ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
BRCGS Food Safety Issue 9 · ตอนที่ 31 จาก 35

ข้อ 7.3–7.4 การคัดกรองสุขภาพและชุดป้องกัน
ไล่ทีละข้อ 7.3.1 ถึง 7.4.6 พร้อมหลักฐานที่ต้องเตรียม

9 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ตอนที่ 31 จาก 35 · ซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ · ข้อ 7.3–7.4

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง

ตอนนี้เขียนสำหรับผู้จัดการประกันคุณภาพและฝ่ายทรัพยากรบุคคล ที่ต้องดูแลสองเรื่องซึ่งพิสูจน์ด้วยพฤติกรรมของคนมากกว่าด้วยเอกสาร คือการที่พนักงานยอมแจ้งเมื่อตนเองป่วย และการสวมชุดป้องกันให้ถูกต้องทุกครั้งที่เข้าพื้นที่ผลิต
ข้อ 7.3 เกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวและมีกฎหมายกำกับ ส่วนข้อ 7.4 ถูกกำกับให้ตรวจที่หน้างานถึงสี่ข้อย่อย ผู้ตรวจจึงตัดสินหัวข้อนี้จากสิ่งที่เห็นในวันตรวจเป็นหลัก
ข้อ 7.1 การฝึกอบรม และข้อ 7.2 สุขลักษณะส่วนบุคคล อยู่ในตอนที่ 30

1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้

เจตนารมณ์ของหัวข้อ สรุปด้วยถ้อยคำของเรา

ข้อ 7.3 ต้องการให้สถานที่ผลิตมีระเบียบปฏิบัติที่ทำให้พนักงาน พนักงานชั่วคราว ผู้รับจ้าง และผู้มาเยือน ไม่กลายเป็นแหล่งของการติดเชื้อ โรค หรือภาวะที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ปนเปื้อน สาระสำคัญคือทุกคนต้องรู้ว่าอาการใดที่ทำให้ทำงานกับอาหารเปิดโล่งไม่ได้ ต้องมีช่องทางแจ้งที่ใช้ได้จริง ต้องมีการคัดกรองผู้มาเยือนก่อนเข้าพื้นที่ที่มีอาหารเปิดโล่ง และต้องมีขั้นตอนรองรับเมื่อมีผู้แจ้งอาการ ซึ่งรวมถึงการตัดสินว่าจะให้ทำงานอื่นหรือหยุดงาน

ข้อ 7.4 ต้องการให้ชุดป้องกันทำหน้าที่ป้องกันผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เพียงป้องกันพนักงาน ระเบียบการสวมชุดต้องมาจากการประเมินความเสี่ยง (risk assessment) ของแต่ละพื้นที่ ชุดต้องมีจำนวนเพียงพอและออกแบบให้ไม่เป็นแหล่งของสิ่งแปลกปลอม (foreign body) ต้องซักโดยหน่วยที่พิสูจน์ความสามารถได้ ต้องเปลี่ยนตามความถี่ที่อิงความเสี่ยง และถุงมือกับอุปกรณ์ที่ซักไม่ได้ต้องถูกควบคุมด้วยเกณฑ์ที่ชัดเจน สี่ข้อย่อยในหัวข้อนี้ถูกกำกับให้ตรวจที่หน้างาน ผู้ตรวจจึงตัดสินจากสิ่งที่พนักงานสวมอยู่จริงในวันตรวจ

ข้อมูลสุขภาพของพนักงานเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว แบบสอบถามสุขภาพ บันทึกการแจ้งอาการ และผลการตัดสินให้ทำงานอื่น ต้องเก็บโดยจำกัดผู้เข้าถึงและสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ตรวจไม่ได้ต้องการเห็นรายละเอียดอาการของบุคคล แต่ต้องการเห็นว่าระบบทำงาน คือมีการแจ้ง มีการตัดสินใจ และมีบันทึกว่าตัดสินใจอย่างไร โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลเกินความจำเป็น

