เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 9.2.3 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
การล้างมือเป็นมาตรการควบคุมที่ใช้บ่อยที่สุดและมีต้นทุนต่ำที่สุดในโรงงานอาหาร และเป็นด่านสุดท้ายที่กั้นเชื้อจากมือคนไม่ให้ลงสู่อาหาร เชื้อก่อโรคทางเดินอาหารหลายชนิดแพร่จากคนสู่อาหารผ่านมือที่ไม่ได้ล้างหลังใช้ห้องสุขา และเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยจากอาหารที่พบซ้ำทั่วโลก แต่มาตรการนี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีอ่างอยู่ในตำแหน่งที่พนักงานเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อไปถึงแล้วมีน้ำ มีสบู่ และมีวิธีทำมือให้แห้งพร้อมใช้จริง Codex จึงกำหนดข้อ 9.2.3 ให้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยบุคลากรและห้องสุขาไว้อย่างเพียงพอ
ในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทย สิ่งที่พบบ่อยไม่ใช่การไม่มีอ่างล้างมือ แต่เป็นความไม่ต่อเนื่อง สบู่หมดตอนบ่ายแล้วไม่มีใครทราบว่าของสำรองเก็บไว้ที่ใด ผ้าเช็ดมือผืนเดียวแขวนไว้ให้ทุกคนใช้ร่วมกัน เซนเซอร์ก๊อกเสียแล้วพนักงานเลี่ยงไปใช้อ่างอื่นโดยไม่แจ้ง ห้องเปลี่ยนชุดถูกใช้เก็บกล่องบรรจุภัณฑ์เพราะไม่มีที่เก็บอื่น และประตูรับของด้านหลังซึ่งพนักงานเข้าออกทุกวันกลับไม่มีจุดล้างมือเลย
ข้อนี้เป็นข้อสั้นที่สุดข้อหนึ่งในหมวด 9 แต่สร้างข้อสังเกตได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับความยาวของถ้อยคำ เพราะผู้ตรวจเดินผ่านและทดลองใช้ได้ทันทีที่เข้าโรงงาน ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 9.2.3 คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่เน้นความพร้อมใช้ตลอดเวลาทำงานมากกว่าปริมาณเอกสาร พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 9.2.3 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 9.2.3 สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยบุคลากรและห้องสุขา กำหนดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการล้างและห้องสุขาอย่างเพียงพอ เพื่อให้พนักงานรักษาความสะอาดส่วนบุคคลได้ในระดับที่เหมาะสม และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พนักงานทำให้อาหารปนเปื้อน สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ควรตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และไม่ควรถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การเก็บอาหารหรือเก็บสิ่งของที่สัมผัสอาหาร
ข้อนี้ระบุองค์ประกอบที่ควรมีไว้สามเรื่อง ได้แก่
- วิธีการล้างมือและทำมือให้แห้งอย่างเพียงพอ ซึ่งรวมถึงสบู่โดยควรเป็นสบู่เหลว อ่างล้างมือ และเมื่อเหมาะสม ควรมีน้ำร้อนกับน้ำเย็น หรือน้ำที่ควบคุมอุณหภูมิได้อย่างเหมาะสม
- อ่างล้างมือที่ออกแบบอย่างถูกสุขลักษณะ โดยควรเป็นแบบที่ก๊อกไม่ต้องเปิดด้วยมือ และหากทำไม่ได้ ให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อลดการปนเปื้อนจากก๊อก
- ห้องเปลี่ยนชุดที่เหมาะสมสำหรับพนักงาน เมื่อจำเป็น
