เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง
สามหัวข้อนี้ไม่ใช่ข้อกำหนดพื้นฐาน (fundamental requirement) แต่เป็นหัวข้อที่สร้างข้อบกพร่อง (non-conformity) ได้ทั่วทั้งเล่ม เพราะทุกหมวดที่เหลือพิสูจน์ตัวเองด้วยเอกสารและบันทึกที่ควบคุมตามข้อ 3.1 ถึง 3.3
ในทางปฏิบัติ ท่านไม่ได้ถูกตรวจว่ามีคู่มือหนาเท่าไร แต่ถูกตรวจว่าคนที่ต้องใช้เอกสารหยิบฉบับที่ถูกต้องได้หรือไม่ บันทึกที่กรอกไว้เป็นของจริงหรือไม่ และเก็บไว้นานพอที่จะตามเรื่องย้อนหลังได้จริงหรือไม่
ตอนนี้ไล่ทั้งหกข้อย่อยพร้อมประเด็นที่แนวทางตีความเน้นไว้ โดยเฉพาะการแก้ไขบันทึก การเก็บบันทึกในระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการคิดระยะเวลาเก็บจากอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์
1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้
หัวข้อ 3.1 ต้องการให้กระบวนการและขั้นตอนการทำงานที่ทำให้สถานที่ผลิตเป็นไปตามมาตรฐานถูกจัดทำเป็นเอกสาร เพื่อให้นำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิผลและสม่ำเสมอ ใช้ฝึกอบรมได้ และใช้แสดงความรอบคอบระมัดระวังในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย มาตรฐานหลายข้อระบุไว้ตรง ๆ ว่าต้องมีขั้นตอนการทำงานที่เป็นเอกสาร ส่วนข้ออื่นแม้ไม่ได้ระบุ สถานที่ผลิตก็ยังต้องพิสูจน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียภายนอกได้ว่ามีระบบรองรับอยู่จริง
หัวข้อ 3.2 ต้องการระบบควบคุมเอกสารที่ทำให้เอกสารที่หมุนเวียนใช้งานอยู่เป็นฉบับที่ถูกต้องเท่านั้น ครอบคลุมถึงแบบฟอร์มบันทึกด้วย ส่วน หัวข้อ 3.3 ต้องการบันทึกที่เป็นของจริง ซึ่งแสดงได้ว่าความปลอดภัย ความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ถูกควบคุมอย่างได้ผล บันทึกคือข้อมูลที่เป็นหลักฐานถาวรของเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว จึงต้องดูแลให้ยังใช้เป็นหลักฐานได้เมื่อถูกเรียกดู
สามหัวข้อนี้ไม่ได้ถูกกำกับเป็นข้อกำหนดพื้นฐาน แต่มีน้ำหนักมากกว่าที่ตัวเลขข้อบ่งบอก เพราะเอกสารสำคัญที่พบว่าใช้งานอยู่ในวันตรวจโดยที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ หรือไม่ใช่ฉบับล่าสุด สามารถกลายเป็นข้อบกพร่องได้ทันที และข้อบกพร่องแบบนั้นมักไม่ได้เกิดขึ้นข้อเดียว เพราะเอกสารฉบับผิดที่หมุนเวียนอยู่ จะพาข้อบกพร่องไปโผล่ในหมวดที่ใช้เอกสารนั้นด้วย
2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้
ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้
| ข้อ | เรื่อง | ตรวจที่ | เกี่ยวกับใคร |
|---|---|---|---|
| 3.1.1 | รวบรวมขั้นตอนการทำงานไว้เป็นคู่มือ | เอกสาร | ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับหัวหน้าทุกฝ่ายที่เป็นเจ้าของขั้นตอนการทำงาน |
