เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 9.2.7 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
พื้นที่จัดเก็บเป็นบริเวณที่อาหารอยู่นานที่สุดในโรงงาน แต่มักเป็นบริเวณที่มีผู้ดูแลน้อยที่สุด วัตถุดิบที่ผ่านการควบคุมมาอย่างดีตลอดสายการผลิตอาจเสียหายได้ในคลังภายในเวลาไม่กี่วัน หากวางปนกับสารเคมีทำความสะอาด วางบนพื้นที่มีน้ำขัง หรือถูกหนูและแมลงเข้าถึง อันตรายที่ข้อนี้ป้องกันจึงมีครบทั้งสามด้าน คือ การปนเปื้อนทางเคมีจากน้ำยาทำความสะอาด สารหล่อลื่น และเชื้อเพลิง การปนเปื้อนทางชีวภาพจากการวางของดิบเหนือของสุกและจากสัตว์พาหะ และการปนเปื้อนข้ามของสารก่อภูมิแพ้จากวัตถุดิบที่หกใส่กัน Codex จึงกำหนดข้อ 9.2.7 ว่าด้วยการจัดเก็บไว้เป็นข้อสุดท้ายของหมวดสิ่งอำนวยความสะดวก
ในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทย สภาพที่พบบ่อยคือคลังเดียวเก็บทุกอย่างเพราะพื้นที่จำกัด ถังน้ำยาล้างพื้นวางอยู่มุมเดียวกับกระสอบแป้ง วัสดุบรรจุที่ยังไม่ได้ใช้กองอยู่ใต้ท่อน้ำ ถังจาระบีของช่างซ่อมบำรุงวางไว้ข้างชั้นเก็บวัตถุดิบเพราะสะดวกต่อการหยิบใช้ ของดิบวางบนชั้นเหนือของที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว และวัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้ เช่น แป้งสาลี ถั่ว หรือนมผง เปิดถุงใช้แล้วพับปากถุงวางไว้บนชั้นเดียวกับวัตถุดิบอื่น
ข้อ 9.2.7 เป็นข้อที่แก้ไขได้เร็วที่สุดข้อหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่แก้ด้วยการจัดวางใหม่และการทำป้าย ไม่ใช่การลงทุน ตอนนี้จะย่อสาระของข้อ 9.2.7 ด้วยถ้อยคำของเรา แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานขนาดเล็กทำได้ในหนึ่งสัปดาห์ พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 9.2.7 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 9.2.7 การจัดเก็บ กำหนดให้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเพียงพอ และเมื่อจำเป็น ให้แยกต่างหาก สำหรับการจัดเก็บอย่างปลอดภัยและถูกสุขลักษณะของผลิตภัณฑ์อาหาร ส่วนประกอบอาหาร วัสดุบรรจุอาหาร และสารเคมีที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งรวมถึงวัสดุที่ใช้ทำความสะอาด สารหล่อลื่น และเชื้อเพลิง และระบุว่าการจัดเก็บควรเปิดโอกาสให้แยกอาหารดิบออกจากอาหารที่ผ่านการปรุงสุก หรือแยกอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้ออกจากอาหารที่ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ได้ ตามที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของโรงงาน
จากนั้นระบุว่าสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับจัดเก็บอาหารควรได้รับการออกแบบและก่อสร้างเพื่อ
