เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 5.1 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
โรงงานอาหารในประเทศไทยส่วนใหญ่รู้จักคำว่า GMP หรือ GHPs ผ่านการตรวจของหน่วยงานรัฐหรือของหน่วยรับรอง แต่จำนวนไม่น้อยยังไม่เคยเปิดอ่านเอกสารต้นทางที่ข้อกำหนดเหล่านั้นอ้างอิง นั่นคือ Codex General Principles of Food Hygiene หรือ CXC 1-1969 ซึ่งฉบับปัจจุบันคือฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 ที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า GHPs revised 2022 ซีรีส์นี้ตั้งใจพาท่านอ่านเอกสารฉบับนั้นทีละข้อ แล้วตอบคำถามเดียวที่โรงงานต้องการคำตอบมากที่สุดก่อนวันตรวจ คือข้อนี้โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ก่อนเข้าข้อ 5.1 — รู้จัก GHPs revised 2022 และซีรีส์นี้
CXC 1-1969 เป็นเอกสารของคณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex Alimentarius Commission) ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดตั้งร่วมกัน เอกสารนี้รับรองครั้งแรกในปี ค.ศ. 1969 และผ่านการปรับปรุงหลายครั้ง โดยหน้าปกของฉบับปัจจุบันระบุว่ามีการปรับปรุงในปี ค.ศ. 1997, 2003, 2020 และ 2022 ฉบับ ค.ศ. 2022 เพิ่มภาคผนวกที่ 4 ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยกำหนดจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในระบบ HACCP ส่วนเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากฉบับเดิมที่โรงงานไทยคุ้นเคย เช่น การให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร การจัดการสารก่อภูมิแพ้ และการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง GHPs กับ HACCP ให้ชัดเจนขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้ตรวจในปัจจุบันถือเป็นความคาดหวังพื้นฐานแล้ว
การปรับปรุงของ Codex ในปี 2020 ที่ใส่เรื่องวัฒนธรรมเข้ามา คือต้นทางที่ทำให้ข้อกำหนดเรื่องนี้กระจายไปยังโครงการรับรองอื่นและมาถึง ISO 9001 ในที่สุด ดู วัฒนธรรมคุณภาพตาม ISO 9001:2026 และแนวทาง ISO 10010:2022
เอกสารแบ่งเป็นสองบท บทที่หนึ่งว่าด้วยหลักปฏิบัติที่ดีด้านสุขลักษณะ (GHPs) ครอบคลุมข้อ 7 ถึงข้อ 15 ตั้งแต่บทนำเรื่องการควบคุมอันตราย การผลิตขั้นต้น สถานประกอบการ การฝึกอบรม การบำรุงรักษาและสุขาภิบาล สุขลักษณะส่วนบุคคล การควบคุมการปฏิบัติงาน ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการขนส่ง บทที่สองว่าด้วยระบบ HACCP ครอบคลุมข้อ 16 ถึงข้อ 19 ส่วนข้อ 1 ถึงข้อ 6 คือบทนำ วัตถุประสงค์ ขอบเขต การนำไปใช้ หลักการทั่วไป และคำนิยาม ซึ่งใช้ร่วมกันทั้งสองบท ซีรีส์นี้จะเดินตามบทที่หนึ่งทั้งหมด และเริ่มจากข้อ 5.1 ซึ่งอยู่ในหลักการทั่วไป เพราะ Codex ระบุไว้ในหลักการทั่วไปว่าโปรแกรมพื้นฐานซึ่งรวมถึง GHPs ที่นำไปใช้อย่างเหมาะสม คือรากฐานของระบบ HACCP ที่มีประสิทธิผล และสำหรับธุรกิจอาหารบางประเภท การนำ GHPs ไปใช้อย่างมีประสิทธิผลก็เพียงพอต่อการจัดการความปลอดภัยอาหารแล้ว
