ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
BRCGS Food Safety Issue 9 · ตอนที่ 22 จาก 35

ข้อ 4.13–4.16 สัตว์พาหะ สถานที่จัดเก็บ และการขนส่ง
ไล่ทีละข้อ 4.13.1 ถึง 4.16.6 พร้อมหลักฐานที่ต้องเตรียม

9 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ตอนที่ 22 จาก 35 · ซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ · ข้อ 4.13–4.16

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง

กลุ่มข้อกำหนดสี่หัวข้อนี้ไม่ได้ถูกกำกับเป็นข้อกำหนดพื้นฐาน (fundamental requirement) แต่เป็นกลุ่มที่โรงงานถูกออกข้อบกพร่อง (non-conformity) บ่อยที่สุดกลุ่มหนึ่ง
เหตุผลตรงไปตรงมา คือเกือบทุกข้อเป็นสีเหลืองซึ่งผู้ตรวจพิสูจน์จากสิ่งที่เห็นระหว่างเดินโรงงาน ไม่ใช่จากแฟ้มเอกสารในห้องประชุม
ประสบการณ์ของเราคือเอกสารในหัวข้อสัตว์พาหะ (pest) มักครบ เพราะผู้รับจ้างเป็นผู้จัดทำให้ แต่สิ่งที่ขาดคือหลักฐานว่าโรงงานอ่าน วิเคราะห์ และทำตามข้อเสนอแนะที่ผู้รับจ้างเขียนไว้

1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้

เจตนารมณ์ของหัวข้อ สรุปด้วยถ้อยคำของเรา

ข้อ 4.13 กำหนดให้มีกระบวนการที่ทำให้ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตหลักยังคงความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่มุ่งเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเหมาะสมต่อการบริโภค ส่วนวัสดุที่ส่งไปเป็นอาหารสัตว์ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของห่วงโซ่อุปทานนั้น

ข้อ 4.14 กำหนดให้ทั้งสถานที่ผลิตมีโปรแกรมจัดการสัตว์พาหะเชิงป้องกันที่มีประสิทธิผล และมีทรัพยากรพร้อมตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดปัญหา โดยต้องเป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้ ระดับของการจัดการต้องเหมาะสมกับทั้งสถานที่ผลิต รวมถึงอาคารชั่วคราว อาคารตามฤดูกาล และหน่วยจัดเก็บทุกแห่ง

ข้อ 4.15 กำหนดให้สถานที่จัดเก็บวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ส่วนข้อ 4.16 กำหนดให้การส่งมอบและยานพาหนะที่ใช้ขนส่งสินค้าออกจากสถานที่ผลิต ไม่ก่อความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์

เส้นแบ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดในข้อ 4.14 คือคำว่าสัตว์พาหะเข้ามา กับคำว่ามีสัตว์พาหะอยู่ การพบร่องรอยครั้งเดียวหรือพบจำนวนน้อย ถือเป็นการเข้ามาที่ต้องสอบสวนและดำเนินการ แต่ยังไม่ถือว่าสูญเสียการควบคุม ในทางกลับกัน หลักฐานว่ามีสัตว์พาหะจำนวนมากขยายพันธุ์อยู่ในอาคารหรือในพื้นที่สถานที่ผลิตต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง ถือเป็นการสูญเสียการควบคุม ซึ่งนำไปสู่ข้อบกพร่องระดับสำคัญ สิ่งที่ทำให้ผลออกมาต่างกันคือบันทึกที่แสดงว่าท่านพบ สอบสวน และจัดการไปแล้ว

2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้

ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้

ข้อเรื่องตรวจที่เกี่ยวกับใคร
4.13.1ผลิตภัณฑ์ส่วนเกินที่ติดตราสินค้าของลูกค้าหน้างานฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายขาย และ ฝ่ายคลังสินค้า
4.13.2การขายให้พนักงานและการบริจาคเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ทรัพยากรบุคคล และฝ่ายขาย
4.13.3ผลพลอยได้และสินค้าตกเกรดสำหรับอาหารสัตว์หน้างานฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายผลิต และ ฝ่ายคลังสินค้า
4.14.1–4.14.2เมื่อพบร่องรอย และการเลือกใช้ผู้รับจ้างหรือทำเองหน้างานฝ่ายประกันคุณภาพ หัวหน้าพื้นที่ และผู้รับจ้างจัดการสัตว์พาหะ
4.14.3–4.14.4ความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน และเอกสารกับบันทึกของโปรแกรมหน้างานฝ่ายประกันคุณภาพ พนักงานที่ได้รับมอบหมาย และผู้รับจ้าง
4.14.5–4.14.7จุดวางเหยื่อ อุปกรณ์กำจัดแมลง และการป้องกันนกหน้างานฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายผลิต และฝ่ายซ่อมบำรุง
4.14.8การดำเนินการทันทีเมื่อเกิดการระบาดหน้างานฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายผลิต และผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์พาหะ
4.14.9บันทึกข้อเสนอแนะและการนำไปปฏิบัติทั้งสองฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายซ่อมบำรุง และผู้บริหารสถานที่ผลิต
4.14.10–4.14.11การประเมินเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญและการวิเคราะห์แนวโน้มหน้างานผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์พาหะ ฝ่ายประกันคุณภาพ และผู้บริหารสถานที่ผลิต
4.14.12พนักงานรู้สัญญาณและรู้ว่าต้องแจ้งใครทั้งสองพนักงานทุกคน และผู้จัดการที่ถูกกำหนดให้รับแจ้ง
4.15.1–4.15.2ระเบียบการจัดเก็บและการเก็บบรรจุภัณฑ์หน้างานฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และ ฝ่ายประกันคุณภาพ
4.15.3–4.15.4การควบคุมอุณหภูมิและบรรยากาศในการจัดเก็บหน้างานฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายซ่อมบำรุง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ
4.15.5–4.15.6การจัดเก็บนอกอาคารและการหมุนเวียนสต็อกหน้างานฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายวางแผน
4.16.1–4.16.4การส่งมอบ การตรวจสภาพรถ อุณหภูมิ และการทำความสะอาดหน้างานฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายจัดส่ง ฝ่ายซ่อมบำรุง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ
4.16.5–4.16.6ระเบียบการขนส่ง ความมั่นคงปลอดภัย และการอนุมัติผู้รับจ้างเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายจัดส่ง และจัดซื้อ

รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS

3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร

4.13.1ผลิตภัณฑ์ส่วนเกินที่ติดตราสินค้าของลูกค้า

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายขาย และ ฝ่ายคลังสินค้า

ผลิตภัณฑ์ส่วนเกินที่ติดตราสินค้าของลูกค้าต้องถูกจัดการตามข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้ารายนั้น และต้องลบชื่อตราสินค้าออกจากสินค้าที่บรรจุแล้วภายใต้การควบคุมของโรงงานก่อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

ข้อนี้ใช้กับกรณีสินค้ายังดีอยู่แต่ลูกค้าเดิมไม่รับ เช่น คำสั่งซื้อลดลง แล้วโรงงานจะขายให้ลูกค้ารายอื่น ส่วนการขายให้พนักงานและการบริจาคอยู่ในข้อ 4.13.2

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ชื่อตราสินค้าอาจอยู่ทั้งบนบรรจุภัณฑ์และในเอกสารที่แนบไปกับสินค้า จึงต้องพิจารณาทั้งสองส่วน
  • การลบตราสินค้าต้องทำก่อนสินค้าออกจากสถานที่ผลิต การให้ผู้รับซื้อไปลบเองไม่ตอบข้อกำหนดนี้
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส่วนเกินพร้อมผู้มีอำนาจอนุมัติ
  • ข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้าหรือหนังสืออนุญาตของเจ้าของตราสินค้า
  • บันทึกการลบตราสินค้าพร้อมรุ่นการผลิต และการสอบกลับ (traceability) ไปยังผู้รับซื้อ

4.13.2การขายให้พนักงานและการบริจาค

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ทรัพยากรบุคคล และฝ่ายขาย

การนำสินค้าที่ติดตราสินค้าของลูกค้าซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจำเพาะ (specification) ไปขายให้พนักงานหรือส่งต่อให้องค์กรการกุศล ต้องได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากเจ้าของตราสินค้า และต้องมีกระบวนการที่ทำให้สินค้าทุกรายการ ทั้งตราของตนเองและของลูกค้า ยังเหมาะสมต่อการบริโภค ถูกกฎหมาย และสอบกลับได้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ความยินยอมไม่ต้องขอเป็นรายล็อต แต่ต้องมีนโยบายหรือข้อตกลงที่ระบุไว้ชัดเจน เช่น ในสัญญา
  • สินค้าที่ปล่อยออกไปยังต้องถูกกฎหมาย จึงควรมีระเบียบการประเมินและปล่อยสินค้าเป็นเอกสาร
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • นโยบายหรือข้อความในสัญญาที่แสดงความยินยอมของเจ้าของตราสินค้า
  • ระเบียบปฏิบัติการประเมินและปล่อยสินค้าสำหรับร้านค้าพนักงานและการบริจาค
  • บันทึกการปล่อยสินค้าที่ระบุรุ่นการผลิต จำนวน และผู้รับ

4.13.3ผลพลอยได้และสินค้าตกเกรดสำหรับอาหารสัตว์

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายผลิต และ ฝ่ายคลังสินค้า

ผลพลอยได้และสินค้าตกเกรดหรือส่วนเกินที่มุ่งใช้เป็นอาหารสัตว์ ต้องแยกออกจากของเสีย ได้รับการปกป้องจากการปนเปื้อนระหว่างจัดเก็บ และถูกจัดการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 4.13 ทั้งหัวข้อใช้เฉพาะโรงงานที่ส่งอาหารส่วนเกินหรือผลพลอยได้ออกไปนอกสถานที่ผลิต โรงงานที่ทิ้งของเสียทั้งหมดเป็นขยะ ไม่มีร้านค้าพนักงาน และไม่มีการบริจาค ไม่ต้องทำตามหัวข้อนี้ แต่ควรระบุไว้ในระบบเอกสารว่าไม่มีกิจกรรมดังกล่าว

