ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
HACCP 12 ขั้นตอน 7 หลักการ · ตอนที่ 6/20 · ขั้นที่ 6 · หลักการที่ 1

ระบุอันตรายให้ครบทุกกลุ่ม
หลักการที่ 1 · ขั้นที่ 6 ของ 12 ขั้นตอน

8 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ ทำ HACCP ทีละขั้น ด้วยตัวเอง ไปกับ SP · 12 ขั้นตอน 7 หลักการ · ตอนที่ 6 จาก 20 · ขั้นที่ 6 · หลักการที่ 1 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO, WHO หรือ มกอช. และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับ เอกสารต้นฉบับเปิดอ่านได้จากเว็บไซต์ FAO/WHO และ มกอช.

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

เมื่อเดินทวนสอบแผนภูมิกระบวนการในพื้นที่จริงจนได้ใบรับรองความถูกต้องตามเอกสาร HA-05-03 แล้ว งานถัดไปคือการนั่งลงกับแผนภูมินั้นแล้วถามทีละขั้นตอนว่า ตรงนี้มีอะไรที่ทำให้อาหารไม่ปลอดภัยได้บ้าง โรงงานส่วนใหญ่ติดอยู่ตรงนี้นานที่สุด เพราะเป็นครั้งแรกที่ต้องคิดเองโดยไม่มีแบบให้ลอก

ขั้นที่ 6 คือหลักการที่ 1 ของ HACCP และเป็นขั้นที่ยาวที่สุดในทั้งสิบสองขั้น เนื้องานจริงแบ่งออกได้เป็นสามช่วงที่ต่อกัน คือ ระบุอันตรายให้ครบ แล้วจึง ประเมินว่าอันตรายใดมีนัยสำคัญ แล้วจึง กำหนดมาตรการควบคุม ซีรีส์นี้แยกสามช่วงนั้นออกเป็นสามตอน เพื่อให้ทีมทำทีละช่วงได้จริง ตอนนี้คือช่วงแรก และเป็นช่วงที่ห้ามรีบ เพราะอันตรายที่ไม่ถูกเขียนลงในตารางตั้งแต่ต้น จะไม่มีวันถูกประเมิน ไม่มีวันถูกควบคุม และจะไม่ปรากฏในแผน HACCP ทั้งเล่ม

ขั้นที่ 6 ช่วงแรก ต้องส่งมอบอะไร

อันตรายในความหมายของ HACCP ไม่เท่ากับปัญหาคุณภาพ

คำว่าอันตราย (Hazard) ในระบบนี้หมายถึงสิ่งที่อยู่ในอาหารหรือสภาวะของอาหารที่ มีศักยภาพจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภค ส่วนสิ่งที่ทำให้ลูกค้าไม่พอใจแต่ไม่ทำให้ป่วยหรือบาดเจ็บ เป็นปัญหาคุณภาพ ไม่ใช่อันตรายในความหมายของ HACCP

ตัวอย่างที่ทีมมักถกกันในห้องประชุม คือสีของผลิตภัณฑ์ที่เข้มกว่ามาตรฐาน น้ำหนักบรรจุขาด ฉลากพิมพ์เบี้ยว หรือชิ้นงานแตกหักไม่สวย ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องคุณภาพและเป็นเรื่องที่ต้องคุมเช่นกัน แต่คุมด้วยระบบคุณภาพ ไม่ใช่ด้วยแผน HACCP การเอาปัญหาคุณภาพมาปนในตารางวิเคราะห์อันตราย ทำให้ตารางยาวขึ้นโดยไม่เพิ่มความปลอดภัย และทำให้จุดที่ต้องคุมจริงถูกกลบไปกับรายการที่ไม่สำคัญ

ข้อยกเว้นที่ต้องระวังคือฉลาก เพราะฉลากที่ไม่แสดงสารก่อภูมิแพ้ที่มีอยู่จริงในผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ปัญหาคุณภาพ แต่เป็นอันตรายโดยตรงต่อผู้บริโภคที่แพ้อาหารชนิดนั้น

ห้ากลุ่มอันตรายที่ควรไล่ให้ครบทุกขั้นตอน

Codex CXC 1-1969 บทที่สอง จัดอันตรายไว้สามกลุ่ม คือ ชีวภาพ เคมี และกายภาพ โดยสารก่อภูมิแพ้เป็นอันตรายทางเคมีกลุ่มหนึ่ง ส่วนอันตรายทางรังสีเป็นหัวข้อที่มาตรฐานบางฉบับและข้อกำหนดของตลาดปลายทางบางแห่งเพิ่มเข้ามา การแยกออกเป็นห้ากลุ่มในซีรีส์นี้จึงเป็นวิธีทำงานเพื่อกันการลืม ไม่ใช่ข้อกำหนดของมาตรฐาน

