ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
GHPs revised 2022 · Codex CXC 1-1969 · ตอนที่ 12/35 · ข้อ 10.3–10.4

ข้อ 10.3–10.4 การสอนงาน การกำกับดูแล และการฝึกอบรมทบทวน โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
GHPs revised 2022 · ตอนที่ 12 — พิสูจน์ว่าการอบรมได้ผล ไม่ใช่เพียงว่าจัดแล้ว

8 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ ทำ GHPs ให้ผ่านตรวจด้วยตัวเอง ไปกับ SP · GHPs revised 2022 · ตอนที่ 12 จาก 35 · ข้อ 10.3–10.4 ของ Codex CXC 1-1969 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 10.3–10.4 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO

ความรู้ที่ได้จากการอบรมมีอายุสั้นกว่าที่โรงงานส่วนใหญ่คาดไว้ พนักงานที่ผ่านการอบรมเรื่องการล้างมือเมื่อต้นปี อาจกลับไปทำตามความเคยชินเดิมภายในไม่กี่สัปดาห์ หากไม่มีผู้ใดสังเกตและเตือน และเมื่อโรงงานเปลี่ยนสูตร เปลี่ยนเครื่องจักร หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ความรู้ที่เคยสอนไว้ก็อาจไม่ครอบคลุมวิธีทำงานที่เปลี่ยนไป อันตรายที่ข้อนี้ป้องกันจึงไม่ใช่การไม่รู้ตั้งแต่ต้น แต่คือการรู้แล้วค่อย ๆ เลิกทำ และการที่ระบบเปลี่ยนไปแต่คนยังทำแบบเดิม Codex จึงกำหนดข้อ 10.3 ว่าด้วยการสอนงานและการกำกับดูแล และข้อ 10.4 ว่าด้วยการฝึกอบรมทบทวน ต่อจากข้อว่าด้วยโปรแกรมฝึกอบรม

สภาพที่พบบ่อยในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทยคือ มีเอกสารการอบรมครบ แต่ไม่มีหลักฐานว่าการอบรมนั้นได้ผลหรือไม่ หัวหน้ากะทำหน้าที่เร่งงานให้ทันมากกว่าการสังเกตวิธีทำงานของพนักงาน และเมื่อพบว่าพนักงานทำไม่ตรงตามที่กำหนด ก็แก้ด้วยการตักเตือนด้วยวาจาโดยไม่มีการบันทึกและไม่มีการสอนซ้ำ เอกสารวิธีปฏิบัติงานหลายฉบับยังเป็นฉบับเดิมตั้งแต่วันขอการรับรองครั้งแรก ทั้งที่เครื่องจักรและผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปแล้ว และบันทึกการอบรมกระจายอยู่หลายที่จนไม่ทราบว่าพนักงานคนใดเคยเรียนเรื่องใดไปแล้วบ้าง

ตอนนี้จะย่อสาระของข้อ 10.3 และข้อ 10.4 ด้วยถ้อยคำของเรา แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานขนาดเล็กทำได้จริง โดยเน้นการกำกับดูแลที่หน้างานซึ่งหัวหน้ากะทำได้เอง และการทบทวนโปรแกรมฝึกอบรมปีละครั้ง พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม

1. ข้อ 10.3–10.4 กล่าวถึงอะไร

สรุปสาระด้วยถ้อยคำของเรา

ข้อ 10.3 การสอนงานและการกำกับดูแล ระบุว่าประเภทของการสอนงานและการกำกับดูแลที่จำเป็นขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ ลักษณะของกิจกรรม และประเภทของอาหารที่เกี่ยวข้อง โดยผู้จัดการ ผู้ควบคุมงาน และผู้ปฏิบัติงาน ควรมีความรู้ด้านหลักการและวิธีปฏิบัติด้านสุขลักษณะอาหารเพียงพอที่จะระบุสิ่งที่เบี่ยงเบนไปจากที่กำหนดได้ และดำเนินการที่จำเป็นตามความเหมาะสมกับหน้าที่ของตน

