ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
GHPs revised 2022 · Codex CXC 1-1969 · ตอนที่ 2/35 · ข้อ 8.1–8.2

ข้อ 8.1–8.2 การผลิตขั้นต้น โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
GHPs revised 2022 · ตอนที่ 2 — สภาพแวดล้อมของแหล่งวัตถุดิบและการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ

8 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ ทำ GHPs ให้ผ่านตรวจด้วยตัวเอง ไปกับ SP · GHPs revised 2022 · ตอนที่ 2 จาก 35 · ข้อ 8.1–8.2 ของ Codex CXC 1-1969 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 8.1–8.2 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO

อาหารที่โรงงานผลิตออกมา มีจุดเริ่มต้นอยู่ก่อนประตูโรงงานเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแปลงผัก สวนผลไม้ ฟาร์มสัตว์ บ่อเพาะเลี้ยง หรือเรือประมง ช่วงเวลานั้นเรียกว่าการผลิตขั้นต้น และเป็นช่วงที่อันตรายจำนวนมากเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้ตั้งแต่ต้นทาง เชื้อก่อโรคทางเดินอาหารจากมูลสัตว์ที่ปนมากับน้ำที่ใช้รดแปลง สารกำจัดศัตรูพืชที่พ่นใกล้วันเก็บเกี่ยวเกินไป ยาสำหรับสัตว์ที่ยังไม่พ้นระยะหยุดใช้ หรือโลหะหนักในพื้นที่ที่อยู่ท้ายน้ำของโรงงานอุตสาหกรรม ล้วนเป็นอันตรายที่การล้างและการแปรรูปในโรงงานไม่สามารถกำจัดออกได้อีก Codex จึงกำหนดหมวดที่ 8 ไว้เพื่อให้อันตรายกลุ่มนี้ถูกจัดการตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่มารอแก้ที่ปลายทาง

สภาพที่พบบ่อยในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทยคือ วัตถุดิบเกษตรถูกซื้อผ่านตลาดกลางหรือผู้รวบรวม เมื่อถูกถามว่าผักรุ่นนี้มาจากแปลงใด คำตอบที่ได้มักหยุดอยู่ที่ชื่อผู้ขาย ไม่ใช่ชื่อแหล่งผลิต โรงงานจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่าหมวดที่ 8 เป็นเรื่องของฟาร์ม จึงไม่ได้จัดทำเอกสารใดไว้เลย ทั้งที่ผลิตภัณฑ์สุดท้ายเป็นของโรงงานและความรับผิดชอบก็อยู่ที่โรงงาน

ในวันตรวจ ผู้ตรวจส่วนใหญ่ไม่ได้เดินไปดูแปลงหรือบ่อ แต่จะสุ่มวัตถุดิบหนึ่งรายการจากบันทึกรับเข้า แล้วถามย้อนกลับว่าของรุ่นนี้มาจากที่ใด แหล่งนั้นมีความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมอย่างไร และโรงงานได้ทำอะไรไว้บ้าง ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 8.1 และ 8.2 คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางทำได้จริง พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม

1. ข้อ 8.1–8.2 กล่าวถึงอะไร

สรุปสาระด้วยถ้อยคำของเรา

บทนำของหมวด 8 วางกรอบว่าการผลิตขั้นต้นควรได้รับการจัดการให้อาหารปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งานตามที่มุ่งหมาย โดยพิจารณาความเหมาะสมของน้ำที่ใช้เมื่อน้ำนั้นอาจก่ออันตราย เช่น น้ำสำหรับให้น้ำพืชหรือน้ำล้าง · หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่สภาพแวดล้อมเป็นภัยต่อความปลอดภัยอาหาร · ควบคุมสิ่งปนเปื้อน สัตว์พาหะ และโรคของสัตว์และพืชเท่าที่ทำได้ · และใช้วิธีปฏิบัติที่ทำให้ได้อาหารภายใต้สภาพที่ถูกสุขลักษณะ พร้อมทั้งเน้นว่าไม่ใช่ทุกข้อกำหนดจะใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ผู้ประกอบการต้องพิจารณาความเหมาะสมของมาตรการเอง

