เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO, WHO หรือ มกอช. และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับ เอกสารต้นฉบับเปิดอ่านได้จากเว็บไซต์ FAO/WHO และ มกอช.
คำถามที่ตามมาทันทีหลังจากทีมชี้ได้ว่าอันตรายรายการใดมีนัยสำคัญ คือแล้วโรงงานทำอะไรอยู่กับอันตรายนั้น คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องประชุมคือ "เราคุมอยู่แล้ว" แต่เมื่อถามต่อว่าคุมด้วยอะไร ใครทำ ทำบ่อยแค่ไหน และมีบันทึกอะไรพิสูจน์ ห้องมักเงียบลง ช่วงสุดท้ายของหลักการที่ 1 คือการเปลี่ยนประโยคว่าคุมอยู่แล้ว ให้กลายเป็นมาตรการที่เขียนได้ ทำได้ และตรวจสอบได้
มาตรการควบคุม (Control Measure) คือการกระทำหรือกิจกรรมที่ใช้ป้องกันไม่ให้อันตรายเกิด กำจัดอันตรายที่มีอยู่ หรือลดอันตรายลงสู่ระดับที่ยอมรับได้ คำสำคัญคือทั้งสามอย่างนี้ต้องเกิดขึ้นจริงในโรงงาน ไม่ใช่ข้อความในเอกสาร และงานในตอนนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าขั้นที่ 7 ในตอนถัดไปจะตัดสินจุดวิกฤตได้ตรงหรือไม่ เพราะแผนภูมิตัดสินจุดวิกฤตทั้งหมดตั้งอยู่บนคำถามว่ามาตรการควบคุมมีอยู่หรือไม่
- มาตรการควบคุมของอันตรายที่มีนัยสำคัญทุกรายการ โดยไม่มีรายการใดถูกปล่อยว่าง
- การแยกให้ชัดว่ามาตรการใดเป็นโปรแกรมพื้นฐาน และมาตรการใดเป็นการควบคุมเฉพาะที่ขั้นตอนนั้น
- ทะเบียนโปรแกรมพื้นฐานที่ใช้ควบคุมอันตราย พร้อมชื่อเอกสารและชื่อบันทึกที่มีอยู่จริง
- ผลการประเมินว่ามาตรการที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ และรายการที่ยังต้องเพิ่ม
มาตรการควบคุมสองชั้นที่ต้องแยกให้ออก
อันตรายในโรงงานอาหารถูกควบคุมด้วยสองชั้นที่ทำงานคนละแบบ และการแยกสองชั้นนี้ให้ออก คือสิ่งที่ทำให้แผน HACCP ของโรงงานมีขนาดเหมาะสม
ชั้นแรกคือโปรแกรมพื้นฐาน หรือหลักปฏิบัติด้านสุขลักษณะที่ดี (GHPs) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำทั้งโรงงาน ไม่ได้เจาะจงที่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง เช่น การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสอาหาร การควบคุมสุขลักษณะบุคลากร การควบคุมสัตว์พาหะ การควบคุมน้ำใช้ การบำรุงรักษาเครื่องจักร การควบคุมแก้วและพลาสติกแข็ง การคัดเลือกและควบคุมผู้ส่งมอบ และการควบคุมสารเคมีที่ใช้ในโรงงาน
ชั้นที่สองคือมาตรการเฉพาะที่ขั้นตอน ซึ่งทำที่จุดใดจุดหนึ่งในกระบวนการเพื่อจัดการอันตรายที่ระบุไว้ตรงนั้น เช่น การต้มเพื่อทำลายเชื้อก่อโรค การควบคุมอุณหภูมิในห้องเย็นเพื่อไม่ให้เชื้อเพิ่มจำนวนและไม่ให้ฮีสตามีนสูงขึ้น การเดินผลิตภัณฑ์ผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ การกรองหรือร่อนเพื่อแยกสิ่งแปลกปลอม การคัดแยกด้วยมือบนสายพาน และการตรวจสอบฉลากก่อนบรรจุเพื่อยืนยันการแสดงสารก่อภูมิแพ้
| ข้อเปรียบเทียบ | โปรแกรมพื้นฐาน (GHPs) | มาตรการเฉพาะที่ขั้นตอน |
|---|---|---|
| ขอบเขต | ทำทั้งโรงงานหรือทั้งพื้นที่ ไม่เจาะจงขั้นตอน | ทำที่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการ |
| เป้าหมาย | ลดโอกาสที่อันตรายจะเข้ามาในระบบโดยรวม | จัดการอันตรายที่ระบุไว้ ณ ขั้นตอนนั้นโดยตรง |
