เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 9.3 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
เครื่องมืออุปกรณ์เป็นสิ่งเดียวในโรงงานที่สัมผัสอาหารโดยตรงตลอดเวลา และเป็นจุดที่อันตรายทั้งสามด้านมาบรรจบกัน วัสดุที่ไม่เหมาะกับการสัมผัสอาหารอาจปล่อยสารเคมีลงสู่ผลิตภัณฑ์ ซอกและรอยเชื่อมที่ล้างไม่ถึงกลายเป็นแหล่งสะสมของจุลินทรีย์ที่ทำความสะอาดอย่างไรก็ไม่หมด และชิ้นส่วนที่สึกหรอ เช่น ยางขอบ ตะแกรง หรือใบมีด อาจแตกหลุดกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมในอาหาร ส่วนเครื่องที่ใช้ให้ความร้อนหรือทำให้เย็น หากทำอุณหภูมิไม่ถึงตามที่ต้องการหรือหน้าจอแสดงค่าที่คลาดเคลื่อน ก็ทำให้มาตรการควบคุมทั้งหมดที่วางไว้ไม่บรรลุผล Codex จึงกำหนดข้อ 9.3 ว่าด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ แยกเป็นข้อทั่วไปกับข้อว่าด้วยอุปกรณ์ควบคุมและเฝ้าระวังอาหาร
สภาพที่พบบ่อยในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทยคือ อุปกรณ์ที่ซื้อตามความสะดวกและราคา โดยไม่มีเอกสารใดยืนยันว่าวัสดุที่สัมผัสอาหารเหมาะกับการสัมผัสอาหาร โต๊ะและรางที่ต่อเติมเองด้วยการเชื่อมโดยไม่ได้ขัดรอยเชื่อมให้เรียบ เครื่องจักรที่ยกหรือถอดชิ้นส่วนออกมาล้างด้านในไม่ได้จึงล้างเฉพาะผิวนอก ภาชนะพลาสติกที่แตกร้าวแต่ยังใช้ต่อเพราะยังไม่รั่ว และเทอร์โมมิเตอร์ที่ติดมากับเครื่องซึ่งไม่เคยมีผู้ตรวจสอบว่าค่าที่แสดงตรงกับความเป็นจริงหรือไม่
ตอนนี้จะย่อสาระของข้อ 9.3.1 และข้อ 9.3.2 ด้วยถ้อยคำของเรา แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานขนาดเล็กทำได้จริง โดยเน้นการรู้ว่ามีอุปกรณ์อะไร วัสดุใดสัมผัสอาหาร ล้างอย่างไร และเครื่องวัดที่ใช้ตัดสินใจเชื่อถือได้เพียงใด พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 9.3 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 9.3.1 ทั่วไป กำหนดว่าเครื่องมืออุปกรณ์และภาชนะที่สัมผัสอาหารควรเหมาะสมสำหรับการสัมผัสอาหาร และควรได้รับการออกแบบ ก่อสร้าง และวางตำแหน่ง เพื่อให้มั่นใจว่าทำความสะอาดได้อย่างเพียงพอ ยกเว้นภาชนะที่ใช้ครั้งเดียว ฆ่าเชื้อได้เมื่อจำเป็น และได้รับการบำรุงรักษาหรือทิ้งไปตามความจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของอาหาร ตามหลักการออกแบบที่ถูกสุขลักษณะ ทั้งนี้อุปกรณ์และภาชนะควรทำจากวัสดุที่ไม่เป็นพิษตามการใช้งานที่มุ่งหมาย และเมื่อจำเป็น อุปกรณ์ควรทนทาน และเคลื่อนย้ายได้หรือถอดประกอบได้ เพื่อให้บำรุงรักษา ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และตรวจหาสัตว์พาหะได้สะดวก
ข้อ 9.3.2 อุปกรณ์ควบคุมและเฝ้าระวังอาหาร กำหนดว่าอุปกรณ์ที่ใช้ปรุงสุก ให้ความร้อน ทำให้เย็น เก็บรักษา หรือแช่เยือกแข็งอาหาร ควรได้รับการออกแบบให้ทำอุณหภูมิของอาหารได้ถึงระดับที่ต้องการโดยเร็วเท่าที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร และรักษาอุณหภูมินั้นไว้ได้อย่างมีประสิทธิผล
นอกจากนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวควรได้รับการออกแบบให้เฝ้าระวังอุณหภูมิได้เมื่อจำเป็นและควบคุมได้ และเมื่อเหมาะสม อุปกรณ์เฝ้าระวังควรได้รับการสอบเทียบ เพื่อให้มั่นใจว่าอุณหภูมิของกระบวนการผลิตอาหารถูกต้อง รวมทั้งเมื่อจำเป็น อุปกรณ์ควรมีวิธีการที่มีประสิทธิผลในการควบคุมและเฝ้าระวังความชื้น การไหลของอากาศ และคุณลักษณะอื่นที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยหรือความเหมาะสมของอาหาร
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 9.3 ไม่ได้ระบุชนิดของวัสดุ ไม่ได้ระบุความถี่ของการสอบเทียบ และไม่ได้ระบุค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ ใช้ถ้อยคำว่าเหมาะสม เพียงพอ เมื่อจำเป็น และเมื่อเหมาะสม แล้วผูกทุกอย่างไว้กับการใช้งานที่มุ่งหมายและลักษณะของกระบวนการ ผู้ตรวจจึงมักไม่ถามหาชื่อมาตรฐานวัสดุ แต่ถามว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าวัสดุชิ้นนี้เหมาะกับการสัมผัสอาหาร ล้างส่วนที่มองไม่เห็นอย่างไร และเครื่องวัดที่ท่านใช้ตัดสินใจนั้นเคยตรวจสอบความถูกต้องเมื่อใด คำถามสุดท้ายสำคัญเป็นพิเศษ เพราะบันทึกอุณหภูมิทั้งเล่มจะไม่มีน้ำหนักเลยหากเครื่องวัดที่ใช้อ่านค่าคลาดเคลื่อนโดยไม่มีผู้ทราบ
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 9.3 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมีอุปกรณ์ไม่มากนักและมีช่างซ่อมบำรุงหนึ่งคนหรือใช้ผู้รับจ้างภายนอก หลักฐานของข้อนี้จึงควรเป็นทะเบียนอุปกรณ์หนึ่งแผ่นกับทะเบียนเครื่องวัดหนึ่งแผ่น และบันทึกการตรวจสภาพตามรอบ ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 9.3 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ข้อ 9.3.1 ความเหมาะสมของวัสดุที่สัมผัสอาหารและความไม่เป็นพิษตามการใช้งานที่มุ่งหมาย | ควรมี ทะเบียนอุปกรณ์และภาชนะที่สัมผัสอาหารหนึ่งแผ่น ระบุวัสดุของส่วนที่สัมผัสอาหาร ที่มาของอุปกรณ์ และหลักฐานที่โรงงานใช้ยืนยันความเหมาะสม เช่น เอกสารจากผู้ขาย ใบรับรองวัสดุ หรือฉลากที่ระบุว่าใช้กับอาหารได้ | สุ่มชี้อุปกรณ์หนึ่งชิ้นแล้วขอดูหลักฐานความเหมาะสมของวัสดุ · อุปกรณ์ที่ต่อเติมเองในโรงงานมีที่มาของวัสดุหรือไม่ |
| ข้อ 9.3.1 การออกแบบและวางตำแหน่งให้ทำความสะอาดได้ ถอดประกอบได้ และตรวจหาสัตว์พาหะได้ | ควรมี รายการจุดที่ทำความสะอาดยากของอุปกรณ์แต่ละตัวพร้อมวิธีจัดการ ระบุว่าต้องถอดชิ้นส่วนใดออกล้าง ความถี่ที่โรงงานกำหนด ผู้รับผิดชอบ และตำแหน่งวางที่ยังเข้าถึงด้านหลังและด้านล่างได้ | ขอให้ถอดชิ้นส่วนที่ระบุไว้ออกมาดูจริง · ใต้เครื่องและด้านหลังเครื่องเข้าถึงได้หรือไม่ · ซอกและรอยเชื่อมที่มีคราบสะสม |
