เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง
กลุ่มข้อกำหนดสี่หัวข้อนี้ไม่ได้ถูกกำกับเป็นข้อกำหนดพื้นฐาน (fundamental requirement) แต่เป็นกลุ่มที่โรงงานถูกออกข้อบกพร่อง (non-conformity) บ่อยที่สุดกลุ่มหนึ่ง
เหตุผลตรงไปตรงมา คือเกือบทุกข้อเป็นสีเหลืองซึ่งผู้ตรวจพิสูจน์จากสิ่งที่เห็นระหว่างเดินโรงงาน ไม่ใช่จากแฟ้มเอกสารในห้องประชุม
ประสบการณ์ของเราคือเอกสารในหัวข้อสัตว์พาหะ (pest) มักครบ เพราะผู้รับจ้างเป็นผู้จัดทำให้ แต่สิ่งที่ขาดคือหลักฐานว่าโรงงานอ่าน วิเคราะห์ และทำตามข้อเสนอแนะที่ผู้รับจ้างเขียนไว้
1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้
ข้อ 4.13 กำหนดให้มีกระบวนการที่ทำให้ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตหลักยังคงความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่มุ่งเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเหมาะสมต่อการบริโภค ส่วนวัสดุที่ส่งไปเป็นอาหารสัตว์ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของห่วงโซ่อุปทานนั้น
ข้อ 4.14 กำหนดให้ทั้งสถานที่ผลิตมีโปรแกรมจัดการสัตว์พาหะเชิงป้องกันที่มีประสิทธิผล และมีทรัพยากรพร้อมตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดปัญหา โดยต้องเป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้ ระดับของการจัดการต้องเหมาะสมกับทั้งสถานที่ผลิต รวมถึงอาคารชั่วคราว อาคารตามฤดูกาล และหน่วยจัดเก็บทุกแห่ง
ข้อ 4.15 กำหนดให้สถานที่จัดเก็บวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ส่วนข้อ 4.16 กำหนดให้การส่งมอบและยานพาหนะที่ใช้ขนส่งสินค้าออกจากสถานที่ผลิต ไม่ก่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์
เส้นแบ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดในข้อ 4.14 คือคำว่าสัตว์พาหะเข้ามา กับคำว่ามีสัตว์พาหะอยู่ การพบร่องรอยครั้งเดียวหรือพบจำนวนน้อย ถือเป็นการเข้ามาที่ต้องสอบสวนและดำเนินการ แต่ยังไม่ถือว่าสูญเสียการควบคุม ในทางกลับกัน หลักฐานว่ามีสัตว์พาหะจำนวนมากขยายพันธุ์อยู่ในอาคารหรือในพื้นที่สถานที่ผลิตต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง ถือเป็นการสูญเสียการควบคุม ซึ่งนำไปสู่ข้อบกพร่องระดับสำคัญ สิ่งที่ทำให้ผลออกมาต่างกันคือบันทึกที่แสดงว่าท่านพบ สอบสวน และจัดการไปแล้ว
2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้
ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้
| ข้อ | เรื่อง | ตรวจที่ | เกี่ยวกับใคร |
|---|---|---|---|
| 4.13.1 | ผลิตภัณฑ์ส่วนเกินที่ติดตราสินค้าของลูกค้า | หน้างาน | ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายขาย และ ฝ่ายคลังสินค้า |
| 4.13.2 | การขายให้พนักงานและการบริจาค | เอกสาร | ฝ่ายประกันคุณภาพ ทรัพยากรบุคคล และฝ่ายขาย |
| 4.13.3 | ผลพลอยได้และสินค้าตกเกรดสำหรับอาหารสัตว์ | หน้างาน | ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายผลิต และ ฝ่ายคลังสินค้า |
| 4.14.1–4.14.2 | เมื่อพบร่องรอย และการเลือกใช้ผู้รับจ้างหรือทำเอง | หน้างาน | ฝ่ายประกันคุณภาพ หัวหน้าพื้นที่ และผู้รับจ้างจัดการสัตว์พาหะ |
| 4.14.3–4.14.4 | ความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน และเอกสารกับบันทึกของโปรแกรม | หน้างาน | ฝ่ายประกันคุณภาพ พนักงานที่ได้รับมอบหมาย และผู้รับจ้าง |
| 4.14.5–4.14.7 | จุดวางเหยื่อ อุปกรณ์กำจัดแมลง และการป้องกันนก | หน้างาน | ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายผลิต และฝ่ายซ่อมบำรุง |