| 3.1.2 | นำคู่มือไปใช้จริงและพร้อมใช้สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง | เอกสาร | ฝ่ายประกันคุณภาพ หัวหน้างานทุกกะ และพนักงานที่ต้องใช้เอกสารตามหน้าที่ |
| 3.1.3 | ขั้นตอนการทำงานที่อ่านออก ชัดเจน และใช้ภาษาที่เหมาะสม | ทั้งสอง | ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และหัวหน้างานที่ควบคุมพนักงานต่างชาติ |
| 3.2.1 | ขั้นตอนการควบคุมเอกสารและการเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ | เอกสาร | ผู้ควบคุมเอกสาร ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และผู้ดูแลระบบสารสนเทศ |
| 3.3.1 | การกรอก การแก้ไข และการเก็บบันทึกให้ยังใช้เป็นหลักฐานได้ | เอกสาร | พนักงานผู้กรอกบันทึก หัวหน้างานผู้ทวนสอบ และ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 3.3.2 | ระยะเวลาเก็บรักษาบันทึกที่อิงอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์ | เอกสาร | ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และผู้ดูแลคลังเอกสาร |
รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS
3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร
3.1.1รวบรวมขั้นตอนการทำงานไว้เป็นคู่มือ
ขั้นตอนการทำงาน วิธีปฏิบัติ และแนวปฏิบัติของสถานที่ผลิต ต้องถูกรวบรวมไว้ในรูปของคู่มือคุณภาพ จะเป็นฉบับพิมพ์บนกระดาษหรือฉบับอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ โดยคู่มือนี้ทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงของเอกสารทั้งหมดในระบบความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ นโยบาย ขั้นตอนการทำงาน และคำสั่งงาน ต้องมีอยู่จริง ค้นหาได้ง่าย พร้อมใช้ในจุดที่ต้องใช้ และครอบคลุมข้อกำหนดของมาตรฐาน
คำว่าคู่มือไม่ได้แปลว่าต้องเป็นแฟ้มเล่มเดียว จะแยกเป็นหลายเล่มก็ได้ สิ่งที่ต้องมีคือภาพรวมที่บอกว่าเอกสารของท่านจัดระเบียบอย่างไร และคนที่ใช้เข้าใจการจัดระเบียบนั้น
- ไม่มีข้อกำหนดว่าคู่มือของท่านต้องเรียงเลขข้อตามระบบเลขของมาตรฐาน การไล่หมายเลขให้ตรงกับเล่มจึงเป็นทางเลือก ไม่ใช่หน้าที่
- โรงงานขนาดเล็กที่กระบวนการไม่ซับซ้อน คู่มืออาจบรรจุขั้นตอนการทำงานส่วนใหญ่ไว้ในตัวเล่มทั้งหมด ส่วนกิจการที่ซับซ้อน คู่มืออาจมีเพียงนโยบายหลักแล้วชี้ทางว่าคำสั่งปฏิบัติงานที่ละเอียดกว่าอยู่ที่ใด
- คู่มือควรมีภาพรวมว่านโยบายและขั้นตอนการทำงานถูกจัดระเบียบอย่างไร และต้องสาธิตการจัดระเบียบนั้นให้เห็นได้ง่าย
- กรณีที่สถานที่ผลิตอยู่ภายใต้สำนักงานใหญ่ ต้องเห็นชัดว่าระบบเอกสารของสถานที่ผลิตเชื่อมกับของสำนักงานใหญ่และสถานที่ผลิตอื่นอย่างไร และนโยบายกับขั้นตอนการทำงานทุกฉบับที่จำเป็นต่อการเดินงานของสถานที่ผลิตที่ถูกตรวจ ต้องมีอยู่ที่สถานที่ผลิตนั้น
- ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ เกณฑ์เดียวกันคือเข้าใจง่ายและเป็นฉบับที่ทันสมัย
- คู่มือความปลอดภัยอาหารและคุณภาพฉบับปัจจุบัน พร้อมสารบัญที่แสดงโครงสร้างของระบบเอกสาร
- ผังความสัมพันธ์ระหว่างนโยบาย ขั้นตอนการทำงาน คำสั่งงาน และแบบฟอร์มบันทึก
- หนังสือหรือบันทึกที่ระบุขอบเขตเอกสารที่สำนักงานใหญ่เป็นผู้ออก และเอกสารที่สถานที่ผลิตเป็นผู้ออกเอง
- สำเนาเอกสารของสำนักงานใหญ่ที่จำเป็นต่อการเดินงาน ซึ่งเก็บไว้ที่สถานที่ผลิตและเรียกดูได้ในวันตรวจ
- บันทึกการทบทวนคู่มือเมื่อกระบวนการหรือขั้นตอนการทำงานมีการเปลี่ยนแปลง
3.1.2นำคู่มือไปใช้จริงและพร้อมใช้สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง
คู่มือความปลอดภัยอาหารและคุณภาพต้องถูกนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วน และตัวคู่มือหรือส่วนที่เกี่ยวข้องต้องพร้อมให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเรียกใช้ได้ เจตนาของข้อนี้คือให้พนักงานหลักเข้าถึงนโยบายและขั้นตอนการทำงานฉบับปัจจุบันได้ตลอดเวลา ในรูปแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
คำว่าตลอดเวลาในข้อนี้รวมถึงกะกลางคืน วันหยุด และสถานการณ์ที่ผู้เกี่ยวข้องไม่ได้อยู่ในโรงงาน ท่านจึงต้องคิดถึงรูปแบบการเข้าถึงที่ใช้ได้นอกเวลาทำการด้วย
- ตัวอย่างที่แนวทางตีความยกไว้ชัดเจนคือขั้นตอนการจัดการเหตุการณ์ ซึ่งทีมที่เกี่ยวข้องต้องเปิดดูได้ผ่านลิงก์ทางอินเทอร์เน็ต ฉบับพิมพ์ หรือรูปแบบอื่นที่ใช้ได้เมื่ออยู่นอกสถานที่
- พนักงานที่ต้องใช้เอกสารตามบทบาทของตน ต้องเข้าถึงเอกสารนั้นได้เสมอ ไม่ใช่เข้าถึงได้เฉพาะเวลาที่ห้องเอกสารเปิด
- ในวันตรวจ ผู้ตรวจจะเทียบขั้นตอนการทำงานที่เขียนไว้ในคู่มือกับวิธีที่หน้างานทำจริง โดยคาดหวังว่าทำตามอย่างถูกต้อง
- ข้อนี้จึงมีสองด้านเสมอ คือด้านการเข้าถึง และด้านการนำไปปฏิบัติจริง มีเอกสารครบแต่หน้างานทำอีกอย่างถือว่าไม่ผ่านเจตนาของข้อนี้
- รายการจุดวางเอกสารหรือสิทธิ์เข้าถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์ แยกตามฝ่ายและตามกะ
- ขั้นตอนการจัดการเหตุการณ์ในรูปแบบที่เรียกดูได้จากนอกสถานที่ พร้อมรายชื่อผู้ที่ถือไว้
- บันทึกการสื่อสารหรือฝึกอบรมเมื่อขั้นตอนการทำงานถูกแก้ไข
- บันทึกการตรวจติดตามภายใน (internal audit) ที่เปรียบเทียบวิธีปฏิบัติหน้างานกับขั้นตอนการทำงานที่เขียนไว้
3.1.3ขั้นตอนการทำงานที่อ่านออก ชัดเจน และใช้ภาษาที่เหมาะสม
