ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
BRCGS Food Safety Issue 9 · ตอนที่ 14 จาก 35

ข้อ 4.1–4.2 ภายนอกอาคาร ความปลอดภัยของสถานประกอบการ และการป้องกันอาหารจากการจงใจก่ออันตราย
ไล่ทีละข้อ 4.1.1 ถึง 4.2.4 พร้อมหลักฐานที่ต้องเตรียม

9 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ตอนที่ 14 จาก 35 · ซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ · ข้อ 4.1–4.2

เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานอาหาร — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน รายการหลักฐานเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง

ช่วงต้นของหมวด 4 เป็นช่วงที่โรงงานส่วนใหญ่เตรียมเอกสารไว้ครบ แต่กลับได้ข้อบกพร่อง (non-conformity) จากสิ่งที่ผู้ตรวจเห็นด้วยตา
เหตุผลคือข้อ 4.1.1 ถึง 4.1.3 และข้อ 4.2.4 ถูกกำกับให้พิสูจน์จากสภาพหน้างาน ทั้งแนวรั้ว สภาพพื้นถนน การระบายน้ำ รอยแตกของผนัง จุดเกาะพักของนก และประตูที่ควรล็อกแต่เปิดค้างไว้
ในทางปฏิบัติ ท่านจึงต้องเดินรอบโรงงานด้วยสายตาของผู้ตรวจก่อนถึงวันตรวจ แล้วจึงย้อนกลับมาดูว่าเอกสารที่มีอยู่อธิบายสิ่งที่เห็นได้จริงหรือไม่

1. เจตนารมณ์ของหัวข้อนี้

เจตนารมณ์ของหัวข้อ สรุปด้วยถ้อยคำของเรา

สถานที่ผลิตต้องมีขนาด ทำเล และการก่อสร้างที่เหมาะสม และได้รับการดูแลรักษาเพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อน และเอื้อต่อการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย ส่วนนี้ครอบคลุมทั้งสภาพภายนอกและระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงพื้นที่ภายนอก อาคาร และตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงการบันทึกผู้มาติดต่อทุกรายที่เข้าสถานที่ผลิต

ส่วนข้อ 4.2 กำหนดให้ระบบของสถานที่ผลิตปกป้องผลิตภัณฑ์ สถานที่ และตราสินค้า จากการกระทำที่มุ่งร้าย ตลอดช่วงที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสถานที่ผลิต เป้าหมายคือไม่ให้ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปถูกทำลายด้วยการจงใจก่ออันตราย การลักลอบแก้ไขสภาพสินค้า หรือการเข้าถึงโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต

จุดที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือโครงสร้างของข้อ 4.2 ถูกวางให้สอดคล้องกับข้อ 5.4 ที่ว่าด้วยการฉ้อฉลทางอาหาร สถานที่ผลิตจึงเลือกได้ว่าจะพิจารณาการป้องกันการจงใจก่ออันตราย (food defence) และการฉ้อฉลทางอาหารไปพร้อมกัน หรือแยกกันตามที่บริษัทถนัด ขอเพียงทั้งสองเรื่องถูกประเมินและบริหารจัดการอย่างหนักแน่นเท่ากัน

ช่วงนี้เป็นช่วงที่สีเหลืองมากที่สุดช่วงหนึ่งของมาตรฐาน ข้อ 4.1.1 ถึง 4.1.3 และข้อ 4.2.4 พิสูจน์จากสภาพจริง ส่วนข้อ 4.1.4 พิสูจน์ทั้งจากเอกสารและจากหน้างาน หมายความว่าระเบียบปฏิบัติที่เขียนไว้ดีเพียงใด ก็ไม่ช่วยหากวันตรวจยังพบหญ้าสูงชิดผนัง น้ำขังหน้าโกดัง หรือประตูฉุกเฉินที่ถูกใช้ก้อนอิฐหนุนไว้ให้เปิดค้าง

2. ข้อย่อยทั้งหมดในหัวข้อนี้

ตารางนี้สรุปว่าแต่ละข้อย่อยเกี่ยวกับใคร และผู้ตรวจจะตรวจข้อนั้นที่เอกสารหรือที่หน้างาน ตามรหัสสีที่มาตรฐานกำกับไว้