| 4.14.8 | การดำเนินการทันทีเมื่อเกิดการระบาด | หน้างาน | ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายผลิต และผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์พาหะ |
| 4.14.9 | บันทึกข้อเสนอแนะและการนำไปปฏิบัติ | ทั้งสอง | ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายซ่อมบำรุง และผู้บริหารสถานที่ผลิต |
| 4.14.10–4.14.11 | การประเมินเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญและการวิเคราะห์แนวโน้ม | หน้างาน | ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์พาหะ ฝ่ายประกันคุณภาพ และผู้บริหารสถานที่ผลิต |
| 4.14.12 | พนักงานรู้สัญญาณและรู้ว่าต้องแจ้งใคร | ทั้งสอง | พนักงานทุกคน และผู้จัดการที่ถูกกำหนดให้รับแจ้ง |
| 4.15.1–4.15.2 | ระเบียบการจัดเก็บและการเก็บบรรจุภัณฑ์ | หน้างาน | ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 4.15.3–4.15.4 | การควบคุมอุณหภูมิและบรรยากาศในการจัดเก็บ | หน้างาน | ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายซ่อมบำรุง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 4.15.5–4.15.6 | การจัดเก็บนอกอาคารและการหมุนเวียนสต็อก | หน้างาน | ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายวางแผน |
| 4.16.1–4.16.4 | การส่งมอบ การตรวจสภาพรถ อุณหภูมิ และการทำความสะอาด | หน้างาน | ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายจัดส่ง ฝ่ายซ่อมบำรุง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 4.16.5–4.16.6 | ระเบียบการขนส่ง ความมั่นคงปลอดภัย และการอนุมัติผู้รับจ้าง | เอกสาร | ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายจัดส่ง และจัดซื้อ |
รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS
3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร
4.13.1ผลิตภัณฑ์ส่วนเกินที่ติดตราสินค้าของลูกค้า
ผลิตภัณฑ์ส่วนเกินที่ติดตราสินค้าของลูกค้าต้องถูกจัดการตามข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้ารายนั้น และต้องลบชื่อตราสินค้าออกจากสินค้าที่บรรจุแล้วภายใต้การควบคุมของโรงงานก่อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน
ข้อนี้ใช้กับกรณีสินค้ายังดีอยู่แต่ลูกค้าเดิมไม่รับ เช่น คำสั่งซื้อลดลง แล้วโรงงานจะขายให้ลูกค้ารายอื่น ส่วนการขายให้พนักงานและการบริจาคอยู่ในข้อ 4.13.2
- ชื่อตราสินค้าอาจอยู่ทั้งบนบรรจุภัณฑ์และในเอกสารที่แนบไปกับสินค้า จึงต้องพิจารณาทั้งสองส่วน
- การลบตราสินค้าต้องทำก่อนสินค้าออกจากสถานที่ผลิต การให้ผู้รับซื้อไปลบเองไม่ตอบข้อกำหนดนี้
- ระเบียบปฏิบัติการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส่วนเกินพร้อมผู้มีอำนาจอนุมัติ
- ข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้าหรือหนังสืออนุญาตของเจ้าของตราสินค้า
- บันทึกการลบตราสินค้าพร้อมรุ่นการผลิต และการสอบกลับ (traceability) ไปยังผู้รับซื้อ
4.13.2การขายให้พนักงานและการบริจาค
การนำสินค้าที่ติดตราสินค้าของลูกค้าซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจำเพาะ (specification) ไปขายให้พนักงานหรือส่งต่อให้องค์กรการกุศล ต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากเจ้าของตราสินค้า และต้องมีกระบวนการที่ทำให้สินค้าทุกรายการ ทั้งตราของตนเองและของลูกค้า ยังเหมาะสมต่อการบริโภค ถูกกฎหมาย และสอบกลับได้
- ความยินยอมไม่ต้องขอเป็นรายล็อต แต่ต้องมีนโยบายหรือข้อตกลงที่ระบุไว้ชัดเจน เช่น ในสัญญา
