เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO, WHO หรือ มกอช. และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับ เอกสารต้นฉบับเปิดอ่านได้จากเว็บไซต์ FAO/WHO และ มกอช.
โรงงานแห่งหนึ่งเขียนแผน HACCP เสร็จครบทุกช่อง จุดวิกฤตชัด ค่าจำกัดวิกฤตเขียนไว้ว่าอุณหภูมิกลางชิ้นไม่ต่ำกว่า 72 องศาเซลเซียส เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วินาที แบบบันทึกสวยงาม ผู้ตรวจอ่านจบแล้วถามคำถามเดียวว่า ค่านี้มาจากไหน คำตอบที่ได้คือโรงงานที่ผู้จัดทำเคยทำงานด้วยใช้ค่านี้ และหลังจากนั้นบทสนทนาก็ไปต่อไม่ได้
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข ตัวเลขนั้นอาจถูกต้องก็ได้ ปัญหาอยู่ที่โรงงานไม่มีหลักฐานว่าเมื่อทำตามค่านั้นด้วยเครื่องจักรของตนเอง กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง อันตรายที่ต้องการควบคุมจะลดลงถึงระดับที่ยอมรับได้จริงหรือไม่ การเติมหลักฐานส่วนนี้เข้าไป คือสิ่งที่เรียกว่าการตรวจสอบความใช้ได้ (Validation) และเป็นงานของตอนนี้
ตอนที่ 11 ท่านได้วางระบบเฝ้าระวังไว้แล้ว ตอนที่ 12 ท่านได้วางวิธีแก้ไขเมื่อค่าหลุดไว้แล้ว แต่ทั้งสองอย่างตั้งอยู่บนสมมติฐานเดียวกัน คือสมมติว่าค่าจำกัดวิกฤตที่กำหนดไว้ในเอกสาร HA-10-01 นั้นถูกต้อง ถ้าสมมติฐานนี้ผิด การเฝ้าระวังที่ทำครบทุกกะจะกลายเป็นการเฝ้าดูตัวเลขที่ไม่ได้ปกป้องผู้บริโภคเลย การตรวจสอบความใช้ได้จึงเป็นขั้นที่ต้องทำก่อนประกาศใช้แผน ไม่ใช่หลังจากผลิตไปแล้วครึ่งปี
- แผนการตรวจสอบความใช้ได้ ระบุว่าจะพิสูจน์มาตรการควบคุมใดบ้าง ด้วยวิธีใด และใครรับผิดชอบ
- บันทึกผลการพิสูจน์รายจุดวิกฤต พร้อมเงื่อนไขที่ใช้ทดสอบและข้อสรุปว่าใช้ได้หรือต้องแก้ไข
- ทะเบียนหลักฐานทางวิชาการที่นำมาใช้อ้างอิง พร้อมเหตุผลว่าเหตุใดจึงใช้กับผลิตภัณฑ์ของโรงงานได้
- ลายมือชื่อผู้อนุมัติว่าแผนผ่านการตรวจสอบความใช้ได้แล้ว จึงประกาศใช้ได้
การตรวจสอบความใช้ได้ต่างจากการทวนสอบอย่างไร
สองคำนี้อยู่ในหลักการที่ 6 ด้วยกัน และเป็นคู่คำที่โรงงานสับสนมากที่สุดในซีรีส์นี้ วิธีแยกที่ใช้ได้ในทางปฏิบัติคือดูที่เวลาและคำถามที่กำลังตอบ
| หัวข้อ | การตรวจสอบความใช้ได้ (Validation) | การทวนสอบ (Verification) |
|---|---|---|
| คำถามที่ตอบ | มาตรการที่เลือกไว้ ได้ผลจริงหรือไม่ | สิ่งที่วางไว้ ยังทำตามและยังได้ผลอยู่หรือไม่ |
| ทำเมื่อใด | ก่อนประกาศใช้แผน และทำใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง | หลังเริ่มใช้แผนแล้ว ทำต่อเนื่องตามความถี่ที่กำหนด |
| สิ่งที่พิสูจน์ | ความถูกต้องของค่าจำกัดวิกฤตและมาตรการควบคุม | ความสม่ำเสมอของการปฏิบัติ และผลลัพธ์ของระบบโดยรวม |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ข้อสรุปว่าค่านี้ใช้ได้ หรือต้องแก้ค่าใหม่ | ข้อสรุปว่าระบบยังอยู่ในการควบคุม หรือมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ |
| ความถี่ | ครั้งเดียวต่อการเปลี่ยนแปลงหนึ่งครั้ง | เป็นรอบ เช่น รายวัน รายเดือน รายปี |
พูดให้สั้นที่สุดคือ การตรวจสอบความใช้ได้ตอบว่าแผนนี้ถูกต้องหรือไม่ ส่วนการทวนสอบตอบว่าเราทำตามแผนหรือไม่ และแผนยังใช้ได้อยู่หรือไม่ รายละเอียดของการทวนสอบอยู่ในตอนถัดไป และหากต้องการเทียบสองคำนี้แบบสั้น ๆ อ่านได้ที่บทความ Validation กับ Verification ต่างกันอย่างไร