- เอื้อต่อการบำรุงรักษาและการทำความสะอาดอย่างเพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการเข้าถึงและการอยู่อาศัยของสัตว์พาหะนำโรค
- ทำให้อาหารได้รับการปกป้องจากการปนเปื้อนอย่างมีประสิทธิผลระหว่างการจัดเก็บ รวมถึงการปนเปื้อนข้ามของสารก่อภูมิแพ้
- เมื่อจำเป็น จัดให้มีสภาพแวดล้อมที่ลดการเสื่อมสภาพของอาหาร เช่น ด้วยการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
และปิดท้ายด้วยหลักสองประการ คือ ประเภทของสถานที่จัดเก็บที่ต้องมีขึ้นอยู่กับลักษณะของอาหาร และควรจัดให้มีสถานที่จัดเก็บที่แยกต่างหากและมีการควบคุมการเข้าถึงสำหรับวัสดุที่ใช้ทำความสะอาดและสารอันตราย
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 9.2.7 ไม่ได้ระบุระยะห่างจากผนัง ความสูงจากพื้น หรือจำนวนคลังที่ต้องมี ตัวเลขที่โรงงานคุ้นเคย เช่น การวางของสูงจากพื้นตามระยะที่กำหนดและห่างจากผนังตามระยะที่กำหนด มาจากกฎหมายของแต่ละประเทศหรือข้อกำหนดของหน่วยรับรอง ไม่ใช่จากข้อนี้ของ Codex สิ่งที่ข้อนี้ระบุไว้ชัดเจนมีสองเรื่อง คือ การจัดเก็บควรเปิดโอกาสให้แยกของดิบกับของสุก หรือแยกสิ่งที่มีสารก่อภูมิแพ้ออกจากสิ่งที่ไม่มีได้ และควรจัดให้มีที่เก็บวัสดุทำความสะอาดกับสารอันตรายที่แยกต่างหากและควบคุมการเข้าถึง ผู้ตรวจจึงมักเริ่มจากการเดินเข้าคลังแล้วมองหาสองเรื่องนี้ก่อน ก่อนจะถามถึงบันทึกใด
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 9.2.7 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมักมีคลังไม่กี่แห่งและมีผู้ดูแลคลังหนึ่งคนที่ทำหน้าที่อื่นควบคู่ไปด้วย หลักฐานของข้อนี้จึงควรเป็นผังการจัดวางหนึ่งแผ่นกับทะเบียนสารเคมีหนึ่งแผ่น และบันทึกการตรวจคลังตามรอบ ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 9.2.7 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ความเพียงพอของสถานที่จัดเก็บและการแยกประเภทของสิ่งที่จัดเก็บ · การแยกของดิบกับของสุก | ควรมี ผังการจัดวางของทุกพื้นที่จัดเก็บหนึ่งแผ่น ระบุว่าพื้นที่ใดเก็บอะไร ชั้นใดวางของดิบ ชั้นใดวางของที่ผ่านการปรุงสุกหรือพร้อมบริโภค พร้อมป้ายชี้บ่งติดที่ชั้นจริง | เดินเข้าคลังแล้วเทียบของที่วางอยู่จริงกับผัง · ของดิบวางเหนือของพร้อมบริโภคหรือไม่ · ป้ายที่ชั้นตรงกับของที่วางหรือไม่ |
| ที่เก็บวัสดุทำความสะอาดและสารอันตรายที่แยกต่างหากและควบคุมการเข้าถึง | ควรมี ทะเบียนสารเคมีและวัสดุที่ไม่ใช่อาหารพร้อมข้อกำหนดการเก็บ ครอบคลุมน้ำยาทำความสะอาด สารฆ่าเชื้อ สารหล่อลื่น เชื้อเพลิง และสารกำจัดสัตว์พาหะ ระบุที่เก็บ ผู้ถือกุญแจ ผู้มีสิทธิเบิก และการเก็บเอกสารข้อมูลความปลอดภัย | ห้องเก็บสารเคมีล็อกจริงหรือไม่ · พบขวดน้ำยาในคลังวัตถุดิบหรือในพื้นที่ผลิตหรือไม่ · ภาชนะที่แบ่งบรรจุมีป้ายชื่อครบหรือไม่ |
