ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
BRCGS Food Safety Issue 9 · ตอนที่ 35 จาก 35

ข้อ 9.4–9.6 ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อจำหน่าย การทวนสอบ ความถูกต้องตามกฎหมาย และระบบสอบกลับ
ไล่ทีละข้อ 9.4.1 ถึง 9.6.3 พร้อมหลักฐานที่ต้องเตรียม

9 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ตอนที่ 35 จาก 35 · ซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ · ข้อ 9.4–9.6

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง

ตอนสุดท้ายของซีรีส์เขียนสำหรับผู้จัดการประกันคุณภาพและฝ่ายคลังสินค้าของสถานที่ผลิตที่นำสินค้าซื้อมาขายเข้าขอบข่ายใบรับรอง และต้องพิสูจน์ว่าสินค้าที่ตนเองไม่ได้ผลิตนั้นปลอดภัย ถูกกฎหมาย และสอบกลับได้เท่ากับสินค้าที่ผลิตเอง
สามหัวข้อนี้คือจุดที่หลักฐานส่วนใหญ่ต้องมาจากผู้อื่น ทั้งใบรายงานผลวิเคราะห์ (certificate of analysis, CoA) ใบรับรองความสอดคล้อง (certificate of conformance, CoC) และข้อมูลสอบกลับจากผู้ผลิต โจทย์จึงอยู่ที่ว่าสถานที่ผลิตจะยืนยันความน่าเชื่อถือของสิ่งที่ผู้อื่นส่งมาให้ได้อย่างไร
ขอบข่ายของหมวด 9 แผนความปลอดภัยอาหาร การอนุมัติผู้ส่งมอบ (supplier approval) และข้อกำหนดจำเพาะ (specification) อยู่ในตอนที่ 34

1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้

เจตนารมณ์ของหัวข้อ สรุปด้วยถ้อยคำของเรา

ข้อ 9.4 ต้องการให้สถานที่ผลิตทวนสอบด้วยตนเองว่าสินค้าซื้อมาขายเป็นไปตามข้อกำหนดจำเพาะ กฎหมาย และความปลอดภัย ไม่ใช่เชื่อเอกสารของผู้ส่งมอบเพียงอย่างเดียว การทวนสอบ (verification) ต้องมีโปรแกรมสุ่มตัวอย่างที่อิงความเสี่ยง เมื่อพึ่งพาใบรับรองจากผู้ส่งมอบต้องมีการวิเคราะห์โดยหน่วยงานอิสระเป็นระยะมารองรับ คำกล่าวอ้าง (claims) ต้องมีข้อมูลสนับสนุน ห้องปฏิบัติการที่ใช้กับรายการวิกฤตต้องได้รับการรับรองหรือดำเนินงานตามหลักการของ ISO/IEC 17025 และผลทั้งหมดต้องถูกทบทวนเพื่อหาแนวโน้ม

ข้อ 9.5 ต้องการกระบวนการที่เป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายของสินค้า ทั้งฉลาก องค์ประกอบ และปริมาณ โดยเปิดให้ระบุในสัญญาได้เมื่อลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบ และข้อ 9.6 ต้องการให้ระบบสอบกลับ (traceability) ของสถานที่ผลิตครอบคลุมสินค้าซื้อมาขาย คือระบุผู้ผลิตรายสุดท้ายและผู้รับสินค้าได้ทุกรุ่น ทดสอบอย่างน้อยปีละครั้งพร้อมกระทบยอดปริมาณ และควรทำได้ภายในสี่ชั่วโมง เจตนารมณ์รวมคือสินค้าที่สถานที่ผลิตไม่ได้ผลิตต้องได้รับความมั่นใจในระดับเดียวกับสินค้าที่ผลิตเอง

ผลการทวนสอบของสินค้าซื้อมาขายต้องถูกทบทวนเพื่อหาแนวโน้ม ไม่ใช่เพียงเก็บไว้ ข้อ 9.4.5 ต้องการให้ผลการทดสอบและการตรวจสอบถูกทบทวนเพื่อระบุแนวโน้ม และดำเนินการโดยไม่ชักช้าเมื่อพบผลที่ไม่น่าพอใจ สำหรับสินค้าที่สถานที่ผลิตไม่ได้ผลิตเอง แนวโน้มของผลจากผู้ส่งมอบแต่ละรายคือสัญญาณเตือนเพียงอย่างเดียวที่สถานที่ผลิตมีก่อนเกิดเหตุ การสรุปแนวโน้มรายผู้ส่งมอบตามรอบที่กำหนดจึงควรอยู่ในตารางงานของฝ่ายประกันคุณภาพ

