เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 12.3–12.4 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
พนักงานคือสิ่งที่เคลื่อนที่ได้มากที่สุดในโรงงานอาหาร และเป็นพาหะที่นำเชื้อจากห้องสุขา จากขยะ จากวัตถุดิบดิบ และจากภายนอกอาคาร เข้าสู่จุดที่อาหารเปิดโล่งได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที เชื้อก่อโรคทางเดินอาหารหลายชนิดแพร่จากคนสู่อาหารด้วยเส้นทางนี้ ส่วนเส้นผม เศษเล็บปลอม ต่างหู และกระดุมที่หลุด คือสิ่งแปลกปลอมที่พบซ้ำในข้อร้องเรียนของผู้บริโภคทั่วโลก Codex จึงกำหนดข้อ 12.3 ว่าด้วยความสะอาดส่วนบุคคล และข้อ 12.4 ว่าด้วยพฤติกรรมของพนักงาน ไว้เป็นสองข้อต่อเนื่องกัน
ในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทย สิ่งที่พบบ่อยไม่ใช่การไม่มีกฎ แต่เป็นกฎที่เขียนไว้แล้วไม่มีผู้ตรวจก่อนเข้าพื้นที่ หมวกคลุมผมที่สวมแล้วปล่อยผมด้านหน้าออกมา ผ้าปิดปากที่ดึงลงมาไว้ใต้คาง พนักงานชายที่มีหนวดเคราแต่ไม่มีที่คลุมเครา เจลแอลกอฮอล์ที่ถูกนำมาใช้แทนการล้างมือเมื่อออกจากห้องสุขาเพราะเร็วกว่า ถุงมือคู่เดิมที่สวมตั้งแต่เช้าจนเลิกกะโดยไม่เคยเปลี่ยน และแหวนแต่งงานกับนาฬิกาที่ไม่มีใครกล้าขอให้ถอด
สองข้อนี้เป็นข้อที่ผู้ตรวจประเมินได้ด้วยสายตาทันทีที่เดินเข้าพื้นที่ผลิต โดยยังไม่ต้องเปิดแฟ้มเอกสาร และเป็นข้อที่ความสอดคล้องระหว่างกฎที่เขียนไว้กับสิ่งที่เห็นหน้างานสำคัญกว่าความสวยงามของเอกสาร ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 12.3 และข้อ 12.4 คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานขนาดเล็กทำได้จริง พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 12.3–12.4 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 12.3 ความสะอาดส่วนบุคคล กำหนดให้พนักงานรักษาความสะอาดส่วนบุคคลไว้ในระดับสูง และเมื่อเหมาะสม ให้สวมชุดป้องกันที่เหมาะสม สิ่งคลุมศีรษะและเครา รวมถึงรองเท้า ต้องมีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนข้ามที่เกิดจากตัวพนักงาน ด้วยการล้างมืออย่างเพียงพอ และเมื่อจำเป็น ด้วยการสวมถุงมือ โดยหากมีการสวมถุงมือ ต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ถุงมือกลายเป็นแหล่งของการปนเปื้อนเสียเอง
ข้อนี้ระบุต่อไปว่าพนักงานทุกคนรวมถึงผู้ที่สวมถุงมือ ต้องทำความสะอาดมืออย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อความสะอาดส่วนบุคคลอาจส่งผลต่อความปลอดภัยอาหาร และระบุโอกาสที่ต้องล้างมือไว้สี่โอกาส ได้แก่
- เมื่อเริ่มปฏิบัติงานกับอาหาร
- เมื่อกลับเข้าทำงานหลังพัก
- ทันทีหลังใช้ห้องสุขา
