เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 9.1.1–9.1.2 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
อาคารและผังของโรงงานเป็นสิ่งที่กำหนดล่วงหน้าว่าการปนเปื้อนข้ามจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ก่อนที่เอกสารหรือวิธีปฏิบัติใดจะเริ่มทำงาน เมื่อวัตถุดิบดิบกับผลิตภัณฑ์ที่พร้อมบรรจุต้องใช้ทางเดินเดียวกัน หรือเมื่อถังของเสียถูกหิ้วผ่านโต๊ะบรรจุทุกวัน ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นซ้ำทุกกะโดยไม่ขึ้นกับความตั้งใจของพนักงาน ด้วยเหตุนี้ Codex จึงกำหนดข้อ 9.1.1 เรื่องทำเลที่ตั้ง และข้อ 9.1.2 เรื่องการออกแบบและผัง เพื่อให้ผู้ประกอบการพิจารณาสองเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น คือสิ่งที่อยู่นอกรั้วนำอันตรายเข้ามาหรือไม่ และการเดินของคนกับของภายในอาคารทำให้เกิดการปนเปื้อนข้ามที่จุดใด
โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางในประเทศไทยจำนวนมากเริ่มต้นจากอาคารพาณิชย์ โรงเรือน หรือบ้านที่ปรับปรุงเป็นสถานที่ผลิต แล้วต่อเติมทีละส่วนตามยอดขายที่โตขึ้น ผลที่ได้คือผังที่เกิดจากลำดับการต่อเติม ไม่ใช่จากการออกแบบ ประตูเดียวใช้ทั้งรับวัตถุดิบและส่งสินค้า ห้องเก็บสารเคมีอยู่ติดคลังบรรจุภัณฑ์ และแบบก่อสร้างที่มีอยู่เป็นแบบเมื่อหลายปีก่อนซึ่งไม่ตรงกับสภาพจริงอีกแล้ว เมื่อผู้ตรวจขอดูแผนผัง โรงงานจึงมักไม่มีอะไรจะให้ดู
ข้อสองข้อนี้เป็นข้อที่ผู้ตรวจใช้การเดินโรงงานมากกว่าการอ่านเอกสาร คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ เพื่อนบ้านของโรงงานประกอบกิจการใด และวัตถุดิบกับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเดินสวนทางกันที่จุดใดบ้าง ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 9.1.1 และ 9.1.2 คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กซึ่งมีแผนผังเพียงแผ่นเดียวเป็นศูนย์กลาง พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 9.1.1–9.1.2 กล่าวถึงอะไร
วัตถุประสงค์ของหมวด 9 วางกรอบว่าสถานที่ เครื่องมืออุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ควรได้รับการเลือกทำเล ออกแบบ และก่อสร้างโดยขึ้นกับลักษณะของการดำเนินงานและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปนเปื้อนน้อยที่สุด ผังเอื้อต่อการบำรุงรักษาและการทำความสะอาด พื้นผิวสัมผัสอาหารไม่เป็นพิษ มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเมื่อจำเป็น ป้องกันสัตว์พาหะได้ และมีห้องน้ำห้องสุขาสำหรับพนักงานอย่างเพียงพอ
