เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ Codex Alimentarius, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ กล่องสรุปในบทความเป็นการย่อสาระของข้อ 14.1 ด้วยถ้อยคำของเรา ส่วนตารางหลักฐานและแบบฟอร์มเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ Codex เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
เมื่อเกิดปัญหากับผลิตภัณฑ์ที่ออกจากโรงงานไปแล้ว สิ่งที่ตัดสินว่าโรงงานจะเรียกคืนเพียงหนึ่งรุ่นหรือต้องเรียกคืนทั้งเดือน คือความละเอียดของการชี้บ่งรุ่นผลิต โรงงานที่ทำเครื่องหมายบนภาชนะบรรจุทุกใบและผูกรุ่นผลิตเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้ได้ จะจำกัดขอบเขตของปัญหาไว้ได้แคบและกู้ความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็ว ส่วนโรงงานที่ทำเครื่องหมายเพียงวันที่ผลิตกว้าง ๆ หรือไม่ทำเครื่องหมายเลย มักต้องเรียกคืนสินค้าจำนวนมากเกินความจำเป็น เพราะไม่มีทางพิสูจน์ได้ว่ารุ่นใดปลอดภัย Codex จึงเปิดหมวดที่ 14 ว่าด้วยข้อมูลผลิตภัณฑ์และความตระหนักของผู้บริโภคด้วยข้อ 14.1 เรื่องการชี้บ่งรุ่นผลิตและการตามสอบ
ในโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางของไทย สิ่งที่พบบ่อยคือมีรหัสรุ่นผลิตพิมพ์อยู่บนซองจริง แต่ไม่มีใครอธิบายได้ว่าตัวเลขแต่ละหลักหมายถึงอะไร บางโรงงานใช้เพียงวันที่ผลิตเป็นรหัสรุ่น ทำให้สินค้าที่ผลิตทั้งวันด้วยวัตถุดิบหลายล็อตกลายเป็นรุ่นเดียวกันทั้งหมด บันทึกการผลิตระบุวันที่แต่ไม่ระบุว่าวันนั้นใช้วัตถุดิบล็อตใด บันทึกการจัดส่งระบุชื่อลูกค้าและจำนวนแต่ไม่ระบุรุ่นผลิต และกล่องชั้นนอกที่ส่งให้ผู้แทนจำหน่ายไม่มีเครื่องหมายใดบอกรุ่น ทำให้เมื่อต้องตามสอบจริง ต้องรื้อกล่องออกมาดูซองข้างในทีละใบ
ตอนนี้จะอธิบายว่าข้อ 14.1 คาดหวังอะไร แล้วแปลงเป็นหลักฐานชุดเล็กที่ทำให้การตามสอบเดินหน้าและถอยหลังได้จริงด้วยบันทึกไม่กี่ชนิด พร้อมขั้นตอนลงมือทำและตัวอย่างแบบฟอร์ม
1. ข้อ 14.1 กล่าวถึงอะไร
ข้อ 14.1 การชี้บ่งรุ่นผลิตและการตามสอบ วางข้อกำหนดไว้สามเรื่อง
- ความสำคัญของการชี้บ่งรุ่นผลิต — การชี้บ่งรุ่นผลิตหรือกลยุทธ์การชี้บ่งในรูปแบบอื่นเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ และยังช่วยให้การหมุนเวียนสต๊อกเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลด้วย
- การทำเครื่องหมายบนภาชนะบรรจุ — ภาชนะบรรจุอาหารแต่ละหน่วยควรได้รับการทำเครื่องหมายอย่างถาวรเพื่อระบุผู้ผลิตและรุ่นผลิต โดยข้อนี้ระบุว่ามาตรฐานทั่วไปว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารบรรจุหีบห่อของ Codex เป็นเอกสารที่ใช้ประกอบ