2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้

ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้

ข้อเรื่องตรวจที่เกี่ยวกับใคร
7.3.1การแจ้งอาการเจ็บป่วยและการคัดกรองก่อนเข้างานเอกสารฝ่ายทรัพยากรบุคคล ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และพยาบาลหรือแพทย์ที่โรงงานใช้บริการ
7.3.2–7.3.3การคัดกรองผู้มาเยือนและผู้รับจ้าง และการดำเนินการเมื่อมีผู้แจ้งอาการเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จุดลงชื่อ
7.4.1ระเบียบการสวมชุดป้องกันและการใช้นอกพื้นที่ผลิตเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับ ฝ่ายผลิต
7.4.2จำนวนและการออกแบบชุดป้องกันหน้างานฝ่ายผลิต ร่วมกับ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ในฐานะผู้จัดหา
7.4.3การซักชุดป้องกันและเงื่อนไขการซักที่บ้านเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับฝ่ายจัดซื้อและผู้ให้บริการซักรีด
7.4.4–7.4.6ความถี่การเปลี่ยนชุด การควบคุมถุงมือ และของที่ซักไม่ได้หน้างานฝ่ายผลิต ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ

รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS

3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร

7.3.1การแจ้งอาการเจ็บป่วยและการคัดกรองก่อนเข้างาน

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และพยาบาลหรือแพทย์ที่โรงงานใช้บริการ

โรงงานต้องทำให้พนักงานรับรู้ว่าอาการ การติดเชื้อ โรค หรือภาวะใดที่ทำให้บุคคลนั้นทำงานกับอาหารที่เปิดโล่งไม่ได้ และต้องมีขั้นตอนที่เปิดทางให้พนักงานรวมถึงพนักงานชั่วคราว ผู้รับจ้าง และผู้มาเยือน แจ้งอาการ การติดเชื้อ โรค หรือภาวะที่ตนกำลังเป็นอยู่หรือเพิ่งสัมผัสมา รายการอาการและโรคที่โรงงานเฝ้าระวังต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจนและเป็นเอกสาร

ประเด็นที่ทำให้ข้อนี้ล้มเหลวไม่ใช่การไม่มีแบบฟอร์ม แต่คือการที่พนักงานไม่กล้าแจ้ง เพราะการแจ้งแล้วถูกหักค่าแรงหรือถูกมองว่าหนีงาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงต้องออกแบบเงื่อนไขการหยุดงานให้ไม่ลงโทษผู้ที่แจ้งตามความจริง มิฉะนั้นระบบจะมีเอกสารครบแต่ไม่มีใครใช้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • รายการอาการ การติดเชื้อ และภาวะที่โรงงานเฝ้าระวัง ให้กำหนดโดยอ้างอิงข้อกำหนดของกฎหมายท้องถิ่น เช่น บัญชีโรคติดต่อ และต้องจัดทำเป็นนโยบายที่เป็นเอกสาร
  • โรงงานอาจพิจารณาใช้แบบสอบถามหรือการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานและเมื่อกลับเข้าทำงาน เช่น การตรวจอุจจาระ ตามระดับความเสี่ยง
  • อาจต้องใช้ผู้ที่ผ่านการอบรมและมีความสามารถ หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากภายนอก โดยเฉพาะเมื่อมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • นโยบายด้านสุขภาพของบุคลากรที่ระบุรายการอาการและโรคที่ห้ามทำงานกับอาหารเปิดโล่ง
  • แบบสอบถามสุขภาพก่อนเข้าทำงานที่จัดเก็บเป็นความลับ พร้อมหลักฐานว่ามีผู้มีความสามารถทบทวน
  • ผลการตรวจสุขภาพก่อนเข้างานหรือเมื่อกลับเข้าทำงาน ตามที่โรงงานกำหนดจากความเสี่ยง
  • แบบแจ้งอาการเจ็บป่วยและบันทึกการแจ้งที่เกิดขึ้นจริงย้อนหลัง
  • ระเบียบการหยุดงานเนื่องจากอาการเจ็บป่วยที่ไม่ทำให้ผู้แจ้งเสียประโยชน์ พร้อมบันทึกการอบรมเรื่องการแจ้งอาการของพนักงานทุกกลุ่ม