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • หลายประเทศมีกฎหมายเฉพาะเรื่องความเหมาะสมของวัสดุที่จะนำไปผสมในอาหารสัตว์ สถานที่ผลิตต้องรู้และปฏิบัติตาม และบางกรณีอาจถูกกำหนดให้ต้องได้รับการรับรองตามระบบมาตรฐานด้านอาหารสัตว์
  • ผู้รับจ้างที่มารับผลพลอยได้ต้องมีใบอนุญาตที่เหมาะสม และวัสดุควรติดป้ายชี้บ่งให้ชัดเจน
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ใบอนุญาตของผู้รับจ้างที่รับผลพลอยได้ไปเป็นอาหารสัตว์ ฉบับที่ยังไม่หมดอายุ
  • พื้นที่และภาชนะจัดเก็บที่แยกจากขยะทั่วไป พร้อมป้ายชี้บ่ง
  • บันทึกการส่งมอบแต่ละเที่ยวที่ระบุชนิด ปริมาณ และปลายทาง

4.14.1–4.14.2เมื่อพบร่องรอย และการเลือกใช้ผู้รับจ้างหรือทำเอง

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ หัวหน้าพื้นที่ และผู้รับจ้างจัดการสัตว์พาหะ

หากพบกิจกรรมของสัตว์พาหะ ต้องไม่ก่อความเสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ หรือบรรจุภัณฑ์ การระบาดต้องถูกบันทึกและจัดการภายใต้โปรแกรมที่มีประสิทธิผลจนไม่เป็นความเสี่ยง สถานที่ผลิตต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือว่าจ้างองค์กรจัดการสัตว์พาหะที่มีความสามารถ หรือใช้พนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม ความถี่ของการตรวจต้องมาจากการประเมินความเสี่ยง (risk assessment) และเป็นเอกสาร พร้อมทบทวนเมื่ออาคารหรือกระบวนการเปลี่ยนจนกระทบโปรแกรม และเมื่อเกิดปัญหาสัตว์พาหะที่มีนัยสำคัญ

โรงงานเลือกได้สองทาง คือจ้างผู้รับจ้างหรือทำเอง แต่ทั้งสองทางต้องพิสูจน์ความสามารถได้เท่ากัน เพียงใช้หลักฐานคนละชุด ทางที่สามที่มาตรฐานไม่รับ คือจ้างผู้รับจ้างมาวางกล่องเหยื่อแล้วโรงงานไม่ยุ่งอะไรอีก

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สินค้าที่เกี่ยวข้องกับร่องรอยต้องเข้าสู่กระบวนการจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (non-conforming product)
  • ผู้รับจ้างต้องแสดงความสามารถได้ เช่น บันทึกการฝึกอบรม ใบอนุญาต หรือการรับรองตามมาตรฐานบริการจัดการสัตว์พาหะ และยังอยู่ภายใต้ข้อ 3.5.3
  • ขอบเขตบริการควรครอบคลุมการเข้าจัดการเพิ่มเติมเมื่อเกิดการระบาด และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด แนวปฏิบัติที่ดีคือทบทวนระบบปีละครั้ง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • บันทึกการพบร่องรอยพร้อมวันเวลา ตำแหน่ง การประเมินความเสี่ยง และการปิดเหตุการณ์
  • สัญญาว่าจ้างที่ระบุขอบเขตบริการ ความถี่ และเงื่อนไขการเรียกเข้ากรณีฉุกเฉิน
  • ใบอนุญาตและบันทึกการฝึกอบรมของช่างที่เข้าพื้นที่จริง

4.14.3–4.14.4ความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน และเอกสารกับบันทึกของโปรแกรม

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ พนักงานที่ได้รับมอบหมาย และผู้รับจ้าง

หากสถานที่ผลิตทำเอง ต้องแสดงได้ว่าผู้ปฏิบัติงานผ่านการฝึกอบรมและมีความสามารถพอที่จะเลือกสารเคมีกับวิธีป้องกันที่เหมาะสม เข้าใจข้อจำกัดของการใช้งานโดยสัมพันธ์กับชีววิทยาของสัตว์พาหะในสถานที่ผลิต เป็นไปตามกฎหมายเรื่องการอบรมหรือการขึ้นทะเบียน มีทรัพยากรพอตอบสนองต่อการระบาด เข้าถึงความรู้จากผู้เชี่ยวชาญได้ และมีที่เก็บสารกำจัดศัตรูพืชที่แยกเฉพาะและล็อกได้ นอกจากนี้ต้องรักษาเอกสารและบันทึกของโปรแกรม อย่างน้อยคือแผนผังสถานที่ผลิตที่เป็นปัจจุบันซึ่งระบุอุปกรณ์และตำแหน่ง การชี้บ่งเหยื่อและอุปกรณ์เฝ้าติดตาม ความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่าย รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ใช้พร้อมคำแนะนำการใช้ กิจกรรมของสัตว์พาหะที่พบเห็น และการจัดการที่ได้ดำเนินการ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ผู้ตรวจจะเปิดบันทึกการฝึกอบรมดูว่าครอบคลุมทุกกิจกรรมที่พนักงานรับผิดชอบ เช่น กฎหมาย เทคนิคการจัดการ และเหยื่อที่อนุญาต
  • แผนผังควรทบทวนปีละครั้งหรือเมื่อสถานที่ผลิตเปลี่ยน จุดที่พบบ่อยคือแผนผังยังเป็นฉบับก่อนต่อเติมอาคาร
  • การตรวจทุกครั้งต้องบันทึกแม้ไม่พบสิ่งผิดปกติ และหากใช้ระบบออนไลน์ สถานที่ผลิตต้องมีสิทธิ์เข้าใช้ของตนเอง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • บันทึกการฝึกอบรมและการประเมินความสามารถ พร้อมใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด
  • แผนผังสถานที่ผลิตฉบับปัจจุบันที่ระบุตำแหน่งและหมายเลขอุปกรณ์ พร้อมรายการชี้บ่งชนิดของเหยื่อ
  • รายงานการเข้าตรวจทุกครั้ง รวมถึงครั้งที่ไม่พบสิ่งผิดปกติ

