เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากการเทียบสาระของข้อกำหนดระหว่างฉบับเดิมกับชุดปี 2025 — ไม่ใช่เอกสารของ ISO ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน ถ้อยคำของข้อกำหนดให้อ่านจากเล่มจริงที่องค์กรถืออยู่
หมวดนี้เป็นหมวดที่ตัดรายละเอียดออกมากที่สุดของทั้งเล่ม
กฎที่โรงงานไทยคุ้นเคยหลายข้อ เช่น ชุดห้ามมีกระดุม รองเท้าต้องหุ้มมิดชิด ก๊อกไม่ควรเปิดด้วยมือ
และการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ไม่ปรากฏเป็นข้อกำหนดในชุดปี 2025 อีกต่อไป
แต่มีสองเรื่องที่เพิ่มขึ้นชัดเจน คือผู้มาเยือนและจังหวะการล้างมือ
1. หมวดนี้เกี่ยวกับใครในโรงงาน
เป็นหมวดที่ฝ่ายบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องมากที่สุด ทั้งเรื่องสุขภาพ การอบรม ชุดปฏิบัติงาน ตู้เก็บของ และโรงอาหาร
ชุดปี 2025 ยังดึงหัวหน้างานเข้ามาเป็นด่านหน้าอย่างชัดเจน เพราะการรายงานการเจ็บป่วยและการดำเนินการที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่หน้างาน ไม่ใช่เรื่องที่ QA จะรู้เองได้
2. เปลี่ยนอะไรจากฉบับเดิม
| เรื่อง | ฉบับเดิม | ชุดปี 2025 |
|---|---|---|
| ผู้มาเยือนและผู้ให้บริการภายนอก | กล่าวถึงเพียงว่าบุคลากร ผู้มาเยือน และผู้รับเหมา ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่จัดทำเป็นเอกสาร | เป็นหัวข้อย่อยของตนเอง ระบุว่าเมื่อจำเป็นต้องได้รับการชี้แจงและกำกับดูแล สวมชุดป้องกัน และก่อนเข้าพื้นที่ต้องได้รับการอธิบายข้อกำหนดด้านสุขลักษณะ พร้อมได้รับการส่งเสริมให้แจ้งอาการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บที่อาจก่อปัญหาการปนเปื้อนข้าม |
| ความตระหนักของบุคลากร | ระบุการรับรู้เรื่องอันตรายไว้เฉพาะกับบุคลากรงานบำรุงรักษาในหมวดเครื่องมือ | ยกขึ้นมาไว้ในข้อกำหนดทั่วไปของหมวดนี้ว่าบุคลากรทุกคนต้องตระหนักถึงอันตรายด้านความปลอดภัยอาหาร ที่เกี่ยวข้องกับงานของตน และเพิ่มคำว่าต้องสื่อสารแนวปฏิบัติออกไป ไม่ใช่เพียงจัดทำเป็นเอกสาร |
| การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน | ระบุว่าภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายของประเทศที่ดำเนินการ ลูกจ้างต้องเข้ารับการตรวจร่างกายก่อนเริ่มงานที่สัมผัสอาหาร และให้ตรวจเพิ่มตามรอบที่องค์กรกำหนดเท่าที่กฎหมายอนุญาต | ไม่มีข้อกำหนดเรื่องการตรวจร่างกายแล้ว เปลี่ยนเป็นให้องค์กรทำให้มั่นใจว่าสุขภาพของบุคลากรไม่ส่งผลเสียต่อผลิตภัณฑ์ และมีขั้นตอนที่จัดทำเป็นเอกสารสำหรับจัดการการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ ซึ่งต้องรวมข้อกำหนดตามกฎหมายและข้อบังคับที่ใช้บังคับด้วย |
