ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
BRCGS Food Safety Issue 9 · ตอนที่ 3 จาก 35

ข้อ 2.3–2.6 อธิบายผลิตภัณฑ์ ระบุการใช้งาน และแผนภูมิกระบวนการ
ไล่ทีละข้อ 2.3.1 ถึง 2.6.1 พร้อมหลักฐานที่ต้องเตรียม

9 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ตอนที่ 3 จาก 35 · ซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ · ข้อ 2.3–2.6

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง

ข้อ 2.3 ถึง 2.6 คือขั้นเตรียมข้อมูลสี่ขั้นของ HACCP ซึ่งตรงกับ Codex ขั้นที่ 2 ถึงขั้นที่ 5 ได้แก่การอธิบายผลิตภัณฑ์ การระบุการใช้งานที่ตั้งใจไว้ การจัดทำแผนภูมิกระบวนการ (process flow diagram) และการทวนสอบ (verification) แผนภูมินั้นที่หน้างาน
สี่ขั้นนี้ไม่ใช่งานเอกสารเพื่อให้ครบเล่ม แต่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของการวิเคราะห์อันตราย (hazard analysis) ในข้อ 2.7 ถ้าข้อมูลตั้งต้นผิดหรือขาด การวิเคราะห์อันตรายที่ตามมาจะพลาดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
ในทางปฏิบัติ นี่คือช่วงที่ผู้ตรวจใช้เดินโรงงานเทียบกับกระดาษได้ตรงที่สุด และ หมวด 2 ถูกกำกับไว้เป็นข้อกำหนดพื้นฐาน (fundamental requirement) จึงเป็นจุดที่พลาดแล้วราคาแพงกว่าหมวดอื่น

1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้

เจตนารมณ์ของหัวข้อ สรุปด้วยถ้อยคำของเราข้อกำหนดพื้นฐาน

สถานที่ผลิตต้องมีแผน HACCP หรือแผนความปลอดภัยอาหารที่ใช้การได้จริงและครบถ้วน โดยอาศัยหลักการของ Codex Alimentarius เป็นกรอบ ข้อ 2.3 ถึง 2.6 คือสี่ขั้นกลางของกรอบนั้น ซึ่งเป็นการรวบรวมและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก่อนที่ทีมจะเริ่มระบุอันตรายและกำหนดมาตรการควบคุม (control measure) ในขั้นถัดไป

หัวข้อย่อยทั้งสี่เรียงตามลำดับที่ต้องทำจริง คือ ข้อ 2.3 อธิบายผลิตภัณฑ์เทียบเท่า Codex ขั้นที่ 2 ข้อ 2.4 ระบุการใช้งานเทียบเท่า Codex ขั้นที่ 3 ข้อ 2.5 จัดทำแผนภูมิกระบวนการเทียบเท่า Codex ขั้นที่ 4 และข้อ 2.6 ทวนสอบแผนภูมิกระบวนการเทียบเท่า Codex ขั้นที่ 5 ลำดับนี้มีเหตุผล เพราะข้อมูลของขั้นก่อนหน้าเป็นสิ่งที่ขั้นถัดไปต้องใช้

สิ่งที่ทำให้สี่ข้อนี้ต่างจากงานเอกสารทั่วไป คือทุกข้อถูกพิสูจน์ได้ด้วยการเดินดูของจริง ข้อ 2.5 และ 2.6 ถูกกำกับให้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน ผู้ตรวจจึงถือแผนภูมิกระบวนการเดินตามสายการผลิต แล้วเทียบทีละขั้นว่ามีขั้นตอนใดในโรงงานที่ไม่ปรากฏบนกระดาษ หรือมีขั้นตอนใดบนกระดาษที่เลิกทำไปแล้ว ท่านสามารถทำแบบเดียวกันนี้ก่อนวันตรวจได้เอง และเป็นวิธีเตรียมตัวที่ได้ผลที่สุดของหัวข้อนี้ หากท่านต้องการเห็นภาพรวมของ HACCP ทั้งสิบสองขั้นก่อน อ่านได้ที่ ซีรีส์ HACCP ทีละขั้น