4.14.5–4.14.7จุดวางเหยื่อ อุปกรณ์กำจัดแมลง และการป้องกันนก

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายผลิต และฝ่ายซ่อมบำรุง

จุดวางเหยื่อและอุปกรณ์ควบคุมหนูต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและได้รับการดูแลเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสินค้า ห้ามใช้เหยื่อมีพิษในพื้นที่ผลิตหรือจัดเก็บที่มีผลิตภัณฑ์เปิดอยู่ ยกเว้นขณะจัดการการระบาดจริง และเมื่อใช้ต้องยึดตรึงให้มั่นคง จุดวางเหยื่อที่หายไปต้องถูกบันทึก ทบทวน และสอบสวน อุปกรณ์กำจัดแมลงและกับดักฟีโรโมนต้องติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมและใช้งานได้จริง หากมีอันตรายจากแมลงกระเด็นออกมาปนเปื้อนสินค้าต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น และต้องมีมาตรการเพียงพอป้องกันนกเข้าอาคารหรือเกาะพักเหนือพื้นที่ขนถ่ายสินค้า

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • อุปกรณ์ควรทนต่อการงัดแงะ ยึดกับที่ ใช้สูตรที่ไม่หกกระจาย และตรวจตามความถี่ที่อิงความเสี่ยง
  • หลอดของเครื่องดักแมลงต้องเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต มาตรฐานไม่ได้กำหนดความถี่ขั้นต่ำ ส่วนกับดักฟีโรโมนต้องเปลี่ยนทุกไตรมาส
  • เรื่องนก ความคาดหวังไม่ใช่การรื้ออาคารใหม่ แต่คือการประเมินความเสี่ยงแล้วดำเนินมาตรการลดความเสี่ยง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • แผนผังจุดวางอุปกรณ์ที่ตรงกับสภาพจริงในพื้นที่
  • บันทึกการตรวจจุดเหยื่อและอุปกรณ์ พร้อมการสอบสวนกรณีอุปกรณ์หาย
  • การประเมินความเสี่ยงเรื่องนกพร้อมมาตรการที่ทำจริง เช่น ตาข่ายหรือการปิดช่องเปิด

4.14.8การดำเนินการทันทีเมื่อเกิดการระบาด

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายผลิต และผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์พาหะ

เมื่อเกิดการระบาดหรือพบหลักฐานกิจกรรมของสัตว์พาหะ ต้องดำเนินการทันทีเพื่อชี้บ่งสินค้าที่มีความเสี่ยงและลดความเสี่ยงของการปนเปื้อน โดยสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบควรเข้าสู่ระเบียบปฏิบัติเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • การดำเนินการทันทีรวมถึงการชี้บ่งและกักสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบเพื่อประเมินตามระเบียบที่มีอยู่
  • การระบาดและการแก้ไขทุกครั้งต้องถูกบันทึก ไม่ใช่จัดการแล้วจบโดยไม่เหลือร่องรอยในระบบ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติกรณีพบการระบาด ที่ระบุผู้ตัดสินใจและลำดับขั้นตอน
  • บันทึกเหตุการณ์ระบาดที่เคยเกิด พร้อมรายการสินค้าที่ถูกกักและผลการตัดสิน
  • รายงานการเข้าตรวจของผู้เชี่ยวชาญและผลการทวนสอบ (verification) หลังจัดการ

4.14.9บันทึกข้อเสนอแนะและการนำไปปฏิบัติ

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายซ่อมบำรุง และผู้บริหารสถานที่ผลิต

ต้องรักษาบันทึกของการตรวจจัดการสัตว์พาหะ การอุดช่องป้องกัน ข้อเสนอแนะด้านสุขลักษณะ และการดำเนินการที่ทำไป โดยเป็นความรับผิดชอบของสถานที่ผลิตที่จะทำให้ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องทุกข้อ ซึ่งเสนอโดยผู้รับจ้างหรือผู้เชี่ยวชาญภายใน ได้รับการดำเนินการอย่างทันเวลา

ข้อนี้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน และเป็นข้อที่เราพบข้อบกพร่องมากที่สุดในหัวข้อสัตว์พาหะ รูปแบบที่พบซ้ำคือข้อเสนอแนะเดิมถูกเขียนทุกเดือนแต่ยังไม่ถูกแก้จนถึงวันตรวจ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • บันทึกต้องรวมข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ เช่น การปรับความถี่การตรวจ หรือการอุดช่องทางเข้าของสัตว์พาหะ
  • ความรับผิดชอบในการทำให้ข้อเสนอแนะเกิดขึ้นจริงตามกรอบเวลาและการทวนสอบว่าได้ผล เป็นของบริษัท ไม่ใช่ของผู้รับจ้าง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ทะเบียนติดตามข้อเสนอแนะที่ระบุผู้รับผิดชอบ กำหนดเสร็จ และสถานะ
  • บันทึกการทวนสอบประสิทธิผลในรายงานการเข้าตรวจครั้งถัดไป
  • หลักฐานการดำเนินการจริง เช่น ใบสั่งซ่อมที่ปิดงานแล้วและภาพก่อนหลัง