- ระบบการตามสอบ — ควรออกแบบและนำระบบการตามสอบผลิตภัณฑ์ไปใช้ตามหลักการว่าด้วยการตามสอบผลิตภัณฑ์ในฐานะเครื่องมือภายในระบบการตรวจสอบและการรับรองอาหารของ Codex โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อให้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ได้เมื่อจำเป็น
ถ้อยคำเต็มให้อ่านจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งเปิดอ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ FAO/WHO
สิ่งที่ควรสังเกตคือ ข้อ 14.1 ไม่ได้กำหนดรูปแบบของรหัสรุ่นผลิต ไม่ได้กำหนดว่าหนึ่งรุ่นต้องกว้างเท่าใด และไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้ระบบสารสนเทศใด สิ่งที่ข้อนี้ระบุไว้ชัดเจนมีสองเรื่อง คือภาชนะบรรจุแต่ละหน่วยควรได้รับการทำเครื่องหมายอย่างถาวรเพื่อระบุผู้ผลิตและรุ่นผลิต และระบบการตามสอบควรออกแบบและนำไปใช้เพื่อให้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ได้เมื่อจำเป็น คำว่าถาวรมีความหมายในทางปฏิบัติว่าเครื่องหมายต้องอยู่รอดตลอดเส้นทางจนถึงผู้บริโภค ป้ายกระดาษที่ติดด้วยเทปแล้วหลุดระหว่างขนส่งจึงยังไม่ตอบข้อนี้ และคำว่าเพื่อให้เรียกคืนได้ หมายความว่าความละเอียดของรุ่นผลิตที่โรงงานเลือกต้องสมเหตุสมผลกับขอบเขตที่โรงงานยอมรับได้หากต้องเรียกคืน ผู้ตรวจจึงมักหยิบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปขึ้นมาหนึ่งชิ้น อ่านรหัสบนซอง แล้วขอให้โรงงานย้อนกลับไปว่ารุ่นนี้ผลิตวันใด ใช้วัตถุดิบล็อตใด และส่งไปที่ใดแล้วบ้าง
2. โรงงานต้องมีหลักฐานอะไร
ข้อ 14.1 เป็นข้อในระดับ GHPs โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่เริ่มทำระบบมักผลิตวันละไม่กี่รุ่นและส่งให้ผู้รับสินค้าไม่กี่ราย หลักฐานของข้อนี้จึงควรเป็นบันทึกสามชนิดที่ผูกต่อกันเป็นสายเดียว คือ วัตถุดิบล็อตใดเข้าสู่รุ่นผลิตใด รุ่นผลิตใดถูกทำเครื่องหมายอย่างไร และรุ่นผลิตใดถูกส่งให้ผู้รับรายใด ป้าย ควรมี คือหลักฐานพื้นฐานที่ผู้ตรวจ GHPs ขอดูเป็นประจำ ส่วนป้าย เมื่อระบบโตขึ้น คือสิ่งที่มาตรฐานระดับ HACCP หรือมาตรฐานสากลจะคาดหวังเพิ่มในภายหลัง โดยมีสิ่งที่ใช้แทนได้ในวันเริ่มต้น
| เรื่องที่ข้อ 14.1 กล่าวถึง | หลักฐานที่ควรมี | ผู้ตรวจมักดูอะไร |
|---|---|---|
| ภาชนะบรรจุแต่ละหน่วยต้องมีเครื่องหมายถาวรระบุผู้ผลิตและรุ่นผลิต | ควรมี ระเบียบการกำหนดรหัสรุ่นผลิตและการทำเครื่องหมายหนึ่งหน้า อธิบายความหมายของรหัสทุกหลัก ระบุว่าหนึ่งรุ่นครอบคลุมอะไร ทำเครื่องหมายด้วยวิธีใด ที่ตำแหน่งใด และครอบคลุมภาชนะชั้นใดบ้าง ทั้งหน่วยจำหน่ายและกล่องชั้นนอก | หยิบผลิตภัณฑ์ขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วให้อธิบายรหัสทีละหลัก · รหัสบนกล่องชั้นนอกตรงกับซองข้างในหรือไม่ · เครื่องหมายลบหรือหลุดง่ายหรือไม่ |
