เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 15.1–15.3 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
การขนส่งเป็นช่วงสุดท้ายที่โรงงานยังรับผิดชอบต่ออาหาร แต่เป็นช่วงที่โรงงานมองเห็นน้อยที่สุด เมื่อสินค้าขึ้นรถไปแล้ว ไม่มีใครในโรงงานทราบว่าประตูรถถูกเปิดกี่ครั้ง เครื่องทำความเย็นทำงานตลอดทางหรือไม่ รถแวะรับสินค้าอื่นระหว่างทางหรือไม่ และรถคันนั้นบรรทุกอะไรมาก่อนหน้า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตอย่างถูกสุขลักษณะตลอดกระบวนการจึงยังเสียหายได้ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้าย ทั้งจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น จากฝุ่นและไอเสีย จากการปนข้ามของสารก่อภูมิแพ้ และจากการเสียหายทางกายภาพ Codex จึงกำหนดหมวดที่ 15 ว่าด้วยการขนส่งไว้เป็นหมวดสุดท้ายของบทที่ว่าด้วยหลักปฏิบัติที่ดีด้านสุขลักษณะ
ในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทย สิ่งที่พบบ่อยคือการขนส่งถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้ขนส่ง ไม่ใช่เรื่องของระบบความปลอดภัยอาหาร โรงงานที่ใช้รถของตนเองมักไม่มีบันทึกการทำความสะอาดรถ ส่วนโรงงานที่ว่าจ้างผู้ขนส่งภายนอกมักไม่มีข้อกำหนดใดแจ้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษร รถที่ใช้ส่งอาหารในตอนเช้าถูกนำไปขนวัสดุก่อสร้างในตอนบ่าย ลังสินค้าถูกวางบนพื้นกระบะโดยไม่มีวัสดุรอง เครื่องทำความเย็นถูกเปิดเมื่อรถออกจากโรงงานแล้ว ทั้งที่ตู้ยังร้อนอยู่ และไม่มีการตรวจสอบอุณหภูมิเมื่อส่งมอบ ทำให้ไม่มีใครทราบว่าสินค้าเดินทางมาถึงในสภาพใด
ตอนนี้ครอบคลุมข้อ 15.1 ถึงข้อ 15.3 โดยจะอธิบายว่าสามข้อนี้คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่ทำได้จริงทั้งกรณีที่โรงงานขนส่งเองและกรณีที่ว่าจ้างผู้อื่น พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 15.1 ถึงข้อ 15.3 กล่าวถึงอะไร
หมวดที่ 15 ระบุวัตถุประสงค์ไว้ว่า ในระหว่างการขนส่งต้องมีมาตรการเมื่อจำเป็นเพื่อปกป้องอาหารจากแหล่งที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน รวมถึงการปนข้ามของสารก่อภูมิแพ้ เพื่อปกป้องอาหารจากความเสียหายที่อาจทำให้อาหารไม่เหมาะสมต่อการบริโภค และเพื่อจัดให้มีสภาพแวดล้อมที่ควบคุมการเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรคหรือจุลินทรีย์ที่ทำให้เสื่อมเสีย และการสร้างสารพิษในอาหารได้อย่างมีประสิทธิผล
ข้อ 15.1 ทั่วไป ระบุว่าอาหารควรได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอระหว่างการขนส่ง และชนิดของยานพาหนะหรือภาชนะที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะของอาหารและสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขนส่งอาหารนั้น
ข้อ 15.2 ข้อกำหนด ระบุว่าเมื่อจำเป็น ยานพาหนะและภาชนะขนส่งขนาดใหญ่ควรได้รับการออกแบบและสร้างในลักษณะที่
- ไม่ทำให้อาหารหรือบรรจุภัณฑ์ปนเปื้อน
- ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิผล และเมื่อจำเป็น ฆ่าเชื้อและทำให้แห้งได้
- แยกอาหารต่างชนิด หรือแยกอาหารออกจากสิ่งที่ไม่ใช่อาหารซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อน ได้อย่างมีประสิทธิผลเมื่อจำเป็นระหว่างการขนส่ง
