เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง
สองหัวข้อนี้ไม่ใช่ข้อกำหนดพื้นฐาน (fundamental requirement) แต่เป็นหัวข้อที่เราพบข้อบกพร่อง (non-conformity) ในโรงงานไทยมากที่สุดหัวข้อหนึ่ง เพราะเป็นจุดที่งานวิศวกรรมกับงานความปลอดภัยอาหารต้องมาบรรจบกัน แล้วส่วนใหญ่ยังเดินคนละทาง
ฝ่ายวิศวกรรมมองว่าเครื่องจักรที่เดินได้คือเครื่องจักรที่ใช้งานได้ ส่วนมาตรฐานถามต่อว่าเครื่องจักรนั้น ล้างได้จริงหรือไม่ สัมผัสอาหารได้หรือไม่ และมีใครเซ็นรับก่อนเดินเครื่องหรือไม่
ประสบการณ์ของเราคือ จุดที่พลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่การไม่มีแผนบำรุงรักษา แต่คือช่วงเวลาสั้น ๆ หลังงานซ่อมเสร็จจนถึงตอนที่ไลน์เริ่มเดินอีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่น็อต เศษโลหะ และจาระบีมีโอกาสเข้าไปอยู่ในผลิตภัณฑ์มากที่สุด
1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้
เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตและการจัดการผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ต้องเหมาะสมกับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ และต้องใช้งานในลักษณะที่ทำให้ความเสี่ยงของการปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ต่ำที่สุด คำว่าเหมาะสมในที่นี้ครอบคลุมสามเรื่องพร้อมกัน คือสภาพของเครื่องจักรต้องไม่เป็นแหล่งปนเปื้อน ต้องทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิผล และต้องผลิตอาหารที่ปลอดภัยได้จริง
ต้องมีโปรแกรมการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิผลสำหรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและลดโอกาสที่เครื่องจะเสียกลางคัน ขอบเขตของคำว่าอุปกรณ์กว้างกว่าที่หลายโรงงานเข้าใจ เพราะรวมถึงส่วนควบ อุปกรณ์ติดตั้งถาวร ตลอดจนเครื่องมือและภาชนะที่ใช้ในงานทำความสะอาดด้วย งานบำรุงรักษาจะทำเองหรือจ้างภายนอกก็ได้ แต่ถ้าทำเองต้องมีแผนและบันทึก ถ้าจ้างภายนอกต้องมีหลักฐานสัญญาหรือข้อตกลงที่ทำไว้
เจตนารมณ์ของหัวข้อ 4.6 ไม่ใช่การบังคับให้ทำเอกสารย้อนหลังกับเครื่องจักรทุกชิ้นที่มีอยู่ ข้อกำหนดเรื่องข้อกำหนดจำเพาะ (specification) ในการจัดซื้อผูกอยู่กับเครื่องจักรที่ซื้อเข้ามาใหม่ สถานที่ผลิตไม่ถูกคาดหวังให้ย้อนกลับไปเขียนข้อกำหนดจำเพาะให้เครื่องจักรที่ซื้อมาก่อนจะตัดสินใจขอการรับรองครั้งแรก สิ่งที่ต้องทำกับเครื่องเก่าคือดูแลตามหัวข้อ 4.7 และพิสูจน์ว่ายังเหมาะกับงานอยู่ อย่างไรก็ตาม ระดับของเอกสารต้องได้สัดส่วนกับความเสี่ยง ทัพพีพลาสติกหนึ่งอันกับสายการผลิตใหม่ทั้งไลน์ ไม่ควรใช้กระดาษหนาเท่ากัน
2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้
ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้
| ข้อ | เรื่อง | ตรวจที่ | เกี่ยวกับใคร |
|---|---|---|---|
| 4.6.1 | ข้อกำหนดจำเพาะสำหรับการจัดซื้อเครื่องจักรใหม่ | เอกสาร | ฝ่ายจัดซื้อ ร่วมกับ ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง และ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 4.6.2 | การออกแบบและการสร้างเครื่องจักรตามความเสี่ยง | หน้างาน | ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 4.6.3 | ระเบียบปฏิบัติการตรวจรับและติดตั้งเครื่องจักรใหม่ | ทั้งสอง | ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ฝ่ายผลิต และ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 4.6.4 | การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่กับที่ | เอกสาร | ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ร่วมกับ ฝ่ายผลิต และ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 4.6.5 | เครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้งานและการจัดเก็บอุปกรณ์ | หน้างาน | ฝ่ายผลิต ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง และ ฝ่ายสุขาภิบาลหรือทีมทำความสะอาด |