ต้องพิสูจน์อะไรบ้าง
สิ่งที่ต้องนำมาพิสูจน์ไม่ใช่ทั้งเล่ม แต่คือส่วนที่หากผิดแล้วผู้บริโภคจะได้รับอันตราย ได้แก่
- มาตรการควบคุมที่เลือกไว้ในเอกสาร HA-08-01 ว่ามาตรการนั้นลดหรือขจัดอันตรายที่มีนัยสำคัญได้จริง เช่น การให้ความร้อน การกรอง การใช้เครื่องตรวจโลหะ
- ค่าจำกัดวิกฤตในเอกสาร HA-10-01 ว่าค่าที่กำหนดเพียงพอต่อการควบคุมอันตรายนั้น ทั้งค่าอุณหภูมิ เวลา ความเข้มข้น ขนาดชิ้น หรือค่าอื่นที่ใช้
- ความสามารถของเครื่องจักรที่มีอยู่จริง ว่าเดินถึงค่านั้นได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำได้เฉพาะวันที่ทดสอบ
- วิธีการเฝ้าระวังในเอกสาร HA-11-01 ว่าจุดที่เลือกวัดเป็นจุดที่สะท้อนสภาวะที่แย่ที่สุดจริง ไม่ใช่จุดที่วัดสะดวกที่สุด
สิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมายของขั้นนี้คือรูปแบบของแบบฟอร์ม ความสวยของแฟ้ม หรือจำนวนเอกสาร เอกสารที่ครบแต่ค่าจำกัดวิกฤตไม่ได้รับการพิสูจน์ ยังถือว่าแผนยังไม่ผ่านการตรวจสอบความใช้ได้
หลักฐานที่ใช้พิสูจน์ได้มีสี่ทาง
มาตรฐานไม่ได้กำหนดว่าต้องส่งตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการทุกจุด โรงงานขนาดเล็กถึงกลางใช้หลักฐานสี่ทางนี้ผสมกันได้ และในทางปฏิบัติมักใช้ทางที่หนึ่งร่วมกับทางที่สองเป็นหลัก
| ทางที่ใช้ | ตัวอย่างในโรงงานจริง | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ต้องมีเอกสารวิชาการหรือข้อกำหนดที่ใช้บังคับ | คู่มือวิชาการด้านการแปรรูปอาหาร ตำราด้านจุลชีววิทยาอาหาร ข้อกำหนดของลูกค้า หรือกฎหมายที่ใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์นั้น | ต้องตรงทั้งชนิดอาหาร ค่าความเป็นกรดด่าง ค่าวอเตอร์แอกทิวิตี และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ มิฉะนั้นค่าที่อ้างมาจะใช้กับผลิตภัณฑ์ของท่านไม่ได้ |
| เลือกใช้ตามความเหมาะสมผลการทดสอบในสายการผลิตของตนเอง | การวัดการกระจายอุณหภูมิในเตาหรือหม้อ การวัดอุณหภูมิกลางชิ้นที่จุดเย็นที่สุด การทดสอบเครื่องตรวจโลหะด้วยชิ้นทดสอบมาตรฐาน | ต้องทำด้วยเครื่องมือที่สอบเทียบแล้ว และต้องบันทึกจุดวัดให้ชัดว่าอยู่ตรงไหน |
| เมื่อระบบโตขึ้นผลตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ | ผลตรวจจุลินทรีย์ของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยเงื่อนไขที่กำหนด หรือการทดสอบอายุการเก็บรักษา | ผลตรวจผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพียงอย่างเดียวไม่พอ เพราะเป็นการดูปลายทาง ไม่ได้พิสูจน์ว่ามาตรการควบคุมทำงาน |
| เมื่อระบบโตขึ้นการทดสอบด้วยเชื้อทดสอบหรือแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ | การจ้างหน่วยงานภายนอกทำการทดสอบด้วยเชื้อทดสอบ หรือใช้แบบจำลองการรอดชีวิตของเชื้อ | มีค่าใช้จ่ายสูง เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือกระบวนการที่ไม่มีเอกสารอ้างอิงเดิม |
ทดสอบด้วยเงื่อนไขที่เลวร้ายที่สุด ไม่ใช่วันที่ทุกอย่างพร้อม
หลักสำคัญที่สุดของขั้นนี้มีข้อเดียว คือถ้ามาตรการควบคุมผ่านในเงื่อนไขที่แย่ที่สุดที่เกิดขึ้นได้ในการผลิตปกติ ก็เชื่อได้ว่าจะผ่านในวันธรรมดา แต่ถ้าทดสอบในวันที่ชิ้นงานเล็กที่สุด โหลดน้อยที่สุด และเครื่องเพิ่งอุ่นมาอย่างดี ผลที่ได้จะไม่บอกอะไรเลย