- ปกป้องจากการปนเปื้อนได้อย่างมีประสิทธิผล รวมถึงฝุ่นและควันหรือไอ
- รักษาอุณหภูมิ ความชื้น บรรยากาศ และสภาวะอื่นที่จำเป็น เพื่อปกป้องอาหารจากการเจริญของจุลินทรีย์และการเสื่อมสภาพที่อาจทำให้อาหารไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสม
- ทำให้ตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น และสภาวะแวดล้อมอื่นที่จำเป็นได้
ข้อ 15.3 การใช้งานและการบำรุงรักษา ระบุว่ายานพาหนะและภาชนะสำหรับขนส่งอาหารควรรักษาไว้ในสภาพที่สะอาด ซ่อมบำรุงดี และมีสภาพเหมาะสม ภาชนะและยานพาหนะสำหรับขนส่งอาหารในลักษณะเทกองควรกำหนดและทำเครื่องหมายไว้ว่าใช้สำหรับอาหาร และใช้เพื่อวัตถุประสงค์นั้นเท่านั้น เว้นแต่มีมาตรการควบคุมที่ทำให้มั่นใจว่าความปลอดภัยและความเหมาะสมของอาหารไม่ถูกกระทบ และเมื่อใช้ยานพาหนะหรือภาชนะเดียวกันขนส่งอาหารต่างชนิดหรือขนส่งสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร ต้องมีการทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิผล และเมื่อจำเป็น ต้องฆ่าเชื้อและทำให้แห้งระหว่างรอบการบรรทุก
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 15.2 ไม่ได้กำหนดอุณหภูมิที่ต้องรักษา ไม่ได้กำหนดชนิดของรถ และไม่ได้กำหนดความถี่ในการทำความสะอาด แต่ใช้ถ้อยคำว่าเมื่อจำเป็นกำกับไว้ พร้อมให้หลักในข้อ 15.1 ว่าชนิดของยานพาหนะขึ้นอยู่กับลักษณะของอาหารและสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอาหารนั้น โรงงานจึงต้องเป็นผู้ตอบเองว่าผลิตภัณฑ์ของตนต้องการสภาวะใดระหว่างขนส่ง แล้วเลือกยานพาหนะและมาตรการให้สอดคล้อง อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือข้อ 15.2 ระบุถึงความสามารถในการตรวจสอบสภาวะ ไว้เป็นข้อกำหนดหนึ่งต่างหาก ซึ่งหมายความว่าการมีตู้เย็นที่ทำงานได้ยังไม่พอ ต้องมีวิธีที่ทำให้ทราบด้วยว่าสภาวะเป็นไปตามที่กำหนดจริงหรือไม่ ผู้ตรวจจึงมักเดินออกไปที่รถที่จอดรออยู่หน้าโรงงาน เปิดประตูดูสภาพภายใน แล้วถามว่ารถคันนี้บรรทุกอะไรมาก่อนหน้าและล้างครั้งล่าสุดเมื่อใด
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
สามข้อนี้อยู่ในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมักมีรถของตนเองหนึ่งถึงสองคัน หรือว่าจ้างผู้ขนส่งภายนอกไม่กี่ราย หลักฐานของข้อเหล่านี้จึงควรเป็นบันทึกการตรวจสภาพก่อนบรรทุกที่คนขับหรือผู้ส่งของลงชื่อได้เอง ร่วมกับข้อกำหนดที่แจ้งผู้ขนส่งไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 15.1–15.3 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ชนิดของยานพาหนะต้องเหมาะกับลักษณะของอาหาร · ยานพาหนะต้องไม่ทำให้อาหารหรือบรรจุภัณฑ์ปนเปื้อน | ควรมี ทะเบียนยานพาหนะและภาชนะขนส่งพร้อมข้อกำหนดที่แจ้งผู้ขนส่ง ระบุรถทุกคันที่ใช้ ทั้งของโรงงานและของผู้รับจ้าง สภาวะที่ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดต้องการระหว่างขนส่ง และข้อกำหนดที่แจ้งผู้ขนส่งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมหลักฐานการรับทราบ | ผู้ขนส่งภายนอกเคยได้รับข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ · สภาวะที่กำหนดสอดคล้องกับอายุการเก็บและลักษณะผลิตภัณฑ์หรือไม่ |