เหตุผลที่ไล่เป็นกลุ่มไม่ใช่เรื่องรูปแบบเอกสาร แต่เป็นวิธีกันการลืม ทีมที่นึกอันตรายแบบอิสระมักได้แต่เชื้อจุลินทรีย์กับเศษโลหะ แล้วลืมเคมีและสารก่อภูมิแพ้เกือบทั้งหมด การบังคับตัวเองให้ตอบทุกช่องของทุกกลุ่มในทุกขั้นตอน แม้คำตอบจะเป็นว่าไม่พบ ทำให้ช่องว่างนั้นหายไป

กลุ่มอันตรายตัวอย่างที่โรงงานไทยพบจริงมักเข้ามาที่ขั้นตอนใด
ต้องมีชีวภาพ (B — Biological) เชื้อก่อโรค เช่น Salmonella, Listeria monocytogenes, Staphylococcus aureus, Bacillus cereus, Clostridium perfringens, Clostridium botulinum, Escherichia coli O157:H7, Vibrio parahaemolyticus · เชื้อรา ยีสต์ · โคลิฟอร์ม · ไวรัสตับอักเสบเอและโนโรไวรัสจากมือผู้สัมผัสอาหาร · พยาธิในวัตถุดิบสัตว์น้ำ ติดมากับวัตถุดิบ · เพิ่มจำนวนเมื่ออาหารค้างอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่เชื้อโตได้ · รอดจากขั้นตอนฆ่าเชื้อที่ไม่พอ · ปนเปื้อนซ้ำหลังต้มจากมือ ภาชนะ หรือน้ำแข็ง
ต้องมีเคมี (C — Chemical) สารพิษจากเชื้อรา เช่น อะฟลาทอกซินในถั่วและธัญพืช · ฮีสตามีนในปลาบางชนิด · สารพิษตามธรรมชาติในวัตถุดิบบางชนิด · ยาสัตว์ตกค้างและสารเร่งเนื้อแดง · สารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง · น้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อที่ล้างออกไม่หมด · จาระบีและน้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ใช่เกรดอาหาร · หมึกพิมพ์จากบรรจุภัณฑ์ · เหยื่อพิษกำจัดสัตว์พาหะ · โลหะหนักจากน้ำหรือวัตถุดิบ ติดมากับวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ · หลังการล้างเครื่องจักร · จากการซ่อมบำรุงระหว่างผลิต · จากการวางเหยื่อผิดตำแหน่ง
ต้องมีกายภาพ (P — Physical) เศษโลหะจากใบมีดหรือตะแกรงที่สึก · เศษแก้วจากหลอดไฟและเทอร์โมมิเตอร์ · พลาสติกแข็งจากลังและกล่อง · เศษสายพานที่หลุดลุ่ย · เทปกาว ลวดเย็บกระดาษ ปากกา และเศษกระดาษจากพื้นที่ผลิต · เศษฟาง เศษไม้ กรวดหิน และเส้นด้ายจากกระสอบ · ซากแมลง · เครื่องประดับและเส้นผมของพนักงาน ติดมากับวัตถุดิบ · หลุดจากเครื่องจักรระหว่างผลิต · ตกจากตัวคนและอุปกรณ์สำนักงานที่ถือเข้าไลน์
ต้องมีสารก่อภูมิแพ้ (A — Allergen) สารก่อภูมิแพ้ที่ปนข้ามจากผลิตภัณฑ์อื่นที่ผลิตในไลน์เดียวกัน เช่น นม ไข่ ถั่วลิสง ถั่วเหลือง สัตว์น้ำเปลือกแข็ง ข้าวสาลี งา และคื่นช่ายในเครื่องปรุง · สารก่อภูมิแพ้ที่มีอยู่จริงแต่ไม่ได้แสดงบนฉลาก · สารก่อภูมิแพ้ที่แฝงมากับส่วนผสมผสมสำเร็จ การเก็บวัตถุดิบปนกัน · การใช้อุปกรณ์ร่วมกันโดยไม่ล้างระหว่างรุ่น · การเปลี่ยนสูตรโดยไม่แก้ฉลาก · การใช้ฉลากผิดม้วน
พิจารณาให้ครบรังสี (R — Radiological) การปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในวัตถุดิบหรือน้ำ ซึ่งโรงงานอาหารทั่วไปในประเทศไทยพบได้น้อยมาก ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับแหล่งวัตถุดิบและข้อกำหนดของประเทศปลายทาง โรงงานที่ไม่ได้รับวัตถุดิบจากพื้นที่ที่มีประเด็นนี้ ให้บันทึกว่าพิจารณาแล้วและไม่พบ พร้อมเหตุผล อย่าเว้นช่องว่างไว้เฉย ๆ
ในมุมของเรา กลุ่มที่โรงงานขนาดเล็กระบุขาดมากที่สุดคือสารก่อภูมิแพ้ เพราะทีมมักคิดว่าเป็นเรื่องของโรงงานส่งออกเท่านั้น แต่โรงงานที่ผลิตหลายสูตรบนไลน์เดียวกันมีความเสี่ยงเรื่องนี้ทุกแห่ง วิธีตรวจตัวเองที่เร็วที่สุดคือหยิบทะเบียนสารก่อภูมิแพ้ในผลิตภัณฑ์ที่ทำไว้ในเอกสาร HA-02-03 มาวางข้างแผนภูมิกระบวนการ แล้วถามว่าจุดใดในไลน์ที่สารก่อภูมิแพ้จากสูตรหนึ่งเดินไปเจอกับอีกสูตรหนึ่งได้