ข้อ 8.1 การควบคุมสภาพแวดล้อม กำหนดให้ระบุแหล่งที่อาจก่อการปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อม และไม่ควรทำการผลิตขั้นต้นในพื้นที่ที่สิ่งปนเปื้อนจะทำให้อาหารมีระดับสิ่งปนเปื้อนสูงจนยอมรับไม่ได้ ตัวอย่างที่ยกไว้ ได้แก่ พื้นที่ที่มีมลพิษ · พื้นที่ใกล้แหล่งที่ปล่อยกลิ่นเป็นพิษหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจทำให้อาหารมีกลิ่นติด · และพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำที่ปนเปื้อน เช่น จุดปล่อยน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรม หรือน้ำที่ไหลบ่ามาจากพื้นที่เกษตรที่มีสิ่งปฏิกูลหรือสารเคมีตกค้างสูง เว้นแต่จะมีมาตรการที่ลดหรือป้องกันการปนเปื้อนของอาหารได้

ข้อ 8.2 การผลิตที่ถูกสุขลักษณะ ให้พิจารณาผลกระทบที่กิจกรรมในขั้นต้นอาจมีต่อความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหารอยู่เสมอ โดยเฉพาะการชี้จุดในกิจกรรมเหล่านั้นที่มีโอกาสปนเปื้อนสูง แล้วกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อลดหรือขจัดโอกาสนั้น ผู้ผลิตขั้นต้นควรดำเนินมาตรการเท่าที่ทำได้ในสี่เรื่อง ได้แก่ ควบคุมการปนเปื้อนจากดิน น้ำ อาหารสัตว์ ปุ๋ยรวมถึงปุ๋ยจากธรรมชาติ สารกำจัดศัตรูพืช ยาสำหรับสัตว์ และสิ่งอื่นที่ใช้ในการผลิตขั้นต้น · ปกป้องแหล่งอาหารจากการปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูลและสิ่งปนเปื้อนอื่น รวมถึงเชื้อที่ติดต่อจากสัตว์สู่คนผ่านอาหาร · ควบคุมสุขภาพพืชและสัตว์ไม่ให้เป็นภัยต่อสุขภาพมนุษย์ผ่านการบริโภคหรือทำให้ผลิตผลไม่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการเว้นระยะหยุดใช้ยาสัตว์และสารกำจัดศัตรูพืชและการเก็บบันทึกเมื่อเกี่ยวข้อง · และจัดการของเสียกับจัดเก็บสารที่เป็นอันตรายอย่างเหมาะสม

ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO

สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อทั้งสองเขียนโดยมีผู้ผลิตขั้นต้นเป็นผู้ปฏิบัติ ได้แก่ ฟาร์มพืช ฟาร์มปศุสัตว์ ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือผู้จับสัตว์น้ำจากธรรมชาติ และไม่ได้ระบุชื่อเอกสารใดที่โรงงานแปรรูปต้องมี สำหรับโรงงานที่ซื้อวัตถุดิบจากภายนอก บทบาทจึงเปลี่ยนจากผู้ทำเป็นผู้ที่ต้องทราบและต้องมีร่องรอยว่าได้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว ผู้ตรวจจึงดูสองเรื่องเป็นหลัก คือ โรงงานทราบหรือไม่ว่าวัตถุดิบมาจากที่ใด และเมื่อทราบแล้วได้ทำอะไรกับความเสี่ยงที่พบ หากโรงงานมีฟาร์มหรือแปลงของตนเอง หลักฐานทั้งหมดในตารางถัดไปจะกลายเป็นเอกสารที่ท่านจัดทำเองโดยตรง

2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร

ข้อ 8.1 และ 8.2 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมีเจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานเป็นผู้ตัดสินใจ และมีผู้ดูแลระบบ GHPs เพียงหนึ่งถึงสองคน หลักฐานของสองข้อนี้จึงควรอยู่ในระดับที่ทำเสร็จได้ในหนึ่งสัปดาห์ ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง ยังไม่จำเป็นในวันเริ่มต้น และมีสิ่งที่ใช้แทนได้ก่อน