2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้

ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้

ข้อเรื่องตรวจที่เกี่ยวกับใคร
2.3.1คำอธิบายผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน (Codex ขั้นที่ 2)เอกสารทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ ฝ่ายประกันคุณภาพ
2.3.2แหล่งข้อมูลที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์อันตรายเอกสารทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร และ ฝ่ายประกันคุณภาพ
2.4.1การระบุการใช้งานที่ตั้งใจไว้และการใช้งานทางเลือก (Codex ขั้นที่ 3)เอกสารทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับฝ่ายขายและ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
2.5.1การจัดทำแผนภูมิกระบวนการ (Codex ขั้นที่ 4)ทั้งสองทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับ ฝ่ายผลิต และวิศวกรรม
2.6.1การทวนสอบความถูกต้องของแผนภูมิกระบวนการ (Codex ขั้นที่ 5)ทั้งสองทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับหัวหน้าพื้นที่ผลิตแต่ละส่วน

รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS

3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร

2.3.1คำอธิบายผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน (Codex ขั้นที่ 2)

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ ฝ่ายประกันคุณภาพ

ต้องจัดทำคำอธิบายอย่างครบถ้วนสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละรายการหรือแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยรวมข้อมูลทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอาหาร มาตรฐานยกตัวอย่างหัวข้อที่ควรพิจารณาไว้ ได้แก่ องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ เช่น วัตถุดิบ ส่วนผสม สารก่อภูมิแพ้ (allergen) และสูตร แหล่งที่มาของส่วนผสม คุณสมบัติทางกายภาพหรือทางเคมีที่มีผลต่อความปลอดภัย เช่น ค่าความเป็นกรดด่างและค่าวอเตอร์แอกทิวิตี การผ่านกรรมวิธีและการแปรรูป เช่น การให้ความร้อนและการทำเย็น ระบบบรรจุ เช่น การปรับสภาพบรรยากาศหรือการดูดสุญญากาศ สภาวะการจัดเก็บและการกระจายสินค้า และอายุการเก็บสูงสุดที่ยังปลอดภัยภายใต้สภาวะการเก็บและการใช้งานที่กำหนดไว้ ทั้งนี้รายการดังกล่าวเป็นเพียงแนวทาง ไม่ใช่รายการที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในตัวเอง

คำว่าเป็นเพียงแนวทางในข้อนี้มีสองด้าน ด้านหนึ่งคือท่านไม่จำเป็นต้องบังคับให้ทุกหัวข้อปรากฏ หากหัวข้อนั้นไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของท่านจริง อีกด้านหนึ่งคือหากผลิตภัณฑ์ของท่านมีปัจจัยด้านความปลอดภัย ที่ไม่อยู่ในรายการตัวอย่าง ท่านยังต้องใส่เพิ่มเข้าไปอยู่ดี ผู้ตรวจดูที่ความครบของสาระ ไม่ใช่ความครบของหัวข้อตามรายการ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • แนวปฏิบัติที่ดีคือไม่ใช่เพียงบรรยายผลิตภัณฑ์ตามที่เห็น แต่ให้คิดล่วงหน้าว่าข้อมูลแต่ละบรรทัดจะถูกใช้ทำอะไรในการศึกษา HACCP ขั้นถัดไป
  • ตัวอย่างที่แนวทางตีความยกไว้คือแหล่งที่มาของส่วนผสม การเขียนเพียงว่ามาจากประเทศใดยังไม่พอ ควรพิจารณาต่อว่าสภาพภูมิอากาศ วัฒนธรรมการบริโภค หรือระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของแหล่งนั้น ทำให้อันตรายเปลี่ยนไปหรือไม่
  • การจัดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำได้เมื่อผลิตภัณฑ์คล้ายกันจริง เช่น ต่างกันเพียงขนาดบรรจุ
  • แต่หากผลิตภัณฑ์ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างที่เอกสารยกไว้คือผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ชนิดชุบแป้งกับชนิดไม่ชุบแป้ง ต้องแยกเป็นคนละผลิตภัณฑ์หรือคนละกลุ่ม
  • ข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ในคำอธิบายผลิตภัณฑ์เป็นจุดเชื่อมโดยตรงกับการจัดการสารก่อภูมิแพ้ในหมวด 5 การเขียนไว้ไม่ครบตั้งแต่ต้นทำให้การประเมินภายหลังพลาดตามไปด้วย
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • เอกสารคำอธิบายผลิตภัณฑ์ของทุกผลิตภัณฑ์หรือทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรอง
  • เหตุผลประกอบการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันใกล้เคียงกันจริง
  • ข้อมูลค่าความเป็นกรดด่าง ค่าวอเตอร์แอกทิวิตี หรือคุณสมบัติอื่นที่มีผลต่อความปลอดภัย พร้อมที่มาของค่า
  • ผลการศึกษาอายุการเก็บที่รองรับอายุการเก็บสูงสุดที่ระบุไว้
  • รายการสารก่อภูมิแพ้ของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับสูตรและฉลากฉบับปัจจุบัน

