เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO, WHO หรือ มกอช. และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับ เอกสารต้นฉบับเปิดอ่านได้จากเว็บไซต์ FAO/WHO และ มกอช.
มีคำถามหนึ่งที่ผู้ตรวจถามได้ภายในสองนาทีแรกของการตรวจ และทำให้เอกสารทั้งเล่มสั่นคลอนได้ คือถามว่าสินค้าตัวนี้ผู้บริโภคต้องนำไปทำให้สุกก่อนหรือรับประทานได้ทันที คำตอบที่ต่างกันสองแบบนี้ นำไปสู่การวิเคราะห์อันตรายคนละชุดโดยสิ้นเชิง
โรงงานที่ผลิตอาหารพร้อมปรุงยังพึ่งความร้อนจากมือผู้บริโภคเป็นด่านสุดท้ายได้ แต่โรงงานที่ผลิตอาหารพร้อมบริโภคไม่มีด่านนั้น ทุกอย่างที่ออกจากประตูโรงงานคือสิ่งที่เข้าปากผู้บริโภคโดยตรง ดังนั้นเมื่อขั้นที่ 2 ตอบไปแล้วว่าผลิตภัณฑ์คืออะไร ขั้นที่ 3 จะตอบว่าผลิตภัณฑ์นั้นถูกใช้อย่างไรและใครเป็นผู้กิน
ขั้นนี้เขียนสั้น ใช้เวลาไม่นาน แต่เป็นขั้นที่ต้องตัดสินใจอย่างระมัดระวังที่สุดขั้นหนึ่ง เพราะสิ่งที่ตัดสินในหน้ากระดาษเดียวนี้จะกำหนดว่าอันตรายใดถือว่ามีนัยสำคัญในขั้นที่ 6 และค่าจำกัดวิกฤตจะเข้มเพียงใดในขั้นที่ 8
- ใบระบุวัตถุประสงค์การใช้ ที่บอกชัดว่าผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคหรือต้องผ่านความร้อนก่อน
- การระบุกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และการพิจารณาว่ามีกลุ่มเปราะบางอยู่ในนั้นหรือไม่
- การระบุการใช้ผิดวิธีที่คาดหมายได้ พร้อมสิ่งที่โรงงานทำเพื่อลดโอกาสนั้น
- ผลการตรวจว่าฉลากที่ใช้อยู่จริงสอดคล้องกับสิ่งที่ระบุไว้ทั้งหมดข้างต้น
พร้อมบริโภคหรือไม่ คือคำถามแรกและเป็นคำถามที่หนักที่สุด
Codex CXC 1-1969 บทที่สอง และ มกษ. 9024-2564 ให้พิจารณาว่าผลิตภัณฑ์จะถูกนำไปใช้อย่างไรตามที่ผู้ผลิตตั้งใจไว้ สาระที่โรงงานต้องนำไปใช้จริงมีสองข้อ คือผลิตภัณฑ์ผ่านขั้นตอนที่ทำลายเชื้อก่อนถึงมือผู้บริโภคหรือไม่ และถ้าไม่ผ่าน มีอะไรมาทดแทนหรือไม่
| ประเภทการใช้ | ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ | ผลต่อการวิเคราะห์อันตรายในขั้นถัดไป |
|---|---|---|
| พร้อมบริโภคทันที ไม่ต้องผ่านความร้อน | สลัดพร้อมทาน ขนมอบ ผลไม้ตัดแต่ง อาหารพร้อมทานแบบเย็น | เชื้อก่อโรคที่หลงเหลือจะไม่มีขั้นตอนใดมากำจัดอีก ขั้นตอนหลังการฆ่าเชื้อจึงมักกลายเป็นจุดวิกฤตในขั้นที่ 7 |
| พร้อมบริโภคหลังอุ่นให้ร้อน | อาหารแช่เยือกแข็งพร้อมอุ่น ซุปบรรจุถุง | ยังต้องระวัง เพราะการอุ่นของผู้บริโภคไม่ใช่ขั้นตอนที่โรงงานควบคุมได้ จึงนำมาใช้เป็นมาตรการควบคุมของโรงงานไม่ได้ |
| ต้องปรุงสุกก่อนบริโภค | เนื้อสัตว์แช่เย็น ไก่สดตัดแต่ง แป้งสำหรับทอด | ความร้อนจากผู้บริโภคลดอันตรายทางจุลชีววิทยาลงได้ แต่ต้องมีข้อความบนฉลากที่ชัดเจน และต้องประเมินการปนเปื้อนข้ามในครัวของผู้บริโภคด้วย |