ข้อ 9.1.1 ทำเลที่ตั้งของสถานประกอบการ ระบุว่าสถานประกอบการด้านอาหารไม่ควรตั้งอยู่ในที่ที่เป็นภัยต่อความปลอดภัยหรือความเหมาะสมของอาหาร และไม่สามารถควบคุมอันตรายได้ด้วยมาตรการที่สมเหตุสมผล ทำเลของสถานประกอบการซึ่งรวมถึงสถานประกอบการชั่วคราวและเคลื่อนที่ ไม่ควรนำอันตรายจากสภาพแวดล้อมที่ควบคุมไม่ได้เข้ามา โดยระบุว่าตามปกติควรตั้งให้ห่างจากพื้นที่สี่ประเภท เว้นแต่จะมีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ ได้แก่ พื้นที่ที่มีมลพิษและกิจกรรมอุตสาหกรรมที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะทำให้อาหารปนเปื้อน · พื้นที่ที่มีน้ำท่วม · พื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดการระบาดของสัตว์พาหะ · และพื้นที่ที่ไม่สามารถกำจัดของเสียทั้งชนิดของแข็งและของเหลวออกได้อย่างมีประสิทธิผล
ข้อ 9.1.2 การออกแบบและผังของสถานประกอบการ กำหนดว่าการออกแบบและผังต้องเอื้อให้บำรุงรักษาและทำความสะอาดได้อย่างเพียงพอ และผังของสถานที่กับการไหลของการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงการเคลื่อนที่ของพนักงานและของวัสดุภายในอาคาร ต้องเป็นไปในลักษณะที่ลดหรือป้องกันการปนเปื้อนข้าม โดยระบุเพิ่มว่าพื้นที่ที่มีระดับการควบคุมด้านสุขลักษณะต่างกัน เช่น พื้นที่วัตถุดิบกับพื้นที่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ควรแยกออกจากกันเพื่อลดการปนเปื้อนข้าม ด้วยมาตรการอย่างการแยกทางกายภาพเช่นผนังหรือฉากกั้น การแยกด้วยตำแหน่งเช่นระยะห่าง การจัดทิศทางการสัญจร เช่น ให้การผลิตไหลไปทางเดียว การจัดการทิศทางของอากาศ หรือการแยกด้วยเวลา โดยมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่เหมาะสมระหว่างการใช้งานแต่ละครั้ง
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 9.1.1 ไม่ได้ห้ามตั้งโรงงานใกล้พื้นที่ที่กล่าวถึงโดยเด็ดขาด แต่ใช้ถ้อยคำว่าตามปกติควรตั้งให้ห่าง เว้นแต่จะมีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ โรงงานที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เกษตร ตลาด หรือพื้นที่น้ำท่วมจึงตอบข้อนี้ได้ หากมีเอกสารแสดงว่าได้พิจารณาอันตรายจากสภาพแวดล้อมและมีมาตรการที่ทำจริง ส่วนข้อ 9.1.2 ระบุทางเลือกในการแยกไว้ห้าวิธี คือ แยกด้วยผนังหรือฉาก แยกด้วยระยะห่าง แยกด้วยทิศทางการสัญจร แยกด้วยทิศทางอากาศ และแยกด้วยเวลา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับโรงงานที่มีพื้นที่จำกัด เพราะการแยกด้วยเวลาพร้อมการทำความสะอาดระหว่างการใช้งาน เป็นทางเลือกหนึ่งที่ข้อ 9.1.2 ระบุไว้ โดยต้องมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่เหมาะสมระหว่างการใช้งานแต่ละครั้ง ส่วนการพิสูจน์ยืนยันว่าวิธีทำความสะอาดได้ผลจริงเป็นข้อแนะนำในมุมของเรา