| ข้อ 9.3.1 การบำรุงรักษาหรือการทิ้งอุปกรณ์ที่ชำรุดเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน | ควรมี บันทึกการตรวจสภาพอุปกรณ์และภาชนะตามรอบ เน้นชิ้นส่วนที่สึกหรอและอาจหลุดเป็นสิ่งแปลกปลอม เช่น ยางขอบ ปะเก็น ตะแกรง ใบมีด แปรง และภาชนะพลาสติก พร้อมเกณฑ์ว่าเมื่อพบสภาพใดต้องเปลี่ยนหรือทิ้ง | ภาชนะพลาสติกที่แตกร้าวหรือขอบบิ่นยังใช้อยู่หรือไม่ · ยางขอบที่ฉีกขาด · เทปพันหรือลวดที่ใช้ซ่อมชั่วคราวในบริเวณที่สัมผัสอาหาร |
| ข้อ 9.3.2 ความสามารถของอุปกรณ์ในการทำและรักษาอุณหภูมิ · การเฝ้าระวังและความถูกต้องของเครื่องวัด | ควรมี ทะเบียนเครื่องวัดที่ใช้เฝ้าระวังพร้อมบันทึกการตรวจสอบความถูกต้อง ระบุเครื่องวัดทุกตัวที่ใช้ตัดสินใจ ตำแหน่งใช้งาน วิธีตรวจสอบ ความถี่ที่โรงงานกำหนด และการดำเนินการเมื่อพบส่วนต่างเกินที่ยอมรับ | เทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้ตัดสินใจเคยตรวจสอบความถูกต้องเมื่อใด · เมื่อพบส่วนต่างแล้วทำอย่างไรกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตไปแล้ว |
| การจัดการวัสดุสัมผัสอาหารอย่างเป็นระบบตั้งแต่การจัดซื้อ | เมื่อระบบโตขึ้น ข้อกำหนดการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ระบุมาตรฐานวัสดุสัมผัสอาหารและการขอเอกสารรับรองจากผู้ขายทุกครั้ง ในวันเริ่มต้นให้เก็บเอกสารหรือฉลากที่ได้รับมาพร้อมอุปกรณ์ไว้ในแฟ้มเดียว และระบุในทะเบียนว่าชิ้นใดยังไม่มีหลักฐานพร้อมแผนการหา | อุปกรณ์ที่ซื้อใหม่ล่าสุดมีเอกสารประกอบหรือไม่ · โรงงานถามผู้ขายก่อนซื้อหรือไม่ |
| การสอบเทียบเครื่องวัดกับหน่วยงานภายนอก | เมื่อระบบโตขึ้น การสอบเทียบโดยห้องปฏิบัติการภายนอกพร้อมใบรับรองที่สอบกลับได้ และการกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้เป็นเอกสาร ในวันเริ่มต้นให้เปรียบเทียบเครื่องวัดกับเครื่องอ้างอิงของโรงงานหรือกับจุดอ้างอิงที่ทำซ้ำได้ แล้วบันทึกส่วนต่างทุกครั้ง | ใบรับรองหมดอายุแล้วหรือไม่ · โรงงานอธิบายได้หรือไม่ว่าค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับมาจากใด |
| การพิสูจน์ยืนยันว่าอุปกรณ์ทำอุณหภูมิได้ถึงระดับที่ต้องการทั่วทั้งเครื่อง | เมื่อระบบโตขึ้น การทดสอบการกระจายอุณหภูมิภายในเครื่อง เช่น เตาอบหรือห้องเย็น เพื่อหาจุดที่ร้อนช้าที่สุดหรือเย็นช้าที่สุด ในวันเริ่มต้นให้วัดอุณหภูมิที่ตัวอาหารในตำแหน่งที่คาดว่าเสียเปรียบที่สุด แทนการอ่านค่าจากหน้าจอเครื่องเพียงอย่างเดียว | วัดอุณหภูมิที่ตัวอาหารหรืออ่านจากหน้าจอ · ตำแหน่งที่วัดเป็นตำแหน่งเดียวกันทุกครั้งหรือไม่ |
| การควบคุมและเฝ้าระวังความชื้นและการไหลของอากาศของอุปกรณ์ | เมื่อระบบโตขึ้น อุปกรณ์เฝ้าระวังความชื้นและการไหลของอากาศพร้อมบันทึกต่อเนื่องสำหรับกระบวนการที่คุณลักษณะเหล่านี้มีผลต่อความปลอดภัย เช่น การอบแห้ง ในวันเริ่มต้นให้ระบุในทะเบียนว่ากระบวนการใดมีคุณลักษณะเหล่านี้เป็นตัวแปรสำคัญ และเฝ้าระวังด้วยวิธีที่มีอยู่ | กระบวนการอบแห้งหรือหมักมีการเฝ้าระวังคุณลักษณะอื่นนอกจากอุณหภูมิหรือไม่ |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- ทำทะเบียนอุปกรณ์และภาชนะที่สัมผัสอาหารหนึ่งแผ่น ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs เดินสำรวจร่วมกับหัวหน้าฝ่ายผลิต ลงรายการทั้งเครื่องจักร โต๊ะ ราง ถาด กะละมัง มีด เขียง และภาชนะที่ใช้ประจำ ระบุรหัส ตำแหน่ง และวัสดุของส่วนที่สัมผัสอาหาร