ขั้นตอนการทำงานและคำสั่งงานทุกฉบับต้องอ่านออกชัดเจน ไม่กำกวม ใช้ภาษาที่เหมาะสม และมีรายละเอียดมากพอที่พนักงานผู้เกี่ยวข้องจะนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการใช้ภาพถ่าย แผนภาพ หรือคำสั่งในรูปภาพ ในกรณีที่การสื่อสารด้วยข้อความเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เช่น มีข้อจำกัดด้านการอ่านเขียนหรือภาษาต่างชาติ
ข้อนี้เป็นข้อที่พิสูจน์ทั้งจากเอกสารและจากการสัมภาษณ์หน้างาน ผู้ตรวจจะถามพนักงานที่ใช้เอกสารจริงว่าเข้าใจสิ่งที่เขียนไว้อย่างไร ดังนั้นเอกสารสวยแต่คนอ่านไม่เข้าใจจึงไม่พอ
- ผู้ใช้เอกสารที่ได้รับอนุมัติต้องเข้าใจได้ว่าเอกสารฉบับนั้นเกี่ยวข้องกับตนอย่างไร มีไว้เพื่ออะไร และใช้อย่างไร
- ต้องมีหลักฐานว่าพนักงานเข้าใจขั้นตอนการทำงานจริง เพราะประเด็นนี้จะถูกผู้ตรวจซักถามโดยตรง
- เมื่อมีการแปลเอกสาร ควรบันทึกไว้ว่าใครเป็นผู้แปลและแปลเป็นภาษาใด และทั้งผู้แปลกับพนักงานผู้รับควรลงนามในบันทึกการฝึกอบรมเพื่อยืนยันว่าฉบับแปลนั้นเข้าใจตรงกัน
- การให้ขั้นตอนการทำงานเป็นภาษาที่เหมาะสมทำได้ทั้งแบบเขียนและแบบบอกด้วยวาจา ขอเพียงพนักงานเข้าใจเอกสารและบทบาทของตน
- ตัวอย่างที่ยกไว้คือแผนภาพในคำสั่งทำความสะอาดที่ระบุชัดว่าต้องถอดหรือเน้นอุปกรณ์ชิ้นใด และป้ายหรือรูปภาพซึ่งใช้สื่อสารเรื่องสุขลักษณะส่วนบุคคลกับชุดป้องกันได้ดีเป็นพิเศษ
- คำสั่งทำความสะอาดที่มีภาพถ่ายหรือแผนภาพประกอบจุดถอดประกอบเครื่องจักร
- ทะเบียนเอกสารที่ระบุว่าฉบับใดมีฉบับแปลภาษาใดบ้าง พร้อมชื่อผู้แปล
- บันทึกการฝึกอบรมที่มีลายมือชื่อของผู้แปลและของพนักงานผู้รับการอบรม
- ป้ายภาพสุขลักษณะส่วนบุคคลและการสวมชุดป้องกันที่ติดตั้งจริงในจุดทางเข้า
- บันทึกการทวนสอบ (verification) ความเข้าใจ เช่น การสัมภาษณ์หรือแบบทดสอบสั้นหลังการอบรม
3.2.1ขั้นตอนการควบคุมเอกสารและการเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
ต้องมีขั้นตอนการทำงานสำหรับบริหารเอกสารที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยอาหารและคุณภาพ ซึ่งต้องครอบคลุมสี่เรื่องเป็นอย่างน้อย คือรายการเอกสารควบคุมทั้งหมดที่ระบุเลขฉบับล่าสุด วิธีระบุตัวตนและวิธีอนุมัติเอกสารควบคุม บันทึกเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเอกสาร และระบบการเปลี่ยนเอกสารเดิมเมื่อมีการปรับปรุง ส่วนเอกสารที่เก็บในรูปอิเล็กทรอนิกส์ต้องเก็บอย่างปลอดภัยและมีการสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันการสูญหาย
คำว่าเอกสารในหัวข้อนี้กว้างกว่าที่หลายโรงงานเข้าใจ ครอบคลุมนโยบาย ขั้นตอนการทำงาน คำสั่งงาน บันทึก แบบฟอร์ม ข้อกำหนดจำเพาะ (specification) และรายการข้อมูลใด ๆ ที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แบบฟอร์มบันทึกจึงเป็นเอกสารควบคุมที่ต้องมีเลขฉบับเช่นเดียวกับขั้นตอนการทำงาน