2.3.2แหล่งข้อมูลที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์อันตราย

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร และ ฝ่ายประกันคุณภาพ

ต้องรวบรวม เก็บรักษา จัดทำเป็นเอกสาร และปรับปรุงข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์อันตราย บริษัทต้องทำให้มั่นใจว่าแผน HACCP หรือแผนความปลอดภัยอาหารตั้งอยู่บนแหล่งข้อมูลที่ครอบคลุม โดยอ้างอิงแหล่งที่มาไว้และต้องแสดงได้เมื่อร้องขอ ตัวอย่างแหล่งข้อมูลที่มาตรฐานยกไว้ ได้แก่ วรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด อันตรายที่เคยเกิดและที่ทราบกันในผลิตภัณฑ์ประเภทนั้น หลักปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง แนวทางที่เป็นที่ยอมรับ กฎหมายความปลอดภัยอาหารที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการจำหน่าย ข้อกำหนดของลูกค้า สำเนาแผน HACCP เดิมที่สถานที่ผลิตมีอยู่ ผังอาคารและผังการวางเครื่องจักร แผนผังการกระจายน้ำของสถานที่ผลิต และการระบุพื้นที่ที่ต้องจัดเป็นพื้นที่ความเสี่ยงสูง (high risk) พื้นที่ดูแลเป็นพิเศษ (high care) หรือพื้นที่ดูแลเป็นพิเศษแบบอุณหภูมิห้อง