| รายการอาการที่ต้องรายงาน | ระบุรายการอาการไว้ในตัวข้อกำหนด ว่าลูกจ้างต้องรายงานเพื่อพิจารณากันออกจากพื้นที่จัดการอาหาร และระบุว่าผู้ที่ทราบหรือสงสัยว่าติดเชื้อโรคที่ติดต่อทางอาหารต้องถูกกันออกจากงานสัมผัสอาหาร | ระบุเป็นหลักการว่าบุคลากรต้องรายงานการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บที่อาจกระทบความปลอดภัยอาหาร และฝ่ายบริหารต้องดำเนินการที่เหมาะสม โดยย้ายรายการอาการไปอยู่ในหมายเหตุ ในฐานะอาการที่ควรพิจารณา |
| การปิดแผล | ระบุให้ผู้ที่มีบาดแผลหรือแผลไหม้ในพื้นที่จัดการอาหารต้องปิดด้วยวัสดุปิดแผลที่กำหนด และแจ้งหัวหน้างานทันทีเมื่อวัสดุปิดแผลหลุดหาย พร้อมหมายเหตุแนะนำให้ใช้สีสดและตรวจจับด้วยเครื่องตรวจโลหะได้ | ไม่ปรากฏเป็นข้อกำหนดของตนเองแล้ว โดยอยู่ในขอบเขตของขั้นตอนจัดการการบาดเจ็บที่องค์กรต้องจัดทำเป็นเอกสาร |
| รายละเอียดของชุดปฏิบัติงาน | ระบุไว้ชัดมาก ทั้งห้ามมีกระดุม ห้ามมีกระเป๋าด้านนอกเหนือระดับเอว ซิปหรือกระดุมแป๊กใช้ได้ รองเท้าในพื้นที่แปรรูปต้องหุ้มมิดชิดและทำจากวัสดุไม่ดูดซับ และควรหลีกเลี่ยงถุงมือยางลาเท็กซ์ | เขียนแบบผลลัพธ์ว่าชุดต้องเหมาะกับวัตถุประสงค์ สะอาด อยู่ในสภาพดี และไม่ก่อโอกาสการปนเปื้อน ส่วนรองเท้าระบุเพียงว่าออกแบบเหมาะกับกิจกรรมในพื้นที่นั้น และถุงมือที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ต้องเหมาะกับวัตถุประสงค์ สะอาดสมกับการใช้งาน อยู่ในสภาพดี พร้อมมีมาตรการไม่ให้ถุงมือกลายเป็นแหล่งปนเปื้อน |
| ตู้เก็บของส่วนตัว | อยู่ในนโยบายพฤติกรรมของบุคลากร ระบุให้ดูแลตู้ไม่ให้มีขยะและเสื้อผ้าสกปรก และห้ามเก็บเครื่องมือที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ไว้ในตู้ | ย้ายมาไว้ในหัวข้อชุดปฏิบัติงาน ระบุให้ตู้เก็บชุดปฏิบัติงานสะอาด และปราศจากขยะกับเสื้อผ้าสกปรก ส่วนข้อห้ามเก็บเครื่องมือสัมผัสผลิตภัณฑ์ไม่ปรากฏเป็นบรรทัดของตนเอง |
| สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขลักษณะ | ระบุรายละเอียดไว้หลายข้อ ทั้งก๊อกไม่ควรเปิดด้วยมือ อ่างล้างมือต้องแยกจากอ่างสำหรับอาหารและจุดล้างเครื่องมือ ห้องสุขาต้องไม่เปิดเข้าสู่พื้นที่ผลิต บรรจุ หรือจัดเก็บโดยตรง และห้องเปลี่ยนชุดต้องวางตำแหน่งให้เดินเข้าพื้นที่ผลิตโดยชุดไม่เสี่ยงสกปรก | กระชับลงเหลือสี่รายการ คืออยู่ใกล้จุดที่ต้องใช้ ระบุชัดเจน และรักษาความสะอาด · จำนวนและตำแหน่งเพียงพอสำหรับล้าง เช็ดแห้ง และฆ่าเชื้อมือเมื่อจำเป็น · ห้องสุขาจำนวนเพียงพอ ออกแบบถูกสุขลักษณะ และแยกจากพื้นที่ผลิตอย่างเพียงพอ · ห้องเปลี่ยนชุดและที่เก็บของเพียงพอ โดยเปลี่ยนคำว่าน้ำร้อนและน้ำเย็นเป็นน้ำที่อุณหภูมิเหมาะสม |
| โรงอาหารและพื้นที่รับประทานอาหาร | ระบุให้บริหารโรงอาหารให้จัดเก็บ ปรุง และเสิร์ฟอย่างถูกสุขลักษณะ พร้อมกำหนดสภาวะการจัดเก็บ อุณหภูมิการปรุงและการเก็บรักษา และข้อจำกัดด้านเวลา | กระชับลงเหลือเรื่องตำแหน่งที่ลดโอกาสการปนเปื้อนข้าม แล้วเพิ่มเรื่องอาหารของพนักงานเอง ว่าต้องจัดเก็บในสภาพที่เหมาะสม รับประทานในพื้นที่ที่กำหนด และทิ้งอย่างเหมาะสม พร้อมกำหนดให้ทำความสะอาดพื้นที่เก็บอาหารของพนักงานตามความถี่ที่กำหนด |