ข้อนี้ระบุต่อว่า ควรมีการประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมฝึกอบรมและการสอนงานเป็นระยะ ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลตามปกติและการทวนสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าขั้นตอนต่าง ๆ ได้รับการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติกิจกรรมใดที่ใช้ในการควบคุมอาหาร ควรได้รับการฝึกอบรมอย่างเพียงพอ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสามารถปฏิบัติงานนั้นได้ และตระหนักถึงผลกระทบของงานที่ตนทำต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร

ข้อ 10.4 การฝึกอบรมทบทวน ระบุว่าโปรแกรมฝึกอบรมควรได้รับการทบทวนตามปกติและปรับปรุงให้ทันสมัยเมื่อจำเป็น ควรมีระบบที่ทำให้มั่นใจว่าผู้สัมผัสอาหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร เช่น พนักงานซ่อมบำรุง ยังคงตระหนักถึงขั้นตอนทั้งหมดที่จำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหาร และระบุไว้อย่างชัดเจนว่าควรเก็บบันทึกของกิจกรรมการฝึกอบรมไว้

ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO

สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 10.3 และข้อ 10.4 ไม่ได้ระบุความถี่ของการทบทวน ไม่ได้ระบุว่าการอบรมทบทวนต้องทำทุกกี่ปี และไม่ได้ระบุรูปแบบของการประเมินประสิทธิผล แต่ระบุไว้ชัดเจนสองเรื่อง คือ ควรมีการประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมฝึกอบรมและการสอนงานเป็นระยะ และควรเก็บบันทึกของกิจกรรมการฝึกอบรมไว้ ข้อ 10.4 เป็นหนึ่งในไม่กี่ข้อของหมวดนี้ที่กล่าวถึงบันทึกไว้โดยตรง ผู้ตรวจจึงมักขอดูบันทึกการอบรมย้อนหลังเป็นเรื่องปกติ และคำถามที่ตามมาเสมอคือท่านทราบได้อย่างไรว่าการอบรมที่จัดไปแล้วได้ผล ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบด้วยใบลงชื่อเข้าอบรมเพียงอย่างเดียวไม่ได้

2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร

ข้อ 10.3 และข้อ 10.4 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมีหัวหน้ากะเป็นผู้กำกับดูแลหน้างานจริง และมีผู้ดูแลระบบ GHPs หนึ่งถึงสองคนเป็นผู้เก็บบันทึก หลักฐานของสองข้อนี้จึงควรเป็นบันทึกการสังเกตหน้างานที่หัวหน้ากะทำได้เอง ทะเบียนประวัติการอบรมหนึ่งแผ่นต่อคน และบันทึกการทบทวนโปรแกรมปีละครั้ง ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น