สิ่งที่ผู้อ่านควรทราบก่อนอ่านทุกตอนคือ Codex เขียนเอกสารนี้ให้ใช้ได้กับธุรกิจอาหารทุกประเภทและทุกขนาด จึงใช้ถ้อยคำว่า where necessary และ where appropriate กำกับข้อกำหนดจำนวนมาก และตั้งคำถามหลักให้ผู้ประกอบการตอบเองในทุกกรณีว่า อะไรคือสิ่งจำเป็นและเหมาะสมเพื่อให้อาหารปลอดภัยและเหมาะสมต่อการบริโภค โดยให้ประเมินจากโอกาสเกิดและความรุนแรงของอันตราย นี่คือเหตุผลที่ข้อกำหนดจำนวนมากไม่ระบุตัวเลขตายตัว และเป็นเหตุผลที่โรงงานต้องมีหลักฐานว่าได้คิดและตัดสินใจแล้ว ไม่ใช่เพียงหลักฐานว่าได้ทำตามตัวเลขที่ใครบอกมา กฎหมายไทยว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร รวมถึงมาตรฐานที่หน่วยรับรองใช้ตรวจ ล้วนต่อยอดจากกรอบนี้ แต่อาจกำหนดเงื่อนไขที่เข้มกว่า การปฏิบัติจริงจึงต้องอ่านทั้งสองชั้นประกอบกัน
ทุกตอนของซีรีส์จะมีโครงเดียวกัน คือ ย่อสาระของข้อนั้นด้วยถ้อยคำของเรา แปลงเป็นตารางหลักฐานที่ผู้ตรวจมักขอดู อธิบายขั้นตอนลงมือทำด้วยตนเอง ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจากประสบการณ์ที่ปรึกษา และปิดท้ายด้วยชุดแบบฟอร์มตัวอย่างสำหรับผู้ที่ต้องการนำไปปรับใช้ ซีรีส์นี้เขียนสำหรับโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำ GHPs ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการระบบที่เรียบง่ายและทำได้จริงด้วยคนไม่กี่คน ไม่ใช่ระบบเอกสารระดับมาตรฐานสากลที่โรงงานขนาดใหญ่ใช้ ตัวอย่างแบบฟอร์มเป็นเครื่องมือประกอบ ไม่ใช่สาระหลัก สาระหลักคือความเข้าใจว่าข้อนั้นต้องการอะไร เพราะแบบฟอร์มที่กรอกโดยไม่เข้าใจเหตุผลคือสิ่งที่ผู้ตรวจมองออกได้เร็วที่สุด
ทำไมซีรีส์จึงเริ่มที่ข้อ 5.1
ข้อ 5 ของเอกสารคือหลักการทั่วไปแปดข้อ ซึ่งวางแนวคิดว่าความปลอดภัยอาหารต้องควบคุมด้วยแนวทางป้องกันบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ผู้ประกอบการต้องรู้จักอันตรายของวัตถุดิบ กระบวนการ และสภาพแวดล้อมของตน มาตรการควบคุมที่จำเป็นต้องผ่านการพิสูจน์ยืนยัน ต้องมีการเฝ้าระวัง แก้ไข ทวนสอบ และจัดทำเอกสารตามความเหมาะสม และต้องทบทวนระบบเป็นระยะและเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ หลักการเหล่านี้เป็นแนวคิด ยังไม่ใช่สิ่งที่ตรวจได้โดยตรง แต่ข้อ 5.1 ซึ่งอยู่ถัดมาทันทีคือข้อแรกที่ตรวจได้ เพราะเป็นข้อที่ระบุว่าผู้บริหารต้องแสดงความมุ่งมั่นออกมาอย่างไร และเป็นข้อที่ผู้ตรวจจำนวนมากเริ่มถามตั้งแต่นาทีแรกของการเปิดประชุม โรงงานที่มีเอกสารครบทุกหมวดแต่ตอบข้อนี้ไม่ได้ มักถูกตั้งข้อสังเกตว่าระบบทำงานเพราะคนทำเอกสาร ไม่ใช่เพราะองค์กรตั้งใจให้ทำงาน ซีรีส์จึงเริ่มจากข้อนี้ แล้วข้ามข้อ 6 (คำนิยาม) และข้อ 7 (บทนำเรื่องการควบคุมอันตราย) ไปที่ข้อ 8 ถึงข้อ 15 ซึ่งเป็นข้อกำหนดเชิงปฏิบัติทั้งหมด โดยจะอ้างคำนิยามจากข้อ 6 เมื่อจำเป็นในแต่ละตอน
1. ข้อ 5.1 กล่าวถึงอะไร