2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้

ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้

ข้อเรื่องตรวจที่เกี่ยวกับใคร
9.4.1โปรแกรมสุ่มตัวอย่างหรือการประกันความสอดคล้องของสินค้าเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ และ ฝ่ายคลังสินค้าและจัดส่ง
9.4.2–9.4.3การพึ่งพาเอกสารรับรองจากผู้ส่งมอบ และการพิสูจน์คำกล่าวอ้างเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับ ฝ่ายจัดซื้อ
9.4.4ห้องปฏิบัติการสำหรับการวิเคราะห์ที่วิกฤตเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ
9.4.5การเก็บผลทดสอบและการดูแนวโน้มเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ
9.5.1กระบวนการยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายของสินค้าเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับฝ่ายขายและ ฝ่ายจัดซื้อ
9.6.1ระบบสอบกลับสินค้าซื้อมาขาย และการชี้บ่งสินค้าทั้งสองฝ่ายประกันคุณภาพ และ ฝ่ายคลังสินค้าและจัดส่ง
9.6.2–9.6.3การทดสอบระบบสอบกลับ การกระทบยอดปริมาณ และเวลาสี่ชั่วโมงเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายคลังสินค้าและจัดส่ง และฝ่ายบัญชีคลัง

รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS

3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร

9.4.1โปรแกรมสุ่มตัวอย่างหรือการประกันความสอดคล้องของสินค้า

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และ ฝ่ายคลังสินค้าและจัดส่ง

สถานที่ผลิตต้องมีโปรแกรมสุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือโปรแกรมประกันความสอดคล้อง เพื่อทวนสอบว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อกำหนดจำเพาะที่ใช้สั่งซื้อ และเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎหมายและความปลอดภัย หากการทวนสอบอาศัยการสุ่มตัวอย่าง อัตราการสุ่มและกระบวนการประเมินต้องอิงความเสี่ยง และต้องเก็บบันทึกผลการประเมินหรือผลการวิเคราะห์ไว้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ต้องมีตารางการสุ่มตัวอย่างหรือการทดสอบที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่การสุ่มตามความสะดวก
  • ประเภทการทดสอบที่มักใช้ ได้แก่ การทดสอบด้านคุณภาพ เช่น ลักษณะปรากฏ สี และคุณลักษณะทางประสาทสัมผัส การทดสอบด้านความปลอดภัยทางเคมีหรือจุลชีววิทยา และการทดสอบเพื่อยืนยันความถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ประเทศต้นทางหรือชนิดพันธุ์
  • สถานที่ผลิตต้องอธิบายและให้เหตุผลของความถี่ที่เลือกใช้ได้ โดยอ้างอิงข้อมูลย้อนหลังหรือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ตามความเหมาะสม
  • เมื่อผลการทดสอบไม่ใช่ค่าเชิงปริมาณ ต้องมีมาตรฐานสีหรือตัวอย่างอ้างอิงเพื่อกำหนดเกณฑ์ผ่านและไม่ผ่านให้ชัดเจน
  • หากทดสอบเองที่สถานที่ผลิต ต้องพิจารณาสถานที่ทดสอบด้วย เช่น การทดสอบทางประสาทสัมผัสควรทำในพื้นที่ที่กำหนดไว้ ไม่ใช่ทำข้างสายการผลิต
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ตารางแผนการสุ่มตัวอย่างประจำปี ระบุผลิตภัณฑ์ รายการทดสอบ และความถี่
  • เหตุผลอิงความเสี่ยงที่อธิบายอัตราการสุ่มของแต่ละกลุ่มสินค้า
  • ผลการทดสอบหรือผลการประเมินย้อนหลัง พร้อมวันที่และผู้ดำเนินการ
  • ตัวอย่างอ้างอิงหรือมาตรฐานสีที่ใช้ตัดสินผลที่ไม่ใช่เชิงปริมาณ

