ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
BRCGS Food Safety Issue 9 · ตอนที่ 9 จาก 35

ข้อ 3.5 การอนุมัติผู้ส่งมอบและวัตถุดิบ
ไล่ทีละข้อ 3.5.1.1 ถึง 3.5.4.6 พร้อมหลักฐานที่ต้องเตรียม

9 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ตอนที่ 9 จาก 35 · ซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ · ข้อ 3.5

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง

ข้อ 3.5 เป็นหัวข้อที่ยาวที่สุดหัวข้อหนึ่งของมาตรฐาน และเป็นหัวข้อที่เราพบข้อบกพร่อง (non-conformity) มากที่สุด เพราะงานกระจายอยู่ระหว่างจัดซื้อ ประกันคุณภาพ และคลังรับของ โดยไม่มีใครถือภาพรวม
ข้อ 3.5.1 ถูกกำกับไว้เป็นข้อกำหนดพื้นฐาน (fundamental requirement) จุดตั้งต้นของทั้งหัวข้อคือการประเมินความเสี่ยง (risk assessment) วัตถุดิบตามข้อ 3.5.1.1 เพราะผลของการประเมินนั้นเป็นตัวกำหนดว่าจะอนุมัติผู้ส่งมอบด้วยวิธีใด และจะตรวจรับของอย่างไร

1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้

เจตนารมณ์ของหัวข้อ สรุปด้วยถ้อยคำของเราข้อกำหนดพื้นฐาน

บริษัทต้องมีระบบอนุมัติและเฝ้าติดตามผู้ส่งมอบที่ใช้ได้ผลจริง เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดจากวัตถุดิบ ซึ่งรวมถึงบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิ ต่อความปลอดภัย ความเป็นของแท้ (authenticity) ความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้าย ได้รับการเข้าใจและถูกจัดการอย่างเหมาะสม

วัสดุทุกอย่างที่นำเข้ามาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์สุดท้าย ต้องมาจากผู้ส่งมอบที่ผ่านการอนุมัติ และต้องถูกเฝ้าติดตาม โดยระบบต้องมีสองส่วนเสมอ คือการอนุมัติเมื่อเริ่มต้น และการเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง หัวข้อนี้ยังครอบคลุมการตรวจรับวัตถุดิบตามข้อ 3.5.2 ผู้ให้บริการที่จ้างภายนอกตามข้อ 3.5.3 และกระบวนการที่จ้างผลิตภายนอกตามข้อ 3.5.4

บรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิคือวัตถุดิบ มาตรฐานนิยามบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ประกอบกันเป็นหน่วยขายถึงผู้บริโภคหรือลูกค้า เช่น ขวด ฝา ฉลาก และซีลแสดงร่องรอยการเปิด รวมถึงภาชนะบรรจุวัตถุดิบแบบเทกอง โรงงานจำนวนมากประเมินความเสี่ยงเฉพาะส่วนผสม แล้วปล่อยบรรจุภัณฑ์ไว้นอกระบบ ซึ่งเป็นข้อบกพร่องที่พบซ้ำมากที่สุดข้อหนึ่งของหัวข้อนี้

2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้

ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้

ข้อเรื่องตรวจที่เกี่ยวกับใคร
3.5.1.1การประเมินความเสี่ยงวัตถุดิบเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับทีม HACCP และฝ่ายจัดซื้อ
3.5.1.2ระเบียบปฏิบัติการอนุมัติผู้ส่งมอบเอกสารฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายประกันคุณภาพ
3.5.1.3–3.5.1.4การทบทวนผลการดำเนินงานของผู้ส่งมอบ และบัญชีผู้ส่งมอบที่อนุมัติแล้วเอกสารฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายรับวัตถุดิบ
3.5.1.5–3.5.1.6การซื้อผ่านตัวแทนหรือนายหน้า และการสอบกลับในห่วงโซ่อุปทานเอกสารฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายประกันคุณภาพ
3.5.1.7ขั้นตอนกรณียกเว้นและการซื้อฉุกเฉินเอกสารฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายประกันคุณภาพ และผู้บริหารที่มีอำนาจอนุมัติ
3.5.2.1–3.5.2.2การตรวจรับวัตถุดิบ และการสื่อสารการเปลี่ยนแปลงไปยังจุดรับของทั้งสองฝ่ายรับวัตถุดิบ ฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายจัดซื้อ
3.5.3.1–3.5.3.3การอนุมัติ สัญญา และการทบทวนผู้ให้บริการที่จ้างภายนอกเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายซ่อมบำรุง
3.5.4.1–3.5.4.2การแจ้งลูกค้า และการอนุมัติเฝ้าติดตามผู้รับจ้างผลิตเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายดูแลลูกค้า
3.5.4.3–3.5.4.4การนำการจ้างผลิตเข้าสู่แผน HACCP และข้อกำหนดจำเพาะของบริการเอกสารทีม HACCP และฝ่ายประกันคุณภาพ
3.5.4.5สัญญาและการรักษาการสอบกลับตลอดการจ้างผลิตทั้งสองฝ่ายประกันคุณภาพ และผู้รับผิดชอบระบบสอบกลับ
3.5.4.6การตรวจและทดสอบผลิตภัณฑ์ที่รับกลับเข้ามาเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายรับวัตถุดิบ

รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS

3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร

3.5.1.1การประเมินความเสี่ยงวัตถุดิบ

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับทีม HACCP และฝ่ายจัดซื้อ

ต้องประเมินความเสี่ยงของวัตถุดิบแต่ละรายการหรือแต่ละกลุ่ม รวมถึงบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิ เป็นลายลักษณ์อักษร โดยอย่างน้อยต้องพิจารณาสารก่อภูมิแพ้ (allergen) ทั้งที่ตั้งใจใส่และที่อาจปนเปื้อน สิ่งแปลกปลอม (foreign body) การปนเปื้อนทางจุลินทรีย์และทางเคมี การปนข้ามระหว่างสายพันธุ์หรือชนิด การปลอมปน (adulteration) หรือการทดแทน ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับกฎหมายหรือข้อกำหนดของลูกค้า และความสำคัญของวัตถุดิบต่อคุณภาพ ผลของการประเมินต้องเป็นฐานของการตรวจรับและทดสอบ และของการอนุมัติผู้ส่งมอบ (supplier approval) ต้องปรับปรุงเมื่อวัตถุดิบ กระบวนการผลิตวัตถุดิบ หรือผู้ส่งมอบเปลี่ยน เมื่อมีความเสี่ยงใหม่ เมื่อเกิดการเรียกคืน (recall) ที่พาดพิงถึงวัตถุดิบนั้น และอย่างน้อยทุกสามปี

ข้อนี้คือหัวใจของทั้งหัวข้อ 3.5 เพราะข้อย่อยที่เหลือเกือบทั้งหมดอ้างกลับมาที่ผลของการประเมินนี้ การประเมินที่ให้คะแนนลอย ๆ โดยไม่ผูกกับวิธีอนุมัติผู้ส่งมอบและวิธีตรวจรับ จะตอบไม่ได้ว่าเหตุใดวัตถุดิบรายการนี้จึงตรวจรับด้วยวิธีนี้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • การประเมินนี้ไม่ได้มีไว้ทำซ้ำกับข้ออื่น เรื่องความเป็นของแท้ในข้อ 5.4 เป็นตัวชี้ความเสี่ยง ส่วนข้อนี้มีไว้ดึงความเสี่ยงนั้นเข้าสู่การอนุมัติผู้ส่งมอบและการรับวัตถุดิบ
  • จัดกลุ่มวัตถุดิบที่ความเสี่ยงเหมือนกันได้ แต่ต้องพิจารณาแต่ละรายการก่อนว่าไม่ต่างจากกลุ่ม เช่น โรงงานเบเกอรีรวมผลไม้อบแห้งได้ แต่ต้องแยกแป้งแต่ละชนิดเพราะเป็นวัตถุดิบวิกฤตต่อคุณภาพ
  • ระดับความเสี่ยงจริงขึ้นกับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งวิธีนำไปใช้ในกระบวนการ ประวัติผู้ส่งมอบ แหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์ และวิธีผลิตวัตถุดิบ เช่น ไข่สดกับไข่พาสเจอไรซ์เสี่ยงไม่เท่ากัน หรือส่วนผสมที่เติมหลังขั้นตอนทำลายเชื้อสุดท้ายเสี่ยงต่างจากที่เติมตั้งแต่ต้น
  • กฎหมายของประเทศที่ผลิตวัตถุดิบอาจต่างจากประเทศที่ตั้งโรงงานและประเทศปลายทาง จึงต้องดูให้ครบทั้งสามทาง และการที่ลูกค้ากำหนดผู้ส่งมอบให้ ไม่ได้ทำให้ความจำเป็นในการประเมินหมดไป
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ทะเบียนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิทุกรายการที่ใช้อยู่จริง พร้อมกลุ่มที่จัดไว้และเหตุผลของการจัดกลุ่ม
  • แบบประเมินความเสี่ยงที่แสดงครบทั้งเจ็ดประเด็นตามข้อกำหนด พร้อมวันที่และผู้ประเมิน
  • หลักฐานการเชื่อมผลการประเมินไปสู่วิธีอนุมัติผู้ส่งมอบและเกณฑ์การตรวจรับของแต่ละรายการ
  • บันทึกการทบทวนย้อนหลังไม่เกินสามปี และบันทึกการทบทวนพิเศษเมื่อเปลี่ยนผู้ส่งมอบหรือมีความเสี่ยงใหม่

3.5.1.2ระเบียบปฏิบัติการอนุมัติผู้ส่งมอบ

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายประกันคุณภาพ

ต้องมีระเบียบปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับการอนุมัติผู้ส่งมอบวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ส่งมอบบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยได้จริงและมีระบบสอบกลับ (traceability) ที่ใช้ได้ผล วิธีอนุมัติต้องอิงความเสี่ยง และใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การรับรองตามมาตรฐาน BRCGS ที่เกี่ยวข้องหรือมาตรฐานที่ GFSI เทียบเคียง ซึ่งขอบข่ายต้องครอบคลุมวัตถุดิบที่ซื้อ การตรวจประเมินโดยผู้ตรวจที่พิสูจน์ความสามารถได้ ซึ่งครอบคลุมความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ ระบบสอบกลับ การทบทวน HACCP แผนความมั่นคงและการป้องกันการจงใจก่ออันตราย (food defence) แผนความเป็นของแท้ และหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต หรือแบบสอบถามที่ครอบคลุมหัวข้อเดียวกันและผ่านการทบทวนโดยผู้มีความสามารถ ซึ่งใช้ได้เฉพาะเมื่อมีเหตุผลอิงความเสี่ยงรองรับและประเมินว่าเป็นความเสี่ยงต่ำ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สำเนาใบรับรองอย่างเดียวไม่ถือเป็นการยืนยันสถานะ ต้องตรวจสอบกับฐานข้อมูลอิสระ เช่น ทะเบียนของ BRCGS และต้องมีวิธีติดตามว่าการรับรองยังไม่หมดอายุ
  • ต้องดูว่าวัตถุดิบที่ซื้ออยู่ในขอบข่ายการรับรองหรือไม่ หากถูกกันออกจากขอบข่าย จะสันนิษฐานไม่ได้ว่าทุกกระบวนการเป็นไปตามมาตรฐาน จึงต้องมีการอนุมัติเพิ่มเติม
  • ข้อบกพร่องจากการตรวจผู้ส่งมอบควรมีแผนแก้ไขพร้อมกรอบเวลา ยกเว้นข้อที่วิกฤตต่อความปลอดภัยหรือกฎหมาย ซึ่งไม่ควรอนุญาตให้ส่งมอบจนกว่าจะแก้เสร็จ และหากใช้แบบสอบถามเป็นกลไกเดียว คำตอบต้องครบพอที่จะตัดสินใจอนุมัติได้
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการอนุมัติผู้ส่งมอบที่ระบุวิธีอนุมัติ ความถี่ในการเฝ้าติดตาม และผู้รับผิดชอบแต่ละขั้น
  • บันทึกการตรวจสอบสถานะใบรับรองจากฐานข้อมูลอิสระ พร้อมวันที่ตรวจสอบและวันหมดอายุ
  • รายงานการตรวจประเมินผู้ส่งมอบฉบับเต็ม พร้อมประวัติความสามารถของผู้ตรวจ
  • แบบสอบถามที่กรอกครบ พร้อมลายมือชื่อผู้ทบทวนและเหตุผลที่จัดเป็นความเสี่ยงต่ำ