| เป็นวัตถุดิบของโรงงานอื่น | เนื้อบด ซอสเข้มข้น ผงปรุงรส | ต้องระบุให้ชัดว่าโรงงานปลายทางจะทำอะไรต่อ และแจ้งข้อกำหนดที่โรงงานปลายทางต้องปฏิบัติ เช่น อุณหภูมิและเวลาการให้ความร้อน |
กลุ่มผู้บริโภคเปราะบาง เขียนอย่างไรให้ทำได้จริง
มาตรฐานให้พิจารณาว่ากลุ่มผู้บริโภคมีผู้ที่มีความไวต่ออันตรายมากกว่าคนทั่วไปหรือไม่ โรงงานเล็กมักตอบสองแบบสุดขั้ว คือตอบว่าไม่มีกลุ่มเปราะบางเลยเพราะขายคนทั่วไป กับตอบว่ามีทุกกลุ่มเพราะใครก็ซื้อได้ ทั้งสองคำตอบทำให้ขั้นถัดไปทำงานไม่ได้
วิธีที่ใช้ได้จริงคือแยกระหว่างกลุ่มที่โรงงานตั้งใจขายให้ กับกลุ่มที่เข้าถึงสินค้าได้ตามช่องทางจำหน่าย ถ้าโรงงานส่งสินค้าเข้าโรงพยาบาล โรงเรียน หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบางคือกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ต้องยกระดับความเข้มของการควบคุมตามไปด้วย แต่ถ้าขายผ่านร้านค้าปลีกทั่วไป ให้ระบุว่ากลุ่มเป้าหมายคือผู้บริโภคทั่วไป แล้วพิจารณาเป็นรายกลุ่มว่ามีข้อควรระวังใดที่ต้องสื่อสารบนฉลาก
| กลุ่มที่ต้องพิจารณา | สิ่งที่ต้องตัดสินให้ได้ | ถ้าเกี่ยวข้อง ต้องทำอะไรเพิ่ม |
|---|---|---|
| ต้องมีทารกและเด็กเล็ก | ผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบให้เด็กเล็กกินหรือไม่ และมีความเสี่ยงเรื่องขนาดชิ้นที่ทำให้สำลักหรือไม่ | เข้มงวดเรื่องเชื้อก่อโรคเป็นพิเศษ และเพิ่มข้อความเตือนบนฉลาก |
| ต้องมีผู้สูงอายุและผู้ป่วย | สินค้าถูกส่งเข้าสถานพยาบาลหรือสถานดูแลหรือไม่ | ควบคุมอุณหภูมิและอายุการเก็บให้เข้มกว่าปกติ และทบทวนเกณฑ์จุลินทรีย์ที่ยอมรับได้ |
| ต้องมีผู้แพ้อาหาร | สารก่อภูมิแพ้ที่ระบุไว้ใน HA-02-03 ถูกแจ้งบนฉลากครบหรือไม่ | ตรวจข้อความบนฉลากเทียบกับทะเบียนสารก่อภูมิแพ้ทุกครั้งที่เปลี่ยนสูตร |
| ต้องมีหญิงตั้งครรภ์ | ผลิตภัณฑ์อยู่ในกลุ่มที่มีคำแนะนำเฉพาะหรือไม่ เช่น อาหารทะเลดิบ ผลิตภัณฑ์นมไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ | พิจารณาข้อความสื่อสารบนฉลาก และทบทวนความเข้มของมาตรการควบคุม |
| เมื่อระบบโตขึ้นผู้บริโภคที่มีข้อจำกัดทางความเชื่อหรือทางโภชนาการ | มีการกล่าวอ้างบนฉลากที่ต้องมีระบบรองรับหรือไม่ | วางระบบแยกการผลิตและการตามสอบย้อนกลับ ก่อนเริ่มกล่าวอ้าง |
การใช้ผิดวิธีที่คาดหมายได้
ข้อนี้เป็นข้อที่โรงงานเล็กมักเว้นว่างไว้ ทั้งที่ตอบได้ง่ายที่สุด เพราะคำตอบมาจากประสบการณ์ของฝ่ายขายและฝ่ายบริการลูกค้า สิ่งที่ต้องระบุไม่ใช่การใช้ผิดวิธีทุกแบบที่นึกออก แต่คือแบบที่คาดหมายได้ว่าจะเกิดขึ้นจริง และมีผลต่อความปลอดภัย
- เก็บผิดอุณหภูมิ เช่น สินค้าที่ต้องแช่เย็น ถูกวางไว้นอกตู้เย็นระหว่างเดินทางกลับบ้าน หรือผู้ประกอบการรายย่อยวางไว้บนชั้นทั่วไป
- อุ่นไม่ทั่วถึง เช่น อาหารแช่เยือกแข็งชิ้นหนา ถูกอุ่นด้วยเวลาที่สั้นกว่าที่ระบุ ทำให้ใจกลางยังไม่ร้อนพอ