9.4.2–9.4.3การพึ่งพาเอกสารรับรองจากผู้ส่งมอบ และการพิสูจน์คำกล่าวอ้าง

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับ ฝ่ายจัดซื้อ

เมื่อการทวนสอบความสอดคล้องมาจากผู้ส่งมอบ เช่น ใบรับรองความสอดคล้องหรือใบรายงานผลวิเคราะห์ ระดับความเชื่อมั่นในข้อมูลนั้นต้องได้รับการสนับสนุนด้วยการว่าจ้างให้วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์โดยหน่วยงานอิสระเป็นระยะ และเมื่อมีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จัดการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิด ห่วงโซ่การครอบครอง (chain of custody) หรือสถานะที่ได้รับการรับรองหรือสถานะที่รักษาเอกลักษณ์ไว้ของผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบที่ใช้ ต้องมีข้อมูลสนับสนุนจากผู้ส่งมอบหรือจากแหล่งอิสระเพื่อยืนยันคำกล่าวอ้างนั้น

ทั้งสองข้อนี้ตั้งอยู่บนหลักเดียวกัน คือเอกสารจากผู้ส่งมอบเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ สำหรับโรงงานที่ซื้อมาขาย เอกสารมักเป็นสิ่งเดียวที่มี การพิสูจน์เป็นระยะด้วยแหล่งอิสระจึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดของหมวดนี้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • บริษัทต้องแสดงได้ว่าผลิตภัณฑ์แต่ละรายการเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการใช้งานนั้น
  • เมื่อใช้ใบรายงานผลวิเคราะห์หรือใบรับรองความสอดคล้องรายรุ่น ต้องมีระเบียบปฏิบัติที่ยืนยันความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วยการวิเคราะห์อิสระ โดยความถี่อิงการประเมินความเสี่ยง (risk assessment) ที่ดูทั้งโอกาสเกิดความผิดพลาดและผลกระทบหากเกิดขึ้น
  • ประเภทของคำกล่าวอ้างที่ข้อนี้ครอบคลุม ได้แก่ สายพันธุ์ แหล่งกำเนิด คำกล่าวอ้างตามโครงการรับรองต่าง ๆ และการรักษาเอกลักษณ์ เช่น การปลอดสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม โดยนับรวมทั้งที่ปรากฏบนฉลากถึงผู้บริโภคและที่สื่อสารระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ
  • การอาศัยเพียงหนังสือรับรองตนเองของผู้ส่งมอบไม่เพียงพอ หลายโครงการรับรองสามารถตรวจสอบสถานะและขอบข่ายผลิตภัณฑ์ได้จากฐานข้อมูล
  • คำกล่าวอ้างที่ตรวจด้วยสายตาไม่ได้ เช่น เนื้อปลาแช่แข็งเป็นก้อน จำเป็นต้องใช้ใบรายงานผลวิเคราะห์ประกอบกับการสุ่มวิเคราะห์เป็นระยะ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติที่ระบุความถี่และเหตุผลของการส่งวิเคราะห์อิสระเพื่อยืนยันเอกสารของผู้ส่งมอบ
  • ผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการอิสระย้อนหลัง เทียบกับใบรายงานผลของผู้ส่งมอบในรุ่นเดียวกัน
  • ทะเบียนคำกล่าวอ้างของสินค้าทุกรายการ พร้อมหลักฐานสนับสนุนของแต่ละคำกล่าวอ้าง
  • บันทึกการตรวจสอบสถานะและขอบข่ายของผู้ส่งมอบจากฐานข้อมูลของโครงการรับรอง พร้อมวันที่