- ขั้นตอนการทำงานควรระบุด้วยว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบระบบ คือใครมีอำนาจออกหรือแก้ไขเอกสาร และควรระบุการจ่ายสำเนาควบคุมว่าใครถือฉบับใดอยู่
- เอกสารทุกฉบับที่ใช้งานต้องได้รับอนุมัติ เช่น ลงลายมือชื่อหรือประทับตรา และต้องมีเลขฉบับเพื่อให้ระบุและเก็บฉบับที่หมดอายุออกจากหน้างานได้
- เมื่อระบบเอกสารอยู่บนระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด แนวปฏิบัติทั่วไปคือทำเครื่องหมายบนฉบับพิมพ์ว่าเป็นสำเนาที่ไม่ควบคุม
- เอกสารที่เก็บทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องเก็บอย่างปลอดภัยและแก้ไขโดยผู้ไม่มีอำนาจไม่ได้ เช่น ใช้รหัสผ่านรายบุคคลหรือบัตรผ่านความปลอดภัย
- ผู้ตรวจจะขอดูหลักฐานว่ามีกระบวนการสำรองข้อมูลที่ได้ผล เช่น ตัวขั้นตอนการทำงาน ไม่ได้ตรวจว่าไฟล์สำรองมีครบทุกไฟล์หรือไม่
- มาตรฐานไม่กำหนดวิธีหรือชนิดของการเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ สถานที่ผลิตจะใช้เซิร์ฟเวอร์ภายในหรือบริการคลาวด์ก็ได้ โดยคลาวด์ถือว่าปลอดภัยและมีการสำรองอยู่แล้วหากควบคุมผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตและผ่านการยืนยันตัวตน
- เมื่อเอกสารถูกเปลี่ยนแปลง ต้องบันทึกทั้งตัวการเปลี่ยนแปลงและเหตุผล ทำได้โดยเก็บฉบับเดิมพร้อมเขียนเหตุผลกำกับ หรือทำประวัติการแก้ไขไว้ในตัวเอกสาร
- ห้ามมีเอกสารเรื่องเดียวกันสองฉบับหรือสองรุ่นหมุนเวียนอยู่พร้อมกัน ฉบับใหม่ต้องแทนที่ฉบับเดิมเสมอ
- ขั้นตอนการทำงานเรื่องการควบคุมเอกสารที่ครอบคลุมครบทั้งสี่หัวข้อตามข้อกำหนด
- ทะเบียนเอกสารควบคุมที่มีเลขที่เอกสาร ชื่อเรื่อง เลขฉบับ วันที่ประกาศใช้ วันที่ยกเลิก วันทบทวน และรายชื่อผู้ถือสำเนาควบคุม
- ตัวอย่างเอกสารที่แสดงหัวหรือท้ายกระดาษซึ่งระบุเลขที่ เลขฉบับ ชื่อเรื่อง วันที่ประกาศใช้ และเลขหน้า
- ประวัติการแก้ไขในตัวเอกสาร หรือเอกสารฉบับเดิมที่เก็บไว้พร้อมเหตุผลของการเปลี่ยนแปลง
- ใบลงนามรับเอกสารฉบับใหม่และคืนเอกสารฉบับเดิม
- ขั้นตอนการสำรองข้อมูล พร้อมบันทึกผลการสำรองและสิทธิ์การเข้าถึงระบบตามตำแหน่ง
3.3.1การกรอก การแก้ไข และการเก็บบันทึกให้ยังใช้เป็นหลักฐานได้
บันทึกต้องอ่านออก อยู่ในสภาพดี และเรียกค้นได้ การแก้ไขบันทึกใด ๆ ต้องได้รับอนุมัติ และต้องบันทึกเหตุผลของการแก้ไขไว้ ส่วนบันทึกที่อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ต้องเก็บอย่างปลอดภัย เช่น ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง ควบคุมการแก้ไข หรือใช้รหัสผ่าน และต้องมีการสำรองข้อมูลอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย
ข้อนี้คือข้อที่ผู้ตรวจใช้ตัดสินว่าบันทึกของท่านเป็นของจริงหรือถูกทำขึ้นภายหลัง ลายมือเดียวกันทั้งเดือน หมึกสีเดียวกันทั้งแฟ้ม หรือช่องที่ถูกเติมย้อนหลังในวันเดียว เป็นสัญญาณที่ทำให้การตรวจขยายวงไปยังบันทึกอื่นทันที
- บันทึกต้องกรอกในเวลาที่ทำการตรวจสอบนั้นจริง ไม่ใช่กรอกล่วงหน้าหรือกรอกย้อนหลัง และต้องกรอกด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น ใช้ปากกา เพราะดินสอถูกแก้ภายหลังได้
- บันทึกควรได้รับการอนุมัติอย่างเหมาะสม เช่น มีอักษรย่อหรือลายมือชื่อของผู้ปฏิบัติงานหรือหัวหน้างานที่ทวนสอบ
- ต้องมีขั้นตอนการทำงานรองรับกรณีกรอกผิด โดยวิธีที่ยอมรับได้คือขีดฆ่าข้อมูลที่ผิดอย่างเรียบร้อยให้ยังอ่านออก ระบุเหตุผลของความผิดพลาด และลงอักษรย่อของผู้แก้ไข
- การใช้น้ำยาลบคำผิดเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะทำให้ข้อมูลเดิมอ่านไม่ออก
- บันทึกต้องเรียกค้นได้เมื่อจำเป็น เช่น ระหว่างการตรวจหรือการสอบสวนข้อร้องเรียนของลูกค้า จึงต้องจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เช่น เรียงตามวันที่หรือเลขอ้างอิง และต้องยังอ่านออกตลอดช่วงเวลาที่กำหนดให้จัดเก็บ
- บันทึกต้องสืบย้อนไปถึงผู้สร้างบันทึกได้ผ่านอักษรย่อหรือลายมือชื่อ และต้องสื่อข้อมูลที่ต้องการได้อย่างถูกต้องให้ผู้อื่นอ่านเข้าใจ
- สำหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ ควรกำหนดระดับสิทธิ์ให้ต่างกัน เช่น กลุ่มที่ดูบันทึกได้อย่างเดียว กับกลุ่มที่เพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลได้ และรหัสผ่านหรือกลไกเข้าถึงต้องรู้เฉพาะผู้ที่ต้องใช้
- ควรทดสอบระบบการเรียกคืน (recall) ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และเก็บบันทึกผลการทดสอบนั้นไว้
- ขั้นตอนการทำงานเรื่องการกรอกและแก้ไขบันทึก ที่ระบุวิธีขีดฆ่า การให้เหตุผล และผู้มีอำนาจอนุมัติการแก้ไข
- แฟ้มบันทึกจริงจากหน้างานที่แสดงรอยแก้ไขซึ่งทำถูกวิธี พร้อมอักษรย่อและเหตุผล
- บันทึกการทวนสอบโดยหัวหน้างานที่ลงนามกำกับตามความถี่ที่กำหนด
- ตารางสิทธิ์การเข้าถึงระบบบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ แยกระดับดูอย่างเดียวกับระดับแก้ไขได้
- บันทึกผลการทดสอบการเรียกคืนข้อมูลจากระบบสำรอง
- บันทึกการฝึกอบรมพนักงานเรื่องวิธีกรอกและแก้ไขบันทึกที่ถูกต้อง
3.3.2ระยะเวลาเก็บรักษาบันทึกที่อิงอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์
บันทึกต้องถูกเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ชัดเจน โดยพิจารณาทั้งข้อกำหนดตามกฎหมายหรือของลูกค้า และอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงกรณีที่ฉลากระบุไว้ว่าผู้บริโภคอาจยืดอายุการเก็บออกไปได้ เช่น การนำไปแช่แข็ง โดยอย่างน้อยที่สุด บันทึกต้องถูกเก็บไว้เท่ากับอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์บวกอีกสิบสองเดือน