| จังหวะที่ต้องล้างมือ | ระบุสามจังหวะ คือก่อนเริ่มจัดการอาหาร · ทันทีหลังใช้ห้องสุขาหรือสั่งน้ำมูก · ทันทีหลังจัดการวัสดุที่อาจปนเปื้อน | ขยายเป็นหกจังหวะ เพิ่มหลังสูบบุหรี่ · หลังรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม · ก่อนสวมหรือเปลี่ยนถุงมือ และระบุชัดว่ารวมถึงผู้ที่สวมถุงมือเพื่อสุขลักษณะด้วย |
| พฤติกรรมของบุคลากร | ไล่เจ็ดรายการ รวมถึงมาตรการควบคุมเครื่องประดับที่อนุญาตโดยคำนึงถึงความจำเป็นทางศาสนา ชาติพันธุ์ การแพทย์ และวัฒนธรรม และข้อห้ามเหน็บเครื่องเขียนไว้ที่หู | ไล่เจ็ดรายการเช่นกัน โดยเพิ่มการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และระบุประเภทของใช้ส่วนตัวชัดขึ้น ทั้งยา เครื่องประดับ นาฬิกา เครื่องเจาะร่างกาย และเข็มกลัด พร้อมเพิ่มว่าหากถอดของใช้ส่วนตัวออกไม่ได้ ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อน |
3. สามเรื่องที่ต้องตัดสินใจให้ชัดที่สุด
หนึ่ง การตรวจสุขภาพ ฉบับเดิมกำหนดให้ลูกจ้างเข้ารับการตรวจร่างกายก่อนเริ่มงานที่สัมผัสอาหาร เท่าที่กฎหมายอนุญาต ชุดปี 2025 ไม่มีข้อกำหนดนี้แล้ว แต่กำหนดให้ขั้นตอนจัดการการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ ต้องรวมข้อกำหนดตามกฎหมายและข้อบังคับที่ใช้บังคับกับสถานะสุขภาพของบุคลากรเข้าไปด้วย ซึ่งหมายความว่าโรงงานในไทยยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพของผู้สัมผัสอาหารตามกฎหมายไทยเช่นเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือมาตรฐานฉบับนี้ไม่ได้เป็นผู้กำหนดเรื่องนี้เอง แต่ชี้ไปที่กฎหมายแทน โรงงานจึงควรเขียนขั้นตอนโดยอ้างอิงข้อกำหนดทางกฎหมายที่ใช้กับตน ไม่ใช่อ้างเลขข้อของมาตรฐานอย่างที่เคยทำ
สอง กฎเรื่องชุดปฏิบัติงาน เมื่อรายละเอียดอย่างกระดุม กระเป๋าเหนือเอว และชนิดของรองเท้าไม่ได้ถูกเขียนไว้แล้ว โรงงานมีทางเลือกสองทาง คือคงกฎเดิมไว้แล้วเขียนเป็นเกณฑ์ของตนเอง หรือทบทวนใหม่ว่ากฎข้อใดยังจำเป็นกับกระบวนการของตนจริง ทางที่เราแนะนำคือทางแรก เพราะกฎเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พนักงานคุ้นเคยและตอบโจทย์คำว่าไม่ก่อโอกาสปนเปื้อนได้ตรง การรื้อทิ้งเพื่อให้ตรงกับถ้อยคำใหม่ มีแต่จะทำให้ต้องอธิบายมากขึ้นเวลาตรวจ
สาม วัสดุปิดแผล ข้อกำหนดเรื่องการปิดแผลด้วยวัสดุที่กำหนดและการแจ้งเมื่อวัสดุหลุดหายไม่ปรากฏแล้ว แต่ยังอยู่ในขอบเขตของขั้นตอนจัดการการบาดเจ็บที่องค์กรต้องจัดทำเป็นเอกสาร โรงงานที่ใช้พลาสเตอร์สีฟ้าตรวจจับด้วยเครื่องตรวจโลหะได้ ควรคงไว้และเขียนไว้ในขั้นตอนของตน เพราะเป็นวิธีที่พิสูจน์การควบคุมสิ่งแปลกปลอมในหมวด 12 ได้ด้วยในคราวเดียว
4. สองเรื่องที่เพิ่มขึ้นและต้องทำเพิ่มจริง
ผู้มาเยือนและผู้ให้บริการภายนอกกลายเป็นหัวข้อของตนเอง
- ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขลักษณะที่โรงงานจัดทำเป็นเอกสาร