- หลังสัมผัสวัสดุที่อาจปนเปื้อน เช่น ของเสีย หรืออาหารดิบที่ยังไม่ผ่านกระบวนการ ในกรณีที่อาจทำให้อาหารอื่นปนเปื้อน
และระบุวิธีการไว้ว่าให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ ล้างออก แล้วทำมือให้แห้งด้วยวิธีที่ไม่ทำให้มือปนเปื้อนซ้ำ พร้อมข้อความที่ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อมือไม่ควรใช้แทนการล้างมือ และควรใช้หลังจากล้างมือแล้วเท่านั้น
ข้อ 12.4 พฤติกรรมของพนักงาน กำหนดว่าขณะปฏิบัติงานกับอาหาร พนักงานต้องละเว้นพฤติกรรมที่อาจทำให้อาหารปนเปื้อน โดยยกตัวอย่างไว้ ได้แก่ การสูบบุหรี่หรือสูบไอระเหย การถ่มน้ำลาย การเคี้ยว รับประทาน หรือดื่ม การสัมผัสปาก จมูก หรือตำแหน่งอื่นที่อาจเป็นแหล่งปนเปื้อน และการจามหรือไอเหนืออาหารที่ไม่มีสิ่งปกคลุม
ข้อนี้ยังระบุว่าของใช้ส่วนตัว เช่น เครื่องประดับ นาฬิกา เข็มกลัด หรือสิ่งของอื่น เช่น เล็บปลอมและขนตาปลอม ไม่ควรสวมใส่หรือนำเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงานกับอาหาร หากสิ่งเหล่านั้นเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 12.3 และข้อ 12.4 ไม่ได้ระบุชื่อเอกสารใดเลย ไม่มีคำว่าระเบียบปฏิบัติ ไม่มีคำว่าแบบตรวจ และไม่ได้ระบุความถี่ของการตรวจหรือระยะเวลาการถูสบู่ สิ่งที่ระบุไว้อย่างชัดเจนกลับเป็นเรื่องที่ตรวจได้ด้วยการสังเกต ได้แก่ โอกาสที่ต้องล้างมือสี่โอกาส การที่ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อมือไม่ใช้แทนการล้างมือ และรายการพฤติกรรมกับของใช้ส่วนตัวที่ต้องละเว้น ผู้ตรวจจึงมักไม่เริ่มจากเอกสาร แต่เริ่มจากการยืนดูทางเข้าพื้นที่ผลิตหนึ่งช่วงเวลา แล้วเทียบสิ่งที่เห็นกับกฎที่โรงงานเขียนไว้ หลักฐานของสองข้อนี้จึงมีหน้าที่หลักคือแสดงว่าโรงงานกำหนดกฎไว้ชัด สอนพนักงานแล้ว และมีผู้ตรวจก่อนเข้าพื้นที่ทุกกะ
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 12.3 และข้อ 12.4 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมีผู้ดูแลระบบ GHPs หนึ่งถึงสองคน และมีหัวหน้ากะเป็นผู้ตรวจหน้างานจริง หลักฐานของสองข้อนี้จึงควรเป็นข้อกำหนดหนึ่งถึงสองแผ่นกับบันทึกการตรวจก่อนเข้าพื้นที่ที่หัวหน้ากะลงชื่อเองได้ ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 12.3–12.4 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ชุดป้องกัน สิ่งคลุมศีรษะและเครา และรองเท้าที่เหมาะสม | ควรมี ข้อกำหนดการแต่งกายหนึ่งแผ่นพร้อมภาพประกอบ ระบุแยกตามพื้นที่ว่าพื้นที่ใดต้องสวมอะไร รวมถึงที่คลุมเคราสำหรับผู้มีหนวดเครา และทะเบียนการจ่ายชุดพร้อมจำนวนชุดต่อคน | เทียบภาพในข้อกำหนดกับพนักงานที่ยืนอยู่จริง · ผมด้านหน้าและติ่งหูโผล่พ้นหมวกหรือไม่ · พนักงานมีชุดสำรองเพียงพอต่อการเปลี่ยนหรือไม่ |