เรื่องที่ข้อ 10.3–10.4 กล่าวถึงหลักฐานที่ควรมีผู้ตรวจมักดูอะไร
ข้อ 10.3 การกำกับดูแลตามปกติ · ความสามารถของผู้จัดการ ผู้ควบคุมงาน และผู้ปฏิบัติงานในการระบุสิ่งที่เบี่ยงเบนและดำเนินการ ควรมี บันทึกการสังเกตการปฏิบัติงานที่หน้างานโดยหัวหน้ากะ ระบุพฤติกรรมที่ต้องดู เช่น การล้างมือตามโอกาสที่กำหนด การแต่งกาย การใช้อุปกรณ์แยกสี สิ่งที่พบ การเตือนหรือสอนซ้ำที่ทำทันที และผู้ที่ต้องติดตามต่อ สุ่มถามหัวหน้ากะว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาพบสิ่งใดผิดปกติและทำอย่างไร · บันทึกที่ระบุว่าไม่พบสิ่งผิดปกติเลยตลอดปีมักถูกตั้งคำถาม
ข้อ 10.3 การประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมฝึกอบรมและการสอนงานเป็นระยะ ควรมี บันทึกการประเมินประสิทธิผลของการอบรม ที่ใช้หลักฐานจากหน้างานประกอบ เช่น ผลการสังเกตการปฏิบัติ ข้อบกพร่องที่พบซ้ำ และข้อร้องเรียน แล้วสรุปว่าหัวข้อใดได้ผล หัวข้อใดต้องสอนซ้ำหรือเปลี่ยนวิธีสอน โรงงานใช้อะไรเป็นเครื่องชี้ว่าการอบรมได้ผล · หัวข้อที่ประเมินแล้วว่าไม่ได้ผลมีการดำเนินการต่อหรือไม่
ข้อ 10.3 ความสามารถของผู้ที่ปฏิบัติกิจกรรมที่ใช้ในการควบคุมอาหาร และการตระหนักถึงผลกระทบของงานที่ตนทำ ควรมี รายชื่อผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานควบคุมอาหารพร้อมหลักฐานการฝึกอบรมและการมอบหมาย เช่น ผู้เฝ้าระวังอุณหภูมิ ผู้ควบคุมการฆ่าเชื้อ ผู้ตรวจรับวัตถุดิบ ผู้ควบคุมการชั่งส่วนผสมที่มีสารก่อภูมิแพ้ พร้อมชื่อผู้ปฏิบัติแทนเมื่อไม่อยู่ วันที่ผู้ปฏิบัติหลักลาหยุด ใครทำแทนและผู้นั้นได้รับการฝึกอบรมหรือไม่ · ผู้ปฏิบัติอธิบายได้หรือไม่ว่างานของตนมีผลต่อความปลอดภัยของอาหารอย่างไร
ข้อ 10.4 การทบทวนและปรับปรุงโปรแกรมฝึกอบรมให้ทันสมัย · การเก็บบันทึกของกิจกรรมการฝึกอบรม ควรมี ทะเบียนประวัติการฝึกอบรมรายบุคคลและบันทึกการทบทวนโปรแกรมประจำปี ทะเบียนแสดงว่าใครเรียนเรื่องใดเมื่อใด ส่วนบันทึกการทบทวนระบุสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในปีที่ผ่านมาและหัวข้อที่ต้องเพิ่มหรือปรับ สุ่มเลือกพนักงานหนึ่งคนแล้วขอดูประวัติการอบรมทั้งหมด · โรงงานเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หรือเครื่องจักรแล้วหลักสูตรเปลี่ยนตามหรือไม่
การประเมินความสามารถอย่างเป็นระบบก่อนมอบหมายงานควบคุมอาหาร เมื่อระบบโตขึ้น เกณฑ์ความสามารถของแต่ละงานควบคุมพร้อมการประเมินและการรับรองความสามารถเป็นลายลักษณ์อักษร ในวันเริ่มต้นให้ใช้การสังเกตการปฏิบัติจริงโดยหัวหน้ากะสามครั้ง แล้วบันทึกว่าผู้นั้นปฏิบัติได้ถูกต้องก่อนมอบหมายงาน ผู้ที่เพิ่งได้รับมอบหมายงานควบคุมเคยถูกประเมินหรือไม่ · ใครเป็นผู้รับรองว่าผู้นั้นทำได้