- สินค้าที่ปล่อยออกไปยังต้องถูกกฎหมาย จึงควรมีระเบียบการประเมินและปล่อยสินค้าเป็นเอกสาร
- นโยบายหรือข้อความในสัญญาที่แสดงความยินยอมของเจ้าของตราสินค้า
- ระเบียบปฏิบัติการประเมินและปล่อยสินค้าสำหรับร้านค้าพนักงานและการบริจาค
- บันทึกการปล่อยสินค้าที่ระบุรุ่นการผลิต จำนวน และผู้รับ
4.13.3ผลพลอยได้และสินค้าตกเกรดสำหรับอาหารสัตว์
ผลพลอยได้และสินค้าตกเกรดหรือส่วนเกินที่มุ่งใช้เป็นอาหารสัตว์ ต้องแยกออกจากของเสีย ได้รับการปกป้องจากการปนเปื้อนระหว่างจัดเก็บ และถูกจัดการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 4.13 ทั้งหัวข้อใช้เฉพาะโรงงานที่ส่งอาหารส่วนเกินหรือผลพลอยได้ออกไปนอกสถานที่ผลิต โรงงานที่ทิ้งของเสียทั้งหมดเป็นขยะ ไม่มีร้านค้าพนักงาน และไม่มีการบริจาค ไม่ต้องทำตามหัวข้อนี้ แต่ควรระบุไว้ในระบบเอกสารว่าไม่มีกิจกรรมดังกล่าว
- หลายประเทศมีกฎหมายเฉพาะเรื่องความเหมาะสมของวัสดุที่จะนำไปผสมในอาหารสัตว์ สถานที่ผลิตต้องรู้และปฏิบัติตาม และบางกรณีอาจถูกกำหนดให้ต้องได้รับการรับรองตามระบบมาตรฐานด้านอาหารสัตว์
- ผู้รับจ้างที่มารับผลพลอยได้ต้องมีใบอนุญาตที่เหมาะสม และวัสดุควรติดป้ายชี้บ่งให้ชัดเจน
- ใบอนุญาตของผู้รับจ้างที่รับผลพลอยได้ไปเป็นอาหารสัตว์ ฉบับที่ยังไม่หมดอายุ
- พื้นที่และภาชนะจัดเก็บที่แยกจากขยะทั่วไป พร้อมป้ายชี้บ่ง
- บันทึกการส่งมอบแต่ละเที่ยวที่ระบุชนิด ปริมาณ และปลายทาง
4.14.1–4.14.2เมื่อพบร่องรอย และการเลือกใช้ผู้รับจ้างหรือทำเอง
หากพบกิจกรรมของสัตว์พาหะ ต้องไม่ก่อความเสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ หรือบรรจุภัณฑ์ การระบาดต้องถูกบันทึกและจัดการภายใต้โปรแกรมที่มีประสิทธิผลจนไม่เป็นความเสี่ยง สถานที่ผลิตต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือว่าจ้างองค์กรจัดการสัตว์พาหะที่มีความสามารถ หรือใช้พนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม ความถี่ของการตรวจต้องมาจากการประเมินความเสี่ยง (risk assessment) และเป็นเอกสาร พร้อมทบทวนเมื่ออาคารหรือกระบวนการเปลี่ยนจนกระทบโปรแกรม และเมื่อเกิดปัญหาสัตว์พาหะที่มีนัยสำคัญ
โรงงานเลือกได้สองทาง คือจ้างผู้รับจ้างหรือทำเอง แต่ทั้งสองทางต้องพิสูจน์ความสามารถได้เท่ากัน เพียงใช้หลักฐานคนละชุด ทางที่สามที่มาตรฐานไม่รับ คือจ้างผู้รับจ้างมาวางกล่องเหยื่อแล้วโรงงานไม่ยุ่งอะไรอีก
- สินค้าที่เกี่ยวข้องกับร่องรอยต้องเข้าสู่กระบวนการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (non-conforming product)
- ผู้รับจ้างต้องแสดงความสามารถได้ เช่น บันทึกการฝึกอบรม ใบอนุญาต หรือการรับรองตามมาตรฐานบริการจัดการสัตว์พาหะ และยังอยู่ภายใต้ข้อ 3.5.3
- ขอบเขตบริการควรครอบคลุมการเข้าจัดการเพิ่มเติมเมื่อเกิดการระบาด และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด แนวปฏิบัติที่ดีคือทบทวนระบบปีละครั้ง
- บันทึกการพบร่องรอยพร้อมวันเวลา ตำแหน่ง การประเมินความเสี่ยง และการปิดเหตุการณ์
- สัญญาว่าจ้างที่ระบุขอบเขตบริการ ความถี่ และเงื่อนไขการเรียกเข้ากรณีฉุกเฉิน
- ใบอนุญาตและบันทึกการฝึกอบรมของช่างที่เข้าพื้นที่จริง
4.14.3–4.14.4ความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน และเอกสารกับบันทึกของโปรแกรม