| โอกาสที่ต้องล้างมือ วิธีล้าง และการที่ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อมือไม่ใช้แทนการล้างมือ | ควรมี ข้อกำหนดการล้างมือหนึ่งแผ่น ที่ระบุโอกาสทั้งสี่ตามข้อ 12.3 ขั้นตอนการล้าง วิธีทำมือให้แห้ง และข้อความว่าผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อมือใช้หลังล้างมือเท่านั้น พร้อมติดประกาศที่อ่างทุกจุด | สุ่มถามพนักงานว่าต้องล้างมือเมื่อใดบ้าง · ยืนสังเกตทางออกห้องสุขา · มีจุดใดที่วางเจลแอลกอฮอล์ไว้โดยไม่มีอ่างล้างมือหรือไม่ |
| การใช้ถุงมือและการป้องกันไม่ให้ถุงมือเป็นแหล่งปนเปื้อน | ควรมี ข้อกำหนดการใช้ถุงมือหนึ่งแผ่น ระบุงานที่ต้องสวมถุงมือ ชนิดและสีของถุงมือ โอกาสที่ต้องเปลี่ยน การล้างมือก่อนสวมและหลังถอด และจุดทิ้งถุงมือที่ใช้แล้ว | ถุงมือคู่เดิมที่ใช้ข้ามงานสกปรกกับงานสะอาด · ถุงมือขาดหรือชำรุดที่ยังใช้อยู่ · พนักงานที่สวมถุงมือแล้วเข้าใจว่าไม่ต้องล้างมืออีก |
| พฤติกรรมที่ต้องละเว้น และของใช้ส่วนตัวที่ห้ามนำเข้าพื้นที่ | ควรมี ข้อกำหนดพฤติกรรมและของใช้ส่วนตัวพร้อมบันทึกการตรวจก่อนเข้าพื้นที่ผลิตทุกกะ ครอบคลุมเครื่องประดับ นาฬิกา เข็มกลัด เล็บปลอม ขนตาปลอม การรับประทานและดื่ม พร้อมจุดเก็บของส่วนตัวที่กำหนดไว้ | สังเกตแหวน นาฬิกา และต่างหูที่ยังสวมอยู่ · ขวดน้ำหรืออาหารที่วางในพื้นที่ผลิต · บันทึกการตรวจที่ไม่เคยพบสิ่งผิดปกติเลยตลอดปีมักถูกตั้งคำถาม |
| การยืนยันว่าพนักงานล้างมือถูกวิธีจริง | เมื่อระบบโตขึ้น การประเมินประสิทธิผลการล้างมือด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการหรือด้วยอุปกรณ์ตรวจสอบ ในวันเริ่มต้นให้หัวหน้ากะสุ่มสังเกตการล้างมือของพนักงานสองถึงสามคนต่อสัปดาห์ แล้วบันทึกสิ่งที่พบไว้ท้ายบันทึกการตรวจก่อนเข้าพื้นที่ | เดินตามพนักงานจากห้องสุขากลับเข้าพื้นที่ผลิต · โรงงานเคยพบว่าใครล้างมือไม่ถูกวิธีและทำอย่างไรต่อ |
| การควบคุมชุดสะอาดและชุดที่ใช้แล้ว | เมื่อระบบโตขึ้น ระบบซักชุดโดยผู้รับจ้างพร้อมข้อกำหนดการซักและบันทึกการตรวจสภาพชุด ในวันเริ่มต้นให้กำหนดความถี่การเปลี่ยนชุด จุดแขวนชุดสะอาด และจุดทิ้งชุดที่ใช้แล้วให้แยกกันอย่างชัดเจน | ชุดทำงานที่สวมกลับบ้าน · ชุดสกปรกกองรวมกับชุดสะอาดในห้องเปลี่ยนชุด |
| การกำกับดูแลพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง | เมื่อระบบโตขึ้น ระบบบันทึกการฝ่าฝืนรายบุคคลพร้อมมาตรการทางวินัยที่กำหนดเป็นขั้น ในวันเริ่มต้นให้บันทึกสิ่งที่พบและการแก้ไขไว้ในบันทึกการตรวจก่อนเข้าพื้นที่ แล้วสรุปปัญหาที่พบซ้ำเข้าการประชุมพนักงาน | สิ่งที่พบซ้ำในบันทึกได้รับการแก้ที่ต้นเหตุหรือไม่ เช่น ไม่มีที่เก็บเครื่องประดับ หรือไม่มีที่คลุมเคราให้เบิก |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- แบ่งพื้นที่ของโรงงานตามระดับความเสี่ยงก่อน ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs ระบุว่าพื้นที่ใดมีอาหารเปิดโล่ง พื้นที่ใดเป็นพื้นที่บรรจุที่ปิดแล้ว และพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ทั่วไป เพราะข้อกำหนดการแต่งกายและการใช้ถุงมือควรต่างกันตามพื้นที่ ไม่ควรใช้กฎเดียวกันทั้งโรงงาน
- เขียนข้อกำหนดการแต่งกายหนึ่งแผ่นพร้อมภาพประกอบ ระบุชุด หมวกคลุมผม ที่คลุมเครา ผ้าปิดปาก และรองเท้าที่ต้องใช้ในแต่ละพื้นที่ กำหนดจำนวนชุดต่อคนและความถี่ในการเปลี่ยน แล้วติดประกาศที่หน้าห้องเปลี่ยนชุด
- เขียนข้อกำหนดการล้างมือให้ตรงกับโอกาสทั้งสี่ตามข้อ 12.3 คือเมื่อเริ่มปฏิบัติงานกับอาหาร เมื่อกลับจากพัก ทันทีหลังใช้ห้องสุขา และหลังสัมผัสของเสียหรืออาหารดิบ พร้อมระบุให้ล้างด้วยสบู่และน้ำแล้วทำมือให้แห้ง และระบุว่าเจลแอลกอฮอล์ใช้หลังล้างมือแล้วเท่านั้น ติดประกาศที่อ่างทุกจุด
- กำหนดการใช้ถุงมือเฉพาะงานที่จำเป็น ระบุงานที่ต้องสวม ชนิดและสีที่มองเห็นได้ชัดหากปนลงในอาหาร โอกาสที่ต้องเปลี่ยนถุงมือ เช่น เมื่อขาด เมื่อเปลี่ยนงาน และเมื่อกลับจากพัก พร้อมกำหนดให้ล้างมือก่อนสวมและหลังถอดทุกครั้ง
- เขียนข้อกำหนดพฤติกรรมและของใช้ส่วนตัวหนึ่งแผ่น ตามรายการที่ข้อ 12.4 ระบุไว้ แล้วเพิ่มสิ่งที่พบจริงในโรงงานของท่าน พร้อมจัดตู้หรือชั้นเก็บของส่วนตัวไว้นอกพื้นที่ผลิต เพราะกฎที่ห้ามโดยไม่มีที่เก็บให้มักไม่ได้รับการปฏิบัติ
- กำหนดผู้ตรวจก่อนเข้าพื้นที่ผลิตทุกกะ ให้หัวหน้ากะยืนตรวจที่จุดเข้าพื้นที่ ตรวจการแต่งกาย เล็บ เครื่องประดับ และสภาพมือ แล้วลงชื่อจริงในบันทึก โดยบันทึกสิ่งที่พบและการแก้ไข ไม่ใช่ทำเครื่องหมายว่าผ่านทุกช่องทุกวัน
- สอนงานพนักงานทุกคนและพนักงานใหม่ทุกรายก่อนเริ่มงาน ด้วยการสาธิตการล้างมือและการสวมชุดจริง ไม่ใช่การอ่านเอกสารให้ฟัง แล้วบันทึกวันที่ ผู้สอน และรายชื่อผู้เข้าอบรมไว้
- สรุปสิ่งที่พบซ้ำเข้าการประชุมพนักงานและการทบทวนประจำปี ที่เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานรับทราบ หากพบว่าพนักงานไม่สวมที่คลุมเคราซ้ำหลายครั้ง ให้ตรวจก่อนว่ามีที่คลุมเคราให้เบิกเพียงพอหรือไม่ แล้วจึงแก้ที่ต้นเหตุ
ใช้เจลแอลกอฮอล์แทนการล้างมือหลังออกจากห้องสุขา — ข้อ 12.3 ระบุอย่างชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อมือไม่ควรใช้แทนการล้างมือ และควรใช้หลังจากล้างมือแล้วเท่านั้น การวางเจลไว้ที่ทางออกห้องสุขาโดยไม่มีอ่างล้างมือจึงมักถูกตั้งข้อสังเกตทันที
