เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากการเทียบสาระของข้อกำหนดระหว่างฉบับเดิมกับชุดปี 2025 — ไม่ใช่เอกสารของ ISO ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน ถ้อยคำของข้อกำหนดให้อ่านจากเล่มจริงที่องค์กรถืออยู่
หมวดนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสิ่งที่ชุดปี 2025 ทำกับทั้งเล่ม
คือรวบสิ่งที่สองภาคส่วนทำเหมือนกันไว้ที่เล่มกลาง แล้วเหลือเฉพาะของจริงไว้ในเล่มรายภาคส่วน
ฉบับเดิมของสองภาคส่วนเขียนเรื่องนี้ไว้คนละแบบและใช้คำต่างกัน ชุดใหม่ใช้ถ้อยคำชุดเดียวกันทั้งหมด
เหลือเพียงสองเรื่องที่โรงงานผลิตอาหารต้องอ่านเพิ่ม
1. หมวดนี้เกี่ยวกับใครในโรงงาน
ฝ่ายผลิตหรือทีมสุขาภิบาลเป็นผู้ลงมือ ส่วน QA เป็นผู้กำหนดวิธี ยืนยันว่าวิธีนั้นได้ผล และตรวจว่าทำจริง
จุดที่ชุดปี 2025 เน้นชัดกว่าเดิมคือโปรแกรมต้องได้รับการยืนยันว่าสามารถให้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจได้ ซึ่งเป็นงานของ QA ไม่ใช่งานของคนล้าง และเป็นคนละเรื่องกับการเฝ้าระวังรายวัน
ความต่างที่มักสับสน — การเฝ้าระวังคือการดูว่าวันนี้ทำตามวิธีที่กำหนดหรือไม่ ส่วนการยืนยันว่าวิธีนั้นให้ผลตามที่ตั้งใจได้ คือการพิสูจน์ครั้งแรกว่าวิธีนี้ล้างสะอาดได้จริง โรงงานจำนวนมากมีบันทึกการล้างครบทุกวัน แต่ไม่มีเอกสารที่พิสูจน์ว่าวิธีที่ใช้ให้ผลจริงตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นคนละหลักฐานกันและผู้ตรวจถามแยกกัน
2. เปลี่ยนอะไรจากฉบับเดิม
| เรื่อง | ฉบับเดิม | ชุดปี 2025 |
|---|---|---|
| ชื่อหมวด | ฉบับโรงงานผลิตอาหารใช้คำว่าการทำความสะอาดและการทำให้ถูกสุขลักษณะ (sanitizing) ส่วนฉบับโรงงานบรรจุภัณฑ์ใช้คำว่าการทำความสะอาดอย่างเดียว | ทั้งสองภาคส่วนใช้ชื่อเดียวกันว่าการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ (disinfection) ซึ่งเป็นคำที่มีนิยามอยู่ในหมวดคำนิยามของเล่มส่วนกลาง จึงตีความตรงกันได้ทุกภาคส่วน |
| ขอบเขตของสิ่งที่ต้องทำความสะอาด | ระบุให้ครอบคลุมเครื่องมือแปรรูปอาหารและสภาพแวดล้อม | ระบุเป็นสามกลุ่มชัดเจน คือพื้นที่ที่ระบุไว้ของสถานที่ · เครื่องมือ รวมถึงภาชนะที่ใช้ขนส่ง · และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยระดับความสะอาดต้องเป็นไปตามผลการประเมินความปลอดภัยอาหารของผลิตภัณฑ์ |
| สารทำความสะอาด | ระบุว่าสารต้องบ่งชี้ชัดเจน เป็นเกรดอาหาร จัดเก็บแยกต่างหาก และใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิตเท่านั้น | เปลี่ยนเป็นให้องค์กรคัดเลือกหรืออนุมัติสารและอุปกรณ์ที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตทั้งการใช้และการจัดเก็บ ส่วนคำว่าเกรดอาหารและการจัดเก็บแยกไม่ปรากฏในหมวดนี้ โดยเรื่องการจัดเก็บแยกไปอยู่ในหมวด 5 และหมวด 12 แทน |