- ใช้ต่อหลังเปิดภาชนะนานเกินไป เช่น ซอสบรรจุขวดที่เปิดแล้วเก็บไว้หลายสัปดาห์นอกตู้เย็น
- ใช้ผิดกลุ่มผู้บริโภค เช่น ผู้ปกครองนำอาหารสำหรับผู้ใหญ่มาให้เด็กเล็กกินโดยไม่ได้บดหรือหั่นให้เล็กลง
เมื่อระบุได้แล้ว สิ่งที่โรงงานทำได้มีสามทาง คือแก้ที่ข้อความบนฉลาก แก้ที่บรรจุภัณฑ์ หรือแก้ที่ตัวผลิตภัณฑ์เอง ทางใดทางหนึ่งต้องถูกเลือกและบันทึกไว้ ไม่ใช่แค่ระบุปัญหาแล้วปล่อยผ่าน
ฉลากคือหลักฐานที่ผู้ตรวจใช้ตรวจสอบขั้นนี้
ทุกสิ่งที่ทีมตัดสินในขั้นที่ 3 ต้องปรากฏบนฉลากที่ใช้อยู่จริง ไม่ใช่บนแบบฉลากที่ออกแบบไว้แต่ยังไม่ได้พิมพ์ การตรวจความสอดคล้องนี้ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่เป็นงานที่ช่วยกันปัญหาได้มากที่สุดในขั้นนี้
วิธีตรวจที่เราแนะนำคือหยิบฉลากจริงจากคลังหนึ่งใบ วางคู่กับใบระบุวัตถุประสงค์การใช้ แล้วไล่ทีละบรรทัดว่าข้อความที่จำเป็นมีครบหรือไม่ ทั้งคำแนะนำการเก็บรักษา คำแนะนำวิธีเตรียม การแจ้งสารก่อภูมิแพ้ และคำเตือนสำหรับกลุ่มเฉพาะ หากมีข้อใดขาด ให้บันทึกเป็นรายการแก้ไขพร้อมกำหนดวันแล้วเสร็จ
สิ่งที่มักทำผิดในขั้นนี้
- เขียนว่าต้องปรุงสุกก่อน แต่ฉลากไม่มีคำแนะนำนั้น เป็นความไม่สอดคล้องที่ทำให้ข้อสมมติในการวิเคราะห์อันตรายใช้ไม่ได้ทั้งชุด
- ระบุกลุ่มผู้บริโภคว่าบุคคลทั่วไป ทั้งที่ส่งสินค้าเข้าโรงพยาบาลหรือโรงเรียน ผู้ตรวจเทียบกับรายชื่อลูกค้าแล้วพบทันที
- ไม่ระบุการใช้ผิดวิธีเลย ทั้งที่ฝ่ายบริการลูกค้ามีเรื่องร้องเรียนซ้ำ ๆ เรื่องเดียวกันอยู่แล้ว
- ทำเอกสารขั้นที่ 3 ฉบับเดียวใช้กับทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งที่มีสินค้าพร้อมบริโภคและสินค้าที่ต้องปรุงสุกอยู่ในโรงงานเดียวกัน
- ไม่ทบทวนเมื่อเปลี่ยนช่องทางจำหน่าย เช่น เริ่มขายออนไลน์แล้วสินค้าแช่เย็นเดินทางนานขึ้น แต่เอกสารยังเป็นฉบับที่เขียนไว้สมัยขายหน้าร้านเท่านั้น
เอกสารที่ควรมีเมื่อจบขั้นที่ 3
| เอกสาร | ใครลงนาม | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ต้องมีใบระบุวัตถุประสงค์การใช้และกลุ่มผู้บริโภค | หัวหน้าทีม HACCP เสนอผู้จัดการอนุมัติ | ข้อความเรื่องพร้อมบริโภคหรือไม่ ตรงกับฉลากจริงหรือไม่ |
| ต้องมีตารางกลุ่มผู้บริโภคเปราะบางและข้อควรระวัง | หัวหน้าทีม HACCP | เทียบกับรายชื่อลูกค้าและช่องทางจำหน่ายที่ใช้อยู่ |
| ต้องมีใบตรวจความสอดคล้องของฉลาก | ผู้ดูแลคุณภาพ | ใช้ฉลากฉบับจริงจากคลังหรือใช้แบบร่าง และรายการแก้ไขถูกปิดแล้วหรือไม่ |
| เมื่อระบบโตขึ้นสรุปข้อร้องเรียนที่เกี่ยวกับวิธีใช้ | ฝ่ายบริการลูกค้า | ข้อร้องเรียนซ้ำถูกนำมาปรับข้อความบนฉลากหรือไม่ |
แบบฟอร์มที่ตอนนี้ต้องส่งมอบ
งานของขั้นตอนนี้ส่งมอบเป็นแบบฟอร์ม 3 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| HA-03-01 | ใบระบุวัตถุประสงค์การใช้และกลุ่มผู้บริโภค | ผลิตภัณฑ์ถูกใช้อย่างไรและใครเป็นผู้บริโภค |