4.14.10–4.14.11การประเมินเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญและการวิเคราะห์แนวโน้ม

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์พาหะ ฝ่ายประกันคุณภาพ และผู้บริหารสถานที่ผลิต

ต้องมีการประเมินการจัดการสัตว์พาหะเชิงลึกที่เป็นเอกสาร โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสัตว์พาหะ ตามความถี่ที่อิงความเสี่ยงแต่อย่างน้อยปีละครั้ง ซึ่งรวมการตรวจเชิงลึกของสถานที่ผลิต เครื่องจักร และสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมการทบทวนมาตรการที่ใช้อยู่และข้อเสนอแนะเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยกำหนดเวลาให้เข้าถึงเครื่องจักรได้เมื่อมีความเสี่ยงจากแมลงในผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บ นอกจากนี้ผลของการตรวจต้องถูกประเมินและวิเคราะห์แนวโน้มอย่างน้อยปีละครั้งหรือเมื่อเกิดการระบาด โดยรวมผลจากกับดักและอุปกรณ์เฝ้าติดตามเพื่อชี้บ่งพื้นที่ที่เป็นปัญหา และใช้เป็นฐานในการปรับปรุงระเบียบปฏิบัติ

ข้อ 4.14.10 ใช้กับทุกโรงงาน ไม่ใช่เฉพาะโรงงานที่จัดการสัตว์พาหะด้วยตนเอง และเป็นคนละงานกับการเข้าตรวจตามรอบปกติ การให้ช่างที่เข้ามาประจำเดือนเซ็นชื่อในแบบฟอร์มประจำปีจึงไม่ตอบข้อกำหนดนี้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • การประเมินเชิงลึกไม่ใช่การเดินเช็คเหยื่อ แต่ต้องตรวจทั้งสถานที่ผลิต โดยเฉพาะพื้นที่เข้าถึงยาก เช่น ช่องว่างเหนือฝ้า รางสายไฟ ห้องเก็บของ และไซโล
  • ผู้ประเมินควรเป็นนักชีววิทยาภาคสนามหรือช่างอาวุโสที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์หลายปี และมีความรู้ด้านความปลอดภัยอาหารอย่างน้อยเทียบเท่าผู้สัมผัสอาหาร
  • หัวใจของการใช้ข้อมูลคือการนำผลการเฝ้าติดตามมาวิเคราะห์แนวโน้ม ไม่ใช่เพียงการนับจำนวนที่จับได้ และรายงานควรระบุพื้นที่ที่เข้าตรวจแม้ไม่พบปัญหา
  • ผลการประเมินและการทบทวนแนวโน้มควรถูกนำเข้าสู่การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร (management review) ตามข้อ 1.1.4
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • รายงานการประเมินเชิงลึกฉบับล่าสุดที่ระบุพื้นที่ที่ตรวจครบทั้งสถานที่ผลิต
  • รายงานการวิเคราะห์แนวโน้มจากกับดักและอุปกรณ์เฝ้าติดตาม พร้อมการชี้บ่งพื้นที่ที่เป็นปัญหา
  • หลักฐานว่าผลการวิเคราะห์นำไปสู่การปรับปรุงระเบียบปฏิบัติหรือตำแหน่งอุปกรณ์จริง

4.14.12พนักงานรู้สัญญาณและรู้ว่าต้องแจ้งใคร

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ พนักงานทุกคน และผู้จัดการที่ถูกกำหนดให้รับแจ้ง

พนักงานต้องเข้าใจสัญญาณที่บ่งชี้กิจกรรมของสัตว์พาหะ และรับรู้ถึงความจำเป็นในการรายงานหลักฐานดังกล่าวต่อผู้จัดการที่ถูกกำหนดไว้

ผู้ตรวจมักถามพนักงานหน้าเครื่องตรง ๆ ว่าถ้าเห็นมูลหนูจะทำอย่างไรและแจ้งใคร คำตอบที่ใช้ได้คือชื่อหรือตำแหน่งของผู้รับแจ้งในกะนั้น

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • เนื้อหาการอบรมควรครอบคลุมชนิดของสัตว์พาหะ รูปแบบของร่องรอย และผลกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร โดยบรรจุไว้ในการปฐมนิเทศได้
  • ต้องสื่อสารให้ชัดว่าใครคือผู้รับแจ้ง และผู้รับแจ้งต้องบันทึกหลักฐานพร้อมประเมินว่าต้องดำเนินการเพิ่มหรือไม่
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • เนื้อหาและบันทึกการอบรมเรื่องการสังเกตร่องรอยสัตว์พาหะ
  • ป้ายหรือสื่อที่ระบุผู้รับแจ้งของแต่ละพื้นที่และแต่ละกะ
  • บันทึกการแจ้งของพนักงานที่เคยเกิดขึ้นจริง พร้อมผลการประเมินของผู้รับแจ้ง