| อุปกรณ์ทำความสะอาด | ระบุว่าเครื่องมือและอุปกรณ์ต้องออกแบบถูกสุขลักษณะ และคงสภาพไม่ให้เป็นแหล่งของสิ่งแปลกปลอม | ระบุให้อุปกรณ์บ่งชี้ชัดเจน และคงสภาพไม่ให้เป็นแหล่งปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ ส่วนเรื่องการออกแบบถูกสุขลักษณะไปอยู่ที่หมวด 9 ซึ่งครอบคลุมเครื่องมือและอุปกรณ์เครื่องใช้โดยรวม |
| สิ่งที่โปรแกรมต้องระบุ | ระบุหกรายการขั้นต่ำ คือพื้นที่และเครื่องมือ · ผู้รับผิดชอบ · วิธีและความถี่ · การเฝ้าระวังและทวนสอบ · การตรวจหลังทำความสะอาด · การตรวจก่อนเริ่มเดินเครื่อง | เล่มส่วนกลางระบุห้ารายการ คือสิ่งที่ต้องทำความสะอาด · ความถี่ · ผู้รับผิดชอบ · วิธี · การเฝ้าระวังและทวนสอบประสิทธิผล ส่วนการตรวจสองแบบย้ายไปอยู่ในเล่มโรงงานผลิตอาหาร และเปลี่ยนเป็นให้ระบุตามความเหมาะสมกับลักษณะของการปฏิบัติงาน |
| การยืนยันว่าโปรแกรมได้ผล | ระบุว่าโปรแกรมต้องได้รับการตรวจสอบความใช้ได้ (validate) โดยองค์กร และมีหัวข้อแยกว่าด้วยการเฝ้าระวังประสิทธิผลตามความถี่ที่องค์กรกำหนด | รวบเป็นข้อกำหนดชุดใหม่ว่าโปรแกรมต้องเหมาะกับอันตรายด้านความปลอดภัยอาหารของผลิตภัณฑ์ · ได้รับการยืนยันว่าสามารถให้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจได้ · และดำเนินการโดยไม่กระทบความปลอดภัยอาหาร |
| การทำความสะอาดอุปกรณ์ทำความสะอาดเอง | ระบุไว้ในตัวบทว่าโปรแกรมต้องรวมการทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดด้วย | ไม่ปรากฏเป็นบรรทัดของตนเอง แต่ยังอยู่ในขอบเขตของข้อกำหนดที่ให้อุปกรณ์ทำความสะอาด คงสภาพไม่เป็นแหล่งปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ |
| การว่าจ้างงานทำความสะอาดภายนอก | ฉบับโรงงานบรรจุภัณฑ์ระบุว่าเมื่อว่าจ้างงานทำความสะอาดภายนอก ผู้ส่งมอบที่อนุมัติแล้วต้องมีความสามารถและเก็บเอกสารตามที่องค์กรกำหนด | ไม่ปรากฏในหมวดนี้แล้ว โดยการบริหารผู้ส่งมอบไปอยู่ที่หมวด 10 และการควบคุมผู้ให้บริการภายนอกที่เข้ามาในพื้นที่อยู่ที่หมวด 14 |
| ระบบทำความสะอาดแบบไม่ถอดชิ้นส่วน (CIP) | อยู่ในหมวดนี้ของฉบับโรงงานผลิตอาหาร ระบุให้แยกระบบออกจากสายการผลิตที่กำลังทำงาน และให้กำหนดกับเฝ้าระวังพารามิเตอร์ ได้แก่ ชนิด ความเข้มข้น เวลาสัมผัส และอุณหภูมิของสารเคมี | สาระเหมือนเดิมทุกประการ ต่างเพียงย้ายไปเป็นหัวข้อ 13.4 และอยู่เฉพาะในเล่ม ISO 22002-1:2025 ไม่มีในเล่มส่วนกลางและเล่มบรรจุภัณฑ์ |
เรื่องที่ควรตัดสินใจให้ชัดสองเรื่อง —