หากสถานที่ผลิตทำเอง ต้องแสดงได้ว่าผู้ปฏิบัติงานผ่านการฝึกอบรมและมีความสามารถพอที่จะเลือกสารเคมีกับวิธีป้องกันที่เหมาะสม เข้าใจข้อจำกัดของการใช้งานโดยสัมพันธ์กับชีววิทยาของสัตว์พาหะในสถานที่ผลิต เป็นไปตามกฎหมายเรื่องการอบรมหรือการขึ้นทะเบียน มีทรัพยากรพอตอบสนองต่อการระบาด เข้าถึงความรู้จากผู้เชี่ยวชาญได้ และมีที่เก็บสารกำจัดศัตรูพืชที่แยกเฉพาะและล็อกได้ นอกจากนี้ต้องรักษาเอกสารและบันทึกของโปรแกรม อย่างน้อยคือแผนผังสถานที่ผลิตที่เป็นปัจจุบันซึ่งระบุอุปกรณ์และตำแหน่ง การชี้บ่งเหยื่อและอุปกรณ์เฝ้าติดตาม ความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่าย รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ใช้พร้อมคำแนะนำการใช้ กิจกรรมของสัตว์พาหะที่พบเห็น และการจัดการที่ได้ดำเนินการ
- ผู้ตรวจจะเปิดบันทึกการฝึกอบรมดูว่าครอบคลุมทุกกิจกรรมที่พนักงานรับผิดชอบ เช่น กฎหมาย เทคนิคการจัดการ และเหยื่อที่อนุญาต
- แผนผังควรทบทวนปีละครั้งหรือเมื่อสถานที่ผลิตเปลี่ยน จุดที่พบบ่อยคือแผนผังยังเป็นฉบับก่อนต่อเติมอาคาร
- การตรวจทุกครั้งต้องบันทึกแม้ไม่พบสิ่งผิดปกติ และหากใช้ระบบออนไลน์ สถานที่ผลิตต้องมีสิทธิ์เข้าใช้ของตนเอง
- บันทึกการฝึกอบรมและการประเมินความสามารถ พร้อมใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด
- แผนผังสถานที่ผลิตฉบับปัจจุบันที่ระบุตำแหน่งและหมายเลขอุปกรณ์ พร้อมรายการชี้บ่งชนิดของเหยื่อ
- รายงานการเข้าตรวจทุกครั้ง รวมถึงครั้งที่ไม่พบสิ่งผิดปกติ
4.14.5–4.14.7จุดวางเหยื่อ อุปกรณ์กำจัดแมลง และการป้องกันนก
จุดวางเหยื่อและอุปกรณ์ควบคุมหนูต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและได้รับการดูแลเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสินค้า ห้ามใช้เหยื่อมีพิษในพื้นที่ผลิตหรือจัดเก็บที่มีผลิตภัณฑ์เปิดอยู่ ยกเว้นขณะจัดการการระบาดจริง และเมื่อใช้ต้องยึดตรึงให้มั่นคง จุดวางเหยื่อที่หายไปต้องถูกบันทึก ทบทวน และสอบสวน อุปกรณ์กำจัดแมลงและกับดักฟีโรโมนต้องติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมและใช้งานได้จริง หากมีอันตรายจากแมลงกระเด็นออกมาปนเปื้อนสินค้าต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น และต้องมีมาตรการเพียงพอป้องกันนกเข้าอาคารหรือเกาะพักเหนือพื้นที่ขนถ่ายสินค้า
- อุปกรณ์ควรทนต่อการงัดแงะ ยึดกับที่ ใช้สูตรที่ไม่หกกระจาย และตรวจตามความถี่ที่อิงความเสี่ยง
- หลอดของเครื่องดักแมลงต้องเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต มาตรฐานไม่ได้กำหนดความถี่ขั้นต่ำ ส่วนกับดักฟีโรโมนต้องเปลี่ยนทุกไตรมาส
- เรื่องนก ความคาดหวังไม่ใช่การรื้ออาคารใหม่ แต่คือการประเมินความเสี่ยงแล้วดำเนินมาตรการลดความเสี่ยง
- แผนผังจุดวางอุปกรณ์ที่ตรงกับสภาพจริงในพื้นที่
- บันทึกการตรวจจุดเหยื่อและอุปกรณ์ พร้อมการสอบสวนกรณีอุปกรณ์หาย
- การประเมินความเสี่ยงเรื่องนกพร้อมมาตรการที่ทำจริง เช่น ตาข่ายหรือการปิดช่องเปิด
4.14.8การดำเนินการทันทีเมื่อเกิดการระบาด
เมื่อเกิดการระบาดหรือพบหลักฐานกิจกรรมของสัตว์พาหะ ต้องดำเนินการทันทีเพื่อชี้บ่งสินค้าที่มีความเสี่ยงและลดความเสี่ยงของการปนเปื้อน โดยสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบควรเข้าสู่ระเบียบปฏิบัติเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
- การดำเนินการทันทีรวมถึงการชี้บ่งและกักสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบเพื่อประเมินตามระเบียบที่มีอยู่
- การระบาดและการแก้ไขทุกครั้งต้องถูกบันทึก ไม่ใช่จัดการแล้วจบโดยไม่เหลือร่องรอยในระบบ
- ระเบียบปฏิบัติกรณีพบการระบาด ที่ระบุผู้ตัดสินใจและลำดับขั้นตอน
- บันทึกเหตุการณ์ระบาดที่เคยเกิด พร้อมรายการสินค้าที่ถูกกักและผลการตัดสิน
- รายงานการเข้าตรวจของผู้เชี่ยวชาญและผลการทวนสอบ (verification) หลังจัดการ
4.14.9บันทึกข้อเสนอแนะและการนำไปปฏิบัติ