ข้อนี้วางหลักว่าระบบสุขลักษณะอาหารจะทำงานได้จริง ต้องตั้งอยู่บนวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารเชิงบวก ซึ่งยอมรับว่าพฤติกรรมของคนมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของอาหาร และระบุองค์ประกอบที่ช่วยสร้างวัฒนธรรมนั้นไว้ห้าด้าน ได้แก่
- ความมุ่งมั่น ของผู้บริหารและพนักงานทุกคนต่อการผลิตและจัดการอาหารให้ปลอดภัย
- ภาวะผู้นำ ที่กำหนดทิศทางที่ถูกต้องและดึงพนักงานทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม
- ความตระหนัก ของพนักงานทุกคนถึงความสำคัญของสุขลักษณะอาหาร
- การสื่อสารที่เปิดเผยและชัดเจน ระหว่างพนักงานทุกระดับ รวมถึงการสื่อสารเมื่อพบสิ่งที่เบี่ยงเบนไปจากที่กำหนด และการสื่อสารสิ่งที่องค์กรคาดหวัง
- ทรัพยากรที่เพียงพอ ให้ระบบสุขลักษณะอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล
จากนั้นข้อนี้ระบุว่าผู้บริหารควรทำให้ระบบสุขลักษณะอาหารที่มีอยู่มีประสิทธิผล ด้วยการดำเนินการหกเรื่อง ได้แก่
- กำหนดหน้าที่ — สื่อสารบทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจให้ชัดเจนทั่วทั้งธุรกิจ
- รักษาระบบ — คงความสมบูรณ์ของระบบไว้เมื่อมีการวางแผนและดำเนินการเปลี่ยนแปลง
- ทวนสอบ — ตรวจสอบว่ามาตรการควบคุมถูกปฏิบัติจริง ใช้ได้ผล และเอกสารเป็นปัจจุบัน
- ฝึกอบรมและกำกับดูแล — จัดให้มีการฝึกอบรมและการควบคุมดูแลพนักงานที่เหมาะสม
- ปฏิบัติตามกฎหมาย — ทำให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
- ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง — ส่งเสริมการปรับปรุงตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดี
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 5.1 ไม่ได้ระบุชื่อเอกสารใดเลย ไม่มีคำว่านโยบาย ไม่มีคำว่าบันทึกการประชุม ผู้ตรวจจึงไม่ได้ตรวจว่ามีเอกสารชื่อนั้นหรือไม่ แต่ตรวจว่าองค์ประกอบทั้งห้าด้านและการดำเนินการทั้งหกเรื่องมีร่องรอยอยู่ในโรงงานจริง บทความนี้จึงแปลงแต่ละเรื่องเป็นหลักฐานที่ผู้ตรวจส่วนใหญ่ยอมรับ ซึ่งเป็นแนวทางจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่รายการบังคับ
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 5.1 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานที่เริ่มทำ GHPs ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีเจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานเป็นผู้ตัดสินใจ และมีคนดูแลระบบเพียงหนึ่งถึงสองคน หลักฐานของข้อนี้จึงไม่ควรมีมากกว่าสี่รายการ ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำและโรงงานขนาดเล็กทำได้ในหนึ่งสัปดาห์ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง ยังไม่จำเป็นในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 5.1 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ความมุ่งมั่นของผู้บริหาร · ภาวะผู้นำ | ควรมี นโยบายความปลอดภัยอาหารหนึ่งหน้า ที่เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานลงนาม ระบุวันที่ และติดประกาศในจุดที่พนักงานเห็นทุกวัน | ผู้ลงนามเป็นผู้ตัดสินใจสูงสุดของโรงงานจริงหรือไม่ · ผู้บริหารอธิบายสาระของนโยบายด้วยตนเองได้หรือไม่ · พนักงานเคยเห็นหรือไม่ |