เงื่อนไขที่ควรจงใจเลือกให้แย่ที่สุด เช่น ชิ้นงานที่หนาที่สุดหรือน้ำหนักมากที่สุดที่รับผลิต อุณหภูมิเริ่มต้นของวัตถุดิบที่เย็นที่สุดเท่าที่รับเข้า ปริมาณการบรรจุเต็มตะกร้าหรือเต็มชั้น ตำแหน่งในเครื่องที่ได้รับความร้อนช้าที่สุด และช่วงเวลาที่เครื่องทำงานต่อเนื่องนานที่สุดในกะ ทั้งหมดนี้ต้องเขียนไว้ในบันทึกว่าเลือกเงื่อนไขใดและเพราะเหตุใดจึงถือว่าเป็นเงื่อนไขที่แย่ที่สุด เพราะผู้ตรวจจะถามข้อนี้เสมอ
เมื่อใดต้องพิสูจน์ใหม่
การตรวจสอบความใช้ได้ไม่ใช่งานที่ทำครั้งเดียวแล้วจบตลอดอายุโรงงาน แต่ไม่ต้องทำเป็นรอบประจำเหมือนการทวนสอบ หลักคือทำใหม่เมื่อมีเหตุ ซึ่งเหตุที่พบบ่อยได้แก่
- เปลี่ยนสูตรหรือส่วนประกอบ เช่น ลดเกลือ ลดน้ำตาล เปลี่ยนวัตถุกันเสีย หรือเปลี่ยนค่าความเป็นกรดด่าง ซึ่งกระทบการรอดชีวิตของเชื้อโดยตรง
- เปลี่ยนเครื่องจักรหรือย้ายตำแหน่งเครื่อง เพราะการกระจายความร้อนของเครื่องใหม่ไม่เหมือนเครื่องเดิม แม้จะเป็นรุ่นเดียวกัน
- เปลี่ยนขนาดหรือรูปแบบบรรจุภัณฑ์ เช่น เปลี่ยนจากถุงเป็นถาด หรือเพิ่มขนาดบรรจุ ซึ่งเปลี่ยนเวลาที่ความร้อนเข้าถึงจุดกลาง
- มีข้อมูลอันตรายใหม่ เช่น พบเชื้อชนิดใหม่ในวัตถุดิบกลุ่มนั้น หรือมีการเรียกคืนสินค้าในอุตสาหกรรมเดียวกัน
- ค่าหลุดจากค่าจำกัดวิกฤตซ้ำ ๆ ที่จุดเดิม ตามบันทึก HA-12-02 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าค่าที่ตั้งไว้อาจไม่สอดคล้องกับความสามารถของเครื่อง
สิ่งที่มักทำผิดในขั้นนี้
- คัดค่าจำกัดวิกฤตจากโรงงานอื่นมาใช้ทั้งชุด โดยไม่ตรวจว่าผลิตภัณฑ์ ขนาดชิ้น และเครื่องจักรเหมือนกันหรือไม่ ค่าที่ยืมมาอาจสูงเกินจนผลิตไม่ทัน หรือต่ำเกินจนไม่ปลอดภัย
- ใช้ผลตรวจผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว ผลตรวจที่ผ่านบอกได้เพียงว่าตัวอย่างที่สุ่มนั้นผ่าน ไม่ได้พิสูจน์ว่ามาตรการควบคุมทำงานได้ทุกครั้ง
- ทดสอบครั้งเดียวแล้วสรุป ผลครั้งเดียวไม่แสดงความสม่ำเสมอ ควรทดสอบซ้ำอย่างน้อยสามครั้งในวันหรือกะที่ต่างกัน
- ไม่บันทึกเงื่อนไขที่ใช้ทดสอบ บันทึกที่มีแต่ตัวเลขผลลัพธ์ ใช้อ้างอิงในภายหลังไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าวันนั้นทดสอบด้วยชิ้นงานขนาดใด
- ประกาศใช้แผนก่อนแล้วค่อยหาหลักฐานย้อนหลัง ลำดับนี้กลับด้าน และทำให้ช่วงที่ผลิตไปแล้วไม่มีหลักฐานรองรับ
- ไม่มีใครลงนามอนุมัติผล บันทึกที่ไม่มีผู้อนุมัติ ไม่ถือเป็นข้อสรุปของทีม HACCP
เอกสารที่ควรมีเมื่อจบขั้นนี้
| เอกสาร | ใครลงนาม | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ต้องมีแผนการตรวจสอบความใช้ได้ (HA-13-01) | หัวหน้าทีม HACCP เสนอผู้จัดการอนุมัติ | ครอบคลุมทุกจุดวิกฤตในทะเบียน HA-09-02 หรือไม่ |
| ต้องมีบันทึกผลการพิสูจน์รายจุด (HA-13-02) | ผู้ทำการทดสอบ และหัวหน้าทีม | เงื่อนไขที่ใช้ทดสอบ และเหตุผลว่าเหตุใดจึงเป็นเงื่อนไขที่แย่ที่สุด |
| ต้องมีทะเบียนหลักฐานทางวิชาการ (HA-13-03) | หัวหน้าทีม HACCP | หลักฐานที่อ้างตรงกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการของโรงงานหรือไม่ |
| ต้องมีใบรับรองการสอบเทียบเครื่องมือที่ใช้ทดสอบ | ผู้ให้บริการสอบเทียบ | วันที่สอบเทียบ ครอบคลุมวันที่ทำการทดสอบหรือไม่ |