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 9.1.1 และ 9.1.2 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมักมีอาคารเดียวและผู้ดูแลระบบ GHPs หนึ่งถึงสองคน หลักฐานของสองข้อนี้จึงควรรวมอยู่ที่แผนผังแผ่นเดียวกับเอกสารประกอบไม่กี่แผ่น ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 9.1.1–9.1.2 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| อันตรายจากสภาพแวดล้อมรอบทำเลที่ตั้ง น้ำท่วม สัตว์พาหะ และการกำจัดของเสีย (9.1.1) | ควรมี แบบประเมินสภาพแวดล้อมโดยรอบหนึ่งหน้า ระบุว่าแต่ละทิศมีอะไรอยู่ อันตรายที่อาจเกิด และมาตรการที่ใช้ พร้อมประวัติน้ำท่วมของพื้นที่ และชื่อผู้รับกำจัดของเสีย | เพื่อนบ้านของโรงงานคือกิจการประเภทใด · โรงงานทราบหรือไม่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงรอบพื้นที่ในรอบปีที่ผ่านมา · มาตรการที่ระบุมีอยู่จริงหน้างานหรือไม่ |
| แผนผังสถานประกอบการที่เป็นปัจจุบัน (9.1.2) | ควรมี แผนผังอาคารหนึ่งแผ่นที่ตรงกับสภาพจริง ระบุพื้นที่ทั้งหมด ประตู หน้าต่าง จุดล้างมือ จุดพักของเสีย และห้องเก็บสารเคมี พร้อมวันที่ปรับปรุงล่าสุดและผู้อนุมัติที่มุมแผ่น | แผนผังตรงกับสิ่งที่เห็นจริงหรือไม่ · การต่อเติมหรือย้ายเครื่องจักรครั้งล่าสุดสะท้อนอยู่ในแผนผังหรือยัง |
| การแยกพื้นที่ที่มีระดับการควบคุมสุขลักษณะต่างกัน (9.1.2) | ควรมี การระบายสีแบ่งโซนบนแผนผังแผ่นเดียวกัน เช่น พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ผลิต และพื้นที่หลังลดอันตราย พร้อมเกณฑ์สั้น ๆ หนึ่งถึงสองบรรทัดว่าใช้อะไรตัดสินระดับ | เกณฑ์การจัดระดับมาจากอะไร · พนักงานทราบหรือไม่ว่าตนอยู่โซนใดและข้ามโซนได้อย่างไร |
| การไหลของวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ พนักงาน และของเสีย (9.1.2) | ควรมี เส้นการไหลสี่เส้นบนแผนผังแผ่นเดียวกัน พร้อมตารางจุดตัดที่ระบุว่าแต่ละจุดเสี่ยงต่ออะไร ใช้มาตรการใดจากห้าวิธีที่ข้อ 9.1.2 กล่าวถึง และใครรับผิดชอบ | เส้นทางของถังของเสียและภาชนะสกปรกถูกวาดไว้หรือไม่ · จุดตัดที่พบมีมาตรการที่ทำจริงหรือเพียงเขียนไว้ |
| การแยกด้วยเวลาและการทำความสะอาดระหว่างการใช้งาน (9.1.2) | ควรมี เฉพาะกรณีใช้พื้นที่หรือเครื่องมือร่วมกันระหว่างงานต่างระดับ ต้องมีลำดับการผลิตที่กำหนดไว้ วิธีทำความสะอาดระหว่างงาน และบันทึกการปล่อยพื้นที่ก่อนเริ่มงานถัดไป | ลำดับการผลิตจริงในวันตรวจตรงกับที่กำหนดหรือไม่ · ใครเป็นผู้อนุมัติให้เริ่มงานถัดไปหลังทำความสะอาด |
| ทิศทางอากาศระหว่างพื้นที่ต่างระดับ (9.1.2) | เมื่อระบบโตขึ้น การวัดค่าความดันต่างระหว่างห้องพร้อมบันทึกตามรอบ ในวันเริ่มต้นให้สังเกตทิศทางการไหลของอากาศด้วยวิธีอย่างง่ายที่จุดเชื่อมระหว่างพื้นที่ แล้วบันทึกผลไว้ท้ายตารางจุดตัด | อากาศไหลจากพื้นที่สะอาดกว่าไปยังพื้นที่สะอาดน้อยกว่าหรือกลับกัน · โรงงานเคยตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ |
| การควบคุมฉบับของแผนผัง | เมื่อระบบโตขึ้น ทะเบียนควบคุมฉบับแผนผังหลายชุดพร้อมประวัติการแก้ไข ในวันเริ่มต้นให้มีแผนผังชุดเดียวที่ระบุวันที่ปรับปรุงล่าสุดกับผู้อนุมัติไว้ที่มุมแผ่น และเก็บฉบับก่อนหน้าไว้หนึ่งฉบับ | แผนผังที่ติดอยู่หน้างานกับที่อยู่ในแฟ้มเป็นฉบับเดียวกันหรือไม่ |