ข้อนี้เป็นข้อที่โรงงานประเมินต่ำเกินไปบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้ เพราะดูเหมือนเป็นเพียงบรรณานุกรม แต่ในทางปฏิบัติแหล่งข้อมูลคือสิ่งที่ทำให้การตัดสินว่าอันตรายใดมีนัยสำคัญมีน้ำหนักพอ หากไม่มีแหล่งอ้างอิง การวิเคราะห์อันตรายในข้อ 2.7 จะกลายเป็นความเห็นของทีมล้วน ๆ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สิ่งที่แนวทางตีความย้ำชัดที่สุดคือ การเปิดเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลระหว่างวันตรวจ ถือว่าใช้ไม่ได้ เพราะแสดงว่าไม่ได้รวบรวมและเก็บรักษาข้อมูลไว้ตั้งแต่ตอนจัดทำแผน
  • แหล่งข้อมูลต้องถูกอ้างอิงไว้ในแผนและต้องเรียกกลับมาดูได้หรือแสดงได้เมื่อร้องขอ การทำรายการกฎหมายและหลักปฏิบัติที่อ้างอิงไว้เป็นวิธีที่ช่วยได้
  • ตัวอย่างแหล่งข้อมูลที่เอกสารยกไว้ ได้แก่ Codex Alimentarius หน่วยงานความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป หน่วยงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา และระบบแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วด้านอาหารและอาหารสัตว์
  • สำหรับวรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์ แนวปฏิบัติที่ดีคือเข้าใจที่มาของเอกสาร งานที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิย่อมมีน้ำหนักและใช้ประโยชน์ได้มากกว่า
  • สำหรับอันตรายที่ทราบกันในผลิตภัณฑ์ประเภทนั้น แนวปฏิบัติที่ดีคือระบุให้เจาะจงที่สุด เช่น ระบุชื่อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายจริงกับผลิตภัณฑ์ แทนการเขียนรวม ๆ ว่าแบคทีเรีย
  • แผน HACCP เดิมที่สถานที่ผลิตมีอยู่ใช้ประโยชน์ได้สองทาง คือเป็นบทเรียนอ้างอิงจากแผนก่อนหน้า และเป็นตัวเตือนว่าผลิตภัณฑ์ ส่วนผสม หรือกระบวนการที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ผลิตเดียวกัน อาจสร้างความเสี่ยงเพิ่มที่ต้องจัดการ
  • หากอ้างอิงข้อมูลที่ได้จากการเป็นสมาชิกองค์กรใด ข้อมูลนั้นต้องมีอยู่ที่สถานที่ผลิตด้วย ไม่ว่าจะในรูปอิเล็กทรอนิกส์หรือเอกสาร
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • แฟ้มแหล่งข้อมูลอ้างอิงของแผน HACCP ที่เก็บสำเนาเอกสารไว้จริง ไม่ใช่มีเพียงรายชื่อลิงก์
  • รายการกฎหมายและหลักปฏิบัติที่อ้างอิง พร้อมวันที่ทบทวนล่าสุดและผู้รับผิดชอบ
  • ผังอาคารและผังการวางเครื่องจักรฉบับปัจจุบันที่สอดคล้องกับข้อ 4.3.2
  • แผนผังการกระจายน้ำของสถานที่ผลิตที่สอดคล้องกับข้อ 4.5.2
  • เอกสารระบุพื้นที่ผลิตตามระดับความเสี่ยงที่สอดคล้องกับข้อ 4.3.1
  • ข้อกำหนดของลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอาหารของผลิตภัณฑ์ในขอบข่าย

2.4.1การระบุการใช้งานที่ตั้งใจไว้และการใช้งานทางเลือก (Codex ขั้นที่ 3)

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับฝ่ายขายและ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

ต้องอธิบายการใช้งานผลิตภัณฑ์ตามที่ลูกค้าตั้งใจจะใช้ รวมถึงการใช้งานทางเลือกที่คาดหมายได้ โดยกำหนดกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายให้ชัดเจน และต้องรวมถึงความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ สำหรับกลุ่มประชากรที่เปราะบาง เช่น ทารก ผู้สูงอายุ และผู้ที่แพ้อาหาร