เรื่องที่ข้อ 8.1–8.2 กล่าวถึงหลักฐานที่ควรมีผู้ตรวจมักดูอะไร
ทราบแหล่งที่มาของวัตถุดิบขั้นต้น ควรมี ทะเบียนผู้ส่งมอบและแหล่งวัตถุดิบหนึ่งหน้า ระบุชื่อผู้ขายหรือผู้รวบรวม ชื่อฟาร์มหรือกลุ่มเกษตรกรเท่าที่ทราบ ตำบลหรืออำเภอ ชนิดวัตถุดิบ และช่วงที่รับซื้อ สุ่มวัตถุดิบหนึ่งรายการจากบันทึกรับเข้า แล้วย้อนกลับว่าระบุแหล่งผลิตได้เพียงใด · ทะเบียนเป็นปัจจุบันหรือไม่
ระบุแหล่งปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อมของพื้นที่ผลิตขั้นต้น และมาตรการเมื่อพบความเสี่ยง (8.1) ควรมี แบบประเมินความเสี่ยงของแหล่งวัตถุดิบหนึ่งหน้าต่อหนึ่งแหล่ง ครอบคลุมโรงงานอุตสาหกรรมใกล้เคียง จุดปล่อยน้ำทิ้ง พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก แหล่งกลิ่น และฟาร์มปศุสัตว์ต้นน้ำ พร้อมผลตัดสินว่ารับซื้อหรือไม่ และมาตรการที่กำหนด แบบประเมินระบุสภาพจริงของพื้นที่นั้น หรือเป็นเพียงการทำเครื่องหมายว่าไม่มีความเสี่ยงทุกช่อง · แหล่งที่ประเมินว่าเสี่ยงแล้วยังรับซื้อ มีมาตรการเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่
ควบคุมดิน น้ำ ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช ยาสัตว์ และสุขอนามัยในแปลง (8.2) ควรมี ข้อกำหนดด้านสุขลักษณะสำหรับผู้ส่งมอบหนึ่งหน้า ที่แนบท้ายใบสั่งซื้อ ระบุเรื่องน้ำที่ใช้ ปุ๋ยจากมูลสัตว์ ระยะหยุดใช้สารเคมีและยาสัตว์ การกันสัตว์เข้าแปลง และสุขอนามัยของแรงงานเก็บเกี่ยว พร้อมลายมือชื่อผู้ส่งมอบ ข้อกำหนดถูกสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเพียงบอกกล่าวด้วยวาจา · ผู้ส่งมอบรายล่าสุดลงนามแล้วหรือยัง
ระยะหยุดใช้ยาสัตว์และสารกำจัดศัตรูพืช และการเก็บบันทึกเมื่อเกี่ยวข้อง (8.2) ควรมี บันทึกเอกสารประจำรุ่นที่ขอจากผู้ส่งมอบ ระบุว่ารุ่นใดได้รับหนังสือรับรองการเว้นระยะหยุดใช้ บันทึกการใช้สาร หรือใบรับรองฟาร์มแล้วบ้าง และรุ่นใดยังค้าง พร้อมผู้ติดตาม เปรียบเทียบวันที่ใช้สารกับวันที่เก็บเกี่ยวว่าเว้นระยะครบหรือไม่ · รุ่นที่เอกสารยังไม่ครบ โรงงานทำอย่างไร
