ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
อ่าน FDA Food Code

Food Code ใช้กับใคร
และทำไมโรงงานส่งออกไม่ต้องทำตาม

6 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ อ่าน FDA Food Code ทีละบท · ตอนที่ 2 จาก 12 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center — ไม่ใช่เอกสารของ U.S. FDA และเราไม่ได้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานใด ทุกหัวข้อระบุเลขมาตราไว้ให้เปิดฉบับจริงตรวจสอบได้ Food Code เป็นแบบให้หน่วยงานของรัฐนำไปออกกฎเอง ไม่ใช่กฎหมายกลางของสหรัฐฯ และไม่ใช่ข้อกำหนดสำหรับโรงงานผลิตอาหารส่งออก

คำถามแรกที่พบบ่อยที่สุดคือ “โรงงานของเราต้องทำตาม Food Code หรือไม่”
คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ต้อง — และตอนนี้จะอธิบายว่าทำไม พร้อมบอกว่าใครต้องทำจริง

1. Food Code คุมปลายทาง ไม่ใช่ต้นทาง

Food Code เขียนขึ้นสำหรับจุดที่อาหารถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ไม่ใช่จุดที่ผลิต กลุ่มที่อยู่ในขอบเขตได้แก่

2. เทียบให้ชัดกับที่คนสับสน

FDA Food Code21 CFR Part 117
คุมใครร้านอาหารและร้านค้าปลีกอาหาร โรงงานผลิต แปรรูป บรรจุ และเก็บรักษาอาหาร
สถานะทางกฎหมายเป็นแบบ ต้องรอรัฐรับไปใช้จึงจะบังคับได้ เป็นกฎหมายกลาง บังคับทันทีทั่วประเทศ
ใครตรวจหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐหรือของเมืองU.S. FDA
ต้องขึ้นทะเบียนกับ FDA ไหมไม่ต้อง ร้านค้าปลีกได้รับยกเว้น ต้อง และต่ออายุทุกสองปี
ต้องมี PCQI ไหมไม่มีข้อกำหนดนี้ต้องมี ตาม 21 CFR 117.180
รูปแบบข้อกำหนดระบุตัวเลขให้โดยตรง เช่น 165°F 7 วัน 4 ชั่วโมง บอกว่าต้องมีระบบ ตัวเลขให้โรงงานหาเองแล้วพิสูจน์

ความต่างในช่องสุดท้ายสำคัญที่สุด — Part 117 ไม่บอกว่าต้องต้มกี่องศา เพราะให้โรงงานทำ validation เอง ส่วน Food Codeบอกตัวเลขมาให้พร้อมใช้ เพราะร้านอาหารไม่มีทีมวิชาการมาทำ validation ทีละเมนู นี่คือเหตุผลว่าทำไมตัวเลขใน Food Code จึงนำไปใช้อ้างอิงได้สะดวกมาก

3. อาหารแบบไหนที่ Food Code สนใจเป็นพิเศษ

หัวใจอยู่ที่คำว่า TCS Food ย่อจาก Time/Temperature Control for Safety Food คืออาหารที่ต้องคุมเวลาและอุณหภูมิเพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อก่อโรคหรือการสร้างสารพิษ

ถ้าอาหารเป็น TCS จะมีข้อกำหนดตามมาทันทีเป็นชุด คืออุณหภูมิปรุง การลดอุณหภูมิ การถือร้อนถือเย็น การติดวันที่ และการอุ่นซ้ำ ถ้าไม่ใช่ TCS ข้อเหล่านั้นไม่บังคับ การตัดสินว่าใช่หรือไม่ใช่จึงเป็นการตัดสินใจที่มีผลมากที่สุดในทั้งฉบับ และวิธีตัดสินอยู่ในตอนที่ 3

4. คำที่เปลี่ยนกฎหลายข้อพร้อมกัน — Highly Susceptible Population

สรุปแนวคิดด้วยถ้อยคำของเรา

หมายถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีโอกาสเจ็บป่วยจากอาหารสูงกว่าคนทั่วไป และอยู่ในสถานที่ที่ให้บริการคนกลุ่มนั้นเป็นหลัก เช่นสถานดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์เลี้ยงเด็กเล็ก โรงพยาบาล หรือสถานที่ที่ให้บริการผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