9.4.4ห้องปฏิบัติการสำหรับการวิเคราะห์ที่วิกฤต

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ

เมื่อบริษัทดำเนินการวิเคราะห์เองหรือว่าจ้างให้วิเคราะห์ในรายการที่วิกฤตต่อความปลอดภัยหรือความถูกต้องตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการหรือผู้รับจ้างช่วงต้องได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการที่เป็นที่ยอมรับ หรือดำเนินงานตามข้อกำหนดและหลักการของ ISO/IEC 17025 และต้องมีเหตุผลที่เป็นลายลักษณ์อักษรรองรับเมื่อใช้วิธีทดสอบที่ไม่ได้รับการรับรอง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • บริษัทต้องระบุให้ได้ก่อนว่าการทดสอบใดวิกฤตต่อความปลอดภัยหรือกฎหมาย เช่น การตรวจสอบความสอดคล้องกับคำกล่าวอ้างบนฉลาก และการตรวจการปนเปื้อน
  • ประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือไม่ใช่แค่ห้องปฏิบัติการที่ต้องได้รับการรับรอง แต่วิธีทดสอบที่ใช้จริงต้องอยู่ในขอบข่ายการรับรองด้วย
  • วิธีวิเคราะห์ที่ไม่ได้รับการรับรองต้องมีเหตุผลอธิบายว่าเหตุใดจึงใช้ เช่น เป็นวิธีที่ยังไม่มีการรับรองรองรับ
  • หากใช้ห้องปฏิบัติการที่ไม่ได้รับการรับรอง ต้องมีหลักฐานเอกสารว่าห้องปฏิบัติการนั้นทำงานตามหลักการของมาตรฐาน ทั้งความสามารถและการอบรมของเจ้าหน้าที่ วิธีทดสอบที่เป็นเอกสาร เครื่องมือที่สอบเทียบแล้ว โปรแกรมประกันคุณภาพ และการตรวจติดตามภายใน (internal audit) ของห้องปฏิบัติการ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • รายการทดสอบที่จัดว่าวิกฤตต่อความปลอดภัยหรือกฎหมาย พร้อมเหตุผลการจัดกลุ่ม
  • ใบรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการที่ใช้ พร้อมขอบข่ายที่แสดงว่าครอบคลุมวิธีทดสอบที่ส่งจริง
  • เอกสารเหตุผลรองรับกรณีที่ใช้วิธีทดสอบซึ่งไม่ได้รับการรับรอง
  • หลักฐานการประเมินห้องปฏิบัติการที่ไม่ได้รับการรับรองตามหลักการของมาตรฐานสากลที่อ้างถึง

9.4.5การเก็บผลทดสอบและการดูแนวโน้ม

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ

ผลการทดสอบและผลการตรวจสอบต้องถูกเก็บรักษาและทบทวนเพื่อระบุแนวโน้ม และต้องดำเนินการที่เหมาะสมโดยไม่ชักช้าเมื่อพบผลที่ไม่น่าพอใจหรือพบแนวโน้มที่ไม่พึงประสงค์

ข้อนี้เป็นข้อที่แยกโรงงานที่เก็บผลทดสอบไว้เฉย ๆ ออกจากโรงงานที่ใช้ผลทดสอบจริง แฟ้มที่มีใบผลวิเคราะห์เรียงกันสามปีโดยไม่เคยมีใครสรุปแนวโน้ม คือหลักฐานที่ไม่ตอบข้อนี้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ระบบการบันทึกและการทบทวนต้องเป็นทางการ และต้องมีหลักฐานการดำเนินการเมื่อพบแนวโน้มหรือผลที่ไม่น่าพอใจ
  • การใช้กราฟหรือแผนภูมิของผลการทดสอบเป็นวิธีที่ดีในการมองเห็นแนวโน้มและค่าที่ผิดปกติ
  • ผู้ที่ทำหน้าที่ทบทวนต้องเข้าใจความหมายของผลและนัยสำคัญของผลนั้น จึงจะตัดสินใจดำเนินการได้ถูกต้อง เช่น เมื่อผลอยู่นอกข้อกำหนดจำเพาะ หรือเกินขีดจำกัดทางกฎหมายหรือด้านความปลอดภัย
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • สรุปแนวโน้มผลการทดสอบเป็นกราฟหรือแผนภูมิ พร้อมรอบการจัดทำ
  • บันทึกการดำเนินการเมื่อผลไม่เป็นไปตามเกณฑ์ พร้อมวันที่และผลการติดตาม
  • หลักฐานความสามารถของผู้ทบทวนผล เช่น บันทึกการอบรมการแปลผล

9.5.1กระบวนการยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายของสินค้า

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับฝ่ายขายและ ฝ่ายจัดซื้อ

บริษัทต้องมีกระบวนการที่เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อทวนสอบความถูกต้องตามกฎหมายของสินค้าที่ซื้อมาขาย ซึ่งต้องครอบคลุมตามความเหมาะสม คือข้อมูลการติดฉลาก ความสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายด้านองค์ประกอบ และความสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านปริมาณหรือปริมาตร ในกรณีที่ความรับผิดชอบเหล่านี้ถูกดำเนินการโดยลูกค้า ต้องระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญา

ประโยคสุดท้ายของข้อนี้คือประโยคที่ช่วยโรงงานไทยที่ส่งออกได้มากที่สุด หากผู้นำเข้าปลายทางเป็นผู้รับผิดชอบฉลาก ให้เขียนไว้ในสัญญาให้ชัด การพูดกันด้วยวาจาหรือเข้าใจกันเองไม่ใช่หลักฐานที่ใช้ได้ในข้อนี้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สินค้าที่ซื้อมาขายต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายทั้งหมดของประเทศปลายทางที่ตั้งใจจะใช้ สถานที่ผลิตจึงต้องมีกระบวนการที่ทำให้ตามทันข้อกำหนดเหล่านั้น เช่น เรื่องฉลากของประเทศนั้น
  • ขั้นต่ำที่มาตรฐานกำหนดให้พิจารณามีสามเรื่อง คือฉลาก องค์ประกอบ และปริมาณหรือปริมาตร ตามความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด
  • เมื่อฉลากไม่ได้อยู่ในความควบคุมของบริษัทแต่เป็นความรับผิดชอบของลูกค้า ต้องระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน
  • แนวปฏิบัติที่ดีคือส่งต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ลูกค้า และแจ้งการเปลี่ยนแปลงใดที่เกิดขึ้นให้ทันเวลา
  • ข้อนี้เชื่อมกับข้อ 1.1.8 โดยตรง เพราะการรู้ว่ากฎหมายปลายทางเปลี่ยนคือเงื่อนไขที่ทำให้ข้อนี้ทำงานได้
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการทวนสอบความถูกต้องตามกฎหมายของสินค้าซื้อมาขาย
  • บันทึกการตรวจสอบฉลากของสินค้าแต่ละรายการเทียบกับข้อกำหนดของประเทศปลายทาง
  • บันทึกการตรวจสอบองค์ประกอบและปริมาณหรือปริมาตรตามที่กฎหมายกำหนด
  • สัญญาหรือข้อตกลงที่ระบุชัดเจนว่าลูกค้ารับผิดชอบฉลากหรือความถูกต้องตามกฎหมายส่วนใด
  • แหล่งข้อมูลกฎหมายปลายทางที่ใช้ พร้อมบันทึกการทบทวนตามรอบ

9.6.1ระบบสอบกลับสินค้าซื้อมาขาย และการชี้บ่งสินค้า

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และ ฝ่ายคลังสินค้าและจัดส่ง

ระเบียบปฏิบัติเรื่องการสอบกลับของสถานที่ผลิตตามข้อ 3.9.1 ต้องรวมรายละเอียดของระบบที่ใช้สอบกลับสินค้าที่ซื้อมาขายไว้ด้วย ระบบสอบกลับต้องทำให้สถานที่ผลิตระบุผู้ผลิตรายสุดท้ายของผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นได้ หรือในกรณีของผลิตภัณฑ์เกษตรขั้นต้น ต้องระบุผู้บรรจุหรือสถานที่ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญครั้งสุดท้ายได้ และต้องเก็บบันทึกที่ระบุผู้รับสินค้าแต่ละรุ่นจากบริษัทไว้ด้วย

ข้อนี้เป็นข้อเดียวในหมวดนี้ที่ถูกกำกับให้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน เพราะผู้ตรวจจะเดินไปที่ชั้นวางจริงเพื่อดูว่าสินค้าที่กองอยู่มีการชี้บ่งรุ่นที่อ่านได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่ดูเฉพาะในระบบคอมพิวเตอร์