- รวบรวมหลักฐานความเหมาะสมของวัสดุเท่าที่มี เช่น เอกสารจากผู้ขาย ใบรับรองวัสดุ หรือฉลากที่ระบุว่าใช้กับอาหารได้ เก็บไว้ในแฟ้มเดียว และระบุในทะเบียนว่าชิ้นใดยังไม่มีหลักฐาน พร้อมกำหนดว่าจะสอบถามผู้ขายหรือจะเปลี่ยนเมื่อใด
- สำรวจจุดที่ทำความสะอาดยากของอุปกรณ์แต่ละตัว โดยถอดชิ้นส่วนออกจริงหนึ่งครั้งพร้อมช่างซ่อมบำรุง แล้วบันทึกว่าต้องถอดอะไร ใช้เวลาเท่าใด และมีจุดใดที่ถอดไม่ได้จนต้องหาวิธีอื่น เช่น เปลี่ยนวิธีล้าง หรือปรับปรุงตัวเครื่องในภายหลัง
- ตรวจตำแหน่งวางของอุปกรณ์ทุกตัว ให้ยังเข้าถึงด้านหลัง ด้านข้าง และด้านล่างได้ เพื่อให้ทำความสะอาดและตรวจหาสัตว์พาหะได้ตามข้อ 9.3.1 อุปกรณ์ที่ชิดผนังจนมองไม่เห็นด้านหลังควรเลื่อนออกหรือทำให้เคลื่อนย้ายได้
- กำหนดเกณฑ์การเปลี่ยนหรือทิ้งอุปกรณ์ที่ชำรุด เช่น ภาชนะพลาสติกที่แตกร้าวหรือขอบบิ่น เขียงที่เป็นร่องลึกจนล้างไม่หมด แปรงที่ขนหลุด และยางขอบที่ฉีกขาด ให้เปลี่ยนทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติ พร้อมกำหนดจุดเก็บของสำรอง
- ทำทะเบียนเครื่องวัดที่ใช้เฝ้าระวังทุกตัว ทั้งเทอร์โมมิเตอร์ประจำเครื่อง เทอร์โมมิเตอร์แบบพกพา เครื่องชั่ง และเครื่องวัดอื่นที่ใช้ตัดสินใจ ระบุรหัส ตำแหน่งใช้งาน และผู้รับผิดชอบ โดยแยกให้ชัดว่าเครื่องใดใช้ตัดสินใจเรื่องความปลอดภัยของอาหาร
- กำหนดวิธีและความถี่การตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องวัด เลือกวิธีที่ทำได้ด้วยตนเอง เช่น เปรียบเทียบกับเครื่องอ้างอิงของโรงงาน หรือใช้จุดอ้างอิงที่ทำซ้ำได้ บันทึกค่าที่อ่านได้ ค่าอ้างอิง และส่วนต่างทุกครั้ง พร้อมกำหนดว่าส่วนต่างเท่าใดจึงถือว่าใช้ต่อไม่ได้ ค่านี้เป็นสิ่งที่โรงงานกำหนดเอง ไม่ใช่ตัวเลขจาก Codex
- กำหนดสิ่งที่ต้องทำเมื่อพบว่าเครื่องวัดคลาดเคลื่อน ให้ครอบคลุมทั้งการหยุดใช้เครื่องวัดตัวนั้น การประเมินผลิตภัณฑ์ที่ผลิตไปแล้วตั้งแต่การตรวจสอบครั้งก่อน และผู้มีอำนาจตัดสินใจกับผลิตภัณฑ์ เพราะนี่คือคำถามที่ผู้ตรวจถามต่อเสมอ
- กำหนดรอบการตรวจสภาพอุปกรณ์และผู้ตรวจ เช่น เดือนละครั้งโดยหัวหน้าฝ่ายผลิตร่วมกับช่างซ่อมบำรุง แล้วสรุปสิ่งที่ต้องเปลี่ยนหรือปรับปรุงเข้าการทบทวนประจำปีที่เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานรับทราบ เพื่อให้ได้รับงบประมาณ
อุปกรณ์หรือภาชนะที่ไม่มีผู้ใดทราบว่าวัสดุที่สัมผัสอาหารเป็นชนิดใด — ข้อ 9.3.1 ระบุว่าอุปกรณ์และภาชนะควรทำจากวัสดุที่ไม่เป็นพิษตามการใช้งานที่มุ่งหมาย โรงงานจึงควรมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งว่าได้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว
การต่อเติมอุปกรณ์เองโดยไม่ขัดรอยเชื่อมและมีมุมอับที่ล้างไม่ถึง — ขัดกับหลักการออกแบบที่ถูกสุขลักษณะที่ข้อ 9.3.1 อ้างถึง และเป็นจุดที่ผู้ตรวจใช้ไฟฉายส่องดูเป็นประจำ
ใช้เทปพัน ลวด หรือกระดาษแข็งซ่อมชั่วคราวในบริเวณที่สัมผัสอาหาร — วัสดุเหล่านี้ทำความสะอาดไม่ได้และหลุดเป็นสิ่งแปลกปลอมได้ ข้อ 9.3.1 ระบุให้บำรุงรักษาหรือทิ้งอุปกรณ์ตามความจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน
บันทึกอุณหภูมิครบถ้วนแต่ไม่เคยตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องวัด — ข้อ 9.3.2 ระบุว่าเมื่อเหมาะสม อุปกรณ์เฝ้าระวังควรได้รับการสอบเทียบเพื่อให้มั่นใจว่าอุณหภูมิของกระบวนการถูกต้อง หากเครื่องวัดคลาดเคลื่อน บันทึกทั้งเล่มจะไม่มีน้ำหนัก
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น จัดทำแฟ้มประวัติเครื่องจักรรายตัวพร้อมแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันหลายสิบหน้า ทั้งที่ยังไม่ทราบว่าเทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้อยู่อ่านค่าตรงหรือไม่ — ควรเริ่มจากเครื่องวัดที่ใช้ตัดสินใจก่อนเสมอ
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-9.3-01 | ทะเบียนอุปกรณ์และภาชนะที่สัมผัสอาหารและหลักฐานความเหมาะสมของวัสดุ | ข้อ 9.3.1 ความเหมาะสมสำหรับการสัมผัสอาหาร · วัสดุที่ไม่เป็นพิษ |
| GHP-9.3-02 | รายการจุดที่ทำความสะอาดยากและวิธีถอดประกอบเพื่อทำความสะอาด | ข้อ 9.3.1 การออกแบบและวางตำแหน่งให้ทำความสะอาดและตรวจสอบได้ |
| GHP-9.3-03 | บันทึกการตรวจสภาพอุปกรณ์ ภาชนะ และชิ้นส่วนที่สึกหรอ | ข้อ 9.3.1 การบำรุงรักษาหรือการทิ้งอุปกรณ์เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน |
| GHP-9.3-04 | ทะเบียนเครื่องวัดและบันทึกการตรวจสอบความถูกต้อง | ข้อ 9.3.2 การเฝ้าระวังและควบคุมอุณหภูมิ · การสอบเทียบอุปกรณ์เฝ้าระวัง |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- มีทะเบียนอุปกรณ์และภาชนะที่สัมผัสอาหารพร้อมระบุวัสดุของส่วนที่สัมผัสอาหาร และทราบว่าชิ้นใดยังไม่มีหลักฐาน
- ทราบว่าอุปกรณ์แต่ละตัวต้องถอดชิ้นส่วนใดออกล้าง และเคยถอดออกล้างจริงตามที่ระบุไว้
- อุปกรณ์ทุกตัวยังเข้าถึงด้านหลังและด้านล่างได้ เพื่อทำความสะอาดและตรวจหาสัตว์พาหะ
- ไม่พบภาชนะที่แตกร้าว เขียงที่เป็นร่องลึก หรือแปรงที่ขนหลุดในการใช้งาน และมีของสำรองพร้อมเปลี่ยน
- ไม่พบเทปพัน ลวด หรือวัสดุซ่อมชั่วคราวในบริเวณที่สัมผัสอาหาร
- เครื่องวัดที่ใช้ตัดสินใจได้รับการตรวจสอบความถูกต้องตามรอบที่กำหนด และมีสิ่งที่ต้องทำเมื่อพบส่วนต่างเกินที่ยอมรับ
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 9.3 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