| การป้องกันการปนเปื้อนข้ามของสารก่อภูมิแพ้ระหว่างการจัดเก็บ | ควรมี รายการวัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้พร้อมข้อกำหนดการจัดวาง ระบุว่าเก็บที่ใด ใช้ป้ายหรือสีใดชี้บ่ง วางชั้นล่างหรือแยกพื้นที่ และวิธีปิดปากถุงหรือภาชนะที่เปิดใช้แล้ว | ถุงวัตถุดิบที่เปิดใช้แล้วปิดสนิทหรือไม่ · วัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้วางเหนือวัตถุดิบอื่นหรือไม่ · พนักงานคลังบอกได้หรือไม่ว่าตัวใดมีสารก่อภูมิแพ้ |
| สภาพของพื้นที่จัดเก็บที่เอื้อต่อการทำความสะอาด ป้องกันสัตว์พาหะ และลดการเสื่อมสภาพของอาหาร | ควรมี บันทึกการตรวจสภาพพื้นที่จัดเก็บตามรอบ ครอบคลุมความสะอาด ช่องทางที่สัตว์พาหะเข้าได้ การรั่วซึมและการควบแน่น อุณหภูมิและความชื้นในพื้นที่ที่จำเป็น และสิ่งที่พบพร้อมการแก้ไข | มุมคลังที่มีของวางชิดผนังจนทำความสะอาดไม่ได้ · ร่องรอยสัตว์พาหะ · พาเลทแตกและถุงที่ฉีกขาด |
| การหมุนเวียนสินค้าและการจัดการของที่หมดอายุหรือรอตัดสินใจ | เมื่อระบบโตขึ้น ระบบบริหารสินค้าคงคลังที่แสดงอายุคงเหลือของทุกรุ่นได้ทันที ในวันเริ่มต้นให้ติดป้ายวันที่รับและวันหมดอายุที่ทุกกอง จัดเรียงตามหลักเข้าก่อนออกก่อน และกำหนดพื้นที่กักของรอตัดสินใจไว้อย่างชัดเจนพร้อมป้าย | พบของเก่าอยู่ด้านในและของใหม่อยู่ด้านนอกหรือไม่ · ของที่หมดอายุยังปนอยู่กับของที่ใช้ได้หรือไม่ |
| การบันทึกอุณหภูมิและความชื้นของพื้นที่จัดเก็บอย่างต่อเนื่อง | เมื่อระบบโตขึ้น เครื่องบันทึกอุณหภูมิและความชื้นอัตโนมัติในคลังพร้อมสัญญาณเตือน ในวันเริ่มต้นให้อ่านและจดค่าตามรอบที่โรงงานกำหนดในพื้นที่ที่จำเป็นต่อลักษณะของอาหาร เช่น คลังเก็บอาหารแห้งและห้องเย็น | คลังเก็บอาหารแห้งมีความชื้นสูงจนถุงเกาะตัวหรือไม่ · โรงงานทราบหรือไม่ว่าคลังใดต้องคุมค่าใดและเพราะเหตุใด |
| การแยกพื้นที่จัดเก็บอย่างสมบูรณ์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีสารก่อภูมิแพ้ | เมื่อระบบโตขึ้น ห้องหรือโซนแยกเฉพาะสำหรับวัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้พร้อมอุปกรณ์ตักและภาชนะเฉพาะ ในวันเริ่มต้นให้ใช้การกำหนดชั้นล่างสุด ภาชนะปิดสนิท และป้ายสีที่ต่างจากวัตถุดิบอื่น | ภาชนะตักที่ใช้ร่วมกันระหว่างวัตถุดิบที่มีและไม่มีสารก่อภูมิแพ้ · ผงที่หกบนชั้นและใต้ชั้น |
| การประเมินความเพียงพอของพื้นที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบ | เมื่อระบบโตขึ้น การคำนวณความจุของคลังเทียบกับปริมาณรับเข้าสูงสุดพร้อมแผนขยาย ในวันเริ่มต้นให้บันทึกช่วงเวลาที่คลังแน่นจนต้องวางของนอกพื้นที่ที่กำหนด และเสนอวิธีจัดการเข้าการทบทวนประจำปี | ช่วงเทศกาลหรือฤดูที่รับวัตถุดิบมากมีของวางล้นออกนอกพื้นที่หรือไม่ · ทางเดินและทางหนีไฟถูกใช้วางของหรือไม่ |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- สำรวจว่าโรงงานมีพื้นที่จัดเก็บกี่แห่งและแต่ละแห่งเก็บอะไรอยู่จริง ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs เดินสำรวจพร้อมผู้ดูแลคลัง แล้วจดสิ่งที่พบตามความเป็นจริง รวมถึงมุมที่ใช้วางของโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ใต้บันได หลังประตู และทางเดินข้างเครื่องจักร