จุดที่แยกโรงงานที่เขียนข้อนี้เป็นกับที่เขียนไม่เป็น คือคำว่าการใช้งานทางเลือกที่คาดหมายได้ ไม่ได้หมายถึงการใช้ผิดวิธีทุกรูปแบบที่จินตนาการได้ แต่หมายถึงรูปแบบที่คาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล ว่าลูกค้าหรือผู้บริโภคน่าจะทำ ทั้งที่ท่านไม่ได้ตั้งใจให้ทำ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สิ่งที่ทีมต้องพิจารณาและบันทึกไว้มีสี่ด้าน คือกลุ่มประชากรเป้าหมายว่ารวมกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างทารก ผู้สูงอายุ หรือผู้แพ้อาหารหรือไม่ วิธีการหยิบจับและเตรียมอาหารว่าจะถูกบริโภคโดยไม่ผ่านการปรุงเพิ่มหรือไม่ ห่วงโซ่อุปทานของลูกค้า และสภาวะการเก็บรักษา เช่น การแช่แข็งหรือความจำเป็นต้องแช่เย็นหลังเปิดบรรจุภัณฑ์
  • การใช้งานทางเลือกครอบคลุมถึงความเป็นไปได้ที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคจะใช้ผลิตภัณฑ์ผิดวิธีหรือปฏิบัติต่อผลิตภัณฑ์ในทางที่ผู้ผลิตไม่ได้ตั้งใจ และต้องรวมข้อมูลนี้ไว้ในคำอธิบายเพื่อให้พิจารณาผลกระทบต่อไปในการวิเคราะห์อันตราย
  • การใช้งานทางเลือกเกิดได้ทั้งที่บ้านของผู้บริโภค เช่น การรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ดูเหมือนพร้อมบริโภคโดยไม่ปรุงให้ครบตามวิธี และเกิดได้ที่จุดอื่นในห่วงโซ่อุปทาน เช่น การนำวัตถุดิบไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
  • แนวทางตีความยกกรณีจริงว่ามีการเรียกคืน (recall) สินค้าหลายครั้งจากสาเหตุนี้ ตัวอย่างที่ระบุไว้คือผักแช่แข็งชนิดดิบและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกชุบแป้ง
  • การบันทึกทั้งการใช้งานที่ตั้งใจไว้และการใช้งานทางเลือกที่คาดหมายได้ ยังใช้เป็นหลักฐานแสดงความรอบคอบต่อลูกค้าหรือหน่วยงานกำกับดูแลได้ ว่าสถานที่ผลิตพิจารณาอันตรายในขอบเขตกว้างเพียงใด
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • เอกสารระบุการใช้งานที่ตั้งใจไว้ของแต่ละผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์
  • บันทึกการพิจารณาการใช้งานทางเลือกที่คาดหมายได้ พร้อมข้อสรุปว่ามีผลต่อการวิเคราะห์อันตรายอย่างไร
  • การระบุกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และข้อสรุปเรื่องความเหมาะสมสำหรับกลุ่มเปราะบาง
  • ตัวอย่างฉลากและวิธีปรุงบนบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับการใช้งานที่ระบุไว้
  • บันทึกการพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์จะถูกบริโภคโดยไม่ผ่านการปรุงเพิ่มหรือไม่

2.5.1การจัดทำแผนภูมิกระบวนการ (Codex ขั้นที่ 4)

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับ ฝ่ายผลิต และวิศวกรรม

ต้องจัดทำแผนภูมิกระบวนการให้ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ ทุกประเภทผลิตภัณฑ์ หรือทุกกระบวนการ โดยแสดงทุกด้านของการดำเนินการแปรรูปอาหารที่อยู่ในขอบข่ายของแผน HACCP หรือแผนความปลอดภัยอาหาร ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ ผ่านการแปรรูป การจัดเก็บ จนถึงการกระจายสินค้า สิ่งที่ควรปรากฏบนแผนภูมิตามแนวทางของมาตรฐาน ได้แก่ ผังอาคารและผังการวางเครื่องจักร วัตถุดิบรวมถึงจุดที่นำสาธารณูปโภคและวัสดุสัมผัสอาหารอื่นเข้าสู่กระบวนการ เช่น น้ำและบรรจุภัณฑ์ ลำดับและปฏิสัมพันธ์ของทุกขั้นตอน กระบวนการที่จ้างภายนอกและงานที่จ้างเหมาช่วง โอกาสที่กระบวนการจะเกิดการหยุดรอ การนำกลับมาใช้ใหม่และการหมุนเวียนกลับ การแบ่งแยกพื้นที่ (segregation) ความเสี่ยงต่ำ (low risk) ความเสี่ยงสูง และพื้นที่ดูแลเป็นพิเศษ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ ผลพลอยได้ และของเสีย

ข้อนี้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน สิ่งที่ผู้ตรวจมองหาไม่ใช่ความสวยงามของผัง แต่คือความครบของขั้นตอนและความสอดคล้องกับสิ่งที่เดินอยู่จริงในโรงงาน แผนภูมิที่สวยแต่ขาดเส้นทางของเสียหรือขาดจุดนำน้ำเข้ากระบวนการ ถือว่ายังไม่ครบตามข้อกำหนด