การทวนสอบว่ามาตรการต้นทางได้ผล ควรมี แผนสุ่มตรวจวิเคราะห์ประจำปีอย่างย่อ ระบุว่าปีนี้จะส่งตรวจวัตถุดิบใด รายการใด กี่ตัวอย่าง และจะทำอย่างไรเมื่อผลไม่เป็นไปตามเกณฑ์ พร้อมบันทึกผลที่ได้ แผนถูกดำเนินการจริงตามที่เขียนไว้หรือไม่ · ผลที่ไม่ผ่านเคยเกิดขึ้นหรือไม่ และจัดการอย่างไร
การตรวจเยี่ยมแหล่งผลิตขั้นต้น เมื่อระบบโตขึ้น แบบตรวจเยี่ยมฟาร์มเต็มรูปแบบพร้อมภาพถ่ายและการติดตามการแก้ไข ในวันเริ่มต้นให้ไปดูแหล่งที่รับซื้อมากที่สุดเพียงหนึ่งถึงสองแหล่ง แล้วบันทึกสิ่งที่เห็นไว้ท้ายแบบประเมินความเสี่ยง โรงงานเคยไปเห็นสภาพจริงของแหล่งใดบ้าง และเห็นแล้วเปลี่ยนการตัดสินใจหรือไม่
คุณภาพน้ำที่ฟาร์มใช้ เมื่อระบบโตขึ้น ผลตรวจคุณภาพน้ำของฟาร์มตามรอบที่ตกลงกัน ในวันเริ่มต้นให้บันทึกเพียงว่าฟาร์มใช้น้ำจากแหล่งใด เช่น น้ำบาดาล น้ำคลอง หรือน้ำประปา ไว้ในแบบประเมินความเสี่ยง น้ำที่ใช้ล้างผลิตผลก่อนส่งมาเป็นน้ำจากแหล่งใด · โรงงานทราบหรือไม่
การประเมินและพัฒนาผู้ส่งมอบอย่างเป็นระบบ เมื่อระบบโตขึ้น การประเมินผู้ส่งมอบด้วยคะแนนและแผนพัฒนารายราย ในวันเริ่มต้นให้สรุปปัญหาที่พบตอนรับเข้าของแต่ละรายไว้ท้ายทะเบียนผู้ส่งมอบปีละครั้ง แล้วนำเข้าการทบทวนประจำปีของผู้บริหาร ผู้ส่งมอบที่มีปัญหาซ้ำถูกพูดคุยหรือเปลี่ยนหรือไม่ · มีร่องรอยว่าเจ้าของกิจการรับทราบหรือไม่
ห้ารายการนี้เพียงพอสำหรับข้อ 8.1–8.2 ในระดับ GHPs Codex ระบุไว้ตั้งแต่บทนำของหมวด 8 ว่าไม่ใช่ทุกข้อกำหนดจะใช้ได้กับทุกสถานการณ์ และผู้ประกอบการต้องพิจารณาความเหมาะสมของมาตรการเอง ในมุมของเรา โรงงานที่รับซื้อผ่านตลาดกลางหรือผู้รวบรวม ควรมีเพียงทะเบียนผู้ส่งมอบหนึ่งหน้า แบบประเมินความเสี่ยงหน้าละหนึ่งแหล่ง ข้อกำหนดสำหรับผู้ส่งมอบหนึ่งหน้าพร้อมลายมือชื่อ บันทึกเอกสารประจำรุ่นหนึ่งแผ่น และแผนสุ่มตรวจประจำปีหนึ่งแผ่น ทั้งหมดรวมอยู่ในแฟ้มเดียวได้ สิ่งที่ผู้ตรวจต้องการเห็นคือความซื่อตรงของข้อมูล หากยังไม่ทราบแหล่งผลิต ให้บันทึกตามจริงว่ายังไม่ได้รับข้อมูลและระบุว่าชดเชยด้วยการสุ่มตรวจอย่างไร รายการ "เมื่อระบบโตขึ้น" ให้เก็บไว้สำหรับวันที่โรงงานจะขอการรับรอง HACCP หรือมาตรฐานสากล