4.15.1–4.15.2ระเบียบการจัดเก็บและการเก็บบรรจุภัณฑ์

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต และ ฝ่ายประกันคุณภาพ

ต้องพัฒนาระเบียบปฏิบัติเพื่อรักษาความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าระหว่างจัดเก็บโดยอิงการประเมินความเสี่ยง ทำให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจและนำไปปฏิบัติ ครอบคลุมตามความเหมาะสมทั้งการเคลื่อนย้ายสินค้าแช่เย็นและแช่แข็ง การแยกสินค้าเพื่อเลี่ยงการปนเปื้อนข้าม (cross-contamination) และการรับกลิ่น การเก็บวัสดุให้ยกพ้นพื้นและห่างจากผนัง และการยกกับการเรียงซ้อน นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ต้องถูกเก็บแยกจากวัตถุดิบอื่นและสินค้าสำเร็จรูปตามความเหมาะสม ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ไม่หมดต้องได้รับการปกป้องจากการปนเปื้อนและชี้บ่งให้ชัดเพื่อรักษาการสอบกลับก่อนนำกลับไปเก็บ

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิต้องรักษาอุณหภูมิที่กำหนดตลอดช่วงที่จัดเก็บ และต้องรักษาความสะอาดของพื้นที่ตามหัวข้อ 4.11
  • ข้อ 4.15.1 พิสูจน์ด้วยสายตา ผู้ตรวจจะดูของที่วางชิดผนัง พาเลทที่วางกับพื้น และสินค้าที่มีสารก่อภูมิแพ้ (allergen) วางเหนือสินค้าที่ไม่มี
  • บรรจุภัณฑ์ที่เหลือต้องยืนยันว่ายังใช้ได้ ภาชนะที่เปิดแล้วต้องปิดผนึกหรือห่อใหม่ และคงรหัสสอบกลับบนบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการจัดเก็บที่อ้างอิงผลการประเมินความเสี่ยง
  • ผังการจัดวางในคลังที่ระบุพื้นที่แยกสำหรับสารก่อภูมิแพ้และบรรจุภัณฑ์
  • บันทึกการอบรมพนักงานคลังและการทำความสะอาดพื้นที่จัดเก็บ
  • ตัวอย่างการห่อปิดพร้อมป้ายชี้บ่งบรรจุภัณฑ์ที่คืนเข้าคลังจริง

4.15.3–4.15.4การควบคุมอุณหภูมิและบรรยากาศในการจัดเก็บ

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายซ่อมบำรุง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ

เมื่อจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิ พื้นที่จัดเก็บต้องรักษาอุณหภูมิสินค้าให้อยู่ในข้อกำหนดจำเพาะและเดินระบบให้รักษาไว้ได้จริง โดยต้องติดตั้งอุปกรณ์บันทึกอุณหภูมิพร้อมสัญญาณเตือนที่เหมาะสมกับทุกหน่วยจัดเก็บ หรือมีระบบตรวจวัดด้วยคนที่มีการบันทึก โดยทั่วไปอย่างน้อยทุกสี่ชั่วโมง หรือที่ความถี่ซึ่งทำให้เข้าแทรกแซงได้ก่อนอุณหภูมิสินค้าเกินขีดจำกัด และเมื่อต้องจัดเก็บในสภาวะบรรยากาศควบคุม ต้องระบุสภาวะและควบคุมอย่างมีประสิทธิผลพร้อมเก็บบันทึก

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สัญญาณเตือนต้องแจ้งถึงผู้รับผิดชอบได้นอกเวลาทำงานปกติ เช่น โทรเข้าบ้านหรือส่งเข้าศูนย์บริการ ระบบที่เตือนแต่ในห้องคลังจึงไม่พอ
  • หากใช้การตรวจด้วยคน ต้องให้ระดับการป้องกันเทียบเท่าระบบอัตโนมัติ คือทุกสี่ชั่วโมงรวมกลางคืนและวันหยุด
  • การทดสอบสัดส่วนก๊าซในการจัดเก็บแบบบรรยากาศควบคุม เป็นคนละเรื่องกับการทดสอบตามข้อ 4.5.3 และผลต้องถูกบันทึก
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • บันทึกอุณหภูมิย้อนหลังที่ครอบคลุมกลางคืนและวันหยุด
  • หลักฐานการตั้งค่าสัญญาณเตือนและรายชื่อผู้รับแจ้งนอกเวลาทำการ
  • บันทึกเหตุการณ์อุณหภูมิเบี่ยงเบนพร้อมการดำเนินการและการตัดสินสินค้า

4.15.5–4.15.6การจัดเก็บนอกอาคารและการหมุนเวียนสต็อก

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายวางแผน

เมื่อจำเป็นต้องจัดเก็บนอกอาคาร สิ่งของต้องได้รับการปกป้องจากการปนเปื้อนและการเสื่อมสภาพ และถูกตรวจสอบความเหมาะสมก่อนนำเข้าโรงงาน นอกจากนี้สถานที่ผลิตต้องเอื้อให้เกิดการหมุนเวียนสต็อกที่ถูกต้องของวัตถุดิบ สินค้าระหว่างกระบวนการ และสินค้าสำเร็จรูป โดยวัสดุต้องถูกใช้ตามลำดับที่ถูกต้องเทียบกับวันผลิตและอยู่ภายในอายุการเก็บที่กำหนด