3.5.1.3–3.5.1.4การทบทวนผลการดำเนินงานของผู้ส่งมอบ และบัญชีผู้ส่งมอบที่อนุมัติแล้ว

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายรับวัตถุดิบ

ต้องมีกระบวนการเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับการทบทวนผลการดำเนินงานของผู้ส่งมอบอย่างต่อเนื่อง โดยอิงความเสี่ยงและเกณฑ์ผลการดำเนินงานที่กำหนดไว้ และต้องนำไปปฏิบัติจริงอย่างครบถ้วน กรณีที่อนุมัติด้วยแบบสอบถาม ต้องออกแบบสอบถามใหม่อย่างน้อยทุกสามปี และกำหนดให้ผู้ส่งมอบแจ้งการเปลี่ยนแปลงสำคัญในระหว่างนั้น รวมถึงการเปลี่ยนสถานะการรับรอง พร้อมเก็บบันทึกไว้ นอกจากนี้ต้องมีบัญชีหรือฐานข้อมูลผู้ส่งมอบที่อนุมัติแล้วซึ่งเป็นปัจจุบัน และให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเข้าถึงได้ง่าย เช่น ที่จุดรับวัตถุดิบ

เกณฑ์ที่มีแต่ราคา ความตรงเวลา และการส่งครบ เป็นเกณฑ์จัดซื้อ ไม่ใช่เกณฑ์ตามข้อนี้ มาตรฐานยอมให้เพิ่มเกณฑ์ทางการค้าได้ แต่ต้องไม่กลบเรื่องความปลอดภัย ความเป็นของแท้ ความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพ ซึ่งต้องอยู่ในการทบทวนทุกครั้ง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • มาตรฐานให้สถานที่ผลิตกำหนดเกณฑ์และความถี่เอง แต่ต้องอธิบายต่อผู้ตรวจได้ว่าเหมาะสม มีเหตุผล และอิงความเสี่ยง
  • เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไป เช่น ความเสี่ยงที่ทราบของวัตถุดิบหรือผู้ส่งมอบ ท่าทีต่อประเด็นความเสี่ยงใหม่ จำนวนครั้งที่พบการปนเปื้อนหรือวัตถุดิบไม่เป็นไปตามข้อกำหนด และคุณภาพของวัสดุที่ส่งมา
  • คาดหมายว่าวัตถุดิบทุกรายการรวมถึงบรรจุภัณฑ์จะมาจากผู้ส่งมอบในบัญชี ยกเว้นการซื้อฉุกเฉินตามข้อ 3.5.1.7 และผู้ตรวจมักใช้บัญชีนี้เป็นฐานในการสุ่มบันทึกการอนุมัติ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการทบทวนผลการดำเนินงานผู้ส่งมอบ ที่ระบุเกณฑ์ ความถี่ตามระดับความเสี่ยง และผู้รับผิดชอบ
  • บันทึกการทบทวนรายรายที่แสดงผลด้านความปลอดภัยและคุณภาพ ไม่ใช่เฉพาะด้านการส่งมอบ
  • แบบสอบถามที่ออกใหม่ภายในรอบสามปี พร้อมหนังสือแจ้งเงื่อนไขให้ผู้ส่งมอบรายงานการเปลี่ยนแปลงสำคัญ
  • บัญชีผู้ส่งมอบที่อนุมัติแล้วฉบับปัจจุบัน พร้อมวันที่ปรับปรุงล่าสุด และหลักฐานว่าฉบับที่จุดรับของตรงกับฉบับควบคุม

3.5.1.5–3.5.1.6การซื้อผ่านตัวแทนหรือนายหน้า และการสอบกลับในห่วงโซ่อุปทาน

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายประกันคุณภาพ

เมื่อซื้อวัตถุดิบหรือบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิจากบริษัทที่ไม่ใช่ผู้ผลิต ผู้บรรจุ หรือผู้รวบรวม เช่น ตัวแทน นายหน้า หรือผู้ค้าส่ง สถานที่ผลิตต้องทราบว่าผู้ผลิตหรือผู้บรรจุรายสุดท้ายคือใคร หรือสำหรับสินค้าเทกองคือสถานที่รวบรวม และต้องได้รับข้อมูลที่พอต่อการอนุมัติรายนั้นตามข้อ 3.5.1.1 และ 3.5.1.2 เว้นแต่ตัวแทนหรือนายหน้าเองได้รับการรับรองตามมาตรฐาน BRCGS หรือมาตรฐานที่ GFSI เทียบเคียง นอกจากนี้ต้องทำให้มั่นใจว่าผู้ส่งมอบมีระบบสอบกลับที่ใช้ได้ผล หากอนุมัติด้วยแบบสอบถามแทนการรับรองหรือการตรวจประเมิน ต้องทวนสอบระบบสอบกลับเมื่ออนุมัติครั้งแรกและอย่างน้อยทุกสามปี ซึ่งทำได้ด้วยการทดสอบการสอบกลับ โดยหากซื้อผ่านตัวแทนหรือนายหน้า ให้ทวนสอบที่ผู้ผลิตหรือผู้รวบรวมรายสุดท้าย ส่วนวัตถุดิบที่รับตรงจากฟาร์ม ไม่บังคับให้ทวนสอบเพิ่ม