และปิดท้ายด้วยข้อกำหนดที่ชัดเจนว่าอ่างล้างมือไม่ควรถูกใช้ล้างอาหารหรือล้างภาชนะอุปกรณ์
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 9.2.3 ไม่ได้ระบุจำนวนอ่างต่อจำนวนพนักงาน ไม่ได้ระบุระยะทางสูงสุดจากจุดปฏิบัติงาน และไม่ได้ระบุอุณหภูมิของน้ำ ใช้เพียงถ้อยคำว่าเพียงพอ เหมาะสม และเมื่อจำเป็น ตัวเลขที่พบในมาตรฐานต่าง ๆ มักมาจากกฎหมายของแต่ละประเทศหรือข้อกำหนดของหน่วยรับรอง ไม่ใช่จาก Codex ผู้ตรวจจึงมักไม่ถามหาตัวเลข แต่ถามว่าพนักงานที่ทำงานอยู่จุดนั้นต้องเดินไกลเพียงใดจึงจะล้างมือได้ และเมื่อไปถึงแล้วมีสิ่งของครบพร้อมใช้หรือไม่ ข้อนี้จึงเป็นข้อที่ความสม่ำเสมอของการเติมและการตรวจสำคัญกว่าปริมาณเอกสาร
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 9.2.3 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมีผู้ดูแลระบบ GHPs หนึ่งถึงสองคน และมีหัวหน้างานเป็นผู้ดูแลหน้างานจริง หลักฐานของข้อนี้จึงควรเป็นทะเบียนหนึ่งแผ่นกับบันทึกประจำกะที่หัวหน้างานลงชื่อเองได้ ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 9.2.3 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ความเพียงพอและตำแหน่งที่เหมาะสมของสิ่งอำนวยความสะดวก | ควรมี ทะเบียนจุดล้างมือ ห้องสุขา และห้องเปลี่ยนชุดหนึ่งแผ่น ระบุตำแหน่งในแผนผัง จำนวนพนักงานที่ใช้แต่ละจุด และผลการตรวจว่าทุกทางเข้าพื้นที่ผลิตผ่านจุดล้างมือแล้วหรือยัง รวมถึงประตูรับของและทางเข้าของช่างซ่อมบำรุง | ยืนที่จุดปฏิบัติงานแล้วถามว่าจะไปล้างมือที่ใด แล้วเดินตามไปดูระยะทางจริง · มีทางเข้าใดที่ไม่ผ่านจุดล้างมือหรือไม่ |
| สบู่ วิธีทำมือให้แห้ง และความพร้อมใช้ตลอดเวลาทำงาน | ควรมี บันทึกการตรวจความพร้อมใช้เมื่อเริ่มกะ ครอบคลุมน้ำ สบู่ วัสดุทำมือให้แห้ง ภาชนะรองรับ และความสะอาดของห้องสุขา พร้อมชื่อผู้ตรวจ และการกำหนดปริมาณสำรองขั้นต่ำที่ต้องมีที่หน้างาน | กดสบู่ที่อ่างจริงระหว่างเดินตรวจ · กระดาษเช็ดมือหมดหรือไม่ · บันทึกที่ระบุว่าครบทุกจุดทุกวันตลอดปีมักถูกตั้งคำถาม |
| ห้ามใช้อ่างล้างมือล้างอาหารหรือภาชนะ และห้ามใช้ห้องสุขาหรือห้องเปลี่ยนชุดเก็บสิ่งของอื่น | ควรมี ป้ายกำกับการใช้งานที่อ่างทุกจุดและข้อกำหนดห้ามเก็บอาหาร ภาชนะ หรือวัสดุบรรจุในห้องสุขาและห้องเปลี่ยนชุด พร้อมบันทึกผลการตรวจตามรอบ | พบภาชนะ ผัก หรือเครื่องมือในอ่างล้างมือ · เปิดตู้และมุมห้องสุขาดูว่ามีการเก็บของอื่นหรือไม่ |
| อ่างล้างมือที่ก๊อกไม่ต้องเปิดด้วยมือ | ควรมี ทะเบียนชนิดก๊อกของทุกอ่าง และกรณีที่ยังเป็นก๊อกหมุนด้วยมือ ต้องระบุมาตรการลดการปนเปื้อนจากก๊อกพร้อมวัสดุที่ต้องมีประจำจุด เช่น กระดาษเช็ดมือสำหรับปิดก๊อกหลังล้าง | ทดลองใช้ก๊อกจริง · เซนเซอร์ที่เสียแล้วไม่มีผู้แจ้ง · มาตรการทดแทนที่ระบุไว้แต่ไม่มีวัสดุรองรับที่หน้างาน |
| เกณฑ์ความเพียงพอที่เป็นตัวเลข | เมื่อระบบโตขึ้น เกณฑ์จำนวนอ่างต่อจำนวนพนักงานและระยะทางสูงสุดที่กำหนดไว้เป็นเอกสารพร้อมที่มา ในวันเริ่มต้นให้ยืนที่จุดปฏิบัติงานแต่ละจุดแล้วตรวจว่าเดินถึงอ่างที่ใกล้ที่สุดได้ในระยะที่สมเหตุสมผล และบันทึกผลไว้ท้ายทะเบียน | จุดที่มีพนักงานหนาแน่นแต่มีอ่างเดียว · โรงงานอธิบายที่มาของเกณฑ์ที่ใช้ได้หรือไม่ |