| บทบาท หน้าที่ และอำนาจชัดเจน · ทรัพยากรบุคคล | ควรมี ผังหน้าที่หนึ่งหน้า ระบุว่าใครดูแล GHPs ใครมีอำนาจสั่งหยุดผลิตหรือกักสินค้า และใครทำหน้าที่แทนเมื่อไม่อยู่ | ถามพนักงานหน้างานว่าหากพบสิ่งผิดปกติจะแจ้งใคร คำตอบต้องตรงกับผัง |
| ความตระหนักของพนักงาน · การสื่อสารที่เปิดเผย · การรายงานสิ่งเบี่ยงเบน | ควรมี บันทึกการประชุมหรือชี้แจงพนักงาน ที่มีหัวข้อความปลอดภัยอาหารเป็นประจำ เช่น ประชุมเช้ารายสัปดาห์ พร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วมและปัญหาที่พนักงานแจ้ง | บันทึกมีเรื่องที่พนักงานรายงานจริงและมีการตอบสนอง · สุ่มถามพนักงานว่าเหตุใดจึงต้องล้างมือหรือสวมหมวก |
| ทรัพยากรที่เพียงพอ · ทวนสอบระบบ · การฝึกอบรม · กฎหมาย · ปรับปรุงต่อเนื่อง | ควรมี บันทึกการทบทวนประจำปีโดยผู้บริหารหนึ่งถึงสองหน้า สรุปว่าปีที่ผ่านมามีปัญหาอะไร ผลตรวจเป็นอย่างไร กฎหมายที่เกี่ยวข้องมีอะไรเปลี่ยน จะฝึกอบรมเรื่องใด และผู้บริหารจะให้ทรัพยากรอะไรในปีหน้า | บันทึกมีการตัดสินใจและผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงรายชื่อผู้เข้าประชุม · สิ่งที่ตกลงว่าจะทำเมื่อปีก่อน ทำแล้วหรือไม่ |
| รักษาความสมบูรณ์ของระบบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง | เมื่อระบบโตขึ้น แบบประเมินผลกระทบก่อนเปลี่ยนสินค้า วัตถุดิบ เครื่องจักร หรือผัง ในวันเริ่มต้นให้บันทึกการเปลี่ยนแปลงสำคัญไว้ในบันทึกการประชุมและบันทึกการทบทวนประจำปีก็เพียงพอ | เลือกการเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่เห็นในโรงงาน แล้วถามว่าได้ทบทวนวิธีทำงานและสอนพนักงานหรือไม่ |
| ภาวะผู้นำที่กำหนดทิศทาง | เมื่อระบบโตขึ้น เป้าหมายประจำปีที่วัดได้ เช่น จำนวนข้อร้องเรียน ร้อยละพนักงานที่ผ่านการอบรม ในวันเริ่มต้นให้ระบุเป้าหมายสั้น ๆ หนึ่งถึงสองข้อไว้ท้ายนโยบายได้ | เป้าหมายผูกกับความปลอดภัยอาหาร ไม่ใช่เฉพาะยอดผลิต |
| เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง | เมื่อระบบโตขึ้น ทะเบียนกฎหมายแยกเล่ม ในวันเริ่มต้นให้ระบุชื่อประกาศที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ของท่านไว้ในบันทึกการทบทวนประจำปี พร้อมชื่อผู้ติดตาม | โรงงานทราบหรือไม่ว่าประกาศฉบับใดใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์ของตน |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานเขียนนโยบายด้วยตนเองหนึ่งหน้า ระบุว่าโรงงานมุ่งมั่นผลิตอาหารที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎหมาย ให้คนและงบประมาณที่จำเป็น และรับฟังปัญหาจากพนักงาน ผู้ดูแลระบบช่วยร่างได้ แต่ผู้บริหารต้องอ่าน แก้ และอธิบายเนื้อหาได้ด้วยตนเอง เพราะผู้ตรวจอาจขอให้อธิบายด้วยปากเปล่า
- ทำผังหน้าที่หนึ่งหน้า ใส่ชื่อจริงของผู้รับผิดชอบ GHPs ผู้มีอำนาจสั่งหยุดผลิตหรือกักสินค้า และผู้ทำหน้าที่แทน โรงงานเล็กที่คนเดียวทำหลายหน้าที่ให้ระบุตามจริง