ประเด็นที่เข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าซื้อผ่านนายหน้าแล้วจบที่นายหน้า ในความเป็นจริงหากนายหน้าไม่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่ยอมรับ ภาระการอนุมัติจะเลื่อนไปที่ผู้ผลิตรายสุดท้าย และสถานที่ผลิตต้องหาข้อมูลนั้นมาให้ได้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สถานที่รวบรวมหมายถึงจุดที่นำวัตถุดิบหลายชุดมาผสมจนไม่สามารถระบุผู้ส่งมอบของแต่ละส่วนได้ เช่น ไซโลรวมข้าว ส่วนผู้ค้าที่รับสินค้าเป็นหน่วยที่สอบกลับได้ทีละกระสอบ ไม่ถือเป็นสถานที่รวบรวม
  • การทวนสอบ (verification) การสอบกลับทำเป็นรายผู้ส่งมอบ ไม่ใช่รายวัตถุดิบ วิธีที่ยอมรับได้ เช่น ส่งรหัสรุ่นให้ผู้ส่งมอบทำการสอบกลับแล้วส่งบันทึกกลับมา หรือคำอธิบายระบบสอบกลับอย่างละเอียด
  • สถานที่ผลิตที่เพิ่งเข้าสู่การรับรองควรทวนสอบได้อย่างน้อยหนึ่งในสามในปีแรกโดยเริ่มจากวัตถุดิบเสี่ยงสูง สองในสามในปีที่สอง และครบทุกรายในปีที่สาม โดยผู้ตรวจจะไม่ทดสอบเอง แต่จะดูกระบวนการและข้อมูลที่ได้รับกลับมา
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ทะเบียนวัตถุดิบที่ซื้อผ่านตัวแทนหรือนายหน้า พร้อมชื่อผู้ผลิตหรือผู้รวบรวมรายสุดท้ายของแต่ละรายการ
  • ข้อตกลงกับตัวแทนหรือนายหน้าเรื่องการส่งต่อข้อมูลผู้ผลิตและข้อมูลการสอบกลับ
  • บันทึกการทวนสอบสถานะการรับรองของตัวแทนหรือนายหน้า หากใช้เป็นเหตุยกเว้นการอนุมัติผู้ผลิต
  • ผลการทดสอบการสอบกลับกับผู้ส่งมอบที่อนุมัติด้วยแบบสอบถาม และแผนกระจายการทวนสอบตลอดสามปี

3.5.1.7ขั้นตอนกรณียกเว้นและการซื้อฉุกเฉิน

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายประกันคุณภาพ และผู้บริหารที่มีอำนาจอนุมัติ

ระเบียบปฏิบัติต้องระบุการดำเนินการที่ต้องทำในสองสถานการณ์ คือเมื่อเกิดข้อยกเว้นจากกระบวนการอนุมัติตามข้อ 3.5.1.2 เช่น ลูกค้าเป็นผู้กำหนดผู้ส่งมอบ และเมื่อไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการอนุมัติอย่างมีประสิทธิผล เช่น สินค้าเกษตรแบบเทกอง ในทั้งสองกรณีต้องใช้การทดสอบผลิตภัณฑ์เพื่อทวนสอบคุณภาพและความปลอดภัย และเมื่อสถานที่ผลิตผลิตผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า ต้องแจ้งข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องให้ลูกค้าทราบ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สถานการณ์ที่เข้าข่าย เช่น ผู้ส่งมอบเดิมส่งของไม่ทัน การซื้อสินค้าเทกอง หรือผู้ส่งมอบที่ลูกค้ากำหนดมา ซึ่งทำให้ใช้กระบวนการอนุมัติปกติไม่ได้
  • สิ่งที่ต้องมีคือการประเมินความเสี่ยงของการซื้อครั้งนั้น และการตรวจหรือทดสอบที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยง เช่น การตรวจร้อยเปอร์เซ็นต์ ใบรับรองผลวิเคราะห์ การเพิ่มการสุ่มตัวอย่างทางจุลชีววิทยา การทบทวนรายงานการตรวจของบุคคลที่สาม หรือข้อกำหนดจำเพาะ (specification) ที่ตกลงเป็นทางการ
  • กรณีผู้ส่งมอบที่ลูกค้ากำหนด สถานที่ผลิตยังต้องหาข้อมูลให้พอประเมินความเสี่ยงที่อาจกระทบผลิตภัณฑ์อื่น และข้อยกเว้นนี้ไม่ใช่ช่องทางถาวรสำหรับผู้ส่งมอบที่ยังอนุมัติไม่เสร็จ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติกรณียกเว้น ที่ระบุผู้มีอำนาจอนุมัติ เงื่อนไข และมาตรการทดสอบที่ต้องทำ
  • บันทึกการซื้อฉุกเฉินย้อนหลัง พร้อมการประเมินความเสี่ยงเฉพาะครั้งและผลการทดสอบผลิตภัณฑ์
  • หนังสือหรืออีเมลแจ้งลูกค้าเจ้าของตราสินค้าเมื่อเกิดข้อยกเว้น
  • หลักฐานการนำผู้ส่งมอบที่ใช้ในกรณียกเว้นเข้าสู่กระบวนการอนุมัติตามปกติภายหลัง

3.5.2.1–3.5.2.2การตรวจรับวัตถุดิบ และการสื่อสารการเปลี่ยนแปลงไปยังจุดรับของ

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ฝ่ายรับวัตถุดิบ ฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายจัดซื้อ