| การชี้บ่งรุ่นผลิตที่ผูกกับวัตถุดิบที่ใช้ · การตามสอบย้อนกลับ | ควรมี บันทึกการชี้บ่งรุ่นผลิตประจำวัน ระบุรหัสรุ่นที่ผลิต วันที่ สายการผลิต ปริมาณที่ผลิต และล็อตของวัตถุดิบกับวัสดุบรรจุที่ใช้ในรุ่นนั้น พร้อมชื่อผู้บันทึก | เลือกรุ่นผลิตหนึ่งรุ่นแล้วขอดูว่าใช้วัตถุดิบล็อตใด · บันทึกระบุเพียงวันที่โดยไม่ระบุล็อตวัตถุดิบหรือไม่ |
| ระบบการตามสอบที่ออกแบบมาเพื่อให้เรียกคืนได้ · การตามสอบไปข้างหน้า | ควรมี บันทึกการจัดส่งที่ระบุรุ่นผลิต ระบุวันที่ส่ง ผู้รับสินค้า รุ่นผลิตที่ส่ง และปริมาณของแต่ละรุ่น เพื่อให้ตอบได้ว่ารุ่นใดไปอยู่ที่ผู้รับรายใดบ้าง | เลือกรุ่นผลิตหนึ่งรุ่นแล้วถามว่าส่งไปที่ใดบ้างและปริมาณเท่าใด · บันทึกการจัดส่งที่ระบุเพียงจำนวนรวมโดยไม่แยกรุ่น |
| การตามสอบต้องทำได้จริงเมื่อจำเป็นต้องเรียกคืน | ควรมี บันทึกการทดสอบการตามสอบสองทิศทางอย่างน้อยปีละครั้ง โดยเริ่มจากผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปย้อนกลับไปถึงวัตถุดิบ และจากวัตถุดิบล็อตหนึ่งไปข้างหน้าถึงผู้รับสินค้า พร้อมเวลาที่ใช้และปริมาณที่ติดตามได้เทียบกับปริมาณที่ผลิต | ผลการทดสอบครั้งล่าสุดมีปริมาณที่ติดตามไม่ได้หรือไม่ · สาเหตุของผลต่างและการแก้ไข |
| การหมุนเวียนสต๊อกอย่างมีประสิทธิผล | เมื่อระบบโตขึ้น ระบบบริหารสต๊อกที่ตัดจ่ายตามรุ่นผลิตโดยอัตโนมัติ ในวันเริ่มต้นให้จัดวางสินค้าตามลำดับรุ่นและติดป้ายรุ่นที่หน้ากอง แล้วตรวจสอบเดือนละครั้งว่าไม่มีรุ่นเก่าค้างอยู่หลังรุ่นใหม่ | ในคลังมีรุ่นเก่าค้างอยู่หลังรุ่นใหม่หรือไม่ · สินค้าที่ใกล้หมดอายุถูกจ่ายก่อนหรือไม่ |
| การชี้บ่งด้วยระบบที่อ่านด้วยเครื่อง | เมื่อระบบโตขึ้น การใช้รหัสแท่งหรือรหัสสองมิติที่เชื่อมกับระบบสารสนเทศเพื่อลดความผิดพลาดจากการคัดลอกด้วยมือ ในวันเริ่มต้นให้ใช้การพิมพ์รหัสด้วยเครื่องพิมพ์วันที่และบันทึกลงสมุด โดยกำหนดผู้ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสเมื่อเริ่มกะ | รหัสที่พิมพ์บนซองตรงกับที่บันทึกในสมุดหรือไม่ · เคยพบการพิมพ์รหัสผิดและมีการแก้ไขอย่างไร |
| ความละเอียดของรุ่นผลิตที่เหมาะสมกับความเสี่ยง | เมื่อระบบโตขึ้น การทบทวนขนาดของรุ่นผลิตโดยประเมินผลกระทบทางการเงินหากต้องเรียกคืน ในวันเริ่มต้นให้พิจารณาว่าหนึ่งรุ่นควรแยกตามกะหรือแยกตามรอบการทำความสะอาด แทนการใช้ทั้งวันเป็นหนึ่งรุ่น | หนึ่งรุ่นครอบคลุมปริมาณเท่าใด · หากต้องเรียกคืนหนึ่งรุ่นจะกระทบสินค้ากี่หน่วย |
| การตามสอบวัสดุบรรจุและวัสดุสัมผัสอาหาร | เมื่อระบบโตขึ้น การบันทึกล็อตของวัสดุบรรจุทุกชนิดที่ใช้ในแต่ละรุ่นผลิตอย่างครบถ้วน ในวันเริ่มต้นให้บันทึกเฉพาะวัสดุที่สัมผัสอาหารโดยตรงและวัสดุที่มีการพิมพ์ข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งเป็นสองกลุ่มที่มักเป็นต้นเหตุของการเรียกคืน | เมื่อวัสดุบรรจุมีปัญหา โรงงานระบุได้หรือไม่ว่าใช้กับรุ่นผลิตใดบ้าง |