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ระเบียบปฏิบัติต้องระบุระบบสอบกลับของสินค้าซื้อมาขายไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ระบุรุ่นที่เกี่ยวข้องได้เมื่อเกิดการเรียกคืน (recall) หรือถอนคืนสินค้า
  • ระดับของการสอบกลับที่ต้องทำได้คือหนึ่งขั้นไปข้างหน้าและหนึ่งขั้นย้อนกลับ คือรู้ว่าใครส่งมาและส่งต่อให้ใคร
  • ต้องคิดถึงการทำงานจริงของระบบด้วย เช่น เมื่อรุ่นหนึ่งถูกแบ่งย่อยส่งให้ลูกค้าหลายราย ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดยังไปถึงลูกค้าหรือไม่ โดยเฉพาะข้อมูลที่เคยอยู่บนบรรจุภัณฑ์ชั้นนอกเดิม และสถานที่ผลิตระบุลูกค้าทุกรายที่ได้รับสินค้ารุ่นนั้นได้หรือไม่
  • เมื่อมีคำกล่าวอ้าง เช่น สถานะอินทรีย์ หรือมีการใช้ตราสัญลักษณ์ที่กล่าวอ้างเรื่องระบบการผลิต ต้องมีการควบคุมการชี้บ่ง การสอบกลับ และการแบ่งแยกอย่างเข้มงวด พร้อมแสดงการสอบกลับและการตรวจสอบความใช้ได้ (validation) อย่างครบถ้วน
  • ผลิตภัณฑ์อาจถูกชี้บ่งด้วยฉลากทางกายภาพหรือด้วยระบบบาร์โค้ดที่ใช้คอมพิวเตอร์ก็ได้ แต่ต้องเรียกดูได้ทันเวลา
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการสอบกลับที่มีหัวข้อว่าด้วยสินค้าซื้อมาขายโดยเฉพาะ
  • บันทึกการรับสินค้าที่ระบุผู้ผลิตรายสุดท้ายและรุ่นการผลิตของทุกรายการ
  • บันทึกการจัดส่งที่ระบุผู้รับของแต่ละรุ่น
  • การชี้บ่งที่ตัวสินค้าหรือที่ชั้นวางในคลัง ซึ่งอ่านรุ่นได้จริงในวันตรวจ
  • หลักฐานการแบ่งแยกและการชี้บ่งสินค้าที่มีคำกล่าวอ้างพิเศษ

9.6.2–9.6.3การทดสอบระบบสอบกลับ การกระทบยอดปริมาณ และเวลาสี่ชั่วโมง

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายคลังสินค้าและจัดส่ง และฝ่ายบัญชีคลัง

บริษัทต้องทดสอบระบบสอบกลับอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าสอบกลับได้ทั้งย้อนไปถึงผู้ผลิตรายสุดท้าย และไปข้างหน้าถึงผู้รับสินค้าจากบริษัท โดยต้องรวมการระบุการเคลื่อนย้ายของสินค้าตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงการรับเข้าโดยบริษัท เช่น การเคลื่อนย้ายแต่ละครั้งและสถานที่จัดเก็บระหว่างทาง การทดสอบต้องรวมการกระทบยอด (reconciliation) ปริมาณสินค้าที่บริษัทรับเข้าสำหรับรุ่นที่เลือก และควรทำการสอบกลับให้สำเร็จภายในสี่ชั่วโมง หรือภายในหนึ่งวันเมื่อจำเป็นต้องขอข้อมูลจากภายนอก

ประโยคเรื่องสถานที่จัดเก็บระหว่างทางคือสิ่งที่ทำให้การทดสอบของสินค้าซื้อมาขายยากกว่าสินค้าที่ผลิตเอง เพราะสินค้าเดินทางผ่านคลังของผู้อื่นมาก่อน ท่านจึงต้องเตรียมช่องทางขอข้อมูลจากผู้ส่งมอบไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่เริ่มติดต่อตอนกำลังจับเวลาอยู่