| การรักษาผังเมื่อมีงานก่อสร้างหรือต่อเติม | เมื่อระบบโตขึ้น แบบประเมินผลกระทบและใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้รับเหมา ในวันเริ่มต้นให้บันทึกการต่อเติมหรือย้ายเครื่องจักรไว้ในบันทึกการประชุม พร้อมกำหนดว่าต้องทำความสะอาดและปรับแผนผังก่อนเริ่มผลิตใหม่ | งานต่อเติมล่าสุดมีการกั้นพื้นที่ ควบคุมฝุ่น และทำความสะอาดก่อนคืนพื้นที่หรือไม่ |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- วาดแผนผังอาคารฉบับปัจจุบันหนึ่งแผ่น ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs ร่วมกับผู้ดูแลซ่อมบำรุงเดินวัดและวาดใหม่หากแบบเดิมล้าสมัย ระบุพื้นที่ทุกส่วน ประตู หน้าต่าง จุดล้างมือ ห้องสุขา ห้องเก็บสารเคมี และจุดพักของเสีย แล้วลงวันที่และให้เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานลงนามที่มุมแผ่น
- ประเมินสิ่งที่อยู่นอกรั้วตามข้อ 9.1.1 โดยเดินสำรวจรอบโรงงานและใช้ภาพถ่ายทางอากาศประกอบ ระบุกิจการข้างเคียงแต่ละทิศ แหล่งฝุ่น กลิ่น น้ำทิ้ง กองขยะ แหล่งน้ำนิ่ง และประวัติน้ำท่วม แล้วสรุปว่าอันตรายใดควบคุมได้ด้วยมาตรการใด
- ระบายสีแบ่งโซนลงบนแผนผังแผ่นเดียวกัน โดยพิจารณาว่าอาหารสัมผัสสิ่งแวดล้อมโดยตรงหรือไม่ และผ่านขั้นตอนลดอันตรายแล้วหรือยัง โรงงานขนาดเล็กใช้เพียงสามระดับก็เพียงพอ แล้วเขียนเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินไว้หนึ่งถึงสองบรรทัดข้างแผนผัง
- ลากเส้นการไหลสี่เส้นบนแผนผังชุดเดียวกัน ได้แก่ เส้นวัตถุดิบ เส้นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เส้นพนักงาน และเส้นของเสียกับภาชนะสกปรก ใช้สีต่างกัน แล้ววงกลมทุกจุดที่เส้นตัดกันหรือเดินสวนทางกัน
- บันทึกจุดตัดแต่ละจุดลงตารางหนึ่งแผ่น ระบุว่าเสี่ยงต่ออันตรายชนิดใด แล้วเลือกมาตรการจากห้าวิธีที่ข้อ 9.1.2 กล่าวถึง คือแยกด้วยกายภาพ ด้วยระยะห่าง ด้วยทิศทางการสัญจร ด้วยทิศทางอากาศ หรือด้วยเวลา พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและวิธีตรวจสอบว่ามาตรการทำจริง
- กรณีต้องใช้พื้นที่ร่วมกัน ให้เขียนลำดับการผลิตไว้ล่วงหน้า เช่น ผลิตงานที่มีความเสี่ยงต่ำก่อนแล้วจึงผลิตงานที่มีความเสี่ยงสูง หรือแยกวันกัน พร้อมกำหนดวิธีทำความสะอาดระหว่างงานและให้ผู้มีอำนาจลงชื่อปล่อยพื้นที่ก่อนเริ่มงานถัดไปทุกครั้ง
- ทดสอบผังด้วยการเดินตามคนและตามของ ก่อนวันตรวจ ให้เดินตามพนักงานหนึ่งคนตั้งแต่เข้างานจนออก และเดินตามวัตถุดิบหนึ่งรุ่นตั้งแต่รับเข้าจนบรรจุเสร็จ แล้วจดไว้ท้ายตารางจุดตัดว่าเส้นทางจริงต่างจากผังอย่างไร