- ย้ายสารเคมีทำความสะอาด สารหล่อลื่น เชื้อเพลิง และสารกำจัดสัตว์พาหะออกจากพื้นที่เก็บอาหารทันที ไปไว้ในห้องหรือตู้ที่แยกต่างหากและล็อกได้ กำหนดผู้ถือกุญแจและผู้มีสิทธิเบิก เพราะข้อ 9.2.7 ระบุเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนและเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจมองหาก่อน
- ทำทะเบียนสารเคมีและวัสดุที่ไม่ใช่อาหารหนึ่งแผ่น ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ประเภทการใช้ ที่เก็บ ผู้รับผิดชอบ และจุดเก็บเอกสารข้อมูลความปลอดภัย พร้อมกำหนดว่าภาชนะที่แบ่งบรรจุต้องมีป้ายชื่อทุกใบและห้ามใช้ภาชนะบรรจุอาหารเดิม
- เขียนผังการจัดวางของแต่ละพื้นที่จัดเก็บ กำหนดให้ชัดว่าชั้นใดวางของดิบ ชั้นใดวางของพร้อมบริโภคหรือของที่ผ่านการปรุงสุก และชั้นใดวางวัสดุบรรจุ โดยยึดหลักไม่วางของดิบเหนือของที่ไม่ผ่านความร้อนก่อนบริโภค แล้วติดป้ายชี้บ่งที่ชั้นจริงให้ตรงกับผัง
- จัดทำรายการวัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้และกำหนดวิธีจัดวาง เลือกวิธีที่ทำได้ทันที เช่น กำหนดให้เก็บที่ชั้นล่างสุด ใช้ภาชนะปิดสนิทเมื่อเปิดถุงแล้ว และติดป้ายสีที่ต่างจากวัตถุดิบอื่น พร้อมชี้แจงให้พนักงานคลังทราบว่าตัวใดอยู่ในรายการนี้
- จัดวางของให้ทำความสะอาดและตรวจสัตว์พาหะได้ โดยเว้นช่องว่างระหว่างกองกับผนังและระหว่างกองแต่ละกอง วางของบนพาเลทหรือชั้นแทนการวางกับพื้น และไม่วางของชิดผนังจนมองไม่เห็นร่องรอยสัตว์พาหะ ระยะที่ใช้ให้โรงงานกำหนดเองตามกฎหมายที่ใช้บังคับและตามที่ทำความสะอาดได้จริง
- กำหนดพื้นที่กักของรอตัดสินใจและของที่หมดอายุ ให้แยกออกจากของที่ใช้ได้ พร้อมป้ายที่อ่านชัด และกำหนดว่าใครมีอำนาจปล่อยหรือทิ้งของในพื้นที่นั้น
- กำหนดรอบการตรวจคลังและผู้ตรวจ เช่น สัปดาห์ละครั้งโดยผู้ดูแลคลัง โดยตรวจความสะอาด ร่องรอยสัตว์พาหะ การรั่วซึม การจัดวางตามผัง และป้ายชี้บ่ง แล้วบันทึกสิ่งที่พบพร้อมวันที่แก้ไขเสร็จ
- สรุปปัญหาที่พบซ้ำเข้าการทบทวนประจำปี ที่เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานรับทราบ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่คลังแน่นจนต้องวางของนอกพื้นที่ที่กำหนด เพราะเป็นปัญหาที่แก้ด้วยการวางแผนรับเข้าและพื้นที่ ไม่ใช่ด้วยการตักเตือนพนักงาน
เก็บน้ำยาทำความสะอาดหรือสารหล่อลื่นไว้ในคลังวัตถุดิบหรือในพื้นที่ผลิต — ข้อ 9.2.7 ระบุว่าควรจัดให้มีสถานที่จัดเก็บที่แยกต่างหากและมีการควบคุมการเข้าถึงสำหรับวัสดุทำความสะอาดและสารอันตราย จึงเป็นข้อบกพร่องที่ผู้ตรวจให้น้ำหนักสูง