ต้องมีระเบียบปฏิบัติสำหรับการตรวจรับวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิที่อิงผลการประเมินความเสี่ยงตามข้อ 3.5.1.1 โดยการตรวจรับและการปล่อยไปใช้ต้องอาศัยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การสุ่มตัวอย่างและทดสอบ การตรวจพินิจเมื่อรับเข้า ใบรับรองผลวิเคราะห์ที่ระบุเฉพาะรุ่นที่ส่งมอบ และใบรับรองความสอดคล้อง (certificate of conformance, CoC) ต้องมีบัญชีวัตถุดิบพร้อมเงื่อนไขการยอมรับของแต่ละรายการให้พร้อมใช้ และกำหนดพารามิเตอร์การยอมรับ กับความถี่ในการทดสอบให้ชัดเจน นำไปปฏิบัติ และทบทวน นอกจากนี้ต้องมีระเบียบปฏิบัติที่ทำให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับอนุมัติแล้ว ถูกสื่อสารไปยังพนักงานที่จุดรับวัตถุดิบ และมีการรับเฉพาะเวอร์ชันที่ถูกต้องเท่านั้น เช่น เมื่อมีการแก้ไขฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ที่พิมพ์

สองข้อนี้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน ผู้ตรวจจะเดินไปที่จุดรับของแล้วถามว่ารถคันที่เพิ่งเข้ามาต้องตรวจอะไรบ้าง และข้อ 3.5.2.2 คือจุดที่สารก่อภูมิแพ้หลุดเข้าสู่ตลาดบ่อยที่สุด เพราะเปลี่ยนสูตรและข้อความบนฉลากแล้ว แต่ฉลากรุ่นเก่ายังถูกรับเข้าและถูกใช้ต่อ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ระเบียบปฏิบัติต้องระบุอย่างน้อยสี่เรื่อง คือใครมีอำนาจรับและปฏิเสธ ต้องตรวจอะไรที่ความถี่เท่าใด เกณฑ์การยอมรับคือค่าใด และจะจัดการวัตถุดิบที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดหรือที่รอผลอย่างไร
  • การตรวจขั้นแรกคือความถูกต้องของคำสั่งซื้อ ทั้งความสะอาด ความเสียหายของหีบห่อ ร่องรอยสัตว์พาหะ (pest) ชนิดและปริมาณ เกรด อายุการเก็บที่เหลือ และข้อมูลสอบกลับที่ได้รับครบหรือไม่
  • ใบรับรองผลวิเคราะห์ต้องระบุเฉพาะรุ่นที่ส่งมอบ คือตรงกับรหัสรุ่น วันที่ หรือรหัสล็อตในเที่ยวส่งนั้น ใบที่ออกครั้งเดียวใช้ตลอดปีไม่ตอบข้อกำหนด และเอกสารเกณฑ์การตรวจรับต้องอยู่ที่พื้นที่รับของจริง
  • หลังตรวจรับต้องมีผลลัพธ์สามทางที่ชัดเจน คือรับเข้าและนำเข้าระบบสอบกลับ กักไว้รอผลโดยมีการชี้บ่งป้องกันการหยิบใช้ผิด หรือปฏิเสธและติดต่อผู้ส่งมอบ
  • วิธีที่ใช้ได้ผลกับการเปลี่ยนเวอร์ชันคือเปลี่ยนรหัสวัตถุดิบทุกครั้งที่วัตถุดิบเปลี่ยน แล้วส่งตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ที่อนุมัติแล้วให้ทีมรับของเทียบด้วยสายตา
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ตารางเมทริกซ์การตรวจรับที่แสดงวัตถุดิบแต่ละรายการ รายการที่ต้องตรวจ ความถี่ และเกณฑ์การยอมรับ
  • บันทึกการตรวจรับรายเที่ยวย้อนหลัง พร้อมผลการตรวจ อุณหภูมิ และผู้ตรวจ
  • ใบรับรองผลวิเคราะห์และใบรับรองความสอดคล้องที่ระบุรุ่นตรงกับสินค้าที่รับจริง
  • บันทึกวัตถุดิบที่ถูกกักหรือปฏิเสธ พร้อมการชี้บ่ง การแยกเก็บ และผลการดำเนินการกับผู้ส่งมอบ
  • บันทึกการแจ้งเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบพร้อมลายมือชื่อผู้รับทราบที่จุดรับของ และตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ที่อนุมัติแล้วพร้อมรหัสเวอร์ชัน

3.5.3.1–3.5.3.3การอนุมัติ สัญญา และการทบทวนผู้ให้บริการที่จ้างภายนอก

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายซ่อมบำรุง

ต้องมีระเบียบปฏิบัติสำหรับการอนุมัติและเฝ้าติดตามผู้ให้บริการ ครอบคลุมบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น การควบคุมสัตว์พาหะ บริการซักรีด การทำความสะอาดที่จ้างภายนอก การบริการและบำรุงรักษาเครื่องมือ การขนส่งและกระจายสินค้า การเก็บวัตถุดิบหรือบรรจุภัณฑ์นอกสถานที่ผลิตก่อนส่งเข้าโรงงาน การบรรจุนอกสถานที่ผลิต การทดสอบทางห้องปฏิบัติการ บริการจัดเลี้ยง การจัดการของเสีย ผู้ให้บริการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ และที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ โดยกระบวนการต้องอิงความเสี่ยง และพิจารณาความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะ และความเสี่ยงต่อความมั่นคงของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ต้องมีสัญญาหรือข้อตกลงที่เป็นทางการซึ่งระบุความคาดหวังของบริการอย่างชัดเจน และมีกระบวนการทบทวนผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องที่อิงความเสี่ยงและเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมเก็บบันทึกไว้