| 4.6.6–4.6.7 | อุปกรณ์เคลื่อนที่และจุดชาร์จแบตเตอรี่ | หน้างาน | ฝ่ายผลิต ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง และคลังสินค้า |
| 4.7.1 | แผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันและการเฝ้าติดตามสภาพ | เอกสาร | ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ร่วมกับ ฝ่ายผลิต |
| 4.7.2 | การตรวจเครื่องจักรที่เสี่ยงต่อสิ่งแปลกปลอม | หน้างาน | ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง และ ฝ่ายผลิต |
| 4.7.3 | การควบคุมการซ่อมชั่วคราว | หน้างาน | ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ฝ่ายผลิต และ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 4.7.4 | การทำความสะอาดและการส่งคืนไลน์หลังงานซ่อม | หน้างาน | ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ฝ่ายสุขาภิบาลหรือทีมทำความสะอาด และ ฝ่ายผลิต |
| 4.7.5 | วัสดุและอะไหล่เกรดอาหาร | หน้างาน | ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ร่วมกับ ฝ่ายจัดซื้อ และ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 4.7.6 | ห้องเครื่องมือช่างและการควบคุมเศษงานวิศวกรรม | หน้างาน | ฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ |
รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS
3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร
4.6.1ข้อกำหนดจำเพาะสำหรับการจัดซื้อเครื่องจักรใหม่
ต้องมีข้อกำหนดจำเพาะในการจัดซื้อที่เป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับเครื่องจักรใหม่ทุกเครื่อง ระบุความต้องการของสถานที่ผลิตไว้ให้ชัด เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อกำหนดของพื้นผิวสัมผัสอาหาร วัตถุประสงค์การใช้งาน และชนิดของวัสดุที่เครื่องจะต้องรองรับ ขึ้นกับลักษณะการใช้งาน เครื่องจักรที่ใหม่สำหรับสถานที่ผลิตอาจต้องผ่านการอนุมัติจากทีมสหสาขา และผู้ขายควรส่งหลักฐานว่าเครื่องเป็นไปตามที่ระบุไว้ก่อนส่งมอบ
คำว่าใหม่ในข้อนี้ไม่ได้แปลว่าออกจากโรงงานผู้ผลิตเท่านั้น แต่หมายถึงใหม่สำหรับสถานที่ผลิต เครื่องมือสองที่ซื้อมาและเครื่องที่ส่งไปปรับสภาพภายนอกกลับมา นับรวมทั้งหมด จุดนี้คือช่องโหว่ที่เราพบบ่อยในโรงงานที่นิยมซื้อเครื่องมือสองเพื่อประหยัดงบ
- กระบวนการต้องเริ่มก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่ทำเอกสารตามหลังเมื่อเครื่องมาถึงหน้าโรงงานแล้ว
- ชิ้นส่วนเล็ก เช่น สกรูหรืออุปกรณ์ยึดที่ไม่สัมผัสอาหาร ไม่นับเป็นเครื่องจักรใหม่ตามข้อนี้
- ปริมาณรายละเอียดต้องแปรตามชนิดของเครื่อง ทัพพีพลาสติกใช้ข้อกำหนดสั้น ๆ ได้ ส่วนสายการผลิตใหม่ต้องระบุชนิดผลิตภัณฑ์ อัตราการผลิต และข้อกำหนดพื้นผิวสัมผัสอาหารอย่างละเอียด
- ชนิดของวัสดุสำคัญเป็นพิเศษกับพื้นผิวสัมผัสอาหาร เพราะการเคลื่อนย้ายสารจากวัสดุสู่อาหารขึ้นกับองค์ประกอบของอาหารด้วย อาหารที่มีไขมันสูงหรือมีความเป็นกรดสูงจะเพิ่มโอกาสนั้น
- ควรกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าใครมีอำนาจอนุมัติการซื้อ เครื่องที่ซื้อซ้ำแบบเดิมอาจแค่ระบุผู้มีอำนาจสั่งซื้อ แต่สายการผลิตใหม่ควรมีทั้งวิศวกรรม เทคนิค สุขาภิบาล และการเงินร่วมพิจารณา เพราะข้อกำหนดกฎหมายของผู้ขายต่างประเทศอาจไม่ตรงกับที่สถานที่ผลิตต้องใช้
- ข้อกำหนดจำเพาะการจัดซื้อของเครื่องจักรที่ซื้อเข้ามาในรอบสิบสองเดือนที่ผ่านมา
- หลักฐานจากผู้ขายที่ยืนยันว่าเครื่องเป็นไปตามข้อกำหนดจำเพาะ เช่น หนังสือรับรองวัสดุสัมผัสอาหาร
- ทะเบียนผู้มีอำนาจอนุมัติการจัดซื้อเครื่องจักรแยกตามระดับความซับซ้อน
- บันทึกการพิจารณาร่วมของทีมสหสาขาสำหรับเครื่องจักรที่มีผลต่อความปลอดภัยอาหาร
4.6.2การออกแบบและการสร้างเครื่องจักรตามความเสี่ยง
การออกแบบและการสร้างเครื่องจักรต้องอิงความเสี่ยง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ เช่น การเลือกใช้ซีลที่ถูกต้อง พื้นผิวที่ไม่ซึมผ่าน หรือรอยเชื่อมและรอยต่อที่เรียบ ในจุดที่สัมผัสผลิตภัณฑ์และอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนจากสิ่งแปลกปลอม (foreign body) จุลินทรีย์ หรือสารก่อภูมิแพ้ (allergen) ส่วนเครื่องจักรที่สัมผัสอาหารโดยตรงต้องเหมาะกับการสัมผัสอาหารและเป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้