| การเฝ้าระวัง | ตามความถี่ที่กำหนดไว้ในวิธีปฏิบัติ เช่น รายวันหรือรายสัปดาห์ | ต้องเฝ้าระวังในระหว่างการผลิต และผลของการเฝ้าระวังต้องใช้ตัดสินได้ทันทีว่ารุ่นนั้นเดินต่อได้หรือไม่ |
| ผลต่อขั้นที่ 7 | อันตรายที่คุมได้เพียงพอด้วยชั้นนี้ ไม่ต้องกลายเป็นจุดวิกฤต | เป็นตัวเลือกที่จะถูกนำไปตัดสินด้วยแผนภูมิ 4 คำถามในตอนที่ 9 |
อันตรายที่คุมได้ด้วยโปรแกรมพื้นฐาน ไม่ต้องกลายเป็นจุดวิกฤต
ข้อนี้เป็นหัวใจของทั้งตอน และเป็นเรื่องที่ทำให้โรงงานขนาดเล็กประหยัดแรงได้มากที่สุด หากอันตรายที่มีนัยสำคัญรายการหนึ่งถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้แล้วด้วยโปรแกรมพื้นฐานที่ทำงานอยู่จริง ขั้นตอนนั้นไม่จำเป็นต้องถูกกำหนดเป็นจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม นี่คือเหตุผลที่คำถามข้อแรกของแผนภูมิตัดสินในตอนที่ 9 ถามเรื่องโปรแกรมพื้นฐานก่อนเป็นอันดับแรก
แต่คำว่าทำงานอยู่จริงมีความหมายเฉพาะ และเป็นจุดที่ผู้ตรวจจะเจาะ โปรแกรมพื้นฐานที่ใช้อ้างได้ต้องมีสามอย่างครบ คือ มีวิธีปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ระบุว่าใครทำ ทำอย่างไร และบ่อยแค่ไหน มีบันทึกที่กรอกจริงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่กรอกย้อนหลังก่อนวันตรวจ และ มีการทวนสอบว่าโปรแกรมนั้นได้ผล เช่น ผลตรวจความสะอาดของพื้นผิว หรือบันทึกการตรวจติดตามภายใน
มาตรการที่ใช้ได้จริงต้องตอบได้ห้าอย่าง
ช่องมาตรการควบคุมในตารางวิเคราะห์อันตรายเป็นช่องที่โรงงานเขียนสั้นที่สุด และเป็นช่องที่ถูกถามมากที่สุด ข้อความว่า "ควบคุมอุณหภูมิ" หรือ "ตรวจสอบก่อนใช้" ไม่พอที่จะทำงานต่อในขั้นถัดไป มาตรการที่เขียนแล้วใช้ได้จริงควรตอบห้าข้อนี้ได้ในบรรทัดเดียวหรือสองบรรทัด
- ทำอะไร ระบุกิจกรรมให้ชัด เช่น ต้มผลิตภัณฑ์ในหม้อต้มตามเวลาและอุณหภูมิที่กำหนดในวิธีปฏิบัติ ไม่ใช่เขียนเพียงว่าให้ความร้อน
- ควบคุมสิ่งใด ระบุสิ่งที่วัดได้หรือสังเกตได้ เช่น อุณหภูมิและเวลา ความไวของเครื่องตรวจจับโลหะ หรือความถูกต้องของฉลากที่ใช้กับรุ่นนั้น
- ใครทำ ระบุตำแหน่ง ไม่ใช่ชื่อคน เพราะคนย้ายงานได้แต่ตำแหน่งยังอยู่
- ทำเมื่อใดและบ่อยแค่ไหน เช่น ทุกรุ่นการผลิต ทุกกะ หรือก่อนเริ่มเดินเครื่องทุกครั้ง
- บันทึกอะไรไว้เป็นหลักฐาน ระบุชื่อบันทึกที่มีอยู่จริงในโรงงาน หากยังไม่มี ให้บันทึกว่ายังไม่มีและใส่ไว้ในแผนที่ต้องทำ
หนึ่งอันตรายอาจใช้หลายมาตรการ และหนึ่งมาตรการอาจคุมหลายอันตราย
ทีมมักพยายามจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับความจริงของหน้างาน เชื้อก่อโรคในผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคชนิดหนึ่ง อาจถูกจัดการด้วยการต้มที่ขั้นตอนกลาง ร่วมกับการควบคุมอุณหภูมิห้องเย็นหลังต้ม และการควบคุมสุขลักษณะของผู้สัมผัสอาหารในขั้นตอนบรรจุ สามอย่างนี้ทำงานร่วมกัน การเขียนเพียงอย่างเดียวทำให้ภาพไม่ครบ
ในทางกลับกัน การควบคุมอุณหภูมิห้องเย็นเพียงมาตรการเดียว อาจคุมทั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อก่อโรคและการเพิ่มขึ้นของฮีสตามีนในปลาบางชนิดไปพร้อมกัน กรณีนี้ให้เขียนอ้างถึงมาตรการเดียวกันในทั้งสองบรรทัด ไม่ต้องคิดมาตรการใหม่ให้ซ้ำซ้อน