| สภาพความสะอาด การซ่อมบำรุง และการปกป้องจากฝุ่นและไอ · การแยกอาหารจากสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร | ควรมี บันทึกการตรวจสภาพยานพาหนะก่อนบรรทุกทุกเที่ยว ครอบคลุมความสะอาด กลิ่นตกค้าง สภาพพื้นและผนัง การปิดสนิทของประตู ร่องรอยสัตว์พาหะ สิ่งที่บรรทุกมาก่อนหน้า และการยืนยันว่าไม่มีสิ่งที่ไม่ใช่อาหารร่วมเที่ยวเดียวกัน พร้อมชื่อผู้ตรวจและอำนาจปฏิเสธการบรรทุก | เดินออกไปเปิดประตูรถที่จอดรออยู่ · ถามคนขับว่ารถคันนี้บรรทุกอะไรมาก่อนหน้า · บันทึกที่ระบุว่าผ่านทุกเที่ยวตลอดปีมักถูกตั้งคำถาม |
| การทำความสะอาดและเมื่อจำเป็นการฆ่าเชื้อและทำให้แห้งระหว่างรอบการบรรทุก · การกำหนดและทำเครื่องหมายว่าใช้สำหรับอาหาร ซึ่งข้อ 15.3 ระบุไว้สำหรับการขนส่งอาหารในลักษณะเทกอง | ควรมี วิธีทำความสะอาดยานพาหนะและบันทึกการปฏิบัติ ระบุขั้นตอน สารที่ใช้ ความถี่ กรณีที่ต้องฆ่าเชื้อ และเงื่อนไขที่ต้องทำความสะอาดระหว่างรอบการบรรทุก พร้อมกำหนดว่ารถหรือภาชนะใดใช้สำหรับอาหารเท่านั้นและทำเครื่องหมายไว้ | รถที่ใช้ส่งอาหารเคยถูกนำไปบรรทุกสิ่งอื่นหรือไม่และล้างอย่างไร · ภาชนะขนส่งมีเครื่องหมายระบุว่าใช้สำหรับอาหารหรือไม่ |
| การรักษาอุณหภูมิและสภาวะที่จำเป็น · ความสามารถในการตรวจสอบสภาวะเหล่านั้น | ควรมี บันทึกอุณหภูมิเมื่อบรรทุกและเมื่อส่งมอบ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ระบุอุณหภูมิของตู้ก่อนบรรทุก อุณหภูมิของผลิตภัณฑ์เมื่อขึ้นรถ เวลาที่ใช้เดินทาง อุณหภูมิเมื่อส่งมอบ และผู้รับลงนาม พร้อมสิ่งที่ต้องทำเมื่อค่าที่วัดได้ออกนอกเกณฑ์ | ตู้ถูกทำให้เย็นก่อนบรรทุกหรือเปิดเครื่องหลังบรรทุกเสร็จ · มีบันทึกอุณหภูมิที่ปลายทางหรือมีเพียงที่ต้นทาง · เครื่องวัดที่ใช้เคยตรวจสอบความถูกต้องหรือไม่ |
| การเฝ้าระวังสภาวะตลอดเส้นทาง | เมื่อระบบโตขึ้น เครื่องบันทึกอุณหภูมิต่อเนื่องในตู้พร้อมการเรียกดูข้อมูลย้อนหลังของทุกเที่ยว ในวันเริ่มต้นให้วัดและบันทึกอุณหภูมิที่ต้นทางและปลายทางทุกเที่ยว และวัดเพิ่มเมื่อเส้นทางใช้เวลานานหรือมีการเปิดประตูหลายจุด | เที่ยวที่ส่งหลายจุดมีการวัดอุณหภูมิระหว่างทางหรือไม่ · ข้อมูลย้อนหลังของเที่ยวที่ผู้ตรวจสุ่มเลือก |
| การประเมินและการติดตามผลของผู้ขนส่งภายนอก | เมื่อระบบโตขึ้น การประเมินผู้ขนส่งอย่างเป็นระบบพร้อมการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการของผู้ขนส่ง ในวันเริ่มต้นให้ใช้บันทึกการตรวจสภาพก่อนบรรทุกเป็นข้อมูลประเมิน แล้วสรุปผลของผู้ขนส่งแต่ละรายเข้าการทบทวนประจำปีโดยผู้บริหาร | ผู้ขนส่งรายที่ถูกปฏิเสธการบรรทุกบ่อยได้รับการติดตามอย่างไร |
| การป้องกันการปนข้ามของสารก่อภูมิแพ้ระหว่างขนส่ง | เมื่อระบบโตขึ้น ข้อกำหนดการจัดวางและการแยกสินค้าในตู้ที่พิจารณาสารก่อภูมิแพ้อย่างเป็นระบบ ในวันเริ่มต้นให้กำหนดว่าผลิตภัณฑ์ที่มีสารก่อภูมิแพ้ต้องบรรจุปิดสนิทและวางแยกจากผลิตภัณฑ์อื่นในตู้เดียวกัน แล้วระบุไว้ในบันทึกการตรวจก่อนบรรทุก | สินค้าที่มีสารก่อภูมิแพ้วางรวมกับสินค้าอื่นในตู้อย่างไร · หีบห่อที่ฉีกขาดในตู้ถูกจัดการอย่างไร |