7.3.2–7.3.3การคัดกรองผู้มาเยือนและผู้รับจ้าง และการดำเนินการเมื่อมีผู้แจ้งอาการ

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จุดลงชื่อ

เมื่ออาจมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ผู้มาเยือนและผู้รับจ้างต้องได้รับแจ้งว่าอาการ การติดเชื้อ โรค หรือภาวะใด ที่ทำให้เข้าพื้นที่ซึ่งมีอาหารเปิดโล่งไม่ได้ และหากกฎหมายเปิดให้ทำได้ ต้องให้ผู้มาเยือนกรอกแบบสอบถามสุขภาพหรือยืนยันด้วยวิธีอื่นว่าไม่มีอาการที่เป็นความเสี่ยง ก่อนเข้าพื้นที่รับวัตถุดิบ เตรียม แปรรูป บรรจุ และจัดเก็บ นอกจากนี้ต้องมีขั้นตอนรองรับสำหรับพนักงาน ผู้รับจ้าง และผู้มาเยือนที่กำลังป่วยหรือเพิ่งสัมผัสโรคติดต่อ และต้องขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เมื่อจำเป็น

จุดที่ตกหล่นบ่อยคือผู้รับจ้างประจำและผู้ให้บริการที่มาเป็นรอบ เช่น ผู้ให้บริการกำจัดสัตว์พาหะ (pest control) และช่างสอบเทียบ ซึ่งมักคุ้นเคยกับโรงงานจนไม่ถูกขอให้กรอกแบบสอบถามอีก ทั้งที่ข้อกำหนดครอบคลุมกลุ่มนี้โดยตรง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ต้องรวมผู้มาเยือนและผู้รับจ้างที่มาเป็นประจำไว้ในระบบด้วย เช่น พนักงานของบริษัทภายนอกและผู้ให้บริการกำจัดสัตว์พาหะ
  • สถานที่ผลิตที่มีสัตว์มีชีวิตอาจต้องเพิ่มการป้องกันการแพร่โรคสัตว์ เช่น สอบถามว่าผู้มาเยือนเคยเข้าพื้นที่ที่มีการระบาดภายในสี่สิบแปดชั่วโมงที่ผ่านมาหรือไม่
  • เมื่อมีผู้แจ้งว่าป่วยหรือสัมผัสโรคที่โรงงานระบุไว้ การจัดการที่มาตรฐานคาดหวังคือการย้ายไปทำงานที่ไม่สัมผัสผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • แบบสอบถามสุขภาพผู้มาเยือนที่กรอกจริง เก็บเรียงตามวันที่ พร้อมลายมือชื่อผู้ทบทวน
  • ระเบียบการเข้าพื้นที่สำหรับผู้รับจ้างประจำที่ระบุความถี่ในการคัดกรองซ้ำ
  • ป้ายหรือเอกสารชี้แจงอาการที่ห้ามเข้าพื้นที่ ติดตั้งที่จุดลงชื่อเข้า
  • ขั้นตอนการจัดการเมื่อมีผู้แจ้งอาการ พร้อมทางเลือกในการย้ายงานชั่วคราว และบันทึกกรณีที่เกิดขึ้นจริง