รายการบริการในข้อนี้ยาวกว่าที่โรงงานส่วนใหญ่นึกถึง สองรายการที่มักหลุดคือห้องปฏิบัติการภายนอก และผู้ให้บริการฝึกอบรมหรือที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยอาหาร ซึ่งอยู่ในข้อกำหนดโดยตรง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • วิธีอนุมัติที่ใช้ร่วมกันได้ เช่น การเป็นสมาชิกสมาคมวิชาชีพของบริการนั้น ประวัติการใช้บริการที่ผ่านมา ใบอนุญาตตามกฎหมาย การรับรองโดยบุคคลที่สาม และหลักฐานการอบรมด้านความปลอดภัยอาหาร
  • กรณีจ้างที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ ควรมีนโยบายการคัดเลือก สัญญาที่ระบุบทบาทและความพร้อมให้บริการ และการตรวจสอบคุณวุฒิกับประสบการณ์ให้เหมาะกับบทบาทนั้น
  • ผู้ให้บริการที่เข้ามาทำงานในสถานที่ผลิตต้องได้รับการอบรมที่เหมาะสมตามข้อ 7.1.1 เพื่อไม่ให้กิจกรรมของตนกระทบความปลอดภัย คุณภาพ หรือความถูกต้องตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์
  • ความถี่ของการทบทวนควรเหมาะกับลักษณะบริการ เช่น บริการทำความสะอาดอาจทบทวนผ่านการตรวจติดตามภายใน (internal audit) ตามหมวด 3.4 ส่วนการควบคุมสัตว์พาหะหรือการซักรีดมักทบทวนร่วมกันทุกหกเดือนหรือปีละครั้ง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ทะเบียนผู้ให้บริการที่จ้างภายนอกทุกประเภทที่ใช้อยู่ พร้อมระดับความเสี่ยงที่ประเมินไว้ของแต่ละราย
  • หลักฐานคุณสมบัติของผู้ให้บริการ เช่น ใบอนุญาตตามกฎหมาย ใบรับรอง หรือหลักฐานการอบรมของพนักงานที่เข้ามาปฏิบัติงาน
  • สัญญาหรือข้อตกลงที่ลงนามแล้วของผู้ให้บริการทุกรายในทะเบียน พร้อมขอบเขตงานที่ระบุชัด
  • บันทึกการทบทวนผลการดำเนินงานตามรอบที่กำหนด เช่น รายงานการประชุมทบทวนประจำปี และการดำเนินการเมื่อผลไม่เป็นไปตามที่ตกลง

3.5.4.1–3.5.4.2การแจ้งลูกค้า และการอนุมัติเฝ้าติดตามผู้รับจ้างผลิต

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายดูแลลูกค้า

เมื่อขั้นตอนกลางของกระบวนการผลิตถูกจ้างผลิตภายนอกหรือทำนอกสถานที่ผลิตแล้วส่งกลับเข้ามา บริษัทต้องแสดงได้ว่าได้แจ้งให้ลูกค้าทราบแล้ว และได้รับอนุมัติในกรณีที่ลูกค้ากำหนดให้ต้องอนุมัติ อีกทั้งต้องทำให้มั่นใจว่าผู้รับจ้างผลิตได้รับการอนุมัติและถูกเฝ้าติดตาม ว่าบริหารความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและคุณภาพได้จริงและมีระบบสอบกลับที่ใช้ได้ผล โดยวิธีอนุมัติต้องอิงความเสี่ยง และใช้การรับรองตามมาตรฐาน BRCGS ที่เกี่ยวข้องหรือมาตรฐานที่ GFSI เทียบเคียง ซึ่งขอบข่ายต้องครอบคลุมกิจกรรมที่ทำให้สถานที่ผลิต หรือการตรวจประเมินที่ครอบคลุมหัวข้อเดียวกับการตรวจผู้ส่งมอบวัตถุดิบ พร้อมมีกระบวนการทบทวนผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องที่อิงความเสี่ยง นำไปปฏิบัติครบถ้วน และเก็บบันทึกไว้

ต้องแยกให้ชัดว่าอะไรคือการจ้างผลิตภายนอก (outsourced processing) ตามหมวด 3.5.4 นิยามคือผลิตภัณฑ์หรือกึ่งสำเร็จรูปออกจากสถานที่ผลิตไปผ่านขั้นตอนกลางแล้วกลับเข้ามาที่สถานที่ผลิต หากผลิตภัณฑ์ออกไปแล้วไม่กลับมา หรือผลิตทั้งกระบวนการที่อื่น จะไม่อยู่ในหมวดนี้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ลูกค้าซึ่งรวมถึงเจ้าของตราสินค้าต้องได้รับแจ้งความตั้งใจที่จะจ้างผลิตภายนอกบางส่วน โดยบางรายกำหนดให้ต้องอนุมัติหรือปฏิเสธอย่างเป็นทางการ และการระบุไว้ในข้อกำหนดจำเพาะที่ลูกค้าอนุมัติแล้วถือเป็นหลักฐานว่าเห็นชอบ
  • การเก็บหรือแปรรูปวัตถุดิบเพิ่มก่อนที่วัตถุดิบจะมาถึงสถานที่ผลิตครั้งแรก ไม่ใช่การจ้างผลิตภายนอก แต่ให้จัดการด้วยการอนุมัติผู้ส่งมอบและการประเมินความเสี่ยงวัตถุดิบแทน
  • ขอบข่ายการรับรองของผู้รับจ้างต้องครอบคลุมกิจกรรมที่ทำให้สถานที่ผลิต ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ของผู้รับจ้างเอง และสำเนาใบรับรองอย่างเดียวไม่พอ ต้องยืนยันสถานะจากฐานข้อมูลอิสระและติดตามวันหมดอายุ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ทะเบียนกระบวนการที่จ้างผลิตภายนอกทุกรายการ พร้อมผลิตภัณฑ์และลูกค้าที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อกำหนดจำเพาะผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าอนุมัติแล้วซึ่งระบุขั้นตอนที่จ้างผลิตภายนอก หรือหนังสือแจ้งและหนังสือตอบอนุมัติ
  • ใบรับรองของผู้รับจ้างพร้อมบันทึกการยืนยันสถานะ และหลักฐานว่ากิจกรรมที่จ้างอยู่ในขอบข่าย
  • รายงานการตรวจประเมินผู้รับจ้างฉบับเต็ม พร้อมประวัติความสามารถของผู้ตรวจ และบันทึกการทบทวนผลการดำเนินงานตามรอบที่กำหนด