- พื้นผิวสัมผัสอาหารต้องเรียบและไม่ซึมผ่าน เพื่อไม่ให้มีเศษวัตถุดิบสะสมจนกลายเป็นแหล่งปนเปื้อนจุลินทรีย์หรือสารก่อภูมิแพ้
- รอยเชื่อมและรอยต่อควรเชื่อมจนเป็นผิวเรียบระนาบเดียวกัน ไม่ใช่ปล่อยเป็นรอยเชื่อมนูนหรือเว้าที่กักเศษอาหาร
- ปัญหาที่มีการบันทึกไว้บ่อยคือการนำอุปกรณ์พลาสติกที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสัมผัสอาหารมาใช้ จนเกิดการเคลื่อนย้ายสารเคมีเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ วิธีที่แนวทางตีความแนะนำคือการประเมินความเสี่ยง (risk assessment) ด้านการออกแบบเชิงสุขลักษณะ ครอบคลุมทั้งการออกแบบ การสร้าง และการติดตั้ง
- กรณีซื้อเครื่องมือสองแล้วไม่มีหลักฐานวัสดุ และวัสดุนั้นไม่ใช่วัสดุที่ยอมรับกันว่าปลอดภัย เช่น สเตนเลสบางเกรด ต้องประเมินเพิ่มโดยดูลักษณะพื้นผิว ระยะเวลาที่สัมผัสอาหาร และลักษณะของอาหารเอง
- ผู้ตรวจจะไม่ไล่ตรวจซีลหรือสลักเกลียวทุกตัว แต่จะทำความเข้าใจกระบวนการของสถานที่ผลิต แล้วสุ่มดูตัวอย่างเครื่องจักรที่มีนัยสำคัญ ซึ่งมักทำไปพร้อมการตรวจสุขลักษณะของเครื่องจักร
- การประเมินความเสี่ยงด้านการออกแบบเชิงสุขลักษณะของเครื่องจักรที่สัมผัสผลิตภัณฑ์
- หนังสือรับรองวัสดุสัมผัสอาหารของชิ้นส่วนที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ เช่น สายพาน ซีล ปะเก็น และท่อ
- บันทึกการประเมินเพิ่มเติมสำหรับเครื่องมือสองหรือชิ้นส่วนที่ไม่มีเอกสารวัสดุ
- ทะเบียนชิ้นส่วนสัมผัสอาหารพร้อมวัสดุที่ใช้และรอบการเปลี่ยน
4.6.3ระเบียบปฏิบัติการตรวจรับและติดตั้งเครื่องจักรใหม่
ต้องมีระเบียบปฏิบัติการตรวจรับที่เป็นลายลักษณ์อักษรและอิงความเสี่ยง เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสมบูรณ์ของอาหาร ระหว่างการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ งานติดตั้งต้องตามด้วยระเบียบปฏิบัติการปลดล็อกด้านสุขลักษณะ (hygiene clearance) ที่เป็นเอกสาร และเครื่องจักรใหม่ต้องได้รับการตรวจโดยพนักงานที่ได้รับมอบอำนาจก่อนรับเข้าใช้งาน ระเบียบปฏิบัตินี้ต้องรวมถึงการปรับปรุงระเบียบปฏิบัติอื่นของสถานที่ผลิตที่ได้รับผลกระทบด้วย ทั้งการฝึกอบรม วิธีปฏิบัติงาน การทำความสะอาด การเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม (environmental monitoring) แผนบำรุงรักษา หรือการตรวจติดตามภายใน (internal audit) อีกทั้งการออกแบบและตำแหน่งที่ติดตั้งต้องทำให้ทำความสะอาดและบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิผล
ข้อนี้เป็นข้อที่โรงงานไทยตกบ่อยที่สุดในหัวข้อ 4.6 เพราะเครื่องมักถูกติดตั้งแล้วเดินผลิตทันทีในวันเดียวกัน สิ่งที่ขาดไม่ใช่การล้าง แต่คือลายเซ็นของผู้มีอำนาจที่รับเครื่องเข้าใช้งาน และการไล่ปรับปรุงเอกสารรอบข้างที่เครื่องใหม่ไปกระทบ
- ระดับของการตรวจรับต้องอิงความเสี่ยง ทัพพีพลาสติกใหม่แทบไม่ต้องมีอะไร ส่วนสายการผลิตใหม่ทั้งไลน์ต้องมีกระบวนการที่ครบถ้วน
- ตัวอย่างกิจกรรมการตรวจรับ ได้แก่ การติดตั้งและลงนามรับ การเดินเครื่องทดลอง การตรวจรับรองความถูกต้องของการทำความสะอาด และการตรวจสอบด้านบำรุงรักษา
- ตำแหน่งการวางเครื่องต้องเปิดให้เข้าถึงด้านล่าง ด้านใน และรอบตัวเครื่องได้ ส่วนเครื่องที่ติดตั้งถาวรควรยึดและปิดผนึกกับพื้น เพราะจุดที่สะสมสารอินทรีย์ได้เป็นจุดที่เชื้ออย่างซาลโมเนลลาหรือลิสทีเรียอยู่รอดได้นานหากไม่ถูกรบกวน
- ระหว่างติดตั้งต้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนจากวัสดุที่ใช้ติดตั้ง เช่น ซิลิโคนยาแนว น็อต สลัก สารหล่อลื่น หรือวัสดุห่อหุ้มที่แกะออกจากตัวเครื่อง แนวปฏิบัติที่ดีคือติดตั้งเครื่องใหญ่นอกเวลาผลิต ถ้าเลี่ยงไม่ได้ต้องขึงผ้าหรือแผงกั้นคลุมสายการผลิตข้างเคียง
- หลังติดตั้งต้องล้างและตรวจก่อนใช้ แล้วให้ผู้มีอำนาจ เช่น ผู้จัดการฝ่ายผลิต ลงนามรับเครื่องเข้าใช้งานอย่างเป็นทางการ พร้อมเก็บบันทึกไว้