| สภาพของอุปกรณ์รองรับและวัสดุรองในตู้ | เมื่อระบบโตขึ้น ทะเบียนอุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่งพร้อมรอบการตรวจสภาพและการเปลี่ยน ในวันเริ่มต้นให้กำหนดว่าห้ามวางสินค้าบนพื้นตู้โดยตรง ต้องใช้แท่นรองหรือวัสดุรองที่ทำความสะอาดได้ และตรวจสภาพวัสดุรองพร้อมกับการตรวจก่อนบรรทุก | สินค้าวางกับพื้นตู้โดยตรงหรือไม่ · แท่นรองมีสภาพสะอาดและไม่แตกหักหรือไม่ |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- ระบุสภาวะที่ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดต้องการระหว่างขนส่ง ให้ผู้ดูแลระบบ GHPs เขียนไว้เป็นตาราง ระบุอุณหภูมิหรือสภาวะอื่นที่ต้องรักษา ระยะเวลาเดินทางสูงสุดที่ยอมรับได้ และสิ่งที่ห้ามขนส่งร่วมเที่ยวเดียวกัน โดยอ้างอายุการเก็บและลักษณะของผลิตภัณฑ์
- ทำทะเบียนยานพาหนะและภาชนะขนส่งที่ใช้จริง ทั้งรถของโรงงานและของผู้รับจ้าง ระบุประเภทของตู้ ความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิ วิธีตรวจสอบสภาวะ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับรถคันนั้น
- แจ้งข้อกำหนดแก่ผู้ขนส่งเป็นลายลักษณ์อักษร ครอบคลุมสภาพความสะอาดที่ต้องมี การห้ามขนส่งสิ่งที่ไม่ใช่อาหารร่วมเที่ยวเดียวกัน การทำความสะอาดระหว่างรอบการบรรทุก สภาวะที่ต้องรักษา และการแจ้งโรงงานเมื่อเกิดเหตุระหว่างทาง แล้วให้ผู้ขนส่งลงชื่อรับทราบ
- กำหนดให้ตรวจสภาพรถก่อนบรรทุกทุกเที่ยว โดยผู้ส่งของเป็นผู้ตรวจและลงชื่อ ครอบคลุมความสะอาด กลิ่นตกค้าง สภาพพื้นและผนัง การปิดสนิทของประตู ร่องรอยสัตว์พาหะ และสิ่งที่บรรทุกมาก่อนหน้า และให้อำนาจปฏิเสธการบรรทุกอย่างชัดเจน พร้อมระบุว่าเมื่อปฏิเสธแล้วต้องแจ้งใคร
- ทำความเย็นตู้ให้ถึงอุณหภูมิที่กำหนดก่อนเริ่มบรรทุก สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ แล้ววัดอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์เมื่อขึ้นรถและบันทึกไว้ พร้อมจัดการให้การบรรทุกใช้เวลาสั้นที่สุดและปิดประตูทุกครั้งที่หยุดพัก
- กำหนดวิธีจัดวางสินค้าในตู้ โดยห้ามวางกับพื้นตู้โดยตรง ให้ใช้แท่นรองหรือวัสดุรองที่ทำความสะอาดได้ เว้นช่องให้อากาศไหลเวียน และให้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารก่อภูมิแพ้บรรจุปิดสนิทและวางแยกจากผลิตภัณฑ์อื่นในตู้เดียวกัน
- เขียนวิธีทำความสะอาดยานพาหนะและกำหนดเงื่อนไขที่ต้องล้างระหว่างรอบ ระบุขั้นตอน สารที่ใช้ ผู้รับผิดชอบ และกรณีที่ต้องฆ่าเชื้อและทำให้แห้ง โดยกำหนดชัดว่าเมื่อรถถูกใช้กับอาหารต่างชนิดหรือกับสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร ต้องทำความสะอาดก่อนบรรทุกอาหารรอบถัดไป
- ทำเครื่องหมายภาชนะและยานพาหนะที่ใช้สำหรับอาหารเท่านั้น ให้เห็นชัด และแจ้งผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายว่าห้ามนำไปใช้กับงานอื่น สำหรับกรณีที่จำเป็นต้องใช้ร่วม ให้กำหนดมาตรการควบคุมไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและบันทึกทุกครั้งที่ใช้ร่วม
- บันทึกอุณหภูมิเมื่อส่งมอบและให้ผู้รับลงนาม พร้อมกำหนดสิ่งที่ต้องทำเมื่อค่าที่วัดได้ออกนอกเกณฑ์ ได้แก่ ใครตัดสินใจ ต้องกักสินค้าหรือไม่ และต้องประเมินอย่างไร แล้วนำเหตุการณ์ที่พบเข้าการประชุมพนักงานและการทบทวนประจำปีโดยผู้บริหาร