| การยืนยันว่าพนักงานล้างมือจริงและถูกวิธี | เมื่อระบบโตขึ้น บันทึกการสังเกตพฤติกรรมการล้างมือแยกตามโอกาสที่ต้องล้าง ในวันเริ่มต้นให้สุ่มสังเกตแล้วบันทึกสิ่งที่พบไว้ในบันทึกการประชุมพนักงาน พร้อมชี้แจงซ้ำในการประชุมครั้งถัดไป | สุ่มถามพนักงานว่าต้องล้างมือเมื่อใดบ้าง · เดินตามพนักงานจากห้องสุขากลับเข้าพื้นที่ผลิต |
| น้ำร้อนหรือน้ำที่ควบคุมอุณหภูมิได้ที่จุดล้างมือ | เมื่อระบบโตขึ้น ระบบจ่ายน้ำอุ่นถึงจุดล้างมือพร้อมบันทึกอุณหภูมิ ในวันเริ่มต้นให้ใช้น้ำที่มีอยู่ บันทึกเหตุผลของการเลือกไว้ในทะเบียน และตรวจว่ามีน้ำไหลและแรงดันเพียงพอทุกกะ | เปิดก๊อกทดสอบว่ามีน้ำจริงและแรงดันเพียงพอ · จุดที่ระบุว่าจ่ายน้ำอุ่นมีน้ำอุ่นจริงหรือไม่ |
| ห้องเปลี่ยนชุดที่เหมาะสม | เมื่อระบบโตขึ้น ตู้เก็บของรายบุคคลและการแบ่งโซนสะอาดกับโซนทั่วไปในห้องเปลี่ยนชุด ในวันเริ่มต้นให้แยกที่แขวนชุดทำงานออกจากที่เก็บเสื้อผ้าส่วนตัว และแยกจุดทิ้งชุดที่ใช้แล้วออกจากชุดสะอาด | ชุดทำงานแขวนปนกับเสื้อผ้าส่วนตัวหรือไม่ · ชุดสกปรกกองรวมกับชุดสะอาดหรือไม่ |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- ทำทะเบียนจุดล้างมือ ห้องสุขา และห้องเปลี่ยนชุดหนึ่งแผ่น ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs เดินสำรวจและลงตำแหน่งทุกจุดในแผนผัง ระบุชนิดก๊อก วิธีทำมือให้แห้ง และจำนวนพนักงานที่ใช้แต่ละจุดในกะที่มีคนมากที่สุด
- ตรวจสอบทุกทางเข้าพื้นที่ผลิต รวมถึงทางที่ใช้เฉพาะบางเวลา เช่น ประตูรับของ ทางเข้าของช่างซ่อมบำรุง และประตูด้านหลังที่พนักงานใช้ประจำ แล้วยืนยันว่าทุกทางมีจุดล้างมืออยู่ในตำแหน่งที่เลี่ยงไม่ได้ หากมีทางใดไม่มี ให้ติดตั้งเพิ่มหรือปิดการใช้ทางนั้นสำหรับการเข้าพื้นที่ผลิต
- ติดป้ายกำกับการใช้งานที่อ่างทุกจุด โดยระบุชัดว่าเป็นอ่างล้างมือเท่านั้น พร้อมภาพขั้นตอนการล้างมือและข้อความห้ามล้างอาหารหรือภาชนะ ป้ายควรมีทั้งข้อความและภาพเพื่อให้พนักงานทุกกลุ่มเข้าใจตรงกัน
- ระบุชนิดก๊อกของทุกอ่างและกำหนดมาตรการทดแทน สำหรับอ่างที่ยังเปิดด้วยมือ ให้เขียนมาตรการไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและจัดวัสดุที่จำเป็นไว้ที่จุดนั้นจริง แล้วจัดลำดับให้อ่างในพื้นที่ที่อาหารเปิดโล่งได้รับการเปลี่ยนก่อนเมื่อมีงบประมาณ
- จัดระบบสำรองวัสดุสิ้นเปลืองที่หน้างาน ได้แก่ สบู่เหลว กระดาษเช็ดมือ และถุงรองภาชนะ กำหนดปริมาณสำรองขั้นต่ำที่ต้องมีในแต่ละจุด ผู้รับผิดชอบเติม และช่องทางแจ้งเมื่อของหมดระหว่างกะพร้อมเวลาตอบสนองที่กำหนด
- จัดห้องเปลี่ยนชุดให้แยกชุดทำงานออกจากชุดส่วนตัว กำหนดจุดแขวนชุดสะอาดและจุดทิ้งชุดที่ใช้แล้วให้แยกกัน แล้วย้ายสิ่งของอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องสุขาและห้องเปลี่ยนชุดให้หมด
- ให้หัวหน้างานตรวจความพร้อมใช้เมื่อเริ่มกะและลงชื่อจริง ครอบคลุมน้ำ สบู่ วัสดุทำมือให้แห้ง ภาชนะรองรับ สภาพก๊อก และความสะอาดของห้องสุขา โดยบันทึกสิ่งที่พบและเวลาที่แก้ไขเสร็จ ไม่ใช่ทำเครื่องหมายว่าครบทุกช่องทุกวัน
