเหล่านั้น
- พื้นที่จัดเก็บของเสียมีป้ายชี้บ่ง สะอาด ไม่มีน้ำขัง และไม่พบร่องรอยสัตว์พาหะ
- จุดรวบรวมของเสียไม่อยู่ติดกับประตูรับวัตถุดิบหรือช่องนำอากาศเข้า หรือมีมาตรการทดแทนที่บันทึกไว้
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 11.3 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