ถามสามคำถามนี้กับทุกขั้นตอน

การไล่อันตรายให้ครบไม่ได้ใช้ความจำ แต่ใช้คำถามที่เหมือนกันทุกขั้นตอน เมื่อทีมยืนอยู่ที่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในแผนภูมิ ให้ถามสามข้อนี้ตามลำดับ

  1. อันตรายเข้ามาใหม่ที่ขั้นตอนนี้ได้หรือไม่ เช่น ที่ขั้นตอนคัดแยกด้วยมือ เศษผม เครื่องประดับ หรือเชื้อจากมือพนักงานเข้ามาได้ ที่ขั้นตอนเติมเครื่องปรุง สารก่อภูมิแพ้จากผงปรุงรสเข้ามาได้
  2. อันตรายที่มีอยู่แล้วเพิ่มขึ้นที่ขั้นตอนนี้ได้หรือไม่ เช่น อาหารที่รอเข้าห้องเย็นวางอยู่ที่อุณหภูมิห้องนาน เชื้อที่ติดมากับวัตถุดิบจะเพิ่มจำนวน หรือปลาบางชนิดที่ควบคุมอุณหภูมิไม่ต่อเนื่อง ปริมาณฮีสตามีนจะสูงขึ้นและลดลงไม่ได้อีก
  3. อันตรายที่มีอยู่แล้วรอดผ่านขั้นตอนนี้ไปได้หรือไม่ เช่น การต้มที่อุณหภูมิหรือเวลาไม่ถึงที่กำหนด ทำให้เชื้อก่อโรครอด หรือเครื่องตรวจจับโลหะที่ความไวไม่พอ ทำให้เศษโลหะขนาดเล็กผ่านไปได้

คำตอบของสามข้อนี้คือสิ่งที่เขียนลงในช่องสาเหตุและแหล่งที่มา ช่องนี้สำคัญกว่าชื่ออันตราย เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ทีมกำหนดมาตรการควบคุมได้ตรงจุดในตอนที่ 8 การเขียนว่า "การปนเปื้อนจุลินทรีย์" เฉย ๆ ไม่ช่วยให้ใครทำอะไรต่อได้ แต่การเขียนว่า "เชื้อก่อโรคจากมือพนักงานที่คัดแยกด้วยมือหลังผ่านการต้ม เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่สัมผัสอาหารโดยตรงและไม่มีขั้นตอนฆ่าเชื้อตามหลัง" ทำให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกันทันที

ระวังตรงนี้ อย่าตัดอันตรายทิ้งตั้งแต่ขั้นตอนนี้ด้วยเหตุผลว่า "โรงงานเราคุมอยู่แล้ว" การที่โรงงานมีมาตรการควบคุมอยู่ ไม่ได้แปลว่าอันตรายนั้นไม่มี แต่แปลว่าอันตรายนั้นถูกควบคุมอยู่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน อันตรายที่คุมอยู่แล้วยังต้องถูกเขียนลงในตาราง แล้วไปแสดงเหตุผลในการประเมินนัยสำคัญในตอนที่ 7 เพราะเมื่อใดที่มาตรการนั้นหยุดทำงาน จะได้มีร่องรอยว่าเคยพิจารณาไว้แล้ว