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • แผนภูมิกระบวนการมีไว้เพื่อให้สถานที่ผลิตประเมินได้ว่าอันตรายถูกนำเข้ามา เกิดขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงไปที่ขั้นตอนใด จึงต้องถูกใช้จริงตอนระบุอันตรายตามข้อ 2.7.1 และตอนวิเคราะห์อันตรายตามข้อ 2.7.2
  • มาตรฐานไม่ได้กำหนดรูปแบบตายตัวของแผนภูมิ ทำเป็นแผนภาพเดียวก็ได้ หรือทำแบบแยกส่วนหลายเอกสารมาประกอบกันก็ได้ แต่กรณีแยกส่วนต้องระบุปฏิสัมพันธ์ระหว่างขั้นตอนให้ชัดเจน
  • ทุกผลิตภัณฑ์ต้องถูกครอบคลุม หากสถานที่ผลิตมีผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการที่คล้ายกันจำนวนมาก แบบแยกส่วนมักเหมาะกว่า มิฉะนั้นต้องทำแผนภูมิแบบเส้นตรงแยกทีละผลิตภัณฑ์ กล่าวคือยี่สิบผลิตภัณฑ์ก็ต้องมียี่สิบแผนภูมิ
  • หากใช้แบบแยกส่วนหรือแบบทั่วไป ต้องระวังให้ครอบคลุมทุกขั้นตอนและทุกผลิตภัณฑ์ และหากผลิตภัณฑ์ต่างกันมากหรือใช้กระบวนการต่างกัน ต้องแยกทำหลายแผนภูมิ
  • ผังอาคารและผังการวางเครื่องจักรมีไว้เพื่อช่วยพิจารณาความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้าม (cross-contamination) เช่น การควบคุมสารก่อภูมิแพ้
  • สำหรับวัตถุดิบ ต้องเห็นชัดว่าเก็บไว้ที่ใดและเดินทางเข้าพื้นที่ผลิตด้วยเส้นทางใด รวมถึงจุดที่นำน้ำหรือบรรจุภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการ
  • กระบวนการที่จ้างภายนอกครอบคลุมถึงการแปรรูป การจัดเก็บ การบรรจุ หรือการขนส่งที่ทำนอกสถานที่ผลิต ซึ่งต้องปรากฏบนแผนภูมิด้วย
  • โอกาสที่กระบวนการจะหยุดรอ หมายถึงต้องแสดงว่าจะจัดการผลิตภัณฑ์หรือส่วนผสมอย่างไรเมื่อเกิดการหยุดรอขึ้น
  • ข้อ 3.2.1 กำหนดให้สถานที่ผลิตมีระบบควบคุมเอกสารที่มีประสิทธิผล การลงนามและลงวันที่บนแผนภูมิกระบวนการที่ได้รับอนุมัติ เป็นวิธีหนึ่งที่แสดงว่าระบบนั้นทำงานอยู่จริง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • แผนภูมิกระบวนการฉบับปัจจุบันของทุกผลิตภัณฑ์หรือทุกกลุ่ม ที่ลงนามและลงวันที่อนุมัติ
  • ผังอาคารและผังการวางเครื่องจักรที่แสดงเส้นทางวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ ของเสีย และบุคลากร
  • การแสดงจุดนำน้ำ ไอน้ำ อากาศอัด และบรรจุภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการบนแผนภูมิ
  • การแสดงกระบวนการที่จ้างภายนอกหรือจ้างเหมาช่วงไว้บนแผนภูมิอย่างชัดเจน
  • การแสดงเส้นทางการนำกลับมาใช้ใหม่ เส้นทางของเสีย และผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ
  • การแสดงแนวแบ่งพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงสูง และพื้นที่ดูแลเป็นพิเศษบนแผนภูมิ
  • บันทึกการควบคุมเอกสารของแผนภูมิ ที่แสดงเลขฉบับและประวัติการแก้ไข

2.6.1การทวนสอบความถูกต้องของแผนภูมิกระบวนการ (Codex ขั้นที่ 5)

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับหัวหน้าพื้นที่ผลิตแต่ละส่วน

ทีม HACCP หรือทีมความปลอดภัยอาหารต้องทวนสอบความถูกต้องของแผนภูมิกระบวนการ ด้วยการตรวจสอบที่หน้างานอย่างน้อยปีละครั้ง และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการ เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในแผน HACCP หรือแผนความปลอดภัยอาหารแล้ว โดยต้องพิจารณาและประเมินความแปรผันที่เกิดขึ้นในแต่ละวันและตามฤดูกาลด้วย และต้องเก็บรักษาบันทึกของแผนภูมิกระบวนการที่ผ่านการทวนสอบไว้