จุดที่โรงงานไทยพลาดบ่อยที่สุดในข้อนี้คือการตั้งระยะเวลาเก็บเป็นตัวเลขเดียวทั้งโรงงาน ทั้งที่มีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มที่อายุการเก็บต่างกันมาก ระยะเวลาเก็บจึงควรผูกกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ผูกกับความสะดวกของคลังเอกสาร
- เกณฑ์ขั้นต่ำคืออายุการเก็บบวกสิบสองเดือน ผลิตภัณฑ์ที่อายุการเก็บสองปีจึงต้องเก็บบันทึกอย่างน้อยสามปี ไม่ใช่หนึ่งปีตามรอบการตรวจ
- หากฉลากระบุว่าผู้บริโภคนำไปแช่แข็งเพื่อยืดอายุได้ ต้องนำอายุที่ยืดออกไปนั้นมาคิดในระยะเวลาเก็บรักษาด้วย
- ข้อกำหนดตามกฎหมายและข้อกำหนดของลูกค้าอาจยาวกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ต้องใช้ระยะที่ยาวที่สุดเป็นตัวตั้ง
- ระยะเวลาเก็บต้องเป็นระยะที่กำหนดไว้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่แนวปฏิบัติที่พนักงานคลังเอกสารจำต่อกันมา
- บันทึกที่ยังอยู่ในช่วงเก็บรักษาต้องยังอ่านออกและเรียกค้นได้จริง กระดาษความร้อนที่สีจางหายไปภายในไม่กี่เดือนจึงต้องมีวิธีรองรับ เช่น ถ่ายสำเนาหรือสแกนเก็บ
- ตารางระยะเวลาเก็บรักษาบันทึก แยกตามชนิดบันทึกและกลุ่มผลิตภัณฑ์ พร้อมเหตุผลที่มาของแต่ละระยะ
- ตารางอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่ม รวมกรณีที่ฉลากอนุญาตให้ผู้บริโภคแช่แข็งเพื่อยืดอายุ
- ข้อกำหนดของลูกค้าที่ระบุระยะเวลาเก็บรักษาบันทึกที่ยาวกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ
- ผังคลังเอกสารและระบบดัชนีที่ใช้เรียกค้นบันทึกย้อนหลังตามวันที่หรือรุ่นผลิต
- ตัวอย่างบันทึกเก่าที่สุดที่ยังอยู่ในช่วงเก็บรักษา ซึ่งหยิบขึ้นมาแสดงได้ภายในเวลาที่สมเหตุสมผล
- ขั้นตอนการทำงานเรื่องการทำสำเนาบันทึกที่พิมพ์บนกระดาษความร้อน
4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้
เรื่องแรก แบบฟอร์มบันทึกไม่ถูกนับเป็นเอกสารควบคุม หลายโรงงานควบคุมเลขฉบับของขั้นตอนการทำงานอย่างเคร่งครัด แต่ปล่อยให้แบบฟอร์มบันทึกถูกถ่ายสำเนาต่อกันไปเรื่อย ๆ จนไม่มีใครรู้ว่าฉบับที่ใช้อยู่คือฉบับใด ทั้งที่ข้อ 3.2 ระบุไว้ชัดว่าเอกสารในความหมายของหัวข้อนี้รวมถึงแบบฟอร์มบันทึกด้วย ผลที่ตามมาคือหน้างานหลายจุดใช้ฟอร์มคนละรุ่นที่มีช่องกรอกไม่เท่ากัน และข้อมูลที่ควรถูกบันทึกกลับหายไปโดยไม่มีใครสังเกต