- ทบทวนแผนผังปีละครั้งและทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ต่อเติม เพิ่มสายผลิต ย้ายเครื่องจักร หรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ โดยบันทึกการเปลี่ยนแปลงไว้ในบันทึกการประชุม และเก็บแผนผังฉบับก่อนหน้าไว้หนึ่งฉบับเพื่อแสดงประวัติ
แผนผังที่ใช้อยู่เป็นแบบก่อสร้างเดิมเมื่อหลายปีก่อน — เมื่อผู้ตรวจเดินแล้วพบผนังหรือเครื่องจักรที่ไม่มีในแบบ ความน่าเชื่อถือของเอกสารทั้งหมวดจะลดลงทันที
แบ่งโซนด้วยสีแต่ไม่มีเกณฑ์กำกับ — เมื่อถูกถามว่าเหตุใดพื้นที่นี้จึงเป็นสีเดียวกับอีกพื้นที่หนึ่งแล้วตอบไม่ได้ ผู้ตรวจมักสรุปว่าการแบ่งโซนไม่ได้มาจากการพิจารณาจริง
ผังการไหลที่ไม่มีเส้นของเสียและภาชนะสกปรก — จุดตัดที่ก่อปัญหามากที่สุดมักเป็นเส้นทางของถังขยะและลังสกปรกซึ่งไม่ถูกวาดลงในผัง
ระบุว่าใช้การแยกด้วยเวลาแต่ไม่มีบันทึกการทำความสะอาดระหว่างงาน — ข้อ 9.1.2 ระบุว่าการแยกด้วยเวลาต้องมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่เหมาะสมระหว่างการใช้งาน หากไม่มีบันทึก มาตรการนี้จะถือว่าไม่ได้ปฏิบัติ
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น ทำแผนผังแยกเป็นแปดแผ่นพร้อมทะเบียนควบคุมฉบับ ทั้งที่อาคารมีห้องผลิตเพียงสองห้อง — แผนผังหลายแผ่นที่ปรับไม่ทันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง สร้างความขัดแย้งในเอกสารมากกว่าประโยชน์ที่ได้
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-9.1.1-01 | แบบประเมินสภาพแวดล้อมโดยรอบสถานประกอบการ | ข้อ 9.1.1 ทำเลที่ตั้ง · อันตรายจากภายนอกและมาตรการควบคุม |
| GHP-9.1.1-02 | แผนผังโรงงานและการกำหนดระดับสุขลักษณะของพื้นที่ | ข้อ 9.1.2 แผนผังที่เป็นปัจจุบัน · การแยกพื้นที่ต่างระดับ |
| GHP-9.1.1-03 | ตารางจุดตัดของการไหลและมาตรการป้องกันการปนเปื้อนข้าม | ข้อ 9.1.2 การไหลของคน วัสดุ ผลิตภัณฑ์ และของเสีย |
| GHP-9.1.1-04 | บันทึกการแยกด้วยเวลาและการปล่อยพื้นที่ก่อนเริ่มงานถัดไป | ข้อ 9.1.2 การแยกด้วยเวลาพร้อมการทำความสะอาดระหว่างการใช้งาน |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- มีแบบประเมินสภาพแวดล้อมโดยรอบโรงงานที่ทบทวนภายในหนึ่งปี ครอบคลุมกิจการข้างเคียง น้ำท่วม สัตว์พาหะ และการกำจัดของเสีย
- แผนผังอาคารเป็นฉบับปัจจุบันและตรงกับสิ่งที่เห็นจริง พร้อมวันที่และผู้อนุมัติที่มุมแผ่น
- แผนผังแผ่นเดียวกันระบายสีแบ่งระดับสุขลักษณะพร้อมเกณฑ์ที่ใช้ตัดสิน ไม่ใช่เพียงการระบายสี
- มีเส้นการไหลครบทั้งวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ พนักงาน และของเสีย และวงจุดที่เส้นทางตัดกันไว้แล้ว
- ทุกจุดตัดมีมาตรการที่ระบุไว้พร้อมผู้รับผิดชอบและวิธีตรวจสอบว่าทำจริง
- กรณีใช้พื้นที่ร่วมกัน มีลำดับการผลิต วิธีทำความสะอาดระหว่างงาน และบันทึกการปล่อยพื้นที่
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 9.1.1–9.1.2 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