คำสำคัญของข้อนี้คือคำว่าที่หน้างาน การนั่งทบทวนแผนภูมิในห้องประชุมแล้วลงนามว่าทวนสอบแล้ว ไม่ตอบข้อกำหนดนี้ และเป็นความไม่สอดคล้องที่พบได้จากการถามเพียงคำถามเดียวว่าท่านเดินตรวจเมื่อใดและกับใคร

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ความถี่ที่มาตรฐานกำหนดมีสองเงื่อนไขที่ต้องทำทั้งคู่ คืออย่างน้อยปีละครั้งตามรอบ และเพิ่มเติมทุกครั้งที่กระบวนการเปลี่ยน ไม่ใช่เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • ความแปรผันรายวันและตามฤดูกาลต้องถูกพิจารณาและประเมิน เช่น การผลิตกะกลางคืน การผลิตช่วงฤดูกาลที่มีปริมาณสูง หรือการใช้สายการผลิตสำรองเฉพาะบางช่วง
  • การทวนสอบต้องพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นจริงที่หน้างาน จึงต้องมีบันทึกของแผนภูมิที่ผ่านการทวนสอบเก็บไว้ ไม่ใช่เพียงการลงนามอนุมัติเอกสาร
  • การเปลี่ยนแปลงกระบวนการที่ต้องทวนสอบใหม่ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ แต่รวมถึงการเปลี่ยนลำดับขั้นตอน การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสายเดิม หรือการเปลี่ยนวิธีจัดการของเสีย
  • ผลของการทวนสอบต้องย้อนกลับเข้าสู่แผน เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงถูกพิจารณาในแผน HACCP แล้ว ไม่ใช่จบที่การแก้ผังอย่างเดียว
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • บันทึกการทวนสอบแผนภูมิกระบวนการที่หน้างาน ระบุวันที่ ผู้ร่วมเดินตรวจ และพื้นที่ที่เดิน
  • แผนภูมิฉบับที่ผ่านการทวนสอบพร้อมลายมือชื่อและวันที่
  • บันทึกการทวนสอบเพิ่มเติมหลังการเปลี่ยนแปลงกระบวนการแต่ละครั้ง
  • บันทึกการพิจารณาความแปรผันรายวันและตามฤดูกาล เช่น การผลิตกะกลางคืนหรือช่วงฤดูกาลสูงสุด
  • หลักฐานว่าการเปลี่ยนแปลงที่พบถูกนำเข้าทบทวนในแผน HACCP เช่น บันทึกการประชุมทีม HACCP

4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้

เรื่องแรก แผนภูมิกระบวนการที่ไม่มีของเสีย ไม่มีการนำกลับมาใช้ใหม่ และไม่มีน้ำ โรงงานจำนวนมากวาดแผนภูมิเป็นเส้นตรงจากรับวัตถุดิบไปจนถึงจัดส่ง โดยแสดงเฉพาะขั้นตอนที่ผลิตภัณฑ์เดินผ่าน แต่ข้อ 2.5.1 ระบุชัดว่าต้องมีจุดนำสาธารณูปโภคและวัสดุสัมผัสอาหารเข้าสู่กระบวนการ การนำกลับมาใช้ใหม่และการหมุนเวียนกลับ ผลพลอยได้และของเสียด้วย สามสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หายไปจากแผนภูมิบ่อยที่สุด และเป็นสามสิ่งที่นำอันตรายเข้าสู่กระบวนการได้จริง

เรื่องที่สอง การทวนสอบที่ทำในห้องประชุม ข้อ 2.6.1 ใช้คำว่าการตรวจสอบที่หน้างาน แต่สิ่งที่เราพบบ่อยคือการนำแผนภูมิเข้าวาระประชุมทีม HACCP ประจำปี แล้วลงมติว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง จึงลงนามทวนสอบ วิธีนี้ไม่มีหลักฐานว่ามีใครเดินไปดูของจริง และมักทำให้พลาดการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่หน้างานทำกันเองโดยไม่ได้แจ้ง เช่น การเพิ่มจุดพักผลิตภัณฑ์ระหว่างสองขั้นตอน