การประเมินประสิทธิผลด้วยตัวชี้วัดเชิงปริมาณ เมื่อระบบโตขึ้น การติดตามตัวชี้วัด เช่น จำนวนข้อบกพร่องด้านสุขลักษณะต่อรอบตรวจ และผลการตรวจสอบความสะอาดของมือหรือพื้นผิว เพื่อดูแนวโน้มหลังการอบรม ในวันเริ่มต้นให้เปรียบเทียบสิ่งที่พบจากการสังเกตหน้างานก่อนและหลังอบรมในเชิงพรรณนา โรงงานเห็นแนวโน้มหรือไม่ว่าปัญหาเดิมลดลง · ปัญหาเดิมที่พบซ้ำทุกปีมีการเปลี่ยนวิธีแก้หรือไม่
การจัดการเมื่อวิธีปฏิบัติงานเปลี่ยนไป เมื่อระบบโตขึ้น ระบบควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงการแก้ไขเอกสารกับการสอนงานซ้ำโดยอัตโนมัติ ในวันเริ่มต้นให้กำหนดเป็นข้อตกลงว่าทุกครั้งที่แก้ไขวิธีปฏิบัติงาน ต้องชี้แจงผู้เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่กำหนดและบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติการอบรม เอกสารวิธีปฏิบัติงานฉบับล่าสุดกับสิ่งที่พนักงานทำจริงตรงกันหรือไม่ · เมื่อแก้เอกสารแล้วมีการชี้แจงหรือไม่
การรักษาความตระหนักของผู้ที่สัมผัสอาหารทางอ้อมอย่างต่อเนื่อง เมื่อระบบโตขึ้น โปรแกรมทบทวนแยกเฉพาะสำหรับพนักงานซ่อมบำรุงและผู้รับเหมาประจำ พร้อมการประเมิน ในวันเริ่มต้นให้ใช้การชี้แจงก่อนเริ่มงานทุกครั้งที่เข้าพื้นที่ผลิต พร้อมรายการข้อควรปฏิบัติที่ติดไว้หน้าทางเข้า ช่างซ่อมบำรุงที่เข้าพื้นที่ผลิตทราบข้อควรปฏิบัติหรือไม่ · มีการชี้แจงก่อนเริ่มงานจริงหรือเพียงลงชื่อ
สี่รายการนี้เพียงพอสำหรับข้อ 10.3–10.4 ในระดับ GHPs ข้อ 10.3 ระบุเองว่าประเภทของการสอนงานและการกำกับดูแลที่จำเป็นขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ ลักษณะของกิจกรรม และประเภทของอาหาร และ Codex ระบุในหลักการทั่วไปว่าการนำไปใช้ควรเหมาะสมกับลักษณะของอาหารและขนาดของธุรกิจ ในมุมของเรา โรงงานที่มีพนักงานไม่กี่สิบคนควรมีเพียงบันทึกการสังเกตการปฏิบัติงานที่หน้างาน บันทึกการประเมินประสิทธิผลของการอบรม รายชื่อผู้ปฏิบัติงานควบคุมอาหารพร้อมผู้ปฏิบัติแทน และทะเบียนประวัติการอบรมรายบุคคลกับบันทึกการทบทวนโปรแกรมประจำปี การสังเกตหน้างานไม่จำเป็นต้องทำทุกวันหรือทุกคน หัวหน้ากะสังเกตสัปดาห์ละไม่กี่ครั้งแล้วบันทึกเฉพาะสิ่งที่พบ ก็เป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักกว่าตารางที่ทำเครื่องหมายผ่านครบทุกช่อง รายการ "เมื่อระบบโตขึ้น" ให้เก็บไว้สำหรับวันที่โรงงานจะขอการรับรอง HACCP หรือมาตรฐานสากล