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • การทดสอบสามารถทำเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์การเรียกคืนหรือถอนคืนสินค้าจริงที่เกิดขึ้นได้ เพราะวัตถุประสงค์คือทดสอบระบบและหาจุดที่ควรปรับปรุง ไม่ใช่การผลิตบันทึกการทดสอบเพื่อให้มีบันทึก
  • ต้องทดสอบทั้งสองทิศทาง คือทั้งย้อนกลับและไปข้างหน้า เช่น เลือกสินค้าหนึ่งรายการแล้วตามไปข้างหน้าว่าถูกส่งให้ใครบ้าง
  • ควรจับเวลาการทดสอบไว้ด้วย และเมื่อใช้เวลาเกินสี่ชั่วโมง สถานที่ผลิตควรทบทวนว่าขั้นตอนใดทำให้การเรียกข้อมูลช้า เพื่อหาแนวทางปรับปรุง
  • การกระทบยอดปริมาณมีเป้าหมายเพื่ออธิบายการใช้ไปของสินค้าทั้งรุ่นให้ครบ วิธีที่ใช้กันคือเลือกรหัสรุ่นของสินค้าหนึ่งรายการ ระบุปริมาณที่รับเข้าภายใต้รหัสนั้น ระบุลูกค้าที่ซื้อและปริมาณที่แต่ละรายได้รับ คำนวณปริมาณคงเหลือในคลัง แล้วกระทบยอดปริมาณที่รับเข้ากับปริมาณที่ขายรวมกับส่วนที่เหลือ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • รายงานผลการทดสอบระบบสอบกลับของสินค้าซื้อมาขายภายในสิบสองเดือนที่ผ่านมา
  • บันทึกเวลาเริ่มและเวลาเสร็จของการทดสอบ พร้อมรายชื่อผู้ร่วมทดสอบ
  • ตารางกระทบยอดปริมาณของรุ่นที่ทดสอบ แสดงปริมาณรับเข้า ปริมาณที่ขายให้ลูกค้าแต่ละราย และปริมาณคงเหลือ
  • หลักฐานการเคลื่อนย้ายระหว่างทาง เช่น เอกสารขนส่งและชื่อคลังพักที่สินค้าผ่าน
  • แผนปรับปรุงเมื่อการสอบกลับใช้เวลาเกินเกณฑ์ที่กำหนด

4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหมวดนี้

เรื่องแรก ทดสอบระบบสอบกลับเฉพาะสินค้าที่ผลิตเอง โรงงานที่ทำการทดสอบตามข้อ 3.9 อย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว มักลืมว่าข้อ 9.6.2 เป็นการทดสอบคนละชุด ที่ต้องครอบคลุมสินค้าซื้อมาขายและต้องไล่ย้อนไปถึงผู้ผลิตรายสุดท้าย รวมถึงต้องระบุการเคลื่อนย้ายและสถานที่จัดเก็บระหว่างทางด้วย ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต้องขอจากผู้ส่งมอบ จึงควรตกลงช่องทางขอข้อมูลไว้ในสัญญาตั้งแต่ต้น

เรื่องที่สอง เก็บใบรายงานผลวิเคราะห์ของผู้ส่งมอบไว้ครบ แต่ไม่เคยตรวจสอบเอง ข้อ 9.4.2 ระบุว่าความเชื่อมั่นในเอกสารของผู้ส่งมอบต้องได้รับการสนับสนุนด้วยการวิเคราะห์อิสระเป็นระยะ สำหรับโรงงานที่ซื้อมาขายซึ่งไม่มีกระบวนการผลิตให้ควบคุม การส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการอิสระตามรอบที่มีเหตุผลรองรับ เป็นหลักฐานที่หนักแน่นที่สุดที่ท่านสร้างได้ในหมวดนี้

เรื่องที่สาม ให้ผู้นำเข้าปลายทางรับผิดชอบฉลาก แต่ไม่มีข้อความนั้นในสัญญา ข้อ 9.5.1 เปิดให้ความรับผิดชอบเรื่องฉลาก องค์ประกอบ และปริมาณ เป็นของลูกค้าได้ แต่ต้องระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญา โรงงานส่งออกจำนวนมากเข้าใจตรงกันกับผู้นำเข้าด้วยวาจาหรือด้วยอีเมลที่กระจัดกระจาย เมื่อผู้ตรวจขอดูสัญญาจึงไม่พบข้อความใดที่ระบุเรื่องนี้ ทางแก้คือใส่ข้อกำหนดเรื่องความรับผิดชอบด้านกฎหมายลงในสัญญาหรือข้อตกลงทางการค้าที่ลงนามทั้งสองฝ่าย แล้วเก็บไว้กับแฟ้มของลูกค้ารายนั้น

5. ปิดท้ายซีรีส์ ข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ครบทั้ง 35 ตอน