ต้องรักษาบันทึกของการตรวจจัดการสัตว์พาหะ การอุดช่องป้องกัน ข้อเสนอแนะด้านสุขลักษณะ และการดำเนินการที่ทำไป โดยเป็นความรับผิดชอบของสถานที่ผลิตที่จะทำให้ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องทุกข้อ ซึ่งเสนอโดยผู้รับจ้างหรือผู้เชี่ยวชาญภายใน ได้รับการดำเนินการอย่างทันเวลา
ข้อนี้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน และเป็นข้อที่เราพบข้อบกพร่องมากที่สุดในหัวข้อสัตว์พาหะ รูปแบบที่พบซ้ำคือข้อเสนอแนะเดิมถูกเขียนทุกเดือนแต่ยังไม่ถูกแก้จนถึงวันตรวจ
- บันทึกต้องรวมข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ เช่น การปรับความถี่การตรวจ หรือการอุดช่องทางเข้าของสัตว์พาหะ
- ความรับผิดชอบในการทำให้ข้อเสนอแนะเกิดขึ้นจริงตามกรอบเวลาและการทวนสอบว่าได้ผล เป็นของบริษัท ไม่ใช่ของผู้รับจ้าง
- ทะเบียนติดตามข้อเสนอแนะที่ระบุผู้รับผิดชอบ กำหนดเสร็จ และสถานะ
- บันทึกการทวนสอบประสิทธิผลในรายงานการเข้าตรวจครั้งถัดไป
- หลักฐานการดำเนินการจริง เช่น ใบสั่งซ่อมที่ปิดงานแล้วและภาพก่อนหลัง
4.14.10–4.14.11การประเมินเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญและการวิเคราะห์แนวโน้ม
ต้องมีการประเมินการจัดการสัตว์พาหะเชิงลึกที่เป็นเอกสาร โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสัตว์พาหะ ตามความถี่ที่อิงความเสี่ยงแต่อย่างน้อยปีละครั้ง ซึ่งรวมการตรวจเชิงลึกของสถานที่ผลิต เครื่องจักร และสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมการทบทวนมาตรการที่ใช้อยู่และข้อเสนอแนะเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยกำหนดเวลาให้เข้าถึงเครื่องจักรได้เมื่อมีความเสี่ยงจากแมลงในผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บ นอกจากนี้ผลของการตรวจต้องถูกประเมินและวิเคราะห์แนวโน้มอย่างน้อยปีละครั้งหรือเมื่อเกิดการระบาด โดยรวมผลจากกับดักและอุปกรณ์เฝ้าติดตามเพื่อชี้บ่งพื้นที่ที่เป็นปัญหา และใช้เป็นฐานในการปรับปรุงระเบียบปฏิบัติ
ข้อ 4.14.10 ใช้กับทุกโรงงาน ไม่ใช่เฉพาะโรงงานที่จัดการสัตว์พาหะด้วยตนเอง และเป็นคนละงานกับการเข้าตรวจตามรอบปกติ การให้ช่างที่เข้ามาประจำเดือนเซ็นชื่อในแบบฟอร์มประจำปีจึงไม่ตอบข้อกำหนดนี้
- การประเมินเชิงลึกไม่ใช่การเดินเช็คเหยื่อ แต่ต้องตรวจทั้งสถานที่ผลิต โดยเฉพาะพื้นที่เข้าถึงยาก เช่น ช่องว่างเหนือฝ้า รางสายไฟ ห้องเก็บของ และไซโล
- ผู้ประเมินควรเป็นนักชีววิทยาภาคสนามหรือช่างอาวุโสที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์หลายปี และมีความรู้ด้านความปลอดภัยอาหารอย่างน้อยเทียบเท่าผู้สัมผัสอาหาร
- หัวใจของการใช้ข้อมูลคือการนำผลการเฝ้าติดตามมาวิเคราะห์แนวโน้ม ไม่ใช่เพียงการนับจำนวนที่จับได้ และรายงานควรระบุพื้นที่ที่เข้าตรวจแม้ไม่พบปัญหา
- ผลการประเมินและการทบทวนแนวโน้มควรถูกนำเข้าสู่การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร (management review) ตามข้อ 1.1.4
- รายงานการประเมินเชิงลึกฉบับล่าสุดที่ระบุพื้นที่ที่ตรวจครบทั้งสถานที่ผลิต
- รายงานการวิเคราะห์แนวโน้มจากกับดักและอุปกรณ์เฝ้าติดตาม พร้อมการชี้บ่งพื้นที่ที่เป็นปัญหา
- หลักฐานว่าผลการวิเคราะห์นำไปสู่การปรับปรุงระเบียบปฏิบัติหรือตำแหน่งอุปกรณ์จริง
4.14.12พนักงานรู้สัญญาณและรู้ว่าต้องแจ้งใคร
พนักงานต้องเข้าใจสัญญาณที่บ่งชี้กิจกรรมของสัตว์พาหะ และรับรู้ถึงความจำเป็นในการรายงานหลักฐานดังกล่าวต่อผู้จัดการที่ถูกกำหนดไว้
ผู้ตรวจมักถามพนักงานหน้าเครื่องตรง ๆ ว่าถ้าเห็นมูลหนูจะทำอย่างไรและแจ้งใคร คำตอบที่ใช้ได้คือชื่อหรือตำแหน่งของผู้รับแจ้งในกะนั้น