แบ่งบรรจุสารเคมีใส่ขวดหรือถังที่เคยบรรจุอาหารและไม่มีป้ายชื่อ — ทำให้เกิดความเสี่ยงที่พนักงานหยิบใช้ผิด และเป็นสิ่งที่พบได้ทันทีระหว่างเดินตรวจ
วางวัตถุดิบดิบไว้ชั้นเหนือผลิตภัณฑ์ที่พร้อมบริโภค — ข้อ 9.2.7 ระบุว่าการจัดเก็บต้องเปิดโอกาสให้แยกอาหารดิบออกจากอาหารที่ผ่านการปรุงสุกได้ และของเหลวที่หยดลงมาคือเส้นทางการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นจริง
ถุงวัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้เปิดใช้แล้วพับปากถุงวางบนชั้นรวม — ข้อ 9.2.7 ระบุถึงการปกป้องอาหารจากการปนเปื้อนระหว่างจัดเก็บ รวมถึงการปนเปื้อนข้ามของสารก่อภูมิแพ้ ภาชนะที่ปิดสนิทจึงเป็นมาตรการพื้นฐานที่ลงทุนน้อย
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น ทำระบบทะเบียนคลังหลายเล่มและบันทึกอุณหภูมิความชื้นทุกชั่วโมง ทั้งที่สารเคมียังวางอยู่ข้างกระสอบแป้ง — ข้อนี้แก้ด้วยการจัดวางใหม่และการทำป้ายได้ผลกว่าการเพิ่มแบบฟอร์ม
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-9.2.7-01 | ผังการจัดวางพื้นที่จัดเก็บและป้ายชี้บ่งชั้นวาง | ความเพียงพอและการแยกประเภทของพื้นที่จัดเก็บ · การแยกของดิบกับของพร้อมบริโภค |
| GHP-9.2.7-02 | ทะเบียนสารเคมีและวัสดุที่ไม่ใช่อาหารพร้อมข้อกำหนดการเก็บ | ข้อ 9.2.7 ที่เก็บวัสดุทำความสะอาดและสารอันตรายที่แยกต่างหากและควบคุมการเข้าถึง |
| GHP-9.2.7-03 | รายการวัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้และข้อกำหนดการจัดวาง | การป้องกันการปนเปื้อนข้ามของสารก่อภูมิแพ้ระหว่างการจัดเก็บ |
| GHP-9.2.7-04 | บันทึกการตรวจสภาพพื้นที่จัดเก็บตามรอบ | การทำความสะอาด การป้องกันสัตว์พาหะ การปกป้องอาหาร และการลดการเสื่อมสภาพ |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- สารเคมีทำความสะอาด สารหล่อลื่น และเชื้อเพลิงเก็บแยกจากอาหารในที่ที่ล็อกได้ พร้อมผู้ถือกุญแจที่ระบุชื่อ
- ภาชนะที่แบ่งบรรจุสารเคมีมีป้ายชื่อครบทุกใบ และไม่ใช่ภาชนะที่เคยบรรจุอาหารหรือน้ำดื่ม
- ของดิบไม่ได้วางเหนือของพร้อมบริโภค และป้ายชี้บ่งที่ชั้นตรงกับของที่วางอยู่จริง
- วัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้มีรายการที่ชัดเจน เก็บในตำแหน่งที่กำหนด และเมื่อเปิดถุงแล้วใช้ภาชนะที่ปิดสนิท
- ของวางในตำแหน่งที่ทำความสะอาดและตรวจสัตว์พาหะได้ ไม่ชิดผนังจนมองไม่เห็นด้านหลัง และไม่วางกับพื้น
- มีพื้นที่กักของรอตัดสินใจและของหมดอายุที่แยกออกมาพร้อมป้าย และมีผู้มีอำนาจตัดสินใจที่ระบุชื่อ
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 9.2.7 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