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • การเก็บนอกอาคารเหมาะสมเฉพาะเมื่อวัสดุไม่เสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ ได้รับการปกป้อง และถูกทำความสะอาดก่อนนำเข้าโรงงาน
  • การควบคุมสต็อกโดยทั่วไปใช้หลักเข้าก่อนออกก่อน และรวมถึงวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ด้วย
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • รายการสิ่งของที่จัดเก็บนอกอาคารพร้อมเหตุผลและมาตรการปกป้อง
  • บันทึกการตรวจสภาพและการทำความสะอาดก่อนนำเข้าโรงงาน
  • รายงานสต็อกที่แสดงการใช้ตามลำดับวันผลิต และการจัดการสินค้าใกล้หมดอายุ

4.16.1–4.16.4การส่งมอบ การตรวจสภาพรถ อุณหภูมิ และการทำความสะอาด

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายจัดส่ง ฝ่ายซ่อมบำรุง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ

ต้องมีระเบียบปฏิบัติเพื่อรักษาความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าระหว่างการบรรทุกและการขนส่ง ครอบคลุมตามความเหมาะสมทั้งอุณหภูมิของลานขนถ่ายและยานพาหนะ ช่องขนถ่ายที่มีหลังคาคลุม การยึดสินค้าบนพาเลท และการตรวจสอบสินค้าก่อนส่งมอบ ยานพาหนะทุกคันต้องสะอาด ปราศจากกลิ่นแรง อยู่ในสภาพที่ป้องกันความเสียหาย และรักษาข้อกำหนดด้านอุณหภูมิได้ตลอดการขนส่ง โดยต้องเก็บบันทึกการตรวจสอบ เมื่อต้องควบคุมอุณหภูมิ ยานพาหนะต้องรักษาอุณหภูมิได้ทั้งที่บรรทุกน้อยที่สุดและมากที่สุด โดยใช้อุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่เรียกดูได้ หรือระบบเฝ้าติดตามการทำงานของเครื่องทำความเย็นตามความถี่ที่กำหนด และต้องมีระบบบำรุงรักษากับระเบียบการทำความสะอาดที่เป็นเอกสารสำหรับยานพาหนะและอุปกรณ์ขนถ่ายทุกชิ้น

จุดที่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าเมื่อจ้างผู้ขนส่งภายนอกแล้ว การตรวจสภาพรถเป็นหน้าที่ของผู้ขนส่ง มาตรฐานระบุว่าการตรวจสภาพยานพาหนะควรเป็นความรับผิดชอบของสถานที่ผลิต

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • การตรวจอย่างน้อยต้องครอบคลุมความสะอาด ร่องรอยสัตว์พาหะ กลิ่นแรง และสภาพที่ป้องกันความเสียหาย โดยควรตรวจทั้งก่อนบรรทุกและก่อนขนถ่ายลง
  • อาจต้องลดอุณหภูมิตู้ล่วงหน้าก่อนบรรทุก และต้องแสดงการควบคุมอุณหภูมิได้ทั้งที่บรรทุกน้อยและบรรทุกเต็ม เพราะสองสภาวะให้ผลต่างกัน
  • หากใช้อุปกรณ์บันทึกข้อมูล ข้อมูลที่ได้ต้องถูกนำมาวิเคราะห์ ไม่ใช่เก็บไฟล์ไว้เฉย ๆ เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์คืออุณหภูมิของสินค้าถูกรักษาไว้จริง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการบรรทุกและการส่งมอบ พร้อมเกณฑ์การปฏิเสธรถ
  • บันทึกการตรวจสภาพรถทุกเที่ยว ทั้งขาเข้าและขาออก
  • แผนและบันทึกการบำรุงรักษาและการทำความสะอาดยานพาหนะกับอุปกรณ์ขนถ่าย