เข้าใจว่าสวมถุงมือแล้วไม่ต้องล้างมือ — ข้อ 12.3 ระบุว่าพนักงานรวมถึงผู้ที่สวมถุงมือต้องทำความสะอาดมืออย่างสม่ำเสมอ และถุงมือที่ใช้ข้ามงานสกปรกกับงานสะอาดกลายเป็นแหล่งปนเปื้อนได้เช่นเดียวกับมือเปล่า
ไม่มีที่คลุมเคราให้พนักงานชายที่ไว้หนวดเครา — ข้อ 12.3 กล่าวถึงสิ่งคลุมศีรษะและเคราไว้ด้วยกัน โรงงานจำนวนมากจัดหมวกคลุมผมครบแต่ไม่เคยเบิกที่คลุมเคราเข้ามาเลย
ข้อกำหนดที่ห้ามสวมเครื่องประดับแต่ไม่มีตู้เก็บของส่วนตัว — พนักงานจึงเลือกสวมติดตัวไว้ ปัญหานี้แก้ด้วยการจัดที่เก็บได้ผลกว่าการตักเตือน
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น ทำแบบประเมินพฤติกรรมรายบุคคลรายสัปดาห์และระบบใบเตือนสามขั้น ทั้งที่ยังไม่มีผู้ตรวจยืนที่จุดเข้าพื้นที่ในแต่ละกะ — สองข้อนี้แก้ด้วยการมีคนตรวจจริงหน้างานได้ผลกว่าการเพิ่มแบบฟอร์ม
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-12.3-01 | ข้อกำหนดการแต่งกายและทะเบียนการจ่ายชุดป้องกัน | ข้อ 12.3 ชุดป้องกัน สิ่งคลุมศีรษะและเครา และรองเท้า |
| GHP-12.3-02 | ข้อกำหนดการล้างมือและป้ายติดที่อ่าง | ข้อ 12.3 โอกาสที่ต้องล้างมือ วิธีล้าง และการใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อมือ |
| GHP-12.3-03 | ข้อกำหนดการใช้ถุงมือและการควบคุมถุงมือ | ข้อ 12.3 การสวมถุงมือเมื่อจำเป็นและการป้องกันไม่ให้ถุงมือเป็นแหล่งปนเปื้อน |
| GHP-12.3-04 | ข้อกำหนดพฤติกรรมกับของใช้ส่วนตัว และบันทึกการตรวจก่อนเข้าพื้นที่ผลิต | ข้อ 12.4 พฤติกรรมที่ต้องละเว้นและของใช้ส่วนตัวที่ห้ามนำเข้าพื้นที่ |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- ข้อกำหนดการแต่งกายระบุแยกตามพื้นที่และมีภาพประกอบ พร้อมที่คลุมเคราสำหรับพนักงานที่ไว้หนวดเครา
- ป้ายการล้างมือที่อ่างทุกจุดระบุโอกาสทั้งสี่ตามข้อ 12.3 และระบุว่าผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อมือใช้หลังล้างมือแล้วเท่านั้น
- ไม่มีจุดใดที่วางเจลแอลกอฮอล์ไว้แทนอ่างล้างมือ โดยเฉพาะที่ทางออกห้องสุขา
- ข้อกำหนดการใช้ถุงมือระบุโอกาสที่ต้องเปลี่ยน และพนักงานเข้าใจว่าการสวมถุงมือไม่ทดแทนการล้างมือ
- มีตู้หรือชั้นเก็บของส่วนตัวนอกพื้นที่ผลิตเพียงพอ และไม่พบเครื่องประดับ นาฬิกา หรือขวดน้ำในพื้นที่ผลิตขณะนี้
- บันทึกการตรวจก่อนเข้าพื้นที่ผลิตมีชื่อผู้ตรวจจริงและมีสิ่งที่พบ ไม่ใช่เครื่องหมายผ่านทุกช่องทุกกะ
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 12.3–12.4 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