- เมื่อจำเป็น ต้องได้รับการชี้แจงและกำกับดูแล และสวมชุดป้องกัน
- ก่อนเข้าพื้นที่ผลิตหรือพื้นที่จัดการผลิตภัณฑ์ ต้องได้รับการอธิบายข้อกำหนดด้านสุขลักษณะของโรงงาน
- ต้องได้รับการส่งเสริมให้แจ้งอาการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บที่อาจก่อปัญหาการปนเปื้อนข้าม
สิ่งที่ทำได้เร็วที่สุด — ปรับแบบฟอร์มลงชื่อผู้มาเยือนที่มีอยู่แล้วให้มีสองส่วนเพิ่ม คือช่องยืนยันว่าได้รับการชี้แจงข้อกำหนดสุขลักษณะแล้ว และช่องคัดกรองอาการเจ็บป่วยอย่างสั้น พร้อมเก็บแผ่นชี้แจงหนึ่งหน้าไว้ที่จุดลงทะเบียน วิธีนี้ตอบข้อกำหนดใหม่ได้ทั้งสองข้อในเอกสารเดียว
| จังหวะล้างมือตามฉบับเดิม | จังหวะล้างมือตามชุดปี 2025 |
|---|---|
| ก่อนเริ่มจัดการอาหาร | ก่อนเริ่มกิจกรรมจัดการผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น หลังพักงาน |
| ทันทีหลังใช้ห้องสุขาหรือสั่งน้ำมูก | ทันทีหลังใช้ห้องสุขา |
| ทันทีหลังจัดการวัสดุที่อาจปนเปื้อน | ทันทีหลังจัดการวัสดุที่อาจปนเปื้อน |
| ไม่มี | หลังสูบบุหรี่ |
| ไม่มี | หลังรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม |
| ไม่มี | ก่อนสวมหรือเปลี่ยนถุงมือ |
จุดที่มักถูกตรวจพบ — ป้ายจังหวะการล้างมือที่ติดอยู่หน้าอ่างของโรงงานส่วนใหญ่ยังเป็นสามข้อตามฉบับเดิม และข้อกำหนดใหม่ยังระบุชัดว่าผู้ที่สวมถุงมือเพื่อสุขลักษณะก็ต้องล้างมือตามจังหวะเหล่านี้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่พนักงานหน้างานมักเข้าใจว่าใส่ถุงมือแล้วไม่ต้องล้าง การเปลี่ยนป้ายและทบทวนในการอบรมรอบถัดไปเป็นงานเล็กที่ปิดช่องว่างนี้ได้ทันที
5. หลักฐานที่โรงงานควรเตรียม
| หลักฐาน | ผู้รับผิดชอบ | สิ่งที่ผู้ตรวจมักขอดู |
|---|---|---|
| ข้อกำหนดสุขลักษณะบุคลากรที่จัดทำเป็นเอกสาร | QA / ฝ่ายบุคคล | ครอบคลุมทั้งพนักงาน ผู้มาเยือน ผู้ให้บริการภายนอก และผู้รับเหมา พร้อมหลักฐานว่าสื่อสารออกไปแล้ว |
| หลักฐานความตระหนักเรื่องอันตราย | ฝ่ายบุคคล / QA | การอบรมหรือการชี้แจงที่แสดงว่าบุคลากรแต่ละกลุ่มรู้ว่างานของตนเกี่ยวข้องกับอันตรายใด |
| ขั้นตอนจัดการการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ | ฝ่ายบุคคล / QA | ช่องทางแจ้ง ผู้รับแจ้ง เกณฑ์ตัดสินว่าให้หยุดงานหรือย้ายงาน และข้อกำหนดตามกฎหมายที่ผนวกเข้ามา รวมถึงวิธีจัดการบาดแผล |
| บันทึกการแจ้งอาการและการดำเนินการ | หัวหน้างาน / QA | บันทึกการแจ้งของพนักงาน สิ่งที่ฝ่ายบริหารตัดสินใจ และผลที่เกิดขึ้น |
| กฎการเข้าพื้นที่สำหรับผู้มาเยือน | QA | หลักฐานว่าได้อธิบายข้อกำหนดก่อนเข้าพื้นที่ การส่งเสริมให้แจ้งอาการเจ็บป่วย สมุดลงชื่อหรือแบบฟอร์มคัดกรอง และการจัดชุดป้องกันกับผู้กำกับดูแล |
| เกณฑ์ชุดปฏิบัติงานของโรงงาน | QA / ฝ่ายบุคคล | เกณฑ์ที่โรงงานกำหนดเอง ว่าเหมาะกับวัตถุประสงค์และไม่ก่อโอกาสปนเปื้อนหมายถึงอะไร เช่น เรื่องกระดุม กระเป๋า และชนิดของรองเท้า |