3.5.4.3–3.5.4.4การนำการจ้างผลิตเข้าสู่แผน HACCP และข้อกำหนดจำเพาะของบริการ

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ทีม HACCP และฝ่ายประกันคุณภาพ

เมื่อมีการจ้างกระบวนการใดภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การแปรรูป หรือการจัดเก็บ ความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ความเป็นของแท้ และความถูกต้องตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์ ต้องเป็นส่วนหนึ่งของแผนความปลอดภัยอาหารหรือแผน HACCP ของสถานที่ผลิต นอกจากนี้ข้อกำหนดของงานที่จ้างผลิตภายนอกต้องได้รับการตกลงและจัดทำเป็นข้อกำหนดจำเพาะของบริการ ในลักษณะเดียวกับข้อกำหนดจำเพาะของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยรวมข้อกำหนดเฉพาะเรื่องการจัดการผลิตภัณฑ์ไว้ด้วย

ในทางปฏิบัติแผนภูมิกระบวนการ (process flow diagram) ของสถานที่ผลิตต้องแสดงขั้นตอนที่ผลิตภัณฑ์ออกไปนอกสถานที่ผลิต ขั้นตอนที่ทำภายนอก และขั้นตอนที่รับกลับเข้ามา พร้อมการวิเคราะห์อันตราย (hazard analysis) ของช่วงขนส่งทั้งขาไปและขากลับ แผนภูมิที่ข้ามช่วงนี้ไปเป็นสัญญาณแรกที่ผู้ตรวจสังเกตเห็น

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • แผน HACCP เป็นรากฐานของกระบวนการด้านความปลอดภัยผลิตภัณฑ์ การจ้างผลิตภายนอกจึงต้องถูกนำเข้ามาในแผนเพื่อระบุความเสี่ยงและกำหนดมาตรการควบคุม (control measure) ที่เหมาะสม
  • ข้อกำหนดจำเพาะของบริการต้องระบุกิจกรรมที่ต้องทำ และข้อกำหนดเฉพาะเรื่องการจัดการที่จำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัย ความเป็นของแท้ ความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพ
  • ต้องครอบคลุมทั้งช่วงที่อยู่ที่ผู้รับจ้างและช่วงการส่งผลิตภัณฑ์กลับเข้าสู่สถานที่ผลิต โดยกรณีที่พบบ่อยคือความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น การทำแห้งแบบเยือกแข็ง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • แผนภูมิกระบวนการที่แสดงขั้นตอนที่จ้างผลิตภายนอก รวมถึงการขนส่งขาออกและขาเข้า
  • ตารางวิเคราะห์อันตรายที่ครอบคลุมขั้นตอนที่ทำนอกสถานที่ผลิตและการขนส่งระหว่างสองสถานที่ผลิต
  • ข้อกำหนดจำเพาะของบริการที่ลงนามร่วมกัน พร้อมข้อกำหนดการจัดการ เช่น อุณหภูมิและการแยกสารก่อภูมิแพ้
  • บันทึกการทบทวนแผน HACCP เมื่อเริ่มหรือเปลี่ยนผู้รับจ้างผลิต

3.5.4.5สัญญาและการรักษาการสอบกลับตลอดการจ้างผลิต

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และผู้รับผิดชอบระบบสอบกลับ

การดำเนินงานที่จ้างผลิตภายนอกทุกกรณีต้องทำภายใต้สัญญาที่จัดทำไว้แล้ว ซึ่งระบุข้อกำหนดของกระบวนการอย่างชัดเจน และต้องรักษาการสอบกลับของผลิตภัณฑ์ไว้ได้ตลอด

ข้อนี้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน ผู้ตรวจอาจเลือกรุ่นที่ผ่านการจ้างผลิตภายนอกมาทดสอบการสอบกลับ จุดที่ระบบมักขาดคือช่วงที่ผู้รับจ้างรวมหลายรุ่นเข้าด้วยกันแล้วส่งกลับเป็นรุ่นใหม่

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สัญญาต้องระบุข้อกำหนดของงานให้ชัด ทั้งงานที่ต้องทำ ผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดจำเพาะของส่วนผสม และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย คุณภาพ ความถูกต้องตามกฎหมาย และความเป็นของแท้
  • ต้องมีกลไกที่เป็นเอกสารเพื่อรักษาการสอบกลับตลอดกระบวนการ ไม่ใช่อาศัยการจดจำหรือการติดต่อทางโทรศัพท์ และบันทึกการสอบกลับรายรุ่นต้องพร้อมให้ตรวจสอบได้
  • สัญญาต้องครอบคลุมผู้รับจ้างทุกรายที่อนุมัติไว้ตามข้อ 3.5.4.2 ไม่ใช่เฉพาะรายหลัก
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • สัญญาที่ลงนามกับผู้รับจ้างผลิตทุกราย ที่ระบุข้อกำหนดของกระบวนการอย่างชัดเจน
  • ระเบียบปฏิบัติที่แสดงการเชื่อมรหัสรุ่นขาออกกับรหัสรุ่นที่รับกลับเข้ามา
  • บันทึกการสอบกลับรายรุ่นของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการจ้างผลิตภายนอก
  • ผลการทดสอบการสอบกลับที่รวมรุ่นซึ่งผ่านการจ้างผลิตภายนอกไว้ด้วย