| HA-03-02 | ตารางกลุ่มผู้บริโภคเปราะบางและข้อควรระวัง | การพิจารณากลุ่มที่ไวต่ออันตรายมากกว่าคนทั่วไป |
| HA-03-03 | ใบตรวจความสอดคล้องของฉลากกับวัตถุประสงค์การใช้ | ฉลากที่ใช้จริงตรงกับสิ่งที่ระบบระบุไว้ |
ครอบคลุมตั้งแต่แผนภูมิกระบวนการจนถึงการทบทวนแผน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากขั้นไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการแบบฟอร์ม Word ครบทั้ง 57 ฉบับ · ชุดแบบฟอร์ม HACCP ฉบับเต็ม 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex หรือ มกอช. และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ มาตรฐานไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการจริง และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex, มกอช. หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนงานของตนเอง
- ใบระบุวัตถุประสงค์การใช้ระบุชัดว่าผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคหรือต้องผ่านความร้อนก่อน
- กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายตรงกับรายชื่อลูกค้าและช่องทางจำหน่ายที่โรงงานใช้อยู่จริง
- พิจารณากลุ่มเปราะบางครบทุกกลุ่มในตาราง และทุกแถวมีเหตุผลของการตัดสินกำกับไว้
- ระบุการใช้ผิดวิธีที่คาดหมายได้ พร้อมมาตรการอย่างน้อยหนึ่งทางในทุกแถว
- ตรวจฉลากฉบับจริงเทียบกับเอกสารแล้ว และรายการแก้ไขที่พบมีผู้รับผิดชอบพร้อมกำหนดแล้วเสร็จ
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำแผน HACCP ได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละขั้นต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ทบทวนแผนที่ทำไว้แล้ว หรืออบรมทีมให้เข้าใจหลักการในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ HACCP ทั้ง 20 ตอนครบทั้ง 12 ขั้นตอน 7 หลักการ พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ซีรีส์ GHPs revised 2022 ทั้ง 35 ตอนทำ GHPs ให้แน่นก่อน แล้ว HACCP จะทำงานได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรม HACCP 2 วันลงมือทำแผนจริงในห้องอบรม
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายขั้นที่ 3ของระบบ HACCP ด้วยถ้อยคำของเราเอง โดยอ้างอิงสาระจาก Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 บทที่สอง และมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9024-2564 เรื่องหลักการทั่วไปด้านสุขลักษณะอาหาร ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของมาตรฐาน ข้อกำหนดของกฎหมายไทย ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่มาตรฐานกลางกำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) บทที่สอง ระบบ HACCP หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO · สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