เรื่องแรกคือสารทำความสะอาดเกรดอาหาร ฉบับเดิมของโรงงานผลิตอาหารระบุคำนี้ไว้ตรง ๆ
ชุดปี 2025 เปลี่ยนเป็นให้องค์กรคัดเลือกหรืออนุมัติสารที่เหมาะกับวัตถุประสงค์
โรงงานจึงต้องมีเกณฑ์ของตนเองว่าเหมาะสมหมายถึงอะไร แทนที่จะชี้ไปที่คำว่าเกรดอาหารเพียงคำเดียว
เรื่องที่สองคือการว่าจ้างงานทำความสะอาดภายนอก ซึ่งฉบับเดิมของโรงงานบรรจุภัณฑ์ระบุไว้ในหมวดนี้
แต่ชุดปี 2025 ไม่มีแล้ว โรงงานที่ใช้ผู้รับเหมาทำความสะอาดควรผูกเรื่องนี้เข้ากับการบริหารผู้ส่งมอบในหมวด 10
และการควบคุมผู้ให้บริการภายนอกที่เข้าพื้นที่ในหมวด 14 แทน
3. ภาชนะขนส่งถูกดึงเข้ามาในขอบเขตอย่างชัดเจน
ข้อกำหนดทั่วไปของหมวดนี้ในเล่มส่วนกลางระบุสามกลุ่มที่ต้องรักษาความสะอาด และหนึ่งในนั้นคือเครื่องมือรวมถึงภาชนะที่ใช้ขนส่ง ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ฉบับเดิมไม่ได้เขียนไว้ในหมวดการทำความสะอาด
เมื่ออ่านคู่กับหมวด 11 ที่กำหนดให้ตรวจและทำความสะอาดยานพาหนะระหว่างเที่ยวเมื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ต่างชนิด พร้อมเก็บข้อมูลไว้เป็นเอกสาร จะเห็นว่าชุดปี 2025 ต้องการให้งานล้างภาชนะขนส่งอยู่ในโปรแกรมเดียวกับงานล้างอื่น ไม่ใช่เป็นงานที่ฝ่ายคลังทำแยกโดยไม่มีวิธีและความถี่กำหนดไว้
4. หลักฐานที่โรงงานควรเตรียม
| หลักฐาน | ผู้รับผิดชอบ | สิ่งที่ผู้ตรวจมักขอดู |
|---|---|---|
| โปรแกรมทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ | QA / ฝ่ายผลิต | สิ่งที่ต้องทำความสะอาด ความถี่ ผู้รับผิดชอบ วิธี และการเฝ้าระวังกับทวนสอบประสิทธิผล ครอบคลุมพื้นที่ เครื่องมือ และสภาพแวดล้อม |
| รายการภาชนะขนส่งที่อยู่ในโปรแกรม | ฝ่ายคลัง / QA | ภาชนะที่ใช้ขนส่งถูกระบุชัดว่าอยู่ในขอบเขต จึงต้องเห็นในโปรแกรมว่าล้างที่ไหน ความถี่เท่าใด ใครทำ |
| เอกสารคัดเลือกหรืออนุมัติสารทำความสะอาด | QA | เหตุผลว่าเหมาะกับวัตถุประสงค์อย่างไร เอกสารจากผู้ผลิต และคำแนะนำการใช้กับการจัดเก็บที่ปฏิบัติตาม |
| การบ่งชี้อุปกรณ์ทำความสะอาด | ฝ่ายผลิต | ระบบสีหรือป้ายแยกอุปกรณ์ตามพื้นที่ สภาพปัจจุบัน และรอบการเปลี่ยนเมื่อชำรุด |
| การยืนยันว่าวิธีล้างให้ผลตามที่ตั้งใจ | QA | ผลการทดสอบที่แสดงว่าวิธีนั้นสะอาดได้จริง เช่น ผลตรวจพื้นผิว หรือผลการทวนสอบสารตกค้าง พร้อมเกณฑ์ตัดสิน |
| บันทึกการเฝ้าระวังประจำวัน | ฝ่ายผลิต | ใบบันทึกการล้างของแต่ละรอบ ผู้ทำ ผู้ตรวจ และการแก้ไขเมื่อไม่ผ่านเกณฑ์ |
| บันทึกการตรวจหลังทำความสะอาดและก่อนเดินเครื่อง | ฝ่ายผลิต / QA | สำหรับโรงงานผลิตอาหาร พร้อมเหตุผลว่าเลือกทำแบบใดหรือทั้งสองแบบ ตามลักษณะของการปฏิบัติงาน |