3.5.4.6การตรวจและทดสอบผลิตภัณฑ์ที่รับกลับเข้ามา

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายรับวัตถุดิบ

บริษัทต้องกำหนดขั้นตอนการตรวจและการทดสอบสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ส่วนหนึ่งของกระบวนการถูกจ้างผลิตภายนอก ซึ่งรวมถึงการตรวจพินิจ การทดสอบทางเคมี และการทดสอบทางจุลชีววิทยา โดยความถี่และวิธีการตรวจหรือทดสอบต้องขึ้นอยู่กับผลการประเมินความเสี่ยง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ขั้นตอนการตรวจรับผลิตภัณฑ์ที่กลับเข้ามาอาจรวมเข้ากับระบบตรวจรับวัตถุดิบตามข้อ 3.5.2.1 ได้ แต่ต้องเป็นเอกสารที่ระบุการตรวจที่ต้องทำเมื่อการจ้างผลิตเสร็จสิ้น
  • การประเมินความเสี่ยงต้องพิจารณาทั้งลักษณะของส่วนผสมหรือผลิตภัณฑ์ ตัวกระบวนการ และตัวผู้รับจ้างเอง เช่น ผู้รับจ้างอาจจัดการสารก่อภูมิแพ้ที่อาจปนเปื้อนมาได้
  • ขั้นตอนต้องระบุการบันทึกข้อบกพร่อง ผู้มีอำนาจรับและปฏิเสธรุ่นที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด และการดำเนินการเมื่อพบข้อบกพร่อง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการตรวจรับผลิตภัณฑ์ที่กลับจากการจ้างผลิตภายนอก พร้อมเกณฑ์และความถี่
  • การประเมินความเสี่ยงที่ใช้กำหนดวิธีและความถี่ของการตรวจ รวมถึงความเสี่ยงสารก่อภูมิแพ้จากผู้รับจ้าง
  • บันทึกการตรวจรับรายรุ่น พร้อมผลการทดสอบและลายมือชื่อผู้ปล่อยผ่าน
  • บันทึกกรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเกณฑ์ พร้อมการกัก การตัดสินใจ และการแจ้งผู้รับจ้าง

4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้

เรื่องแรก การประเมินความเสี่ยงวัตถุดิบที่ไม่ได้ผูกกับสิ่งใด เมื่อผู้ตรวจถามว่าเหตุใดวัตถุดิบที่ประเมินเป็นความเสี่ยงสูงจึงตรวจรับด้วยวิธีเดียวกับวัตถุดิบความเสี่ยงต่ำ กลับไม่มีคำตอบ ข้อ 3.5.1.1 ระบุชัดว่าผลการประเมินต้องเป็นฐานของทั้งการตรวจรับและการเลือกวิธีอนุมัติผู้ส่งมอบ การประเมินที่ไม่เปลี่ยนวิธีทำงานจึงยังไม่ตอบข้อกำหนด

เรื่องที่สอง บรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิที่ไม่อยู่ในระบบ ข้อกำหนดระบุคำว่ารวมถึงบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิไว้แทบทุกข้อย่อยของ 3.5.1 และ 3.5.2 แต่ทะเบียนวัตถุดิบของโรงงานมักมีเฉพาะส่วนผสม ส่วนฟิล์ม ฉลาก ขวด และฝา ไปอยู่ในระบบจัดซื้อทั่วไปที่ไม่มีการประเมินความเสี่ยงและไม่มีการอนุมัติผู้ส่งมอบตามข้อ 3.5.1.2

เรื่องที่สาม การเฝ้าติดตามที่วัดแต่เรื่องการค้า และใบรับรองที่ไม่ตรงรุ่น ตารางประเมินผู้ส่งมอบประจำปีที่มีเฉพาะราคา ความตรงเวลา และความครบถ้วนของจำนวน เป็นเกณฑ์จัดซื้อ ไม่ใช่การทบทวนตามข้อ 3.5.1.3 ในทำนองเดียวกัน ข้อ 3.5.2.1 กำหนดให้ใบรับรองผลวิเคราะห์ เจาะจงเฉพาะเที่ยวส่งนั้น แต่สิ่งที่พบบ่อยคือใบเดียวที่ออกไว้เมื่อต้นปีถูกแนบซ้ำกับทุกเที่ยว

เรื่องที่สี่ สับสนระหว่างการจ้างผลิตภายนอกกับการรับจ้างบรรจุ หมวด 3.5.4 ใช้เฉพาะกรณีที่ผลิตภัณฑ์ออกจากสถานที่ผลิตไปผ่านขั้นตอนกลางแล้วกลับเข้ามาที่สถานที่ผลิต หากออกไปแล้วไม่กลับมา หรือผลิตครบทั้งกระบวนการที่อื่น จะอยู่นอกขอบข่ายของหมวดนี้ โดยกรณีหลังอาจเข้าข่ายผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อจำหน่าย (traded products) ตามหมวด 9 แทน

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้

เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที

แจกฟรี · ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใบตรวจหลักฐาน 3.5 — การอนุมัติผู้ส่งมอบและวัตถุดิบ

ไฟล์ Word · ครอบคลุม 18 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 9 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ

ใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

← ตอนที่ 8 การตรวจติดตามภายในตอนที่ 10 ข้อกำหนดจำเพาะ →
ให้เราช่วยได้ วางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9 กับหน้างานจริงของโรงงาน

ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · BRCGS Food Safety เตรียมโรงงานให้พร้อมตรวจ BRCGS Food และฝึกผู้ตรวจภายในให้ตรวจเจอก่อน

ข้อบกพร่องที่พบบ่อยในการตรวจครั้งแรกมักไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครในโรงงานรับผิดชอบชัดเจน เรารับตั้งแต่ประเมินช่องว่างเทียบข้อกำหนดทีละข้อ ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจเจอก่อนวันตรวจจริง

ดูงานที่ปรึกษา BRCGS Food → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด BRCGS Food และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน BRCGS Food แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