อันตรายที่มากับวัตถุดิบต้องแยกทำอีกชุดหนึ่ง

แผนภูมิกระบวนการมองเห็นวัตถุดิบเป็นเพียงลูกศรที่ชี้เข้ามา แต่อันตรายที่ติดมากับวัตถุดิบแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ถั่วลิสงกับเกลือมีอันตรายคนละชุดกันโดยสิ้นเชิง ถ้าทีมระบุอันตรายที่ขั้นตอนรับวัตถุดิบเพียงบรรทัดเดียวว่า "วัตถุดิบปนเปื้อน" งานในตอนที่ 7 และตอนที่ 8 จะทำต่อไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงวัตถุดิบชนิดใด

วิธีที่ใช้ได้จริงคือทำทะเบียนอันตรายรายชนิดวัตถุดิบขึ้นอีกหนึ่งฉบับ โดยดึงรายชื่อวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์มาจากทะเบียนที่ทำไว้แล้วในเอกสาร HA-02-02 แล้วเติมว่าวัตถุดิบแต่ละชนิดมีอันตรายกลุ่มใดติดมาได้บ้าง วัตถุดิบที่ใช้กระบวนการและมีแหล่งที่มาเหมือนกันจัดเป็นกลุ่มเดียวกันได้ ไม่ต้องแยกทีละรหัส

ต้องมีหลักฐานว่าอันตรายนั้นมาจากไหน

คำถามที่ผู้ตรวจถามบ่อยที่สุดในขั้นนี้คือ ทีมรู้ได้อย่างไรว่าวัตถุดิบชนิดนี้มีอันตรายเหล่านี้ คำตอบว่าเคยได้ยินมาหรือคิดว่าน่าจะมี ทำให้เอกสารทั้งเล่มดูอ่อนลงทันที มาตรฐานให้ทีมใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาสนับสนุน และไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นงานวิจัยระดับใด สิ่งที่โรงงานขนาดเล็กหาได้จริงมีอยู่หลายทาง

ที่สำคัญคือแหล่งข้อมูลเหล่านี้มีวันหมดอายุในทางปฏิบัติ เมื่อกฎหมายเปลี่ยน เมื่อเปลี่ยนผู้ส่งมอบ หรือเมื่อเปลี่ยนสูตร ข้อมูลชุดเดิมอาจใช้ไม่ได้แล้ว การทำทะเบียนแหล่งข้อมูลไว้จึงไม่ใช่งานเอกสารส่วนเกิน แต่เป็นสิ่งที่ทำให้การทบทวนประจำปีทำได้เร็ว

สิ่งที่มักทำผิดในขั้นนี้

เอกสารที่ควรมีเมื่อจบช่วงระบุอันตราย

เอกสารใครทำผู้ตรวจมักดูอะไร
ต้องมีตารางระบุอันตรายรายขั้นตอนทีม HACCP ร่วมกัน ไม่ใช่ผู้ดูแลคุณภาพคนเดียว นับจำนวนขั้นตอนในตารางเทียบกับแผนภูมิกระบวนการ ว่าครบทุกขั้นตอนหรือไม่
ต้องมีทะเบียนอันตรายที่มากับวัตถุดิบผู้ดูแลคุณภาพร่วมกับฝ่ายจัดซื้อ เทียบรายชื่อวัตถุดิบกับทะเบียนวัตถุดิบในเอกสาร HA-02-02 ว่าตรงกันหรือไม่
ต้องมีทะเบียนแหล่งข้อมูลอ้างอิงผู้ดูแลคุณภาพ สุ่มถามหนึ่งถึงสองรายการว่าข้อมูลนั้นมาจากไหน และขอดูเอกสารต้นทาง
ต้องมีบันทึกการประชุมทีมที่พิจารณาอันตรายผู้จดบันทึกของทีม ใครเข้าร่วมบ้าง และหัวหน้าฝ่ายผลิตอยู่ในที่ประชุมด้วยหรือไม่
เมื่อระบบโตขึ้นแฟ้มเอกสารวิชาการที่อ้างอิงผู้ดูแลคุณภาพ ความเป็นปัจจุบันของเอกสารที่เก็บไว้
ทำตารางเดียวหรือหลายตาราง ตารางวิเคราะห์อันตรายที่โรงงานส่วนใหญ่ใช้เป็นตารางแผ่นเดียวที่ไล่จากซ้ายไปขวา เริ่มจากขั้นตอน ชนิดอันตราย และสาเหตุ ซึ่งเป็นงานของตอนนี้ ต่อด้วยช่องโอกาสเกิด ความรุนแรง และนัยสำคัญ ซึ่งเป็นงานของตอนที่ 7 แล้วจึงเป็นช่องมาตรการควบคุม ซึ่งเป็นงานของตอนที่ 8 แบบฟอร์ม HA-06-01 จึงออกแบบให้ต่อขยายไปทางขวาได้ เมื่อท่านทำตอนถัดไป ท่านจะเติมช่องเพิ่มลงในตารางเดิม ไม่ต้องเริ่มตารางใหม่