3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น

  1. กำหนดพฤติกรรมที่หัวหน้ากะต้องสังเกตให้เหลือไม่เกินหกถึงแปดข้อ เลือกจากพฤติกรรมที่มีผลต่อความปลอดภัยของอาหารมากที่สุดในโรงงานของตน เช่น การล้างมือตามโอกาสที่กำหนด การแต่งกาย การใช้อุปกรณ์ตามสีที่กำหนด และการแยกวัตถุดิบที่มีสารก่อภูมิแพ้ รายการที่ยาวเกินไปทำให้ไม่มีผู้ใดใช้จริง
  2. ให้หัวหน้ากะสังเกตและบันทึกเฉพาะสิ่งที่พบ โดยกำหนดความถี่ที่ทำได้จริง เช่น สัปดาห์ละสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบนาที เมื่อพบสิ่งที่เบี่ยงเบนให้เตือนหรือสอนซ้ำทันทีที่หน้างานและบันทึกไว้ ตามที่ข้อ 10.3 ระบุว่าผู้ควบคุมงานควรระบุสิ่งที่เบี่ยงเบนได้และดำเนินการที่จำเป็น
  3. ทำรายชื่อผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานควบคุมอาหาร เช่น ผู้เฝ้าระวังอุณหภูมิ ผู้ตรวจรับวัตถุดิบ ผู้ควบคุมการชั่งส่วนผสมที่มีสารก่อภูมิแพ้ และผู้ควบคุมการทำความสะอาด พร้อมระบุผู้ปฏิบัติแทนเมื่อผู้ปฏิบัติหลักไม่อยู่ และตรวจสอบว่าผู้ปฏิบัติแทนได้รับการฝึกอบรมแล้วเช่นกัน
  4. ชี้แจงให้ผู้ปฏิบัติงานควบคุมทราบว่างานของตนมีผลต่อความปลอดภัยของอาหารอย่างไร เป็นประโยคสั้นที่จดจำได้ เช่น หากบันทึกอุณหภูมิผิดพลาด ผลิตภัณฑ์ทั้งรุ่นอาจต้องถูกกักไว้ เพราะข้อ 10.3 ระบุถึงการตระหนักในผลกระทบของงานที่ตนทำ
  5. จัดทำทะเบียนประวัติการฝึกอบรมรายบุคคลหนึ่งแผ่นต่อคน รวบรวมทุกกิจกรรมไว้ที่เดียว ทั้งการอบรมในห้องประชุม การชี้แจงก่อนเริ่มงาน และการสอนที่หน้างาน เพราะข้อ 10.4 ระบุไว้ชัดว่าควรเก็บบันทึกของกิจกรรมการฝึกอบรม
  6. กำหนดข้อตกลงว่าเมื่อใดต้องสอนซ้ำโดยไม่ต้องรอรอบประจำปี เช่น เมื่อแก้ไขวิธีปฏิบัติงาน เมื่อเปลี่ยนเครื่องจักรหรือสูตร เมื่อพนักงานย้ายตำแหน่ง เมื่อกลับจากการหยุดงานเป็นเวลานาน และเมื่อพบข้อบกพร่องซ้ำจากการสังเกตหน้างาน
  7. ประเมินประสิทธิผลของการอบรมปีละครั้งด้วยหลักฐานจากหน้างาน โดยนำสิ่งที่พบจากการสังเกตการปฏิบัติงาน ข้อบกพร่องที่พบซ้ำ ข้อร้องเรียนจากลูกค้า และผลการตรวจจากภายนอกมาประกอบกัน แล้วสรุปว่าหัวข้อใดได้ผลและหัวข้อใดต้องเปลี่ยนวิธีสอน
  8. ทบทวนโปรแกรมฝึกอบรมและปรับให้ทันสมัยปีละครั้ง โดยตรวจสอบว่าปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงใดที่ทำให้หลักสูตรเดิมไม่ครอบคลุม เช่น ผลิตภัณฑ์ใหม่ วัตถุดิบใหม่ที่มีสารก่อภูมิแพ้ เครื่องจักรใหม่ หรือกฎหมายที่เปลี่ยน แล้วปรับแผนของปีถัดไป
  9. นำผลการประเมินและแผนที่ปรับแล้วเข้าการทบทวนประจำปี ที่เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานรับทราบและอนุมัติทรัพยากร เพื่อให้การอบรมที่จำเป็นได้รับเวลาและงบประมาณจริง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในข้อ 10.3–10.4

ใช้ใบลงชื่อเข้าอบรมเป็นหลักฐานเดียวของประสิทธิผล — ข้อ 10.3 ระบุให้มีการประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมฝึกอบรมและการสอนงานเป็นระยะ ซึ่งต้องอาศัยหลักฐานจากหน้างานประกอบ ไม่ใช่รายชื่อผู้เข้าร่วมเพียงอย่างเดียว

บันทึกการสังเกตหน้างานที่ทำเครื่องหมายผ่านครบทุกช่องตลอดปี — ผู้ตรวจมักมองว่าการสังเกตไม่ได้เกิดขึ้นจริง บันทึกที่ระบุสิ่งที่พบและการสอนซ้ำที่ทำจึงมีน้ำหนักมากกว่า

ผู้ปฏิบัติแทนที่ไม่เคยได้รับการฝึกอบรม — ข้อ 10.3 ระบุว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติกิจกรรมที่ใช้ในการควบคุมอาหารควรได้รับการฝึกอบรมอย่างเพียงพอ ซึ่งครอบคลุมผู้ที่ทำแทนในวันที่ผู้ปฏิบัติหลักไม่อยู่ด้วย

แก้ไขวิธีปฏิบัติงานแล้วไม่ได้ชี้แจงผู้เกี่ยวข้อง — ข้อ 10.4 ระบุให้มีระบบที่ทำให้ผู้สัมผัสอาหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น พนักงานซ่อมบำรุง ยังคงตระหนักถึงขั้นตอนทั้งหมดที่จำเป็น เอกสารที่เปลี่ยนโดยไม่มีการสอนซ้ำจึงทำให้เอกสารกับการปฏิบัติแยกออกจากกัน

สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น ทำแบบสังเกตพฤติกรรมสามสิบข้อสำหรับพนักงานทุกคนทุกวัน — รายการที่ยาวเกินไปทำให้หัวหน้ากะกรอกโดยไม่ได้ดูจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจมองออกได้เร็ว

ในมุมของเรา ข้อ 10.3 และข้อ 10.4 เป็นข้อที่หัวหน้ากะเป็นผู้ตัดสินว่าระบบจะอยู่หรือไม่ โรงงานขนาดเล็กที่ทำสองข้อนี้ได้ดีมักไม่ใช่โรงงานที่มีหลักสูตรมากที่สุด แต่เป็นโรงงานที่หัวหน้ากะสังเกตวิธีทำงานของพนักงานเป็นกิจวัตรและกล้าสอนซ้ำทันทีที่พบสิ่งที่เบี่ยงเบน สิ่งที่เราแนะนำให้ทำก่อนคือย่อรายการพฤติกรรมที่ต้องสังเกตให้สั้นจนหัวหน้ากะใช้ได้จริงในสิบนาที แล้วให้บันทึกเฉพาะสิ่งที่พบพร้อมการสอนซ้ำที่ทำ บันทึกเช่นนี้ทำให้การประเมินประสิทธิผลประจำปีมีข้อมูลจริงให้ใช้ และตอบคำถามของผู้ตรวจได้โดยไม่ต้องเพิ่มเอกสารอีกเลย

แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี

หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง

รหัสแบบฟอร์มใช้เป็นหลักฐานเรื่อง
GHP-10.3-01บันทึกการสังเกตการปฏิบัติงานที่หน้างานโดยหัวหน้ากะข้อ 10.3 การกำกับดูแลตามปกติ · การระบุสิ่งที่เบี่ยงเบนและการดำเนินการ
GHP-10.3-02รายชื่อผู้ปฏิบัติงานควบคุมอาหารและผู้ปฏิบัติแทนข้อ 10.3 ความสามารถของผู้ปฏิบัติกิจกรรมที่ใช้ในการควบคุมอาหาร
GHP-10.3-03ทะเบียนประวัติการฝึกอบรมรายบุคคลข้อ 10.4 การเก็บบันทึกของกิจกรรมการฝึกอบรม
GHP-10.3-04บันทึกการประเมินประสิทธิผลและการทบทวนโปรแกรมฝึกอบรมประจำปีข้อ 10.3 การประเมินประสิทธิผลเป็นระยะ · ข้อ 10.4 การทบทวนและปรับปรุงโปรแกรม
แจกฟรี · PDF 1 หน้า เช็กด่วน 5 ข้อ: ระบบ GHPs ของคุณพร้อมให้ผู้ตรวจดูหรือยัง

ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน

ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาท

แบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

ตรวจตัวเองก่อนผู้ตรวจมา ข้อ 10.3–10.4 ของท่านพร้อมเพียงใด — ตรวจสอบหกข้อนี้

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง

ให้เราช่วยได้ วางระบบ GHPs และ HACCP ให้ตรงกับหน้างานจริง และเตรียมคนให้พร้อมก่อนตรวจ

ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย

สารบัญซีรีส์ GHPs revised 2022 ทั้ง 35 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 10.3–10.4 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

คอร์สออนไลน์ · SP Academy ต้องการใบรับรอง GHPs ไว้เป็นหลักฐานการอบรม เรียนออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

บันทึกวิดีโอไว้แล้ว เรียนได้ทุกเวลา ดูซ้ำได้ไม่จำกัดตลอดอายุคอร์ส จบแล้วได้ใบรับรองรายบุคคลที่มีเลขที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ ฝ่ายบุคคลหรือผู้ตรวจเปิดดูเองได้ ราคา 1,290 บาท ซื้อเป็นชุดให้ทั้งทีมได้ ใบรับรองออกแยกรายคน

ดูคอร์สและคลิปตัวอย่าง — เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว → เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว · 9 บทเรียน วิดีโอ 2 ชม. 45 น. · มีคลิปตัวอย่างให้ดูฟรีก่อนตัดสินใจ · จ่ายผ่าน QR พร้อมเพย์แล้วเข้าเรียนได้ทันที ต้องการ HACCP ด้วย ดู หลักสูตรรวม GHPs & HACCP 1,950 บาท

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