| รอบการซักและการควบคุมชุด | ฝ่ายบุคคล / QA | วิธีและรอบการซัก การควบคุมผู้ให้บริการซักภายนอก และการตรวจสภาพชุดก่อนใช้งาน |
| การควบคุมถุงมือ | ฝ่ายผลิต / QA | ชนิดที่ใช้ในแต่ละงาน รอบการเปลี่ยน และมาตรการไม่ให้ถุงมือกลายเป็นแหล่งปนเปื้อน เช่น การตรวจว่าครบจำนวนและการล้างมือก่อนสวม |
| การตรวจตู้เก็บของ | หัวหน้างาน | รอบการตรวจ สิ่งที่พบ และการแก้ไข เพื่อแสดงว่าตู้สะอาดและปราศจากขยะกับเสื้อผ้าสกปรก |
| ผังและบันทึกดูแลสิ่งอำนวยความสะดวก | วิศวกรรม / ฝ่ายบุคคล | ตำแหน่งอ่างล้างมือและห้องสุขาเทียบกับพื้นที่ผลิต จำนวนที่มีเทียบกับจำนวนพนักงาน และบันทึกการทำความสะอาด |
| ป้ายจังหวะการล้างมือและการทวนสอบ | QA | ป้ายที่ระบุครบทั้งหกจังหวะ และวิธีที่โรงงานใช้ตรวจว่าพนักงานปฏิบัติจริง |
| บันทึกทำความสะอาดพื้นที่เก็บอาหารของพนักงาน | ฝ่ายบุคคล / แม่บ้าน | ความถี่ที่กำหนดไว้ ผู้รับผิดชอบ และบันทึกการทำจริง |
| นโยบายพฤติกรรมและมาตรการกรณีถอดของไม่ได้ | QA / ฝ่ายบุคคล | ข้อห้ามที่ครอบคลุมบุหรี่ไฟฟ้าและของใช้ส่วนตัว พร้อมมาตรการเมื่อพนักงานถอดของบางอย่างออกไม่ได้ |
6. เล่มรายภาคส่วนเพิ่มอะไรในหมวดนี้
ไม่มีเพิ่มทั้งสองเล่ม — ทั้ง ISO 22002-1:2025 และ ISO 22002-4:2025 ระบุให้ใช้ข้อกำหนดของ ISO 22002-100:2025 ในทุกหัวข้อย่อยของหมวด 14 หมวดนี้จึงเป็นหมวดที่กลุ่มบริษัทซึ่งมีโรงงานหลายประเภท ใช้ระเบียบปฏิบัติ ป้าย และหลักสูตรอบรมชุดเดียวกันได้ทั้งกลุ่ม ต่างกันเพียงพื้นที่ที่กำหนดให้ใช้กฎแต่ละข้อ ซึ่งมาจากผังการแบ่งพื้นที่ตามความเสี่ยงของแต่ละโรงงาน
หมวดนี้ตัดรายละเอียดออกมากที่สุด โรงงานจึงต้องเปลี่ยนจากการอ้างเลขข้อ มาเป็นการเขียนเกณฑ์ของตนเอง เรารับตั้งแต่ทบทวนกฎชุดปฏิบัติงานและขั้นตอนจัดการการเจ็บป่วยให้ผูกกับกฎหมายที่ใช้บังคับ ปรับป้ายและแบบฟอร์มผู้มาเยือน ไปจนถึงอบรมพนักงานให้เข้าใจจังหวะล้างมือชุดใหม่
- อบรม ISO 22002-100:2025ข้อกำหนดส่วนกลางที่ทุกภาคส่วนต้องใช้
- อบรม ISO 22002-1:2025โปรแกรมพื้นฐานสำหรับโรงงานผลิตอาหาร
- อบรม ISO 22002-4:2025โปรแกรมพื้นฐานสำหรับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร
- ที่ปรึกษาวางระบบ ISO 22000ให้โปรแกรมพื้นฐานกับการวิเคราะห์อันตรายทำงานร่วมกัน
บทความนี้สรุปสาระและการเปลี่ยนแปลงด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือเอกสารอย่างเป็นทางการของ ISO และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานที่แนะนำเป็นแนวทางจากประสบการณ์วางระบบ ไม่ใช่รายการที่มาตรฐานกำหนดไว้ องค์กรควรกำหนดหลักฐานให้เหมาะกับกระบวนการของตนเองและอ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากเล่มจริง กำหนดเวลาการบังคับใช้ของโครงการรับรองให้ยืนยันกับผู้ให้การรับรองของท่าน
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