3. ทำด้วยตนเองทีละขั้น
- ตัดสินใจว่าหนึ่งรุ่นผลิตครอบคลุมอะไร ให้เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการโรงงานร่วมตัดสินใจกับผู้ดูแลระบบ GHPs โดยตั้งคำถามว่าหากต้องเรียกคืนหนึ่งรุ่น โรงงานยอมรับได้ที่ปริมาณเท่าใด แล้วเลือกความละเอียดให้สอดคล้อง เช่น แยกตามกะ ตามรอบการทำความสะอาด หรือตามล็อตวัตถุดิบ
- ออกแบบรหัสรุ่นผลิตให้อ่านเข้าใจได้ โดยกำหนดความหมายของทุกหลักและเขียนไว้ในระเบียบหนึ่งหน้า รหัสควรบอกวันที่ผลิตและลำดับของรุ่นในวันนั้นเป็นอย่างน้อย เพื่อให้พนักงานและผู้ตรวจอ่านได้โดยไม่ต้องเปิดตาราง
- กำหนดวิธีทำเครื่องหมายให้ถาวรและครอบคลุมทุกชั้นของภาชนะ ทั้งหน่วยจำหน่ายและกล่องชั้นนอก โดยเลือกวิธีที่ทนต่อความชื้นและการเสียดสีตลอดเส้นทางขนส่ง แล้วทดสอบด้วยการถูและแช่เย็นตามสภาพการใช้งานจริง
- ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสเมื่อเริ่มกะและเมื่อเปลี่ยนรุ่น ให้หัวหน้างานตรวจว่ารหัสที่ตั้งไว้ที่เครื่องพิมพ์ตรงกับรุ่นที่กำลังผลิตจริง แล้วเก็บตัวอย่างซองที่พิมพ์แล้วหนึ่งใบแนบไว้กับบันทึกของรุ่นนั้น
- บันทึกการชี้บ่งรุ่นผลิตประจำวันให้ผูกกับวัตถุดิบ โดยระบุล็อตของวัตถุดิบหลักและวัสดุบรรจุที่สัมผัสอาหารที่ใช้ในแต่ละรุ่น ให้ผู้ปฏิบัติงานบันทึกทันทีเมื่อเปิดวัตถุดิบล็อตใหม่ ไม่ใช่บันทึกย้อนหลังเมื่อสิ้นวัน
- เพิ่มช่องรุ่นผลิตในบันทึกการจัดส่ง ทุกบรรทัดต้องระบุว่าส่งรุ่นใดให้ผู้รับรายใดปริมาณเท่าใด สำหรับโรงงานที่ใช้ใบส่งของ ให้กำหนดว่าต้องเขียนรุ่นผลิตลงในใบส่งของทุกครั้งและเก็บสำเนาไว้
- จัดวางสินค้าในคลังตามลำดับรุ่น พร้อมติดป้ายรุ่นที่หน้ากองให้อ่านได้โดยไม่ต้องรื้อ แล้วตรวจสอบเดือนละครั้งว่าไม่มีรุ่นเก่าค้างอยู่หลังรุ่นใหม่ เพราะข้อ 14.1 ระบุว่าการชี้บ่งรุ่นผลิตช่วยให้การหมุนเวียนสต๊อกมีประสิทธิผล
- ทดสอบการตามสอบสองทิศทางอย่างน้อยปีละครั้ง เริ่มจากหยิบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปหนึ่งชิ้นแล้วย้อนกลับไปถึงวัตถุดิบทุกล็อตที่ใช้ จากนั้นเลือกวัตถุดิบหนึ่งล็อตแล้วตามไปข้างหน้าว่าเข้าสู่รุ่นผลิตใดและส่งให้ผู้รับรายใดบ้าง จับเวลาและบันทึกสิ่งที่ค้นไม่พบ
- เปรียบเทียบปริมาณและแก้ที่ต้นเหตุ หากปริมาณที่ติดตามได้ไม่ตรงกับปริมาณที่ผลิต ให้หาสาเหตุ เช่น การชี้บ่งไม่ครบทุกชั้นของภาชนะ หรือบันทึกการจัดส่งไม่ระบุรุ่น แล้วแก้ไขก่อนการทดสอบครั้งถัดไป
ใช้เพียงวันที่ผลิตเป็นรหัสรุ่น — ทำให้สินค้าทั้งวันที่ผลิตด้วยวัตถุดิบหลายล็อตกลายเป็นรุ่นเดียวกัน และเมื่อต้องเรียกคืนจึงต้องเรียกคืนทั้งวันโดยไม่จำเป็น