7.4.1ระเบียบการสวมชุดป้องกันและการใช้นอกพื้นที่ผลิต

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับ ฝ่ายผลิต

บริษัทต้องจัดทำเป็นเอกสารและสื่อสารให้พนักงานทุกคนรวมถึงพนักงานจากบริษัทจัดหาแรงงาน พนักงานชั่วคราว ผู้รับจ้าง และผู้มาเยือนทราบ ถึงกฎการสวมชุดป้องกันในแต่ละพื้นที่ที่กำหนด เช่น พื้นที่ผลิตและพื้นที่จัดเก็บ และต้องครอบคลุมนโยบายการสวมชุดป้องกันเมื่ออยู่นอกพื้นที่ผลิตด้วย เช่น การถอดก่อนเข้าห้องน้ำ และการใช้ในโรงอาหารกับพื้นที่สูบบุหรี่

ระเบียบต้องมาจากการประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่การลอกจากโรงงานอื่น สิ่งที่มักขาดคือการกำหนดลำดับการสวม และการระบุว่าชุดที่ถอดแล้วต้องไปอยู่ที่ใด ซึ่งเป็นสองบรรทัดที่แนวทางตีความระบุไว้ชัดเจน

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • เอกสารต้องระบุว่าต้องสวมอะไรและออกแบบอย่างไร สวมและถอดที่ใด ลำดับการสวม เช่น หมวกคลุมผม รองเท้า ล้างมือ แล้วจึงสวมเสื้อคลุม ที่เก็บชุดเมื่อไม่ได้ใช้ และวิธีจัดการชุดหลังถอด ทั้งการทิ้งชุดใช้ครั้งเดียว การเก็บชุดที่ใช้ซ้ำ และจุดวางชุดที่ต้องส่งซัก
  • การไม่สวมชุดป้องกันของบริษัทจะยอมรับได้เมื่อครบทุกเงื่อนไข คือผลิตภัณฑ์อยู่ในภาชนะปิดสนิททั้งหมด หากไม่ปิดสนิทก็จะจัดเป็นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ พื้นที่นั้นแยกจากพื้นที่ที่มีผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง และพนักงานไม่ต้องเดินผ่านพื้นที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่งเพื่อเข้าถึงพื้นที่นั้น
  • ทุกครั้งที่มีการเปิดเข้าไปในไลน์ผลิต เช่น การปรับเครื่องบรรจุ ต้องสวมชุดป้องกันและหมวกคลุมผม
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • การประเมินความเสี่ยงที่นำไปสู่ระเบียบชุดป้องกันของแต่ละพื้นที่
  • ระเบียบชุดป้องกันที่ระบุรายการ ลำดับการสวม จุดเปลี่ยน และที่เก็บ
  • บันทึกการสื่อสารและอบรมระเบียบนี้แก่พนักงาน ผู้รับจ้าง และผู้มาเยือน

7.4.2จำนวนและการออกแบบชุดป้องกัน

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายผลิต ร่วมกับ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ในฐานะผู้จัดหา

ชุดป้องกันต้องมีให้เพียงพอสำหรับพนักงานแต่ละคน ต้องออกแบบให้ป้องกันการปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ โดยอย่างน้อยต้องไม่มีกระเป๋าภายนอกเหนือระดับเอวและไม่มีกระดุมที่เย็บติด ต้องคลุมเส้นผมบนศีรษะได้ทั้งหมด และต้องมีที่คลุมเคราและหนวดเมื่อจำเป็นเพื่อป้องกันการปนเปื้อน

คำว่าเพียงพอมีความหมายทางปฏิบัติ คือมีจำนวนมากพอที่จะรักษาสภาพชุดให้อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ระหว่างทำงาน รวมถึงมีชุดหมุนเวียนขณะที่อีกชุดอยู่ระหว่างซัก ผู้ตรวจจึงมักถามจำนวนชุดต่อคนเทียบกับรอบการส่งซัก ไม่ได้ถามเพียงว่ามีชุดหรือไม่