- ระเบียบปฏิบัติการตรวจรับเครื่องจักรใหม่ที่ระบุกิจกรรมตามระดับความเสี่ยง
- แบบฟอร์มการปลดล็อกด้านสุขลักษณะหลังงานติดตั้ง ที่มีลายเซ็นผู้มีอำนาจรับเครื่องเข้าใช้งาน
- รายการเอกสารที่ถูกปรับปรุงหลังรับเครื่องใหม่ เช่น วิธีปฏิบัติงาน แผนล้าง แผนบำรุงรักษา และแผนการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม
- บันทึกมาตรการป้องกันการปนเปื้อนระหว่างติดตั้ง กรณีติดตั้งในเวลาที่ยังมีการผลิต
4.6.4การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่กับที่
ต้องมีระเบียบปฏิบัติสำหรับจัดการการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่กับที่ภายในพื้นที่ผลิต เพื่อให้ความปลอดภัยอาหารยังถูกควบคุม และความสมบูรณ์ของตัวเครื่องยังคงอยู่หลังการเคลื่อนย้าย
- เครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่กับที่หมายถึงเครื่องที่ปกติไม่มีการเคลื่อนย้าย หรือเคลื่อนย้ายเฉพาะกรณีพิเศษ เช่น ปรับผังพื้นที่ผลิต ย้ายไปสถานที่ผลิตอื่น หรือซ่อมที่ทำในตำแหน่งเดิมไม่ได้
- แนวปฏิบัติที่ดีคือทำการประเมินความเสี่ยงก่อนย้าย เพื่อกำหนดมาตรการควบคุม (control measure) ที่ตรงกับงานนั้นจริง
- ระเบียบปฏิบัติควรครอบคลุมชนิดของเครื่องที่ย้าย วิธีการย้าย ว่าต้องใช้อุปกรณ์พิเศษหรือผู้รับจ้างหรือไม่ ข้อกำหนดในการติดตั้งกลับ ผู้มีอำนาจอนุญาต ผู้รับผิดชอบควบคุมงาน และการฝึกอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้อง
- ระเบียบปฏิบัติการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่กับที่
- การประเมินความเสี่ยงของงานเคลื่อนย้ายที่เกิดขึ้นจริง พร้อมมาตรการควบคุม
- ใบอนุญาตหรือบันทึกอนุมัติการเคลื่อนย้ายที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจ
- บันทึกการทำความสะอาดและการตรวจสภาพพื้นที่หลังการย้ายเสร็จ
4.6.5เครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้งานและการจัดเก็บอุปกรณ์
เครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้งานหรือถูกถอดออกจากการใช้งาน ต้องถูกทำความสะอาดและจัดเก็บในลักษณะที่ไม่ก่อความเสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ที่เก็บไว้ในพื้นที่ผลิตและพื้นที่จัดเก็บภายในต้องรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ส่วนอุปกรณ์สัมผัสอาหารที่เก็บไว้และไม่ได้ใช้ทุกวัน ต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามความจำเป็นก่อนนำกลับมาใช้
ในโรงงานไทยจุดนี้มักปรากฏเป็นมุมเก็บของหลังไลน์ที่มีทั้งอะไหล่ ถังเปล่า และเครื่องที่เลิกใช้แล้ววางรวมกัน ผู้ตรวจจะมองมุมนี้เป็นทั้งแหล่งฝุ่น แหล่งอาศัยของสัตว์พาหะ (pest) และหลักฐานของสุขลักษณะทั่วไป
- ความเสี่ยงหลักจากการเก็บอุปกรณ์คือฝุ่นและคราบสะสม การเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ และการดึงดูดสัตว์พาหะเมื่อเก็บทั้งที่ยังไม่ได้ล้าง
- อุปกรณ์ที่เก็บในพื้นที่ผลิตต้องอยู่ในสภาพสะอาดถูกสุขลักษณะ โดยควรมีระเบียบปฏิบัติการทำความสะอาดรองรับ มีการตรวจสภาพเป็นระยะ และมีป้ายชี้ว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นยังใช้ไม่ได้จนกว่าจะถูกล้างหรือได้รับการลงนามอนุมัติ
- อุปกรณ์ที่ใช้สัมผัสอาหารต้องล้างและฆ่าเชื้อตามความจำเป็นก่อนใช้ครั้งถัดไป และควรตรวจสภาพเมื่อนำออกจากที่เก็บว่ายังเหมาะกับงานอยู่
- พื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ที่กำหนดไว้ชัดเจน พร้อมผังหรือป้ายระบุ
- ระเบียบปฏิบัติการทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนจัดเก็บและก่อนนำกลับมาใช้
- บันทึกการตรวจสภาพอุปกรณ์ที่เก็บไว้ตามรอบที่กำหนด
- ระบบป้ายสถานะที่แสดงว่าอุปกรณ์ชิ้นใดพร้อมใช้และชิ้นใดรอการทำความสะอาด
4.6.6–4.6.7อุปกรณ์เคลื่อนที่และจุดชาร์จแบตเตอรี่
อุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้ในพื้นที่ที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง เช่น รถยก รถลากพาเลท รถกระเช้า และบันได ต้องไม่ก่อความเสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์ กรณีที่เลี่ยงการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในพื้นที่ภายนอกไม่ได้และเกิดความเสี่ยงขึ้น ต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนนำเข้าสู่พื้นที่ผลิต ส่วนอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ต้องไม่ถูกเก็บไว้ในพื้นที่ที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง ยกเว้นกรณีที่แบตเตอรี่เป็นชนิดปิดผนึกสมบูรณ์หรือไม่ต้องบำรุงรักษา และต้องไม่อยู่ในจุดที่เสี่ยงต่อผลิตภัณฑ์
- ความเสี่ยงจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ครอบคลุมทั้งด้านจุลินทรีย์ สารก่อภูมิแพ้ สารเคมี และสิ่งแปลกปลอม ไม่ใช่แค่ความสกปรกที่มองเห็น
- มาตรการที่แนวทางตีความยกตัวอย่างไว้ ได้แก่ ทะเบียนอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหมด รายชื่อผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตพร้อมการอบรม การกำหนดอุปกรณ์เฉพาะสำหรับพื้นที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง การเฝ้าติดตามสภาพ และแผนล้างกับแผนบำรุงรักษา
- มาตรฐานไม่ได้บังคับให้ล้างและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทุกชิ้นทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก แต่ต้องประเมินให้ได้ว่าเมื่อใดจึงเกิดความเสี่ยงจริง แล้วล้างในกรณีนั้น พร้อมระบุส่วนที่ต้องเน้น เช่น ยาง ล้อ และใต้ท้องอุปกรณ์
- เหตุผลที่ห้ามชาร์จแบตเตอรี่ในพื้นที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง คือความเสี่ยงของการรั่วไหลของน้ำกรดและก๊าซที่ปล่อยออกมาระหว่างชาร์จ แนวปฏิบัติที่ดีคือกำหนดจุดชาร์จที่อนุญาตไว้ให้ชัด
- สถานที่ผลิตที่แบ่งพื้นที่ผลิตเป็นหลายระดับความเสี่ยง ต้องดูข้อกำหนดเรื่องการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ข้ามพื้นที่ในหมวด 8 ประกอบด้วย
- ทะเบียนอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหมด พร้อมระบุพื้นที่ที่อนุญาตให้ใช้ของแต่ละชิ้น
- การประเมินความเสี่ยงที่ระบุว่ากรณีใดต้องล้างและฆ่าเชื้อก่อนกลับเข้าพื้นที่ผลิต
- ระเบียบปฏิบัติการทำความสะอาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ ที่ระบุส่วนที่ต้องเน้น เช่น ล้อและใต้ท้อง
- บันทึกการล้างและการตรวจสภาพอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามรอบที่กำหนด
- ผังจุดชาร์จแบตเตอรี่ที่อนุญาต พร้อมเอกสารระบุชนิดแบตเตอรี่ที่ใช้
4.7.1แผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันและการเฝ้าติดตามสภาพ
ต้องมีแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่วางไว้ล่วงหน้า หรือระบบเฝ้าติดตามสภาพเครื่องจักร ที่ครอบคลุมเครื่องจักรทั้งหมด อุปกรณ์ในกระบวนการผลิต และอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยข้อกำหนดด้านการบำรุงรักษาต้องถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนตรวจรับเครื่องจักรใหม่ และต้องถูกทบทวนใหม่หลังจากที่มีการซ่อมเครื่องจักรเดิม
คำว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่ในข้อนี้คือจุดที่หลายโรงงานทำไม่ครบ เพราะรถยกและรถลากพาเลท มักถูกดูแลโดยผู้ให้เช่าหรือฝ่ายคลังสินค้า แล้วไม่เคยถูกใส่ไว้ในแผนบำรุงรักษาของฝ่ายวิศวกรรม
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกันคือแผนงานเชิงรุกที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการปนเปื้อนและลดโอกาสที่เครื่องจะเสีย ไม่ใช่การรอให้เสียแล้วซ่อม
- ความถี่ของงานแต่ละรายการต้องมาจากการประเมินความเสี่ยง โดยดูโอกาสที่ปัญหาจะเกิด เช่น ประวัติการเสียเดิมและคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่อง ประกอบกับผลกระทบหากเครื่องเสีย เช่น อยู่ใกล้ผลิตภัณฑ์เปิดโล่งหรือไม่
- ระบบเฝ้าติดตามสภาพใช้เสริมได้ โดยกำหนดรอบการตรวจสภาพเครื่องเพื่อจับปัญหาก่อนที่จะกลายเป็นการปนเปื้อนหรือการหยุดเดินเครื่อง
- กิจกรรมทุกอย่างต้องมีเอกสารรองรับ และเมื่อพบประเด็นต้องมีการดำเนินการแก้ไขที่เหมาะสม