- เนื้อหาการอบรมควรครอบคลุมชนิดของสัตว์พาหะ รูปแบบของร่องรอย และผลกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร โดยบรรจุไว้ในการปฐมนิเทศได้
- ต้องสื่อสารให้ชัดว่าใครคือผู้รับแจ้ง และผู้รับแจ้งต้องบันทึกหลักฐานพร้อมประเมินว่าต้องดำเนินการเพิ่มหรือไม่
- เนื้อหาและบันทึกการอบรมเรื่องการสังเกตร่องรอยสัตว์พาหะ
- ป้ายหรือสื่อที่ระบุผู้รับแจ้งของแต่ละพื้นที่และแต่ละกะ
- บันทึกการแจ้งของพนักงานที่เคยเกิดขึ้นจริง พร้อมผลการประเมินของผู้รับแจ้ง
4.15.1–4.15.2ระเบียบการจัดเก็บและการเก็บบรรจุภัณฑ์
ต้องพัฒนาระเบียบปฏิบัติเพื่อรักษาความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าระหว่างจัดเก็บโดยอิงการประเมินความเสี่ยง ทำให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจและนำไปปฏิบัติ ครอบคลุมตามความเหมาะสมทั้งการเคลื่อนย้ายสินค้าแช่เย็นและแช่แข็ง การแยกสินค้าเพื่อเลี่ยงการปนเปื้อนข้าม (cross-contamination) และการรับกลิ่น การเก็บวัสดุให้ยกพ้นพื้นและห่างจากผนัง และการยกกับการเรียงซ้อน นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ต้องถูกเก็บแยกจากวัตถุดิบอื่นและสินค้าสำเร็จรูปตามความเหมาะสม ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ไม่หมดต้องได้รับการปกป้องจากการปนเปื้อนและชี้บ่งให้ชัดเพื่อรักษาการสอบกลับก่อนนำกลับไปเก็บ
- สินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิต้องรักษาอุณหภูมิที่กำหนดตลอดช่วงที่จัดเก็บ และต้องรักษาความสะอาดของพื้นที่ตามหัวข้อ 4.11
- ข้อ 4.15.1 พิสูจน์ด้วยสายตา ผู้ตรวจจะดูของที่วางชิดผนัง พาเลทที่วางกับพื้น และสินค้าที่มีสารก่อภูมิแพ้ (allergen) วางเหนือสินค้าที่ไม่มี
- บรรจุภัณฑ์ที่เหลือต้องยืนยันว่ายังใช้ได้ ภาชนะที่เปิดแล้วต้องปิดผนึกหรือห่อใหม่ และคงรหัสสอบกลับบนบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก
- ระเบียบปฏิบัติการจัดเก็บที่อ้างอิงผลการประเมินความเสี่ยง
- ผังการจัดวางในคลังที่ระบุพื้นที่แยกสำหรับสารก่อภูมิแพ้และบรรจุภัณฑ์
- บันทึกการอบรมพนักงานคลังและการทำความสะอาดพื้นที่จัดเก็บ
- ตัวอย่างการห่อปิดพร้อมป้ายชี้บ่งบรรจุภัณฑ์ที่คืนเข้าคลังจริง
4.15.3–4.15.4การควบคุมอุณหภูมิและบรรยากาศในการจัดเก็บ
เมื่อจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิ พื้นที่จัดเก็บต้องรักษาอุณหภูมิสินค้าให้อยู่ในข้อกำหนดจำเพาะและเดินระบบให้รักษาไว้ได้จริง โดยต้องติดตั้งอุปกรณ์บันทึกอุณหภูมิพร้อมสัญญาณเตือนที่เหมาะสมกับทุกหน่วยจัดเก็บ หรือมีระบบตรวจวัดด้วยคนที่มีการบันทึก โดยทั่วไปอย่างน้อยทุกสี่ชั่วโมง หรือที่ความถี่ซึ่งทำให้เข้าแทรกแซงได้ก่อนอุณหภูมิสินค้าเกินขีดจำกัด และเมื่อต้องจัดเก็บในสภาวะบรรยากาศควบคุม ต้องระบุสภาวะและควบคุมอย่างมีประสิทธิผลพร้อมเก็บบันทึก
- สัญญาณเตือนต้องแจ้งถึงผู้รับผิดชอบได้นอกเวลาทำงานปกติ เช่น โทรเข้าบ้านหรือส่งเข้าศูนย์บริการ ระบบที่เตือนแต่ในห้องคลังจึงไม่พอ
- หากใช้การตรวจด้วยคน ต้องให้ระดับการป้องกันเทียบเท่าระบบอัตโนมัติ คือทุกสี่ชั่วโมงรวมกลางคืนและวันหยุด
- การทดสอบสัดส่วนก๊าซในการจัดเก็บแบบบรรยากาศควบคุม เป็นคนละเรื่องกับการทดสอบตามข้อ 4.5.3 และผลต้องถูกบันทึก
- บันทึกอุณหภูมิย้อนหลังที่ครอบคลุมกลางคืนและวันหยุด
- หลักฐานการตั้งค่าสัญญาณเตือนและรายชื่อผู้รับแจ้งนอกเวลาทำการ
- บันทึกเหตุการณ์อุณหภูมิเบี่ยงเบนพร้อมการดำเนินการและการตัดสินสินค้า
4.15.5–4.15.6การจัดเก็บนอกอาคารและการหมุนเวียนสต็อก