- ติดประกาศนโยบายและผังหน้าที่ ในจุดที่พนักงานผ่านทุกวัน แล้วชี้แจงในการประชุมครั้งแรก บันทึกวันที่และรายชื่อผู้เข้าร่วม
- กำหนดการประชุมหรือชี้แจงพนักงานเป็นประจำ เช่น สัปดาห์ละครั้งก่อนเริ่มงานสิบนาที มีหัวข้อความปลอดภัยอาหารทุกครั้ง และเปิดให้พนักงานแจ้งปัญหา บันทึกไว้ในสมุดเล่มเดียวพร้อมว่าใครจะแก้และแก้เมื่อไร
- ทบทวนประจำปีโดยผู้บริหาร ปีละครั้ง ใช้แบบฟอร์มหนึ่งถึงสองหน้า สรุปปัญหา ผลตรวจ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง แผนอบรม และทรัพยากรที่จะให้ในปีหน้า ลงนามโดยผู้บริหาร
- ทวนสอบด้วยการสัมภาษณ์ ก่อนวันตรวจ สุ่มถามพนักงานสามคนว่านโยบายพูดถึงอะไร พบปัญหาแล้วแจ้งใคร และเหตุใดจึงต้องล้างมือ หากตอบไม่ได้ ให้ชี้แจงซ้ำในการประชุมครั้งถัดไป
นโยบายที่คัดลอกจากโรงงานอื่นหรือจากอินเทอร์เน็ต แล้วผู้บริหารอธิบายไม่ได้ — ผู้ตรวจมักถามผู้บริหารโดยตรง
นโยบายที่ลงนามโดยผู้ดูแลระบบ — ข้อนี้ต้องการความมุ่งมั่นของผู้บริหาร ผู้ลงนามจึงควรเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงาน
ผังหน้าที่ที่ระบุตำแหน่งซึ่งไม่มีตัวบุคคลจริง — โรงงานเล็กให้ระบุชื่อคนตามจริง แม้คนเดียวจะรับหลายหน้าที่
สมุดบันทึกการประชุมที่ว่างเปล่าหลายเดือน หรือไม่มีปัญหาจากพนักงานเลยตลอดปี — ผู้ตรวจมักมองว่าช่องทางสื่อสารไม่ได้ใช้จริง ไม่ใช่ว่าไม่มีปัญหา
สร้างเอกสารระดับมาตรฐานสากลตั้งแต่วันแรก เช่น ทะเบียนกฎหมายหลายสิบรายการ ตัวชี้วัดสิบข้อ — ทำไม่ทัน ไม่ได้ใช้ และผู้ตรวจเห็นว่าไม่สอดคล้องกับขนาดโรงงาน
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-5.1-01 | นโยบายความปลอดภัยอาหารและบันทึกการชี้แจง | ความมุ่งมั่นของผู้บริหาร · การสื่อสารนโยบาย |
| GHP-5.1-02 | ผังหน้าที่และอำนาจด้านความปลอดภัยอาหาร | บทบาท หน้าที่ อำนาจ · ผู้ทำหน้าที่แทน |
| GHP-5.1-03 | บันทึกการประชุมพนักงานและการรายงานปัญหา | ความตระหนัก · การสื่อสารที่เปิดเผย · การรายงานสิ่งเบี่ยงเบน |
| GHP-5.1-04 | บันทึกการทบทวนประจำปีโดยผู้บริหาร | ทรัพยากร · การทวนสอบระบบ · การฝึกอบรม · กฎหมาย · การปรับปรุง |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- นโยบายความปลอดภัยอาหารลงนามโดยเจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงาน ติดประกาศแล้ว และผู้ลงนามอธิบายเนื้อหาได้ด้วยตนเอง
- ผังหน้าที่ระบุชื่อบุคคลจริง พร้อมผู้มีอำนาจสั่งหยุดผลิตหรือกักสินค้า และผู้ทำหน้าที่แทน
- สมุดบันทึกการประชุมพนักงานมีรายการต่อเนื่อง และมีเรื่องที่พนักงานแจ้งพร้อมการแก้ไข
- บันทึกการทบทวนประจำปีครั้งล่าสุดมีสิ่งที่ตัดสินใจ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเสร็จ ไม่ใช่เพียงรายชื่อผู้เข้าประชุม
- สุ่มถามพนักงานสามคนแล้ว ว่าทราบนโยบาย ทราบว่าพบปัญหาแจ้งใคร และอธิบายเหตุผลของการล้างมือได้
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 5.1 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