เมื่อมาตรการที่มีอยู่ยังไม่พอ
การประเมินความเพียงพอเป็นงานที่ทีมมักข้าม เพราะเขียนช่องมาตรการเสร็จแล้วรู้สึกว่าจบ แต่คำถามที่ต้องถามต่อคือ มาตรการที่เขียนไว้นี้ทำให้อันตรายลดลงถึงระดับที่ยอมรับได้จริงหรือไม่ หากคำตอบคือยังไม่แน่ใจ ทีมมีทางเลือกอยู่ไม่กี่ทาง
- เพิ่มความเข้มของมาตรการเดิม เช่น เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ หรือเพิ่มการตรวจสอบซ้ำโดยคนที่สอง
- เพิ่มมาตรการที่ขั้นตอนถัดไป เช่น ขั้นตอนนี้คัดแยกด้วยมือได้ไม่หมด จึงเพิ่มเครื่องตรวจจับโลหะที่ปลายไลน์
- เปลี่ยนวัตถุดิบหรือผู้ส่งมอบ เป็นทางที่ตัดอันตรายออกได้ตั้งแต่ต้นทาง และมักถูกลืมเพราะไม่ใช่งานของฝ่ายผลิต
- เปลี่ยนกระบวนการหรือผลิตภัณฑ์ เช่น เปลี่ยนลำดับขั้นตอนเพื่อให้ขั้นตอนฆ่าเชื้ออยู่หลังขั้นตอนที่มีการสัมผัสด้วยมือ เป็นทางเลือกที่ใช้เมื่อทางอื่นไม่ได้ผล และเป็นทางเดียวกับที่แผนภูมิตัดสินในตอนที่ 9 จะชี้ให้ทำ
สิ่งที่ต้องบันทึกไว้ไม่ใช่เพียงผลสรุปว่าเพียงพอหรือไม่ แต่รวมถึงรายการที่ยังต้องเพิ่ม พร้อมผู้รับผิดชอบและกำหนดแล้วเสร็จ เพราะรายการชุดนี้คือสิ่งที่ทีมจะติดตามในการประชุมครั้งถัดไปด้วยเอกสาร HA-01-04
สิ่งที่มักทำผิดในขั้นนี้
- เขียนมาตรการที่โรงงานยังไม่มี เช่น ระบุว่าใช้เครื่องตรวจจับโลหะทั้งที่ยังไม่ได้ซื้อ เอกสารจะสวยแต่ผู้ตรวจเดินไปที่ไลน์แล้วไม่พบเครื่อง ซึ่งกระทบความน่าเชื่อถือของทั้งเล่ม
- ยกโปรแกรมพื้นฐานมาเป็นมาตรการโดยไม่มีบันทึกรองรับ เขียนว่าควบคุมด้วยการทำความสะอาดตามแผน แต่เมื่อขอดูบันทึกกลับพบว่าว่างไปหลายสัปดาห์
- เขียนมาตรการเป็นคำกว้าง เช่น ปฏิบัติตามระเบียบโรงงาน หรืออบรมพนักงาน ซึ่งไม่บอกว่าควบคุมสิ่งใดและวัดอย่างไร
- ตั้งมาตรการที่คนหน้างานทำไม่ไหว เช่น กำหนดให้ตรวจทุกชิ้นด้วยสายตาในไลน์ที่เดินเร็ว มาตรการที่ทำไม่ได้จริงจะกลายเป็นบันทึกที่กรอกลอย ๆ ภายในไม่กี่สัปดาห์
- ไม่ให้ช่างและหัวหน้ากะร่วมพิจารณา ทำให้มาตรการที่กำหนดขัดกับข้อจำกัดของเครื่องจักรหรือกำลังคนในกะดึก
เอกสารที่ควรมีเมื่อจบขั้นที่ 6
| เอกสาร | ใครทำ | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ต้องมีตารางมาตรการควบคุมต่ออันตรายที่มีนัยสำคัญ | ทีม HACCP ร่วมกับหัวหน้าฝ่ายผลิต | อันตรายที่ตัดสินว่ามีนัยสำคัญใน HA-07-02 มีมาตรการครบทุกรายการหรือไม่ |
| ต้องมีทะเบียนโปรแกรมพื้นฐานที่ใช้ควบคุมอันตราย | ผู้ดูแลคุณภาพ | สุ่มขอดูบันทึกของโปรแกรมที่ถูกอ้างถึง ว่ากรอกต่อเนื่องจริงหรือไม่ |
| ต้องมีใบประเมินความเพียงพอของมาตรการ | หัวหน้าทีม HACCP | รายการที่ประเมินว่ายังไม่พอ ถูกติดตามในบันทึกการประชุมทีมหรือไม่ |
| ต้องมีวิธีปฏิบัติของมาตรการที่อ้างถึง | ฝ่ายที่รับผิดชอบงานนั้น | เดินไปถามคนหน้างานว่าทำตามวิธีนั้นจริงหรือไม่ และคำตอบตรงกับเอกสารหรือไม่ |
| เมื่อระบบโตขึ้นทะเบียนเชื่อมโยงมาตรการกับบันทึกทุกฉบับ | ผู้ดูแลคุณภาพ | ความครบถ้วนเมื่อระบบมีเอกสารจำนวนมากขึ้น |