เมื่อจำเป็นต้องจัดเก็บนอกอาคาร สิ่งของต้องได้รับการปกป้องจากการปนเปื้อนและการเสื่อมสภาพ และถูกตรวจสอบความเหมาะสมก่อนนำเข้าโรงงาน นอกจากนี้สถานที่ผลิตต้องเอื้อให้เกิดการหมุนเวียนสต็อกที่ถูกต้องของวัตถุดิบ สินค้าระหว่างกระบวนการ และสินค้าสำเร็จรูป โดยวัสดุต้องถูกใช้ตามลำดับที่ถูกต้องเทียบกับวันผลิตและอยู่ภายในอายุการเก็บที่กำหนด
- การเก็บนอกอาคารเหมาะสมเฉพาะเมื่อวัสดุไม่เสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ ได้รับการปกป้อง และถูกทำความสะอาดก่อนนำเข้าโรงงาน
- การควบคุมสต็อกโดยทั่วไปใช้หลักเข้าก่อนออกก่อน และรวมถึงวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ด้วย
- รายการสิ่งของที่จัดเก็บนอกอาคารพร้อมเหตุผลและมาตรการปกป้อง
- บันทึกการตรวจสภาพและการทำความสะอาดก่อนนำเข้าโรงงาน
- รายงานสต็อกที่แสดงการใช้ตามลำดับวันผลิต และการจัดการสินค้าใกล้หมดอายุ
4.16.1–4.16.4การส่งมอบ การตรวจสภาพรถ อุณหภูมิ และการทำความสะอาด
ต้องมีระเบียบปฏิบัติเพื่อรักษาความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าระหว่างการบรรทุกและการขนส่ง ครอบคลุมตามความเหมาะสมทั้งอุณหภูมิของลานขนถ่ายและยานพาหนะ ช่องขนถ่ายที่มีหลังคาคลุม การยึดสินค้าบนพาเลท และการตรวจสอบสินค้าก่อนส่งมอบ ยานพาหนะทุกคันต้องสะอาด ปราศจากกลิ่นแรง อยู่ในสภาพที่ป้องกันความเสียหาย และรักษาข้อกำหนดด้านอุณหภูมิได้ตลอดการขนส่ง โดยต้องเก็บบันทึกการตรวจสอบ เมื่อต้องควบคุมอุณหภูมิ ยานพาหนะต้องรักษาอุณหภูมิได้ทั้งที่บรรทุกน้อยที่สุดและมากที่สุด โดยใช้อุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่เรียกดูได้ หรือระบบเฝ้าติดตามการทำงานของเครื่องทำความเย็นตามความถี่ที่กำหนด และต้องมีระบบบำรุงรักษากับระเบียบการทำความสะอาดที่เป็นเอกสารสำหรับยานพาหนะและอุปกรณ์ขนถ่ายทุกชิ้น
จุดที่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าเมื่อจ้างผู้ขนส่งภายนอกแล้ว การตรวจสภาพรถเป็นหน้าที่ของผู้ขนส่ง มาตรฐานระบุว่าการตรวจสภาพยานพาหนะควรเป็นความรับผิดชอบของสถานที่ผลิต
- การตรวจอย่างน้อยต้องครอบคลุมความสะอาด ร่องรอยสัตว์พาหะ กลิ่นแรง และสภาพที่ป้องกันความเสียหาย โดยควรตรวจทั้งก่อนบรรทุกและก่อนขนถ่ายลง
- อาจต้องลดอุณหภูมิตู้ล่วงหน้าก่อนบรรทุก และต้องแสดงการควบคุมอุณหภูมิได้ทั้งที่บรรทุกน้อยและบรรทุกเต็ม เพราะสองสภาวะให้ผลต่างกัน
- หากใช้อุปกรณ์บันทึกข้อมูล ข้อมูลที่ได้ต้องถูกนำมาวิเคราะห์ ไม่ใช่เก็บไฟล์ไว้เฉย ๆ เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์คืออุณหภูมิของสินค้าถูกรักษาไว้จริง
- ระเบียบปฏิบัติการบรรทุกและการส่งมอบ พร้อมเกณฑ์การปฏิเสธรถ
- บันทึกการตรวจสภาพรถทุกเที่ยว ทั้งขาเข้าและขาออก
- แผนและบันทึกการบำรุงรักษาและการทำความสะอาดยานพาหนะกับอุปกรณ์ขนถ่าย
4.16.5–4.16.6ระเบียบการขนส่ง ความมั่นคงปลอดภัย และการอนุมัติผู้รับจ้าง
บริษัทต้องมีระเบียบปฏิบัติสำหรับการขนส่งสินค้า ซึ่งรวมข้อจำกัดในการบรรทุกรวมกับสินค้าอื่น ข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยระหว่างขนส่ง โดยเฉพาะเมื่อจอดรถทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ดูแล และคำสั่งที่ชัดเจนกรณีรถเสีย อุบัติเหตุ หรือระบบทำความเย็นขัดข้อง ซึ่งต้องประเมินความปลอดภัยของสินค้าและเก็บบันทึกไว้ เมื่อใช้ผู้รับจ้าง ต้องมีระเบียบการอนุมัติผู้ส่งมอบ (supplier approval) ที่เป็นเอกสารและอิงความเสี่ยง โดยใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสอง คือการรับรองที่ยังมีผลตามมาตรฐานของ BRCGS ที่ใช้บังคับหรือมาตรฐานที่ผ่านการเทียบเคียงของ GFSI หรือสัญญาที่ครอบคลุมข้อ 4.16.1 ถึง 4.16.5 ซึ่งทบทวนโดยผู้ที่แสดงความสามารถได้