3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น

  1. คัดรายการวัตถุดิบที่อยู่ในขอบเขตของหมวด 8 ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs ร่วมกับผู้จัดซื้อระบุว่าวัตถุดิบรายการใดเป็นผลิตผลจากการเกษตร ปศุสัตว์ หรือการประมงและเพาะเลี้ยง เพราะเฉพาะกลุ่มนี้ที่ต้องทำเอกสารตามตอนนี้ โรงงานเล็กส่วนใหญ่จะเหลือเพียงสามถึงห้ารายการ
  2. ทำทะเบียนผู้ส่งมอบและแหล่งวัตถุดิบหนึ่งหน้า ลงชื่อผู้ขาย ชื่อฟาร์มหรือกลุ่มเกษตรกรเท่าที่ทราบ ที่ตั้งระดับตำบลหรืออำเภอ และช่วงที่รับซื้อ หากผู้ส่งมอบไม่ให้ข้อมูล ให้บันทึกตามจริงว่ายังไม่ได้รับข้อมูล
  3. ประเมินความเสี่ยงของแต่ละแหล่งด้วยแบบหนึ่งหน้า โดยสอบถามผู้ส่งมอบและใช้แผนที่ประกอบ พิจารณาโรงงานอุตสาหกรรมใกล้เคียง จุดปล่อยน้ำทิ้ง พื้นที่น้ำท่วม แหล่งกลิ่น และฟาร์มปศุสัตว์ต้นน้ำ จัดระดับเป็นสูง กลาง ต่ำ พร้อมเหตุผล แล้วให้เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานลงนามรับทราบ
  4. เขียนข้อกำหนดด้านสุขลักษณะสำหรับผู้ส่งมอบหนึ่งหน้า ให้สั้นและอ่านเข้าใจได้ในหน้าเดียว ครอบคลุมน้ำที่ใช้ ปุ๋ยจากมูลสัตว์ ระยะหยุดใช้สารเคมีและยาสัตว์ การกันสัตว์เข้าแปลง สุขอนามัยของแรงงาน และการแจ้งเหตุผิดปกติ แล้วแนบท้ายใบสั่งซื้อและให้ผู้ส่งมอบลงนามครั้งเดียวต่อฤดูกาล
  5. กำหนดเอกสารที่ต้องมากับของ โดยเลือกเฉพาะที่จำเป็น เช่น หนังสือรับรองการเว้นระยะหยุดใช้ หรือบันทึกการใช้สารของรุ่นนั้น แล้วให้ผู้ตรวจรับวัตถุดิบทำเครื่องหมายในบันทึกแผ่นเดียวว่าได้รับครบหรือยังค้าง พร้อมระบุผู้ติดตาม
  6. วางแผนสุ่มตรวจวิเคราะห์ประจำปีอย่างย่อ เลือกวัตถุดิบที่เสี่ยงที่สุดก่อน ระบุรายการที่ส่งตรวจและจำนวนตัวอย่างที่โรงงานรับภาระได้จริง ทั้งนี้ Codex ไม่ได้กำหนดจำนวนหรือความถี่ไว้ ให้กำหนดเองตามกฎหมายที่ใช้บังคับและข้อกำหนดของลูกค้า พร้อมเขียนไว้ล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไรเมื่อผลไม่ผ่าน
  7. ทบทวนปีละครั้งพร้อมการทบทวนของผู้บริหาร โดยนำปัญหาที่พบตอนรับเข้า ผลวิเคราะห์ และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ เช่น มีโรงงานใหม่มาตั้งใกล้แปลง มาปรับระดับความเสี่ยงและปรับแผนสุ่มตรวจของปีถัดไป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในข้อ 8.1–8.2

ตอบว่าโรงงานไม่เกี่ยวข้องกับหมวด 8 เพราะซื้อวัตถุดิบมาอย่างเดียว — ผู้ตรวจไม่ได้คาดหวังให้โรงงานทำการเกษตรเอง แต่คาดหวังร่องรอยว่าโรงงานทราบความเสี่ยงของแหล่งที่มาและได้ทำบางอย่างไว้

แบบประเมินที่ระบุว่าไม่มีความเสี่ยงทุกข้อทุกราย — การประเมินที่ไม่เคยพบสิ่งใดเลย มักถูกตั้งคำถามว่าได้สอบถามหรือไปเห็นพื้นที่จริงหรือไม่

เก็บเฉพาะใบรับรองมาตรฐานฟาร์มแล้วถือว่าครบ — ใบรับรองเป็นหลักฐานที่ดี แต่ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องระยะหยุดใช้ยาของรุ่นที่ส่งมาจริง ซึ่งข้อ 8.2 กล่าวถึงโดยตรง

ไม่มีเส้นทางเชื่อมจากบันทึกรับเข้าไปยังแหล่งผลิตขั้นต้น — เมื่อผู้ตรวจสุ่มรุ่นหนึ่งแล้วย้อนกลับไม่ถึงแหล่งที่มา หลักฐานอื่นในแฟ้มจะถูกลดน้ำหนักลงทันที

สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น แบบตรวจเยี่ยมฟาร์มสิบกว่าหน้าสำหรับผู้ส่งมอบทุกราย และแผนสุ่มตรวจหลายสิบตัวอย่างต่อปี — ทำไม่ทัน ไม่ได้ใช้ และผู้ตรวจเห็นว่าไม่สอดคล้องกับขนาดโรงงาน

ในมุมของเรา หลักฐานที่ให้ผลคุ้มค่าที่สุดของข้อ 8.1 และ 8.2 สำหรับโรงงานขนาดเล็ก ไม่ใช่การไล่เก็บใบรับรองให้ครบทุกราย แต่คือการประเมินแหล่งวัตถุดิบที่ทำอย่างซื่อตรงและปรับได้เมื่อมีข้อมูลใหม่ โรงงานที่ยอมรับว่าแหล่งใดยังมีข้อมูลไม่ครบ แล้วแสดงให้เห็นว่าชดเชยด้วยการสอบถาม การไปดูของจริง และการสุ่มตรวจที่ถี่ขึ้น มักได้รับการยอมรับมากกว่าโรงงานที่แฟ้มดูสมบูรณ์แต่ตอบไม่ได้ว่าผลิตผลมาจากที่ใด

แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี

หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 5 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง

รหัสแบบฟอร์มใช้เป็นหลักฐานเรื่อง
GHP-8.1-01ทะเบียนผู้ส่งมอบและแหล่งวัตถุดิบขั้นต้นการทราบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ · การย้อนกลับถึงแหล่งผลิต
GHP-8.1-02แบบประเมินความเสี่ยงของแหล่งวัตถุดิบ (หนึ่งหน้าต่อหนึ่งแหล่ง)ข้อ 8.1 การควบคุมสภาพแวดล้อม · การตัดสินใจรับหรือไม่รับแหล่ง
GHP-8.1-03ข้อกำหนดด้านสุขลักษณะสำหรับผู้ส่งมอบและหนังสือรับรองข้อ 8.2 การผลิตที่ถูกสุขลักษณะ · ระยะหยุดใช้ยาและสารเคมี
GHP-8.1-04บันทึกเอกสารประจำรุ่นที่ขอจากผู้ส่งมอบบันทึกการใช้สารเคมีและยาสัตว์ · การติดตามเอกสารที่ยังค้าง
GHP-8.1-05แผนสุ่มตรวจวิเคราะห์ประจำปีและการจัดการเมื่อผลไม่ผ่านการทวนสอบว่ามาตรการต้นทางได้ผล
แจกฟรี · PDF 1 หน้า เช็กด่วน 5 ข้อ: ระบบ GHPs ของคุณพร้อมให้ผู้ตรวจดูหรือยัง

ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน

ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาท

แบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

ตรวจตัวเองก่อนผู้ตรวจมา ข้อ 8.1–8.2 ของท่านพร้อมเพียงใด — ตรวจสอบห้าข้อนี้

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง

ให้เราช่วยได้ วางระบบ GHPs และ HACCP ให้ตรงกับหน้างานจริง และเตรียมคนให้พร้อมก่อนตรวจ

ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย

สารบัญซีรีส์ GHPs revised 2022 ทั้ง 35 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 8.1–8.2 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

คอร์สออนไลน์ · SP Academy ต้องการใบรับรอง GHPs ไว้เป็นหลักฐานการอบรม เรียนออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

บันทึกวิดีโอไว้แล้ว เรียนได้ทุกเวลา ดูซ้ำได้ไม่จำกัดตลอดอายุคอร์ส จบแล้วได้ใบรับรองรายบุคคลที่มีเลขที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ ฝ่ายบุคคลหรือผู้ตรวจเปิดดูเองได้ ราคา 1,290 บาท ซื้อเป็นชุดให้ทั้งทีมได้ ใบรับรองออกแยกรายคน

ดูคอร์สและคลิปตัวอย่าง — เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว → เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว · 9 บทเรียน วิดีโอ 2 ชม. 45 น. · มีคลิปตัวอย่างให้ดูฟรีก่อนตัดสินใจ · จ่ายผ่าน QR พร้อมเพย์แล้วเข้าเรียนได้ทันที ต้องการ HACCP ด้วย ดู หลักสูตรรวม GHPs & HACCP 1,950 บาท

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