แบบฟอร์มที่ตอนนี้ต้องส่งมอบ
งานของขั้นตอนนี้ส่งมอบเป็นแบบฟอร์ม 3 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| HA-08-01 | ตารางมาตรการควบคุมต่ออันตรายที่มีนัยสำคัญ | มาตรการที่ใช้จัดการอันตรายที่มีนัยสำคัญทุกรายการ |
| HA-08-02 | ทะเบียนโปรแกรมพื้นฐานที่ใช้ควบคุมอันตราย | โปรแกรมพื้นฐานที่ถูกอ้างถึง พร้อมเอกสารและบันทึกที่มีจริง |
| HA-08-03 | ใบประเมินความเพียงพอของมาตรการควบคุม | ผลการประเมินว่ามาตรการพอหรือไม่ และสิ่งที่ต้องเพิ่ม |
ครอบคลุมตั้งแต่แผนภูมิกระบวนการจนถึงการทบทวนแผน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากขั้นไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการแบบฟอร์ม Word ครบทั้ง 57 ฉบับ · ชุดแบบฟอร์ม HACCP ฉบับเต็ม 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex หรือ มกอช. และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ มาตรฐานไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการจริง และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex, มกอช. หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนงานของตนเอง
- อันตรายที่ตัดสินว่ามีนัยสำคัญใน HA-07-02 มีมาตรการควบคุมครบทุกรายการ ไม่มีบรรทัดใดเว้นว่าง
- ทุกมาตรการระบุได้ว่าทำอะไร ควบคุมสิ่งใด ใครทำ ทำบ่อยแค่ไหน และมีบันทึกใดรองรับ
- มาตรการทุกรายการถูกจัดประเภทแล้วว่าเป็นโปรแกรมพื้นฐานหรือเป็นมาตรการเฉพาะที่ขั้นตอน
- โปรแกรมพื้นฐานที่ถูกอ้างถึงทุกเรื่องมีวิธีปฏิบัติและบันทึกอยู่จริง ตรวจสอบแล้วใน HA-08-02
- ใบประเมินความเพียงพอ HA-08-03 ทำเสร็จแล้ว และรายการที่ยังไม่พอถูกยกเข้าวาระประชุมทีมพร้อมกำหนดแล้วเสร็จ
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำแผน HACCP ได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละขั้นต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ทบทวนแผนที่ทำไว้แล้ว หรืออบรมทีมให้เข้าใจหลักการในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ HACCP ทั้ง 20 ตอนครบทั้ง 12 ขั้นตอน 7 หลักการ พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ซีรีส์ GHPs revised 2022 ทั้ง 35 ตอนทำ GHPs ให้แน่นก่อน แล้ว HACCP จะทำงานได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรม HACCP 2 วันลงมือทำแผนจริงในห้องอบรม
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายขั้นที่ 6 · หลักการที่ 1ของระบบ HACCP ด้วยถ้อยคำของเราเอง โดยอ้างอิงสาระจาก Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 บทที่สอง และมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9024-2564 เรื่องหลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของมาตรฐาน ข้อกำหนดของกฎหมายไทย ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่มาตรฐานกลางกำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) บทที่สอง ระบบ HACCP หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO · สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