4.16.5–4.16.6ระเบียบการขนส่ง ความมั่นคงปลอดภัย และการอนุมัติผู้รับจ้าง

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ฝ่ายจัดส่ง และจัดซื้อ

บริษัทต้องมีระเบียบปฏิบัติสำหรับการขนส่งสินค้า ซึ่งรวมข้อจำกัดในการบรรทุกรวมกับสินค้าอื่น ข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยระหว่างขนส่ง โดยเฉพาะเมื่อจอดรถทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ดูแล และคำสั่งที่ชัดเจนกรณีรถเสีย อุบัติเหตุ หรือระบบทำความเย็นขัดข้อง ซึ่งต้องประเมินความปลอดภัยของสินค้าและเก็บบันทึกไว้ เมื่อใช้ผู้รับจ้าง ต้องมีระเบียบการอนุมัติผู้ส่งมอบ (supplier approval) ที่เป็นเอกสารและอิงความเสี่ยง โดยใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสอง คือการรับรองที่ยังมีผลตามมาตรฐานของ BRCGS ที่ใช้บังคับหรือมาตรฐานที่ผ่านการเทียบเคียงของ GFSI หรือสัญญาที่ครอบคลุมข้อ 4.16.1 ถึง 4.16.5 ซึ่งทบทวนโดยผู้ที่แสดงความสามารถได้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ข้อจำกัดการบรรทุกรวมควรระบุให้ชัด เช่น วัสดุที่ปลอดสารก่อภูมิแพ้ต้องขนส่งอย่างไร เพื่อเลี่ยงการปนเปื้อนข้ามและการรับกลิ่น
  • ความมั่นคงปลอดภัยครอบคลุมทั้งการปนเปื้อนโดยบังเอิญและโดยเจตนา เช่น บรรจุภัณฑ์ที่แสดงร่องรอยการเปิด ซีลตู้ หรือข้อตกลงเรื่องการไม่จอดรถทิ้งไว้ในที่ไม่ปลอดภัย
  • ระเบียบกรณีรถเสียควรครอบคลุมช่องทางขอความช่วยเหลือของพนักงานขับรถ รถสำรองหรือช่องทางซ่อมเร่งด่วน และแนวทางประเมินสินค้าที่ได้รับผลกระทบ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการขนส่งที่ครอบคลุมการบรรทุกรวม ความมั่นคงปลอดภัย และกรณีฉุกเฉิน
  • ใบรับรองที่ยังมีผลของผู้รับจ้าง หรือสัญญาที่ครอบคลุมข้อ 4.16.1 ถึง 4.16.5 พร้อมหลักฐานความสามารถของผู้ทบทวน
  • บันทึกเหตุการณ์รถเสียหรือระบบทำความเย็นขัดข้อง พร้อมผลการประเมินสินค้า

4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้

เรื่องแรก ข้อเสนอแนะของผู้รับจ้างที่ค้างซ้ำเดือนแล้วเดือนเล่า รายงานของผู้รับจ้างเขียนข้อเดิมทุกครั้ง เช่น ให้ซ่อมยางกันช่องใต้ประตู แล้วยังไม่ถูกดำเนินการจนถึงวันตรวจ ข้อ 4.14.9 ระบุว่าการทำให้ข้อเสนอแนะเกิดขึ้นจริงเป็นความรับผิดชอบของสถานที่ผลิต วิธีแก้คือเปิดทะเบียนติดตามที่มีผู้รับผิดชอบและกำหนดเสร็จ

เรื่องที่สอง มีข้อมูลการดักจับแต่ไม่มีการวิเคราะห์แนวโน้ม ข้อ 4.14.11 ต้องการการวิเคราะห์ที่ชี้บ่งพื้นที่ที่เป็นปัญหาและนำไปสู่การปรับปรุงระเบียบปฏิบัติ ตารางจำนวนที่จับได้รายเดือนโดยไม่มีข้อสรุปว่าพื้นที่ใดเป็นปัญหา จึงยังไม่ครบตามข้อกำหนด

เรื่องที่สาม การประเมินเชิงลึกที่กลายเป็นการตรวจประจำเดือนครั้งที่สิบสาม ข้อ 4.14.10 ต้องการการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญที่ลงลึกถึงพื้นที่เข้าถึงยาก และทบทวนมาตรการที่ใช้อยู่ทั้งระบบ รายงานที่มีเพียงผลการเดินเช็คจุดเหยื่อเหมือนทุกเดือน จึงไม่ใช่การประเมินเชิงลึกตามที่ข้อกำหนดต้องการ

เรื่องที่สี่ การตรวจสภาพรถที่โยนให้ผู้ขนส่ง ข้อ 4.16.2 ให้การตรวจสภาพยานพาหนะเป็นความรับผิดชอบของสถานที่ผลิตแม้จะจ้างขนส่งภายนอก โรงงานที่ไม่มีบันทึกการตรวจรถขาออกของตนเองจึงไม่มีหลักฐานตอบข้อนี้ และมักพลาดต่อไปถึงข้อ 4.16.6

เรื่องที่ห้า คลังที่เอกสารดีแต่หน้างานไม่ตรง ระเบียบเขียนว่าวางของยกพ้นพื้นและห่างผนัง แต่ในคลังจริงมีพาเลทชิดผนัง ข้อ 4.15.1 พิสูจน์ด้วยสายตา การเดินตรวจภายในจึงต้องใช้เกณฑ์เดียวกับที่เขียนไว้

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้

เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที

แจกฟรี · ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใบตรวจหลักฐาน 4.13–4.16 — สัตว์พาหะ การจัดเก็บ และการส่งมอบขนส่ง

ไฟล์ Word · ครอบคลุม 27 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 22 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ

ใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

← ตอนที่ 21 ความสะอาด สุขลักษณะ และของเสียตอนที่ 23 การออกแบบผลิตภัณฑ์และการติดฉลาก →
ให้เราช่วยได้ วางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9 กับหน้างานจริงของโรงงาน

ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · BRCGS Food Safety เตรียมโรงงานให้พร้อมตรวจ BRCGS Food และฝึกผู้ตรวจภายในให้ตรวจเจอก่อน

ข้อบกพร่องที่พบบ่อยในการตรวจครั้งแรกมักไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครในโรงงานรับผิดชอบชัดเจน เรารับตั้งแต่ประเมินช่องว่างเทียบข้อกำหนดทีละข้อ ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจเจอก่อนวันตรวจจริง

ดูงานที่ปรึกษา BRCGS Food → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด BRCGS Food และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน BRCGS Food แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