เมื่อเข้าข่ายนี้ กฎหลายข้อจะเข้มขึ้นทันที ห้ามใช้ไข่ดิบ ห้ามเสิร์ฟของดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ และห้ามใช้เวลาแทนการควบคุมอุณหภูมิกับไข่ดิบ ครัวโรงพยาบาลและครัวศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในไทยที่ยึด Food Code เป็นแนวทาง ต้องอ่านข้อนี้ก่อนข้ออื่น

5. แล้วโรงงานไทยเกี่ยวตรงไหน

เกี่ยวสามทาง

ข้อที่ต้องไม่เขียนผิด

การทำตาม Food Code ไม่ได้ทำให้โรงงานเข้าเงื่อนไข Part 117 และในทางกลับกัน การมีแผนความปลอดภัยอาหารตาม Part 117 ก็ไม่ได้ทำให้ครัวผ่านการตรวจตาม Food Code ทั้งสองระบบซ้อนทับกันบางส่วน แต่ตอบกันไม่ได้

ส่วนฝั่งไทย เรามีกฎหมายสุขาภิบาลอาหารของตัวเองอยู่แล้ว การนำ Food Code มาใช้จึงเป็นการยกระดับโดยสมัครใจ ไม่ใช่การทดแทนกฎหมายไทย สิ่งที่ต้องทำตามยังคงเป็นกฎหมายไทยเสมอ

นำไปใช้ต่อได้ทันที ตอบสามคำถามนี้ก่อนอ่านตอนต่อไป

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ทำงานของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ U.S. FDA และไม่ใช่ข้อกำหนดของหน่วยงานใด ใช้เป็นจุดตั้งต้นในการตรวจหน้างานของตัวเอง

ให้เราช่วยได้ วางระบบและอบรมสำหรับครัวโรงแรม เชนร้านอาหาร และครัวกลาง

ซีรีส์นี้อ่านฟรีครบทุกตอน ไม่มีการสงวนเนื้อหา — เราไม่ได้เปิดคอร์สชื่อ Food Code โดยเฉพาะ แต่หากท่านต้องการให้ทีมครัวทำงานตามตัวเลขชุดนี้ได้จริง งานที่ตรงที่สุดคือวางระบบ GHPs และ HACCP กับหน้างานของคุณเอง ส่วนหลักสูตรในโรงงานเราปรับหัวข้อตามที่ตกลงกันได้

สารบัญFood Code ทั้ง 12 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการ และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ตัวเลขและเลขมาตราทั้งหมดอ้างจาก Food Code ฉบับปี 2022 ซึ่งอาจต่างจากฉบับที่รัฐของลูกค้าคุณรับไปใช้จริง การปฏิบัติให้ยึดกฎของรัฐนั้นและตัวบทภาษาอังกฤษเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: U.S. FDA — Food Code 2022 · 21 CFR Part 117 บน eCFR

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · กฎหมายอาหารของสหรัฐอเมริกา เข้าใจกติกาปลายทาง ก่อนเตรียมเอกสารและระบบของโรงงาน

กฎหมายอาหารของสหรัฐอเมริกามีหลายชั้น ทั้งข้อกำหนดสำหรับผู้ผลิตและกติกาของสถานที่ปลายทาง โรงงานที่ส่งออกจึงต้องรู้ว่าลูกค้าปลายทางถูกกำกับด้วยอะไร เพื่อเตรียมข้อมูลและฉลากให้ตรง เรารับตั้งแต่ประเมินความพร้อม ไปจนถึงจัดอบรมหลักสูตรที่ต้องมี

ดูหลักสูตร PCQI → หรือแจ้งประเภทสินค้าและตลาดปลายทางมาที่ หน้าขอใบเสนอราคา ดูงานที่ปรึกษาทั้งหมดได้ที่ หน้างานที่ปรึกษา

อยากให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

เล่าให้เราฟังว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