- สิ่งที่มักถูกละเลยคือการทบทวนแผนหลังการซ่อม เพราะการซ่อมหนึ่งครั้งคือสัญญาณว่าความถี่หรือขอบเขตของแผนเดิมอาจไม่พออีกต่อไป
- แผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันประจำปีที่ครอบคลุมเครื่องจักร อุปกรณ์กระบวนการ และอุปกรณ์เคลื่อนที่ทุกรายการ
- เหตุผลหรือการประเมินความเสี่ยงที่ใช้กำหนดความถี่ของงานแต่ละรายการ
- ใบสั่งงานและบันทึกการบำรุงรักษาย้อนหลังสิบสองเดือน พร้อมสถานะปิดงาน
- บันทึกการทบทวนข้อกำหนดการบำรุงรักษาหลังการซ่อมเครื่อง
4.7.2การตรวจเครื่องจักรที่เสี่ยงต่อสิ่งแปลกปลอม
นอกเหนือจากแผนบำรุงรักษาที่วางไว้ ในจุดที่มีความเสี่ยงว่าผลิตภัณฑ์จะปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอม อันเกิดจากความเสียหายของเครื่องจักร ต้องมีการตรวจเครื่องจักรตามรอบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า พร้อมบันทึกผลการตรวจและดำเนินการที่เหมาะสมเมื่อพบสิ่งผิดปกติ
- ความเสียหายที่แนวทางตีความยกตัวอย่างไว้ คือการสึกหรอ การกร่อน ชิ้นส่วนหลวมหรือหายไป และความเสียหายของตัวเครื่อง
- อุปกรณ์ที่ถูกยกเป็นตัวอย่างชัดเจนคือตะแกรงร่อน เครื่องบด และฝาครอบเครื่องจักร ซึ่งเป็นจุดที่ชิ้นส่วนหลุดเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง
- ผลการตรวจต้องถูกบันทึก และเมื่อพบประเด็นต้องมีการดำเนินการ ไม่ใช่บันทึกว่าปกติทุกครั้งโดยไม่มีร่องรอยว่าเคยพบสิ่งใด
- รายการเครื่องจักรที่ประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงด้านสิ่งแปลกปลอม พร้อมรอบการตรวจของแต่ละรายการ
- แบบฟอร์มการตรวจสภาพตะแกรง ใบมีด ฝาครอบ และชิ้นส่วนที่สึกหรอได้ พร้อมบันทึกย้อนหลัง
- บันทึกการดำเนินการเมื่อพบชิ้นส่วนชำรุด รวมถึงการกักผลิตภัณฑ์ที่อาจได้รับผลกระทบ
4.7.3การควบคุมการซ่อมชั่วคราว
เมื่อมีการซ่อมชั่วคราว ต้องบันทึกและควบคุมการซ่อมนั้นเพื่อไม่ให้ความปลอดภัยหรือความถูกต้องตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์ได้รับผลกระทบ และมาตรการชั่วคราวเหล่านั้นต้องถูกซ่อมให้ถาวรโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้
จุดที่เราพบบ่อยที่สุดในโรงงานไทยคือเทปพันสายไฟ ลวดมัด และสายรัดพลาสติกที่กลายเป็นของถาวรไปแล้ว ปัญหาไม่ใช่การใช้ของเหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน แต่คือการไม่มีทะเบียนและไม่มีวันที่กำหนดซ่อมถาวร ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าในโรงงานมีการซ่อมชั่วคราวค้างอยู่กี่จุด
- การซ่อมชั่วคราวต้องเหมาะสม ใช้ให้น้อยที่สุด และใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉิน ไม่ใช่เป็นวิธีทำงานปกติ
- ต้องมีการควบคุม คือบันทึกไว้และแจ้งหัวหน้ากะให้รับทราบ เพื่อให้มีคนรู้ว่าจุดนั้นอยู่ในสภาพไม่ปกติ
- ต้องมีระบบที่พิสูจน์ได้ว่ามีการวางแผนซ่อมถาวรหรือเปลี่ยนเครื่องภายในกรอบเวลา เช่น การเปิดใบสั่งงาน
- มาตรฐานไม่ได้กำหนดกรอบเวลาตายตัว เพราะขึ้นกับลักษณะงานซ่อมและความเสี่ยง แต่โดยทั่วไปคาดหวังให้ซ่อมถาวรทันทีที่มีอะไหล่ หรือทันทีที่หยุดไลน์ได้
- ในองค์กรที่มีวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหาร (food safety culture) ที่เข้มแข็ง พนักงานผลิตควรรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของเรื่องนี้ และกล้าแจ้งเมื่อเห็นจุดที่ต้องซ่อมหรือปรับตั้ง
- ทะเบียนการซ่อมชั่วคราวที่เปิดอยู่ พร้อมวันที่เริ่ม ผู้รับผิดชอบ และกำหนดซ่อมถาวร
- ใบสั่งงานซ่อมถาวรที่ผูกกับรายการซ่อมชั่วคราวแต่ละรายการ
- บันทึกการแจ้งหัวหน้ากะและการประเมินผลกระทบต่อความปลอดภัยผลิตภัณฑ์
- หลักฐานการปิดรายการซ่อมชั่วคราวย้อนหลัง แสดงว่ากรอบเวลาที่กำหนดถูกใช้จริง
4.7.4การทำความสะอาดและการส่งคืนไลน์หลังงานซ่อม
สถานที่ผลิตต้องทำให้ความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์ไม่ได้รับผลกระทบระหว่างงานบำรุงรักษาและการทำความสะอาดที่ตามมา งานบำรุงรักษาต้องตามด้วยระเบียบปฏิบัติการปลดล็อกด้านสุขลักษณะที่เป็นเอกสาร และเครื่องจักรต้องได้รับการตรวจโดยพนักงานที่ได้รับมอบอำนาจ เพื่อยืนยันว่าอันตรายจากการปนเปื้อนถูกกำจัดหมดแล้ว ก่อนที่จะรับกลับเข้าสู่การใช้งาน