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ต้องพิจารณาการออกแบบรองเท้าสำหรับพื้นที่ผลิต และต้องจัดหารองเท้าที่ทำความสะอาดได้
  • ที่คลุมเคราต้องจัดให้แก่ผู้มีเคราหรือหนวดเมื่อจำเป็น โดยกฎต้องชัดเจน พนักงานเข้าใจตรงกัน และมาจากการประเมินของบริษัทเอง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ข้อกำหนดจำเพาะ (specification) ของชุดป้องกันที่ระบุรูปแบบ ตำแหน่งกระเป๋า และชนิดของกระดุมหรือตัวยึด
  • ทะเบียนการจ่ายชุดรายบุคคลที่แสดงจำนวนชุดต่อคน
  • การประเมินความจำเป็นในการใช้ที่คลุมเครา พร้อมกฎที่สื่อสารแล้ว

7.4.3การซักชุดป้องกันและเงื่อนไขการซักที่บ้าน

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับฝ่ายจัดซื้อและผู้ให้บริการซักรีด

ชุดป้องกันต้องซักโดยผู้รับจ้างที่ได้รับการอนุมัติหรือโดยหน่วยซักภายในโรงงาน โดยมีเกณฑ์ที่กำหนดไว้เพื่อยืนยันความสามารถของกระบวนการซัก หน่วยซักต้องมีขั้นตอนที่ทำให้แยกชุดสกปรกออกจากชุดสะอาดอย่างเพียงพอ ซักได้สะอาดจริง และป้องกันชุดที่สะอาดแล้วจากการปนเปื้อนจนถึงเวลาใช้งาน เช่น ด้วยถุงหรือผ้าคลุม การให้พนักงานซักเองเป็นข้อยกเว้น ทำได้เมื่อชุดนั้นไม่ได้ใช้เพื่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์แต่ใช้ป้องกันตัวพนักงาน และใช้เฉพาะในพื้นที่ผลิตภัณฑ์ปิดสนิทหรือพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ (low risk) เท่านั้น

เงื่อนไขการซักที่บ้านต้องเข้าครบทั้งสองข้อพร้อมกัน ไม่ใช่ข้อใดข้อหนึ่ง ตัวอย่างที่แนวทางตีความยกไว้คือโรงงานเบเกอรี ซึ่งแม้เป็นพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ แต่เป็นพื้นที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่งที่ชุดมีหน้าที่ปกป้องผลิตภัณฑ์ จึงซักที่บ้านไม่ได้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ผู้ให้บริการซักภายนอกต้องอยู่ในโปรแกรมอนุมัติผู้ส่งมอบตามข้อ 3.5.3.1 และมีการประเมินต่อเนื่อง ซึ่งอาจใช้แบบสอบถามประเมินตนเองเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ
  • การซักภายในโรงงานต้องควบคุมด้วยหลักการแบบ HACCP พร้อมข้อมูลยืนยันความสามารถ เช่น การเฝ้าระวังอุณหภูมิและสารซักฟอก การกำหนดสิ่งที่ห้ามซักรวมกัน การควบคุมการอบแห้ง และการตรวจพินิจ โดยต้องรวมหน่วยซักไว้ในแผนการตรวจติดตามภายใน (internal audit) ตามข้อ 3.4.1 ด้วย
  • เมื่ออนุญาตให้ซักที่บ้าน ต้องมีคำสั่งงานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุอุณหภูมิ สารซักฟอก สิ่งที่ห้ามซักรวมกัน วิธีทำให้แห้ง เช่น การรีดด้วยความร้อน และวิธีขนชุดสะอาดมาที่ทำงานโดยไม่ปนเปื้อน เช่น ถุงพลาสติกปิดผนึก
  • ต้องกำหนดผู้รับผิดชอบติดตามประสิทธิผลของการซักที่บ้าน และต้องมีระบบรองรับทันทีเมื่อพบว่าพนักงานคนใดซักเองไม่ได้ตามที่กำหนด
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • สัญญาและผลการอนุมัติผู้ให้บริการซักรีด พร้อมการประเมินต่อเนื่องตามรอบ
  • เกณฑ์และข้อมูลยืนยันความสามารถของกระบวนการซัก เช่น อุณหภูมิ เวลา และสารซักฟอก พร้อมผลการทดสอบทางจุลชีววิทยาของชุดที่ซักแล้ว
  • หลักฐานการแยกชุดสกปรกกับชุดสะอาด และวิธีป้องกันชุดสะอาดระหว่างขนส่ง
  • การประเมินความเสี่ยงและคำสั่งงานการซักที่บ้าน พร้อมทะเบียนพนักงานที่เข้าเงื่อนไข หากใช้วิธีนี้