เรื่องที่สาม การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กว้างเกินไป การรวมผลิตภัณฑ์ทั้งโรงงานเป็นกลุ่มเดียวเพื่อลดจำนวนเอกสารเป็นวิธีที่ประหยัดแรงในระยะสั้น แต่แนวทางตีความระบุไว้ชัดว่าการจัดกลุ่มทำได้เมื่อผลิตภัณฑ์คล้ายกันจริง เช่น ต่างกันเพียงขนาดบรรจุ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญต้องแยก ผลที่ตามมาเมื่อจัดกลุ่มกว้างเกินไป คือคำอธิบายผลิตภัณฑ์กลายเป็นข้อความกลาง ๆ ที่ไม่ระบุค่าจริงของผลิตภัณฑ์ใด และการวิเคราะห์อันตรายที่ตามมาก็อ่อนตามไปด้วย

เรื่องที่สี่ แหล่งข้อมูลที่ค้นหาที่หน้างานในวันตรวจ แนวทางตีความระบุตรงไปตรงมาว่าการใช้เครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลระหว่างการตรวจนั้นใช้ไม่ได้ เพราะเท่ากับยอมรับว่าข้อมูลนั้นไม่ได้ถูกรวบรวมและเก็บรักษาไว้ตั้งแต่ตอนจัดทำแผน สิ่งที่ท่านต้องมีคือแฟ้มที่เก็บสำเนาเอกสารอ้างอิงไว้จริง ไม่ใช่รายชื่อลิงก์ในระเบียบปฏิบัติ ทั้งนี้ท่านสามารถทบทวนภาพรวมของขั้นตอน HACCP ทั้งหมดได้จาก ซีรีส์ HACCP ทีละขั้น เพื่อดูว่าข้อมูลที่รวบรวมในขั้นนี้จะถูกใช้ต่อในขั้นใดบ้าง

เรื่องที่ห้า การใช้งานทางเลือกที่ไม่เคยถูกพิจารณา ช่องการใช้งานทางเลือกที่คาดหมายได้มักถูกเขียนว่าไม่มี ทั้งที่ผลิตภัณฑ์นั้นมีลักษณะภายนอกเหมือนของพร้อมบริโภค แนวทางตีความยกกรณีการเรียกคืนที่เกิดขึ้นจริงกับผักแช่แข็งชนิดดิบและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกชุบแป้งไว้เป็นตัวอย่าง คำถามที่ควรถามในทีมคือ หากผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์นี้พร้อมรับประทาน จะเกิดอะไรขึ้น คำตอบของคำถามนี้ต้องปรากฏในเอกสาร ไม่ใช่อยู่ในความคิดของทีมเท่านั้น

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้

เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที

แจกฟรี · ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใบตรวจหลักฐาน 2.3–2.6 — อธิบายผลิตภัณฑ์ การใช้งาน และแผนภูมิกระบวนการ

ไฟล์ Word · ครอบคลุม 5 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 3 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ

ใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

← ตอนที่ 2 ทีม HACCP และโปรแกรมสุขลักษณะพื้นฐานตอนที่ 4 การวิเคราะห์อันตรายและมาตรการควบคุม →
ให้เราช่วยได้ วางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9 กับหน้างานจริงของโรงงาน

ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · BRCGS Food Safety เตรียมโรงงานให้พร้อมตรวจ BRCGS Food และฝึกผู้ตรวจภายในให้ตรวจเจอก่อน

ข้อบกพร่องที่พบบ่อยในการตรวจครั้งแรกมักไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครในโรงงานรับผิดชอบชัดเจน เรารับตั้งแต่ประเมินช่องว่างเทียบข้อกำหนดทีละข้อ ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจเจอก่อนวันตรวจจริง

ดูงานที่ปรึกษา BRCGS Food → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด BRCGS Food และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน BRCGS Food แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