ข้อนี้คือหัวใจของทั้งตอน และเป็นข้อที่เราแนะนำให้โรงงานไทยลงแรงมากที่สุด เพราะเป็นจุดที่ระยะเวลาสั้นแต่ความเสี่ยงสูง หากไม่มีแบบฟอร์มที่บังคับให้เดินครบทุกขั้น ความเร่งรีบที่จะกลับมาเดินเครื่องจะชนะทุกครั้ง
- ช่องทางการปนเปื้อนที่ระบุไว้ชัดคือวัสดุที่ใช้ระหว่างซ่อม เช่น ซิลิโคนยาแนว น็อตและสลักที่ใช้ผิดหรือลืมเก็บออกจากไลน์ รวมถึงกระป๋องสารหล่อลื่นที่วางค้างไว้
- อีกช่องทางคือชิ้นส่วนเครื่องจักรที่แตกหักหรือหลุดออกแล้วไม่ได้ถูกเก็บออกอย่างครบถ้วน
- ช่องทางที่สามคือเครื่องมือช่างที่ไม่ได้ถูกเก็บรักษาในสภาพสะอาดพอ แล้วถูกนำเข้าไปใช้กับพื้นผิวสัมผัสอาหาร
- แนวปฏิบัติที่ดีคือทำงานซ่อมนอกเวลาผลิต ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้ถอดชิ้นส่วนออกไปซ่อมนอกพื้นที่ หรือใช้แผงกั้นป้องกันทั้งไลน์ที่ซ่อมและไลน์ข้างเคียง
- ต้องมีผู้ได้รับมอบอำนาจ เช่น ผู้จัดการฝ่ายผลิต ลงนามรับเครื่องกลับเข้าใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยเก็บบันทึกไว้ในบันทึกงานวิศวกรรมหรือใบตรวจก่อนเดินเครื่อง
- ระเบียบปฏิบัติการปลดล็อกด้านสุขลักษณะหลังงานซ่อม พร้อมขั้นตอนการนับเครื่องมือและชิ้นส่วนเข้าออก
- แบบฟอร์มการส่งคืนไลน์ที่มีลายเซ็นของผู้มีอำนาจก่อนเดินเครื่องอีกครั้ง
- บันทึกการตรวจสอบว่าไม่มีน็อต เศษวัสดุ หรือภาชนะสารหล่อลื่นตกค้างในพื้นที่
- บันทึกมาตรการป้องกัน เช่น การใช้แผงกั้นกรณีซ่อมระหว่างการผลิต
- ทะเบียนเครื่องมือช่างที่ใช้ในพื้นที่ผลิต พร้อมการตรวจนับก่อนและหลังงาน
4.7.5วัสดุและอะไหล่เกรดอาหาร
วัสดุและชิ้นส่วนที่ใช้ในงานบำรุงรักษาเครื่องจักรและระบบต่าง ๆ ต้องมีเกรดหรือคุณภาพที่เหมาะสม วัสดุที่ก่อความเสี่ยงจากการสัมผัสทั้งทางตรงและทางอ้อมกับวัตถุดิบ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ชั้นใน ผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น น้ำมันหล่อลื่น ต้องเป็นเกรดอาหาร (food grade) และต้องทราบสถานะสารก่อภูมิแพ้ของวัสดุนั้น
ประเด็นสถานะสารก่อภูมิแพ้ของสารหล่อลื่นเป็นสิ่งที่โรงงานส่วนใหญ่ยังไม่เคยขอจากผู้ขาย ทั้งที่เป็นข้อความที่ระบุไว้ตรง ๆ ในข้อกำหนด และขอได้ไม่ยากจากเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์
- เงื่อนไขไม่ได้จำกัดเฉพาะการสัมผัสโดยตรง การสัมผัสทางอ้อม เช่น หยดลงบนสายพานที่ผลิตภัณฑ์วิ่งผ่าน ก็นับรวมด้วย
- ต้องมีหลักฐานเป็นเอกสารว่าเป็นเกรดอาหาร เช่น หนังสือรับรองจากผู้ขาย เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือการแสดงความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับสำหรับสารหล่อลื่น
- สถานะสารก่อภูมิแพ้ต้องทราบและถูกจัดการ ไม่ใช่แค่มีคำว่าเกรดอาหารบนฉลากก็ถือว่าจบ
- ทะเบียนสารหล่อลื่นและสารเคมีงานซ่อมทุกรายการ พร้อมระบุจุดที่ใช้และเกรด
- หนังสือรับรองเกรดอาหารและเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ของสารหล่อลื่นที่ใช้ในพื้นที่ผลิต
- ข้อมูลสถานะสารก่อภูมิแพ้ของสารหล่อลื่นเกรดอาหารแต่ละรายการ
- ระบบแยกเก็บสารหล่อลื่นเกรดอาหารออกจากเกรดอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน เช่น การใช้สีหรือฉลากแยก
4.7.6ห้องเครื่องมือช่างและการควบคุมเศษงานวิศวกรรม
ห้องหรือพื้นที่ทำงานของฝ่ายวิศวกรรมต้องรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ และต้องมีมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันการนำเศษงานวิศวกรรมเข้าสู่พื้นที่ผลิตหรือพื้นที่จัดเก็บ
- ต้องพิจารณาทั้งตำแหน่งที่ตั้งและการออกแบบของห้องเครื่องมือช่าง ไม่ใช่แค่ระเบียบปฏิบัติในการใช้งาน
- กรณีที่เลี่ยงไม่ได้ที่ห้องช่างจะมีทางเข้าออกตรงสู่พื้นที่ผลิต ต้องมีมาตรการเฉพาะ เช่น การเปลี่ยนรองเท้าและชุดคลุม หรือแผ่นดักเศษโลหะที่ออกแบบมาเพื่อเก็บเศษจากพื้นรองเท้าโดยเฉพาะ