ใช้รถคันเดียวกันขนส่งอาหารและสิ่งที่ไม่ใช่อาหารโดยไม่ทำความสะอาดระหว่างรอบ — ข้อ 15.3 ระบุไว้โดยตรงว่าเมื่อใช้ยานพาหนะหรือภาชนะเดียวกันขนส่งอาหารต่างชนิดหรือสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร ต้องมีการทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิผลระหว่างรอบการบรรทุก
เปิดเครื่องทำความเย็นหลังบรรทุกเสร็จ — ทำให้ผลิตภัณฑ์อยู่ในตู้ที่ยังร้อนตลอดช่วงการบรรทุก และอุณหภูมิที่วัดได้เมื่อออกรถจึงไม่สะท้อนสภาพจริงของผลิตภัณฑ์
วัดอุณหภูมิเฉพาะที่ต้นทาง — ทำให้ไม่มีหลักฐานว่าสภาวะถูกรักษาไว้ตลอดการเดินทาง ข้อ 15.2 ระบุความสามารถในการตรวจสอบสภาวะไว้เป็นข้อกำหนดหนึ่งต่างหากจากความสามารถในการรักษาสภาวะ
ผู้ส่งของไม่มีอำนาจปฏิเสธการบรรทุก — เมื่อพบรถที่สกปรกหรือมีกลิ่นตกค้าง แต่ต้องส่งให้ทันเวลา สินค้าจึงถูกบรรทุกไปทั้งที่ทราบว่ามีปัญหา
วางสินค้ากับพื้นตู้โดยตรง หรือใช้แท่นรองที่แตกหักและสกปรก — ทำให้บรรจุภัณฑ์ปนเปื้อนและเสียหาย ซึ่งขัดกับข้อ 15.2 ที่ระบุว่ายานพาหนะต้องไม่ทำให้อาหารหรือบรรจุภัณฑ์ปนเปื้อน
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น จัดทำระบบประเมินผู้ขนส่งพร้อมการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการของผู้ขนส่งทุกราย ทั้งที่ยังไม่เคยแจ้งข้อกำหนดใดเป็นลายลักษณ์อักษรและยังไม่มีการตรวจสภาพรถก่อนบรรทุก — ควรเริ่มจากสองสิ่งนี้ก่อน
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-15.1-01 | ทะเบียนยานพาหนะและภาชนะขนส่ง พร้อมข้อกำหนดที่แจ้งผู้ขนส่ง | ข้อ 15.1–15.2 ยานพาหนะที่เหมาะกับลักษณะอาหารและไม่ทำให้อาหารปนเปื้อน |
| GHP-15.1-02 | บันทึกการตรวจสภาพยานพาหนะก่อนบรรทุก | ข้อ 15.2–15.3 สภาพความสะอาด การซ่อมบำรุง และการแยกอาหารจากสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร |
| GHP-15.1-03 | วิธีทำความสะอาดยานพาหนะและบันทึกการปฏิบัติ | ข้อ 15.3 การทำความสะอาดระหว่างรอบการบรรทุก และการใช้เพื่ออาหารเท่านั้น |
| GHP-15.1-04 | บันทึกอุณหภูมิและสภาวะเมื่อบรรทุกและเมื่อส่งมอบ | ข้อ 15.2 การรักษาสภาวะที่จำเป็นและความสามารถในการตรวจสอบสภาวะ |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- ระบุสภาวะที่ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดต้องการระหว่างขนส่งไว้เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมที่มาของเกณฑ์
- ผู้ขนส่งทุกรายได้รับข้อกำหนดของโรงงานเป็นลายลักษณ์อักษรและลงชื่อรับทราบแล้ว
- มีการตรวจสภาพรถก่อนบรรทุกทุกเที่ยว และผู้ส่งของมีอำนาจปฏิเสธการบรรทุกที่ระบุไว้ชัดเจน
- ทราบทุกเที่ยวว่ารถบรรทุกอะไรมาก่อนหน้า และมีการทำความสะอาดเมื่อจำเป็น
- ตู้ถูกทำให้เย็นถึงอุณหภูมิที่กำหนดก่อนเริ่มบรรทุก ไม่ใช่เปิดเครื่องหลังบรรทุกเสร็จ
- มีบันทึกอุณหภูมิทั้งเมื่อบรรทุกและเมื่อส่งมอบ พร้อมผู้รับลงนาม
- สินค้าไม่ถูกวางกับพื้นตู้โดยตรง และแท่นรองหรือวัสดุรองสะอาดและไม่แตกหัก
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 15.1–15.3 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