7.4.4–7.4.6ความถี่การเปลี่ยนชุด การควบคุมถุงมือ และของที่ซักไม่ได้

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายผลิต ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ

ชุดป้องกันต้องเปลี่ยนตามความถี่ที่เหมาะสมโดยพิจารณาจากความเสี่ยง หากใช้ถุงมือ ต้องเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเหมาะสมต้องเป็นถุงมือที่ใช้กับอาหารได้ เป็นชนิดใช้ครั้งเดียว มีสีที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดโดยนิยมสีน้ำเงิน อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และไม่หลุดเส้นใย ส่วนอุปกรณ์ป้องกันที่ซักไม่ได้ เช่น เสื้อเกราะโซ่ ถุงมือ และผ้ากันเปื้อนบางประเภท ต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามความถี่ที่กำหนดจากความเสี่ยง

สามข้อนี้ถูกกำกับให้ตรวจที่หน้างาน ผู้ตรวจจะดูสภาพจริงของถุงมือที่พนักงานสวมอยู่ และดูว่าเสื้อเกราะโซ่ที่แขวนอยู่หลังเลิกกะผ่านการล้างตามรอบหรือไม่ ความถี่ที่โรงงานกำหนดต้องมีที่มา ไม่ใช่เขียนว่าทุกวันโดยไม่มีเหตุผลรองรับ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ความถี่ในการเปลี่ยนชุดต้องกำหนดจากความเสี่ยง โดยอาจใช้การตรวจพินิจ การสวอบ หรือแผ่นสัมผัสเป็นข้อมูลประกอบ
  • โรงงานต้องพิจารณาเองว่าถุงมือควรเป็นชนิดใช้ครั้งเดียว ชนิดใช้กับอาหารได้ และมีสีต่างจากผลิตภัณฑ์หรือไม่ ตามลักษณะงาน
  • ต้องมีขั้นตอนเป็นเอกสารสำหรับของที่ซักไม่ได้ เช่น รองเท้า เสื้อเกราะโซ่ ถุงมือ และผ้ากันเปื้อน โดยกำหนดความถี่การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อจากความเสี่ยง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบความถี่การเปลี่ยนชุดแต่ละประเภทพร้อมเหตุผลที่มาจากการประเมินความเสี่ยง
  • ระเบียบการควบคุมถุงมือ พร้อมบันทึกการเบิกจ่ายและการตรวจสภาพระหว่างกะ
  • ข้อกำหนดจำเพาะของถุงมือที่ระบุสี ชนิดที่ใช้กับอาหารได้ และการไม่หลุดเส้นใย
  • ขั้นตอนการล้างและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่ซักไม่ได้ พร้อมบันทึกการทำจริงย้อนหลัง