| เมื่อระบบโตขึ้นรายงานการศึกษาการกระจายความร้อนฉบับเต็ม | ผู้จัดทำรายงานหรือหน่วยงานภายนอก | จำนวนจุดวัด และตำแหน่งจุดเย็นที่สุดที่ระบุไว้ |
แบบฟอร์มที่ตอนนี้ต้องส่งมอบ
งานของขั้นตอนนี้ส่งมอบเป็นแบบฟอร์ม 3 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| HA-13-01 | แผนการตรวจสอบความใช้ได้ของมาตรการควบคุม | ทีมวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะพิสูจน์อะไร ด้วยวิธีใด และเมื่อใด |
| HA-13-02 | บันทึกผลการตรวจสอบความใช้ได้รายจุด CCP | ผลการพิสูจน์จริงพร้อมเงื่อนไขที่ใช้ทดสอบและข้อสรุป |
| HA-13-03 | ทะเบียนหลักฐานทางวิชาการที่ใช้ | ที่มาของค่าจำกัดวิกฤตและมาตรการควบคุมที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ |
ครอบคลุมตั้งแต่แผนภูมิกระบวนการจนถึงการทบทวนแผน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากขั้นไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการแบบฟอร์ม Word ครบทั้ง 57 ฉบับ · ชุดแบบฟอร์ม HACCP ฉบับเต็ม 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex หรือ มกอช. และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ มาตรฐานไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการจริง และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex, มกอช. หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนงานของตนเอง
- ทุกจุดวิกฤตในทะเบียน HA-09-02 มีชื่ออยู่ในแผนการตรวจสอบความใช้ได้ HA-13-01 ครบ
- ค่าจำกัดวิกฤตทุกค่าใน HA-10-01 ตอบได้ว่ามาจากหลักฐานใด และหลักฐานนั้นตรงกับผลิตภัณฑ์ของโรงงาน
- บันทึก HA-13-02 ระบุเงื่อนไขที่ใช้ทดสอบไว้ครบ พร้อมเหตุผลว่าเหตุใดจึงเป็นเงื่อนไขที่แย่ที่สุด
- เครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบมีใบรับรองการสอบเทียบที่ครอบคลุมวันที่ทดสอบ
- ผลการพิสูจน์ทุกจุดมีข้อสรุปและลายมือชื่อผู้อนุมัติ ก่อนที่แผนจะถูกประกาศใช้
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำแผน HACCP ได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละขั้นต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ทบทวนแผนที่ทำไว้แล้ว หรืออบรมทีมให้เข้าใจหลักการในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ HACCP ทั้ง 20 ตอนครบทั้ง 12 ขั้นตอน 7 หลักการ พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ซีรีส์ GHPs revised 2022 ทั้ง 35 ตอนทำ GHPs ให้แน่นก่อน แล้ว HACCP จะทำงานได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรม HACCP 2 วันลงมือทำแผนจริงในห้องอบรม
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายขั้นที่ 11 · หลักการที่ 6ของระบบ HACCP ด้วยถ้อยคำของเราเอง โดยอ้างอิงสาระจาก Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 บทที่สอง และมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9024-2564 เรื่องหลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของมาตรฐาน ข้อกำหนดของกฎหมายไทย ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่มาตรฐานกลางกำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) บทที่สอง ระบบ HACCP หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO · สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