เรื่องที่สอง แก้บันทึกด้วยน้ำยาลบคำผิดหรือเขียนทับ แนวทางตีความระบุไว้ตรง ๆ ว่าน้ำยาลบคำผิดยอมรับไม่ได้ เพราะทำให้ข้อมูลเดิมอ่านไม่ออก วิธีที่ถูกต้องมีเพียงแบบเดียว คือขีดฆ่าเรียบร้อยให้ยังเห็นค่าเดิม เขียนค่าใหม่ ระบุเหตุผล และลงอักษรย่อ ประเด็นที่ลึกกว่านั้นคือหลายโรงงานไม่เคยเขียนวิธีนี้ไว้ในขั้นตอนการทำงาน เมื่อไม่มีขั้นตอนรองรับ พนักงานแต่ละคนจึงแก้กันคนละแบบ และผู้ตรวจจะตีความว่าสถานที่ผลิตไม่มีระบบจัดการความผิดพลาดของบันทึก ไม่ใช่แค่พนักงานคนหนึ่งทำผิด
เรื่องที่สาม เก็บบันทึกตามรอบการตรวจ ไม่ใช่ตามอายุผลิตภัณฑ์ เรามักพบตารางเก็บเอกสารที่เขียนว่าเก็บหนึ่งปีทุกชนิดบันทึก ซึ่งพอดีกับรอบการตรวจแต่ไม่ตอบข้อ 3.3.2 เพราะเกณฑ์ขั้นต่ำคืออายุการเก็บของผลิตภัณฑ์บวกสิบสองเดือน ผลิตภัณฑ์ที่อายุการเก็บสิบแปดเดือนจึงต้องเก็บบันทึกอย่างน้อยสามสิบเดือน และถ้าฉลากบอกว่าผู้บริโภคนำไปแช่แข็งได้ ต้องบวกอายุส่วนที่ยืดออกไปเข้าไปด้วย
เรื่องที่สี่ ย้ายไปใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้ย้ายการควบคุมตามไปด้วย การเปลี่ยนจากแฟ้มกระดาษไปเป็นไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ไม่ได้ทำให้ข้อกำหนดหายไป แต่เพิ่มสิ่งที่ต้องพิสูจน์ขึ้นมาสามอย่าง คือสิทธิ์เข้าถึงที่ควบคุมได้ การป้องกันการแก้ไขโดยผู้ไม่มีอำนาจ และการสำรองข้อมูลที่มีขั้นตอนการทำงานรองรับ ที่พบบ่อยคือไฟล์ทั้งหมดอยู่ในโฟลเดอร์ที่ทุกคนแก้ได้ และไม่เคยมีใครทดลองเรียกคืนข้อมูลจากชุดสำรอง ทำให้ตอบไม่ได้ว่าระบบสำรองใช้งานได้จริงหรือไม่
เรื่องที่ห้า คู่มือถูกทำให้เหมือนเล่มมาตรฐาน แทนที่จะเหมือนวิธีทำงานของตนเอง บางสถานที่ผลิตทุ่มเวลาไปกับการเรียงเลขข้อคู่มือให้ตรงกับเล่มมาตรฐานทีละข้อ ทั้งที่แนวทางตีความระบุว่าไม่มีข้อกำหนดให้ทำเช่นนั้น สิ่งที่ถูกตรวจจริงคือคนที่ต้องใช้เอกสารเข้าใจโครงสร้างและหยิบฉบับที่ถูกต้องได้หรือไม่ คู่มือที่สวยงามแต่หน้างานไม่เคยเปิด จึงตอบข้อ 3.1.2 ไม่ได้อยู่ดี
ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้
เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที
ไฟล์ Word · ครอบคลุม 6 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย
ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 7 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ
- ที่ปรึกษาวางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9ประเมินช่องว่าง วางแผนโครงการ และลงหน้างาน
- ตรวจติดตามภายใน BRCGS Foodให้ผู้ตรวจจากภายนอกไล่ระบบก่อนหน่วยรับรองมา
- อบรมข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9ไล่ทั้งฉบับ ให้ทีมอ่านมาตรฐานเป็น
- สารบัญซีรีส์ทั้ง 35 ตอนดูรายการทุกตอน และดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานรวมเล่มเดียว
- โครงของข้อกำหนดทั้ง 9 หมวด 72 หัวข้อดูภาพรวมก่อนว่าโรงงานต้องทำหัวข้อใดบ้าง
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