| พารามิเตอร์และบันทึกของระบบ CIP | วิศวกรรม / QA | สำหรับโรงงานผลิตอาหารที่มีระบบ CIP ชนิดและความเข้มข้นของสารเคมี เวลาสัมผัส อุณหภูมิ และหลักฐานการแยกระบบออกจากสายการผลิตที่กำลังทำงาน |
สองรายการสุดท้ายใช้เฉพาะโรงงานผลิตอาหาร เพราะการตรวจหลังทำความสะอาดกับก่อนเดินเครื่อง และระบบ CIP อยู่ในเล่ม ISO 22002-1:2025 เท่านั้น
5. เล่มรายภาคส่วนเพิ่มอะไรในหมวดนี้
| หัวข้อ | ISO 22002-1 โรงงานผลิตอาหาร | ISO 22002-4 โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ |
|---|---|---|
| 13.1 ทั่วไป | อ้างเล่มส่วนกลาง | อ้างเล่มส่วนกลาง |
| 13.2 สารและอุปกรณ์ | อ้างเล่มส่วนกลาง | อ้างเล่มส่วนกลาง |
| 13.3 โปรแกรม | เพิ่ม ให้ระบุการตรวจหลังทำความสะอาด และการตรวจก่อนเริ่มเดินเครื่อง ตามความเหมาะสมกับลักษณะของการปฏิบัติงาน | อ้างเล่มส่วนกลาง |
| 13.4 ระบบ CIP | มีเฉพาะเล่มนี้ | ไม่มีหัวข้อนี้ |
ข้อสังเกตสำหรับโรงงานบรรจุภัณฑ์ — ฉบับปี 2013 มีหัวข้อย่อยของตนเองสี่หัวข้อในเรื่องนี้ ส่วนฉบับปี 2025 อ้างเล่มส่วนกลางทั้งหมด สาระที่ต้องทำไม่ได้ลดลง เพราะข้อกำหนดของเล่มส่วนกลางครอบคลุมเรื่องเดิมไว้เกือบครบ สิ่งที่เปลี่ยนคือคำว่าการฆ่าเชื้อถูกเพิ่มเข้ามาในชื่อและในเนื้อหา โรงงานบรรจุภัณฑ์ที่กระบวนการไม่ต้องฆ่าเชื้อ ควรระบุไว้ในเอกสารว่าเลือกใช้เฉพาะการทำความสะอาดด้วยเหตุผลใด ตามผลการประเมินความปลอดภัยอาหารของตน
จุดที่โรงงานส่วนใหญ่มีบันทึกครบแต่ขาดหลักฐาน คือการยืนยันว่าวิธีที่ใช้ให้ผลตามที่ตั้งใจได้ เรารับตั้งแต่ทบทวนโปรแกรมทำความสะอาด ออกแบบการทวนสอบประสิทธิผลให้เหมาะกับกระบวนการ ไปจนถึงจัดระบบเอกสารให้ตอบผู้ตรวจได้แยกระหว่างการเฝ้าระวังกับการยืนยันผล
- อบรม ISO 22002-100:2025ข้อกำหนดส่วนกลางที่ทุกภาคส่วนต้องใช้
- อบรม ISO 22002-1:2025โปรแกรมพื้นฐานสำหรับโรงงานผลิตอาหาร
- อบรม ISO 22002-4:2025โปรแกรมพื้นฐานสำหรับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร
- ที่ปรึกษาวางระบบ ISO 22000ให้โปรแกรมพื้นฐานกับการวิเคราะห์อันตรายทำงานร่วมกัน
บทความนี้สรุปสาระและการเปลี่ยนแปลงด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือเอกสารอย่างเป็นทางการของ ISO และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานที่แนะนำเป็นแนวทางจากประสบการณ์วางระบบ ไม่ใช่รายการที่มาตรฐานกำหนดไว้ องค์กรควรกำหนดหลักฐานให้เหมาะกับกระบวนการของตนเองและอ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากเล่มจริง กำหนดเวลาการบังคับใช้ของโครงการรับรองให้ยืนยันกับผู้ให้การรับรองของท่าน
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