- สรุปปัญหาที่พบซ้ำเข้าการประชุมพนักงานและการทบทวนประจำปีที่เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานรับทราบ หากจุดใดมีสบู่หมดบ่อยหรือก๊อกเสียซ้ำ ให้แก้ที่ต้นเหตุ เช่น เพิ่มปริมาณสำรองหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ แทนการตักเตือนพนักงานเพียงอย่างเดียว
อ่างล้างมือที่ไม่มีสบู่หรือกระดาษเช็ดมือในเวลาปฏิบัติงานจริง — เป็นข้อบกพร่องที่พบบ่อยที่สุดของข้อนี้ และมักขัดแย้งกับบันทึกที่ระบุว่าตรวจครบทุกวัน ซึ่งทำให้บันทึกทั้งฉบับถูกตั้งคำถาม
อ่างล้างมือที่มีภาชนะ ผัก หรือเครื่องมือแช่อยู่ — ข้อ 9.2.3 ระบุอย่างชัดเจนว่าอ่างล้างมือไม่ควรใช้ล้างอาหารหรือภาชนะอุปกรณ์
ห้องสุขาหรือห้องเปลี่ยนชุดที่ถูกใช้เก็บวัสดุบรรจุหรือน้ำยาทำความสะอาด — ข้อ 9.2.3 ระบุว่าสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ไม่ควรถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การเก็บอาหารหรือสิ่งของที่สัมผัสอาหาร
ผ้าเช็ดมือที่ใช้ร่วมกันหลายคน — ทำให้การล้างมือไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เพราะผ้าที่ชื้นและใช้ซ้ำกลายเป็นแหล่งสะสมของจุลินทรีย์เสียเอง
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น ทำแบบสังเกตพฤติกรรมการล้างมือรายบุคคลทุกสัปดาห์และตารางเติมสบู่รายชั่วโมง ทั้งที่ยังไม่ได้กำหนดว่าของสำรองเก็บไว้ที่ใดและใครเป็นผู้เติม — ข้อนี้แก้ด้วยการจัดของที่หน้างานได้ผลกว่าการเพิ่มแบบฟอร์ม
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-9.2.3-01 | ทะเบียนจุดล้างมือ ห้องสุขา และห้องเปลี่ยนชุด | ความเพียงพอและตำแหน่งของสิ่งอำนวยความสะดวก · การตรวจทุกทางเข้าพื้นที่ผลิต |
| GHP-9.2.3-02 | บันทึกการตรวจความพร้อมใช้ประจำกะและการทำความสะอาดห้องสุขา | สบู่ วัสดุทำมือให้แห้ง น้ำ และความสะอาดพร้อมใช้ตลอดเวลาทำงาน |
| GHP-9.2.3-03 | ป้ายกำกับการใช้งานที่อ่างและข้อกำหนดห้ามใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น | ข้อ 9.2.3 อ่างล้างมือไม่ใช้ล้างอาหารหรือภาชนะ · ห้ามเก็บของในห้องสุขา |
| GHP-9.2.3-04 | ทะเบียนชนิดก๊อกและมาตรการลดการปนเปื้อนจากก๊อก | ข้อ 9.2.3 อ่างล้างมือที่ออกแบบอย่างถูกสุขลักษณะ |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- ทุกทางเข้าพื้นที่ผลิตผ่านจุดล้างมือที่เลี่ยงไม่ได้ รวมถึงประตูรับของและทางเข้าของช่างซ่อมบำรุง
- อ่างล้างมือทุกจุดมีสบู่และวัสดุทำมือให้แห้งพร้อมใช้ในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงในบันทึก
- ไม่พบภาชนะ อาหาร หรือเครื่องมือในอ่างล้างมือ และมีป้ายกำกับการใช้งานที่อ่างทุกจุด
- ทราบว่าอ่างจุดใดยังเป็นก๊อกที่เปิดด้วยมือ และมีมาตรการทดแทนพร้อมวัสดุที่จุดนั้นจริง
- ไม่มีการเก็บอาหาร ภาชนะ หรือวัสดุบรรจุในห้องสุขาและห้องเปลี่ยนชุด
- ห้องเปลี่ยนชุดแยกการเก็บชุดทำงานออกจากชุดส่วนตัว และแยกชุดสะอาดกับชุดที่ใช้แล้ว
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 9.2.3 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