- ห้องช่างต้องถูกรวมอยู่ในระเบียบปฏิบัติเรื่องความสะอาดและการดูแลความเป็นระเบียบของสถานที่ผลิต ไม่ใช่พื้นที่ยกเว้น
- แผนและบันทึกการทำความสะอาดห้องเครื่องมือช่างตามรอบที่กำหนด
- ผังแสดงทางเข้าออกระหว่างห้องช่างกับพื้นที่ผลิต พร้อมมาตรการที่ใช้ ณ จุดผ่าน
- ระเบียบปฏิบัติการเปลี่ยนรองเท้าและชุดคลุมของช่างก่อนเข้าพื้นที่ผลิต
- ระบบควบคุมเครื่องมือช่าง เช่น เงาเครื่องมือบนแผงหรือทะเบียนยืมคืน
4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้
เรื่องแรก ซื้อเครื่องมือสองโดยไม่มีข้อกำหนดจำเพาะและไม่มีหลักฐานวัสดุ โรงงานจำนวนมากเข้าใจว่าข้อ 4.6.1 บังคับเฉพาะเครื่องที่ออกจากโรงงานผู้ผลิต แต่คำว่าใหม่ในข้อนี้หมายถึงใหม่สำหรับสถานที่ผลิต จึงรวมเครื่องมือสองและเครื่องที่ส่งไปปรับสภาพภายนอกกลับมาด้วย เมื่อไม่มีเอกสารวัสดุติดมา ข้อ 4.6.2 กำหนดให้ต้องประเมินเพิ่มเติมเอง โดยดูลักษณะพื้นผิว ระยะเวลาสัมผัสอาหาร และลักษณะของอาหารที่ผลิต ซึ่งเป็นงานที่ควรทำก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่หลังจากที่เครื่องมาตั้งอยู่ในไลน์แล้ว
เรื่องที่สอง ติดตั้งเครื่องใหม่แล้วเดินผลิตในวันเดียวกันโดยไม่มีใครเซ็นรับ ข้อ 4.6.3 ต้องการสามอย่างพร้อมกัน คือการปลดล็อกด้านสุขลักษณะที่เป็นเอกสาร การตรวจและลงนามรับเครื่องเข้าใช้งานโดยผู้มีอำนาจ และการไล่ปรับปรุงเอกสารรอบข้างที่เครื่องใหม่ไปกระทบ ทั้งวิธีปฏิบัติงาน แผนล้าง แผนบำรุงรักษา แผนการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม และแผนการตรวจติดตามภายใน สิ่งที่เราพบเสมอคือเครื่องเดินไปแล้วหลายเดือน แต่แผนล้างยังเป็นฉบับก่อนมีเครื่องนี้
เรื่องที่สาม การซ่อมชั่วคราวที่กลายเป็นของถาวร เทปพันสายไฟ ลวดมัด และสายรัดพลาสติกที่อยู่บนเครื่องมาเป็นปี คือภาพที่ผู้ตรวจเห็นได้ทันทีจากการเดินไลน์ ข้อ 4.7.3 ไม่ได้ห้ามซ่อมชั่วคราวในภาวะฉุกเฉิน แต่กำหนดให้บันทึก แจ้งหัวหน้ากะ และมีระบบที่แสดงว่าจะซ่อมถาวรภายในกรอบเวลาที่กำหนด โรงงานที่ไม่มีทะเบียนรวมของการซ่อมชั่วคราว จะตอบไม่ได้ว่าตอนนี้มีจุดที่ค้างอยู่กี่จุดและค้างมานานเท่าใด
เรื่องที่สี่ ส่งคืนไลน์หลังซ่อมโดยไม่มีการนับเครื่องมือและไม่มีการปลดล็อก นี่คือจุดที่โรงงานไทยพลาดบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้ และเป็นจุดที่ก่อเหตุการณ์สิ่งแปลกปลอมได้จริง ข้อ 4.7.4 ต้องการระเบียบปฏิบัติการปลดล็อกด้านสุขลักษณะที่เป็นเอกสาร และการตรวจโดยผู้ได้รับมอบอำนาจเพื่อยืนยันว่าอันตรายถูกกำจัดหมดแล้วก่อนรับเครื่องกลับเข้าใช้งาน เมื่อไม่มีแบบฟอร์มที่บังคับให้เดินครบทุกขั้น น็อตที่เหลือหนึ่งตัวและเศษโลหะจากการเจียร จะไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน จนกว่าจะพบในผลิตภัณฑ์ที่ปลายทาง ในทางเดียวกัน ข้อ 4.7.5 ระบุสองเงื่อนไขคู่กันคือสารหล่อลื่นต้องเป็นเกรดอาหารและต้องทราบสถานะสารก่อภูมิแพ้ แต่เรามักพบกระป๋องเกรดอาหารกับเกรดอุตสาหกรรมวางบนชั้นเดียวกันในห้องช่าง ซึ่งเปิดโอกาสให้หยิบผิดในคืนที่เครื่องเสียและต้องรีบ
ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้
เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที
ไฟล์ Word · ครอบคลุม 13 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย
ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 17 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ
- ที่ปรึกษาวางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9ประเมินช่องว่าง วางแผนโครงการ และลงหน้างาน
- ตรวจติดตามภายใน BRCGS Foodให้ผู้ตรวจจากภายนอกไล่ระบบก่อนหน่วยรับรองมา
- อบรมข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9ไล่ทั้งฉบับ ให้ทีมอ่านมาตรฐานเป็น
- สารบัญซีรีส์ทั้ง 35 ตอนดูรายการทุกตอน และดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานรวมเล่มเดียว
- โครงของข้อกำหนดทั้ง 9 หมวด 72 หัวข้อดูภาพรวมก่อนว่าโรงงานต้องทำหัวข้อใดบ้าง
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