ไม่มีเครื่องหมายรุ่นผลิตบนกล่องชั้นนอก — ข้อ 14.1 ระบุว่าภาชนะบรรจุอาหารแต่ละหน่วยควรได้รับการทำเครื่องหมายอย่างถาวร เมื่อกล่องชั้นนอกไม่มีรหัส ผู้รับสินค้าจึงต้องรื้อกล่องเพื่อหารุ่น ซึ่งทำให้การเรียกคืนช้าลงมาก
เครื่องหมายที่ลบหรือหลุดระหว่างขนส่ง เช่น ป้ายกระดาษที่ติดด้วยเทป หรือหมึกที่ลบได้เมื่อโดนความชื้น — ยังไม่ตอบคำว่าถาวรตามข้อนี้
บันทึกการผลิตที่ไม่ระบุล็อตวัตถุดิบ — ทำให้การตามสอบย้อนกลับหยุดที่วันผลิต และเมื่อวัตถุดิบล็อตหนึ่งมีปัญหา โรงงานจึงระบุไม่ได้ว่ากระทบรุ่นใดบ้าง
บันทึกการจัดส่งที่ระบุเพียงจำนวนรวมโดยไม่แยกรุ่น — ทำให้การตามสอบไปข้างหน้าทำไม่ได้ และต้องแจ้งผู้รับสินค้าทุกรายแม้รายที่ไม่ได้รับรุ่นที่มีปัญหา
สร้างเอกสารมากเกินขนาดโรงงานตั้งแต่วันแรก เช่น จัดหาระบบสารสนเทศเพื่อการตามสอบก่อนที่จะกำหนดด้วยซ้ำว่าหนึ่งรุ่นผลิตครอบคลุมอะไร — ควรเริ่มจากการนิยามรุ่นผลิตและเพิ่มช่องรุ่นในบันทึกที่มีอยู่แล้ว
แบบฟอร์มที่ข้อนี้ต้องมี
หลักฐานที่ข้อนี้คาดหวังจัดเป็นแบบฟอร์ม 4 ฉบับ ตามตารางด้านล่าง ใช้เป็นรายการตรวจว่าโรงงานของท่านมีหลักฐานครบแล้วหรือยัง
| รหัส | แบบฟอร์ม | ใช้เป็นหลักฐานเรื่อง |
|---|---|---|
| GHP-14.1-01 | ระเบียบการกำหนดรหัสรุ่นผลิตและการทำเครื่องหมายบนภาชนะบรรจุ | ภาชนะบรรจุแต่ละหน่วยมีเครื่องหมายถาวรระบุผู้ผลิตและรุ่นผลิต |
| GHP-14.1-02 | บันทึกการชี้บ่งรุ่นผลิตประจำวัน | การผูกรุ่นผลิตกับล็อตวัตถุดิบและวัสดุบรรจุ · การตามสอบย้อนกลับ |
| GHP-14.1-03 | บันทึกการจัดส่งที่ระบุรุ่นผลิตและทะเบียนผู้รับสินค้า | การตามสอบไปข้างหน้า · ระบบตามสอบที่ทำให้เรียกคืนได้ |
| GHP-14.1-04 | แบบทดสอบการตามสอบสองทิศทางและการตรวจสอบการหมุนเวียนสต๊อก | ระบบการตามสอบทำได้จริง · การหมุนเวียนสต๊อกอย่างมีประสิทธิผล |
ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายของผู้บริหารจนถึงการสอบกลับและเรียกคืน ใช้เวลา 3 นาที ดูว่าควรเริ่มแก้จากข้อไหน
ดาวน์โหลด PDF → ต้องการเอกสาร Word ครบทั้งระบบ คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ · ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022 ราคา 1,290 บาทแบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่เอกสารของ Codex และไม่ใช่แบบฟอร์มบังคับ Codex ไม่ได้กำหนดรูปแบบบันทึกไว้ตายตัว แบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ให้ปรับให้ตรงกับผลิตภัณฑ์และขนาดของโรงงาน และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ Codex หรือของหน่วยรับรองใด และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตนเอง
- อธิบายความหมายของรหัสรุ่นผลิตได้ทุกหลัก และมีระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าหนึ่งรุ่นครอบคลุมอะไร
- ภาชนะบรรจุทุกชั้นมีเครื่องหมายระบุผู้ผลิตและรุ่นผลิต รวมถึงกล่องหรือลังชั้นนอก
- เครื่องหมายทนต่อความชื้นและการเสียดสีตลอดเส้นทางขนส่ง และเคยทดสอบความคงทนแล้ว
- บันทึกการผลิตระบุล็อตของวัตถุดิบและวัสดุบรรจุที่ใช้ในแต่ละรุ่น ไม่ใช่เพียงวันที่ผลิต
- บันทึกการจัดส่งทุกบรรทัดระบุรหัสรุ่นผลิต และทะเบียนผู้รับสินค้าเป็นปัจจุบัน
- เคยทดสอบการตามสอบทั้งย้อนกลับและไปข้างหน้าภายในหนึ่งปีที่ผ่านมา พร้อมเปรียบเทียบปริมาณที่ติดตามได้
ซีรีส์นี้ตั้งใจให้โรงงานทำระบบได้ด้วยตนเอง บทความทุกตอนเปิดให้อ่านได้ฟรี พร้อมรายการแบบฟอร์มที่แต่ละข้อต้องมี หากต้องการให้ทีมที่ปรึกษาลงหน้างาน ตรวจประเมินช่องว่างก่อนผู้ตรวจมา หรืออบรมพนักงานให้เข้าใจข้อกำหนดในภาษาเดียวกัน เราพร้อมช่วย
- สารบัญซีรีส์ GHPs ทั้ง 35 ตอนครบตั้งแต่ข้อ 5.1 ถึงข้อ 15 พร้อมรายการแบบฟอร์มทุกตอน
- ชุดเอกสารระบบ GHPs Codex 2022คู่มือ QM · QP 22 ฉบับ · แบบฟอร์ม 89 ฉบับ ไฟล์ Word แก้ไขได้
- ที่ปรึกษาวางระบบ GHPs และ HACCPลงหน้างาน วางเอกสารกับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด GHPsให้ทีมอ่านข้อกำหนดได้อย่างเข้าใจก่อนลงมือ
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน GHPs และ HACCPให้ทีมตรวจเอกสารของตนเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งประเภทผลิตภัณฑ์และขนาดโรงงาน เราจะประเมินขอบเขตงานให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายข้อ 14.1 ของ Codex General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2022 (GHPs revised 2022) ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของ Codex, FAO หรือ WHO และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตารางหลักฐาน ขั้นตอนลงมือทำ เช็กลิสต์ และแบบฟอร์มในบทความมาจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Codex ข้อกำหนดของกฎหมายไทย (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ และการเก็บรักษาอาหาร) ของมาตรฐานที่ขอการรับรอง และของลูกค้า อาจเข้มกว่าที่ Codex กำหนด การปฏิบัติจริงให้ยึดเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษ กฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดของหน่วยรับรองเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: Codex Alimentarius — General Principles of Food Hygiene CXC 1-1969 (Rev. 2022) หน้าค้นหาข้อความ Codex ของ FAO/WHO
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