4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้

เรื่องแรก ระบบแจ้งอาการเจ็บป่วยมีแบบฟอร์มแต่ไม่มีใครใช้ เมื่อผู้ตรวจขอดูบันทึกการแจ้งอาการย้อนหลังหนึ่งปีแล้วพบว่าว่างเปล่าทั้งปี คำถามที่ตามมาคือระบบนี้ถูกใช้จริงหรือไม่ สาเหตุที่พบเสมอคือเงื่อนไขการหยุดงานทำให้ผู้ที่แจ้งตามความจริงเสียประโยชน์ ข้อนี้แก้ไม่ได้ด้วยการปรับปรุงแบบฟอร์ม แต่ต้องให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลออกแบบเงื่อนไขที่ไม่ลงโทษผู้แจ้ง และจัดให้มีทางเลือกย้ายไปทำงานที่ไม่สัมผัสผลิตภัณฑ์เปิดโล่งชั่วคราวตามข้อ 7.3.3 นี่คือจุดที่ชี้ชัดที่สุดว่าหมวด 7 ไม่ใช่งานของฝ่ายประกันคุณภาพฝ่ายเดียว

เรื่องที่สอง ชุดป้องกันมีจำนวนพอในบัญชี แต่ไม่พอในวันที่หน่วยซักส่งช้า ข้อ 7.4.2 ใช้คำว่าเพียงพอ ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงมีชุดหมุนเวียนขณะที่อีกชุดอยู่ระหว่างซัก สิ่งที่ผู้ตรวจพบบ่อยคือพนักงานสวมชุดเดิมสองวันติดกัน หรือสวมชุดที่มีคราบชัดเจนตั้งแต่เริ่มกะ เพราะรอบซักไม่ทัน หลักฐานที่ตอบข้อนี้ได้คือจำนวนชุดต่อคนที่ระบุไว้ ความถี่การเปลี่ยนที่มาจากการประเมินความเสี่ยง และบันทึกการรับส่งชุดกับหน่วยซักที่แสดงว่ารอบซักรองรับความถี่นั้นได้จริง

เรื่องที่สาม อนุมัติผู้ให้บริการซักจากใบเสนอราคา ไม่ใช่จากเกณฑ์ที่พิสูจน์ความสามารถของกระบวนการซัก ข้อ 7.4.3 ต้องการให้หน่วยซัก ไม่ว่าจะเป็นผู้รับจ้างหรือหน่วยภายใน มีเกณฑ์ที่กำหนดไว้เพื่อยืนยันความสามารถของกระบวนการ โรงงานจำนวนมากมีสัญญาจ้างซัก แต่ไม่มีหลักฐานว่าผู้ให้บริการแยกชุดสกปรกออกจากชุดสะอาด ใช้อุณหภูมิหรือสารเคมีที่ทวนสอบแล้ว และป้องกันชุดสะอาดระหว่างขนส่ง ผู้ให้บริการซักจึงควรอยู่ในระบบอนุมัติผู้ให้บริการตามข้อ 3.5.3.1 พร้อมผลการตรวจประเมินหรือหลักฐานการทวนสอบ (verification) ที่นำมาแสดงได้

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้

เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ ฉบับเดียวกันนี้ครอบคลุมข้อกำหนดของตอนที่ 30 และตอนที่ 31 ทั้งหมด พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที

แจกฟรี · ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใบตรวจหลักฐาน 7.1–7.4 — บุคลากร

ไฟล์ Word · ครอบคลุม 21 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 31 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ

ใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

← ตอนที่ 30 การฝึกอบรมและสุขลักษณะส่วนบุคคลตอนที่ 32 พื้นที่ผลิตตามระดับความเสี่ยง ผัง โครงสร้างอาคาร และเครื่องมือ →
ให้เราช่วยได้ วางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9 กับหน้างานจริงของโรงงาน

ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · BRCGS Food Safety เตรียมโรงงานให้พร้อมตรวจ BRCGS Food และฝึกผู้ตรวจภายในให้ตรวจเจอก่อน

ข้อบกพร่องที่พบบ่อยในการตรวจครั้งแรกมักไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครในโรงงานรับผิดชอบชัดเจน เรารับตั้งแต่ประเมินช่องว่างเทียบข้อกำหนดทีละข้อ ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจเจอก่อนวันตรวจจริง

ดูงานที่ปรึกษา BRCGS Food → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด BRCGS Food และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน BRCGS Food แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