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของซีรีส์ที่ไล่ข้อกำหนดของมาตรฐานฉบับนี้ทีละข้อจนครบทั้งเล่ม เริ่มจากหมวด 1 ความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง ต่อด้วยหมวด 2 ที่ว่าด้วยแผนความปลอดภัยอาหารตามหลักการ HACCP หมวด 3 ซึ่งเป็นหมวดที่ยาวที่สุดและครอบคลุมระบบการจัดการคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ตั้งแต่เอกสาร การตรวจติดตามภายใน การอนุมัติผู้ส่งมอบ การแก้ไขป้องกัน (corrective and preventive action) ระบบสอบกลับ ไปจนถึงการจัดการข้อร้องเรียนและเหตุการณ์ หมวด 4 ว่าด้วยมาตรฐานของสถานประกอบการตั้งแต่ภายนอกอาคารจนถึงการขนส่ง หมวด 5 ว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ ทั้งการออกแบบ สารก่อภูมิแพ้ (allergen) ความเป็นของแท้ (authenticity) และการปล่อยผ่าน (product release) หมวด 6 ว่าด้วยการควบคุมกระบวนการ หมวด 7 ว่าด้วยบุคลากร หมวด 8 ว่าด้วยพื้นที่ผลิตตามระดับความเสี่ยง และปิดท้ายด้วยหมวด 9 ในตอนนี้

หากท่านเพิ่งเข้ามาอ่านที่ตอนนี้เป็นตอนแรก เราแนะนำให้กลับไปเริ่มที่บทความว่าด้วยโครงของข้อกำหนด ซึ่งอธิบายว่ามาตรฐานฉบับนี้มีกี่ข้อ ข้อใดที่โรงงานทุกแห่งต้องทำ และข้อใดที่ใช้เฉพาะบางลักษณะการผลิตเท่านั้น เพราะการประเมินขอบข่ายของตนเองให้ถูกตั้งแต่ต้น จะทำให้ท่านไม่เสียเวลาเตรียมเอกสารในหมวดที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงงานของท่าน และไม่พลาดหมวดที่เกี่ยวข้องแต่ถูกมองข้าม อย่างเช่นหมวด 9 ที่เป็นเนื้อหาของตอนนี้

หลังจากรู้ขอบข่ายแล้ว ลำดับที่เราแนะนำคือเริ่มจากข้อกำหนดพื้นฐาน (fundamental requirement) ทั้งสิบสองข้อก่อน เพราะเป็นกลุ่มที่มีผลต่อการตัดสินผลการตรวจมากที่สุด จากนั้นจึงใช้รหัสสีของข้อกำหนดเป็นตัวจัดลำดับงาน โดยแยกงานที่พิสูจน์ด้วยเอกสารซึ่งเตรียมล่วงหน้าได้ ออกจากงานที่พิสูจน์ที่หน้างานซึ่งต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมและใช้เวลานานกว่า แล้วค่อยไล่รายละเอียดของแต่ละหมวดจากตอนที่เกี่ยวข้องในซีรีส์นี้

กลับไปเริ่มอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1 ความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง →
ดูรายชื่อบทความ BRCGS Food Safety ทั้งหมดในหน้ารวมบทความ →

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้

เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ ฉบับเดียวกันนี้ครอบคลุมข้อกำหนดของตอนที่ 34 และตอนที่ 35 ทั้งหมด พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที

แจกฟรี · ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใบตรวจหลักฐาน 9.1–9.6 — ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อจำหน่าย

ไฟล์ Word · ครอบคลุม 18 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 35 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ

ใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

← ตอนที่ 34 ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อจำหน่าย ขอบข่าย แผนความปลอดภัยอาหาร ผู้ส่งมอบ และข้อกำหนดจำเพาะ
ให้เราช่วยได้ วางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9 กับหน้างานจริงของโรงงาน

ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · BRCGS Food Safety เตรียมโรงงานให้พร้อมตรวจ BRCGS Food และฝึกผู้ตรวจภายในให้ตรวจเจอก่อน

ข้อบกพร่องที่พบบ่อยในการตรวจครั้งแรกมักไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครในโรงงานรับผิดชอบชัดเจน เรารับตั้งแต่ประเมินช่องว่างเทียบข้อกำหนดทีละข้อ ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจเจอก่อนวันตรวจจริง

ดูงานที่ปรึกษา BRCGS Food → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด BRCGS Food และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน BRCGS Food แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