แบบฟอร์มที่ตอนนี้ต้องส่งมอบ

งานของขั้นตอนนี้ส่งมอบเป็นแบบฟอร์ม 3 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง

รหัสแบบฟอร์มใช้เป็นหลักฐานเรื่อง
HA-06-01ตารางระบุอันตรายรายขั้นตอน 5 กลุ่มการไล่อันตรายครบทุกขั้นตอนและครบทั้งห้ากลุ่ม
HA-06-02ทะเบียนอันตรายที่มากับวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์อันตรายที่ติดมากับวัตถุดิบแต่ละชนิดก่อนเข้ากระบวนการ
HA-06-03ทะเบียนแหล่งข้อมูลอันตรายที่ใช้อ้างอิงที่มาของข้อมูลที่ทีมใช้ตัดสินว่าอันตรายใดมีอยู่จริง
แจกฟรี · PDF 1 หน้า เช็กด่วน 5 ข้อ: แผน HACCP ของคุณพร้อมให้ผู้ตรวจดูหรือยัง

ครอบคลุมตั้งแต่แผนภูมิกระบวนการจนถึงการทบทวนแผน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากขั้นไหน

ดาวน์โหลด PDF → ต้องการแบบฟอร์ม Word ครบทั้ง 57 ฉบับ · ชุดแบบฟอร์ม HACCP ฉบับเต็ม 1,290 บาท

แบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex หรือ มกอช. และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ มาตรฐานไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการจริง และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

ตรวจตัวเองก่อนไปขั้นถัดไป ก่อนไปตอนที่ 7 ทวนห้าข้อนี้

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex, มกอช. หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนงานของตนเอง

ให้เราช่วยได้ วางระบบ HACCP ให้ตรงกับหน้างานจริง และเตรียมคนให้พร้อมก่อนตรวจ

ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำแผน HACCP ได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละขั้นต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ทบทวนแผนที่ทำไว้แล้ว หรืออบรมทีมให้เข้าใจหลักการในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย

สารบัญซีรีส์ HACCP ทั้ง 20 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายขั้นที่ 6 · หลักการที่ 1ของระบบ HACCP ด้วยถ้อยคำของเราเอง โดยอ้างอิงสาระจาก Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 บทที่สอง และมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9024-2564 เรื่องหลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของมาตรฐาน ข้อกำหนดของกฎหมายไทย ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่มาตรฐานกลางกำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) บทที่สอง ระบบ HACCP หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO · สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

คอร์สออนไลน์ · SP Academy เรียน HACCP ออนไลน์ มีใบรับรองรายบุคคล ดูผู้สอนกรอกแบบฟอร์มจริงทีละช่อง

อ้างอิง Codex CXC 1-1969 หลักการ 7 ประการและ 12 ขั้นตอน พร้อมใบงาน Word และข้อสอบก่อน-หลังเรียน จบแล้วได้ใบรับรองที่มีเลขที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ ราคา 1,290 บาท ซื้อเป็นชุดให้ทั้งทีมได้ ใบรับรองออกแยกรายคน

ดูคอร์ส HACCP และคลิปตัวอย่าง → 13 บทเรียน วิดีโอ 1 ชม. 42 น. · ต้องการ GHPs ด้วย ดู หลักสูตรรวม GHPs & HACCP 1,950 บาท
ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · HACCP วางแผน HACCP ให้ผ่านตรวจ และฝึกทีมให้ทบทวนแผนเองได้

แผน HACCP ที่ผู้ตรวจตั้งคำถามบ่อยที่สุดคือแผนที่ลอกแบบมา แล้วอธิบายไม่ได้ว่าทำไมจุดนี้จึงเป็นจุดวิกฤต เรารับตั้งแต่ทบทวนการวิเคราะห์อันตรายและการกำหนดจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม ไปจนถึงฝึกทีม HACCP ให้ทบทวนแผนเองได้ในรอบถัดไป

ดูงานที่ปรึกษา GHPs และ HACCP → หรือดูหลักสูตร อบรมหลักการ HACCP และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCP แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