- ข้อจำกัดการบรรทุกรวมควรระบุให้ชัด เช่น วัสดุที่ปลอดสารก่อภูมิแพ้ต้องขนส่งอย่างไร เพื่อเลี่ยงการปนเปื้อนข้ามและการรับกลิ่น
- ความมั่นคงปลอดภัยครอบคลุมทั้งการปนเปื้อนโดยบังเอิญและโดยเจตนา เช่น บรรจุภัณฑ์ที่แสดงร่องรอยการเปิด ซีลตู้ หรือข้อตกลงเรื่องการไม่จอดรถทิ้งไว้ในที่ไม่ปลอดภัย
- ระเบียบกรณีรถเสียควรครอบคลุมช่องทางขอความช่วยเหลือของพนักงานขับรถ รถสำรองหรือช่องทางซ่อมเร่งด่วน และแนวทางประเมินสินค้าที่ได้รับผลกระทบ
- ระเบียบปฏิบัติการขนส่งที่ครอบคลุมการบรรทุกรวม ความมั่นคงปลอดภัย และกรณีฉุกเฉิน
- ใบรับรองที่ยังมีผลของผู้รับจ้าง หรือสัญญาที่ครอบคลุมข้อ 4.16.1 ถึง 4.16.5 พร้อมหลักฐานความสามารถของผู้ทบทวน
- บันทึกเหตุการณ์รถเสียหรือระบบทำความเย็นขัดข้อง พร้อมผลการประเมินสินค้า
4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้
เรื่องแรก ข้อเสนอแนะของผู้รับจ้างที่ค้างซ้ำเดือนแล้วเดือนเล่า รายงานของผู้รับจ้างเขียนข้อเดิมทุกครั้ง เช่น ให้ซ่อมยางกันช่องใต้ประตู แล้วยังไม่ถูกดำเนินการจนถึงวันตรวจ ข้อ 4.14.9 ระบุว่าการทำให้ข้อเสนอแนะเกิดขึ้นจริงเป็นความรับผิดชอบของสถานที่ผลิต วิธีแก้คือเปิดทะเบียนติดตามที่มีผู้รับผิดชอบและกำหนดเสร็จ
เรื่องที่สอง มีข้อมูลการดักจับแต่ไม่มีการวิเคราะห์แนวโน้ม ข้อ 4.14.11 ต้องการการวิเคราะห์ที่ชี้บ่งพื้นที่ที่เป็นปัญหาและนำไปสู่การปรับปรุงระเบียบปฏิบัติ ตารางจำนวนที่จับได้รายเดือนโดยไม่มีข้อสรุปว่าพื้นที่ใดเป็นปัญหา จึงยังไม่ครบตามข้อกำหนด
เรื่องที่สาม การประเมินเชิงลึกที่กลายเป็นการตรวจประจำเดือนครั้งที่สิบสาม ข้อ 4.14.10 ต้องการการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญที่ลงลึกถึงพื้นที่เข้าถึงยาก และทบทวนมาตรการที่ใช้อยู่ทั้งระบบ รายงานที่มีเพียงผลการเดินเช็คจุดเหยื่อเหมือนทุกเดือน จึงไม่ใช่การประเมินเชิงลึกตามที่ข้อกำหนดต้องการ
เรื่องที่สี่ การตรวจสภาพรถที่โยนให้ผู้ขนส่ง ข้อ 4.16.2 ให้การตรวจสภาพยานพาหนะเป็นความรับผิดชอบของสถานที่ผลิตแม้จะจ้างขนส่งภายนอก โรงงานที่ไม่มีบันทึกการตรวจรถขาออกของตนเองจึงไม่มีหลักฐานตอบข้อนี้ และมักพลาดต่อไปถึงข้อ 4.16.6
เรื่องที่ห้า คลังที่เอกสารดีแต่หน้างานไม่ตรง ระเบียบเขียนว่าวางของยกพ้นพื้นและห่างผนัง แต่ในคลังจริงมีพาเลทชิดผนัง ข้อ 4.15.1 พิสูจน์ด้วยสายตา การเดินตรวจภายในจึงต้องใช้เกณฑ์เดียวกับที่เขียนไว้
ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้
เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที
ไฟล์ Word · ครอบคลุม 27 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย
ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 22 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ
- ที่ปรึกษาวางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9ประเมินช่องว่าง วางแผนโครงการ และลงหน้างาน
- ตรวจติดตามภายใน BRCGS Foodให้ผู้ตรวจจากภายนอกไล่ระบบก่อนหน่วยรับรองมา
- อบรมข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9ไล่ทั้งฉบับ ให้ทีมอ่านมาตรฐานเป็น
- สารบัญซีรีส์ทั้ง 35 ตอนดูรายการทุกตอน และดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานรวมเล่มเดียว
- โครงของข้อกำหนดทั้ง 9 หมวด 72 หัวข้อดูภาพรวมก่อนว่าโรงงานต้องทำหัวข้อใดบ้าง
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