ข้อเรื่องตรวจที่เกี่ยวกับใคร
4.1.1กิจกรรมโดยรอบและสภาพแวดล้อมของสถานที่ผลิตหน้างานฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับ ฝ่ายซ่อมบำรุงและอาคารสถานที่
4.1.2–4.1.3สภาพพื้นที่ภายนอก เส้นทางสัญจร และเปลือกอาคารหน้างานฝ่ายซ่อมบำรุงและอาคารสถานที่ ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ
4.1.4การควบคุมการเข้าสถานที่ผลิตของพนักงาน ผู้รับจ้าง และผู้มาติดต่อทั้งสองฝ่ายรักษาความปลอดภัย ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และหัวหน้าพื้นที่ที่รับผู้รับจ้างเข้าทำงาน
4.2.1ความรู้ความสามารถของผู้จัดทำการประเมินภัยคุกคามเอกสารทีมป้องกันการจงใจก่ออันตราย ซึ่งควรมาจากหลายสายงาน
4.2.2การประเมินภัยคุกคามและแผนป้องกันการจงใจก่ออันตรายเอกสารทีมป้องกันการจงใจก่ออันตราย โดยมี ผู้บริหารระดับสูง รับรอง
4.2.3มาตรการควบคุมสำหรับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงเป็นพิเศษเอกสารฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับฝ่ายรับวัตถุดิบและฝ่ายผลิต
4.2.4พื้นที่เสี่ยงสูงที่ต้องกำหนด เฝ้าติดตาม และควบคุมการเข้าถึงหน้างานฝ่ายรักษาความปลอดภัย หัวหน้าพื้นที่ และฝ่ายรับส่งสินค้า

รหัสสีอ่านจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ คอลัมน์เกี่ยวกับใครเป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ของเรา ไม่ใช่การกำหนดของ BRCGS

3. ไล่ทีละข้อ — คืออะไร เกี่ยวกับใคร และต้องเตรียมหลักฐานอะไร

4.1.1กิจกรรมโดยรอบและสภาพแวดล้อมของสถานที่ผลิต

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับ ฝ่ายซ่อมบำรุงและอาคารสถานที่

ต้องพิจารณากิจกรรมในพื้นที่โดยรอบและสภาพแวดล้อมของสถานที่ผลิต ที่อาจส่งผลเสียต่อความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และต้องกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อน เมื่อมีมาตรการที่นำมาใช้ปกป้องสถานที่ผลิตแล้ว เช่น มาตรการรับมือสารปนเปื้อนหรือน้ำท่วม ต้องทบทวนมาตรการเหล่านั้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

ข้อนี้ไม่ได้บังคับรูปแบบเอกสาร แต่ผังหรือแผนที่สถานที่ผลิตที่ระบุกิจกรรมของเพื่อนบ้านไว้ เป็นเครื่องมือที่ทำให้อธิบายได้เร็วที่สุดในวันตรวจ และทำให้ผู้ตรวจเห็นว่าท่านคิดครบทุกทิศจริง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • สิ่งที่ควรพิจารณาตามที่แนวทางตีความยกไว้ ได้แก่ อาคารร้าง กองขยะ และที่รกร้างที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์พาหะ (pest)
  • ลำน้ำที่อยู่ติดกันซึ่งมีความเสี่ยงน้ำท่วม เป็นอีกประเด็นที่ระบุไว้ตรง ๆ จึงควรมีอยู่ในผลการพิจารณา
  • บริษัทข้างเคียงและลักษณะธุรกิจของบริษัทเหล่านั้นก็ต้องดู เช่น ธุรกิจที่อาจก่อกลิ่นหรือปนเปื้อนทางอากาศ
  • มาตรการที่เพิ่มขึ้น เช่น การควบคุมสัตว์พาหะเพิ่มเติมหรือการป้องกันน้ำท่วม ต้องถูกทบทวนว่ายังได้ผลอย่างต่อเนื่อง วิธีที่แนวทางตีความยกเป็นตัวอย่างคือการบรรจุเรื่องนี้เข้าไปในแผนการตรวจติดตามภายใน (internal audit)
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ผังหรือแผนที่สถานที่ผลิตที่ระบุกิจกรรมและอาคารข้างเคียงทุกทิศ พร้อมวันที่ปรับปรุงล่าสุด
  • บันทึกการพิจารณาความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมรอบสถานที่ผลิต พร้อมมาตรการที่กำหนดสำหรับแต่ละความเสี่ยง
  • หลักฐานว่ามาตรการที่ใช้อยู่จริง เช่น จุดวางสถานีดักสัตว์พาหะเพิ่มเติมด้านที่ติดที่รกร้าง หรือแนวกันน้ำที่ทางเข้าโกดัง
  • บันทึกการทบทวนมาตรการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เมื่อมีโรงงานใหม่มาตั้งติดรั้ว หรือเมื่อเกิดน้ำท่วมในพื้นที่
  • หัวข้อสภาพแวดล้อมภายนอกที่ปรากฏอยู่ในแบบตรวจติดตามภายใน พร้อมผลการตรวจรอบล่าสุด

4.1.2–4.1.3สภาพพื้นที่ภายนอก เส้นทางสัญจร และเปลือกอาคาร

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายซ่อมบำรุงและอาคารสถานที่ ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ

พื้นที่ภายนอกต้องได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย พื้นที่หญ้าหรือพื้นที่ปลูกต้นไม้ที่อยู่ใกล้อาคาร ต้องถูกดูแลตัดแต่งอย่างสม่ำเสมอ เส้นทางสัญจรภายนอกที่อยู่ในความควบคุมของสถานที่ผลิต ต้องมีพื้นผิวที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพดีเพื่อลดความเสี่ยงการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์ ส่วนเปลือกอาคารต้องได้รับการดูแลให้ลดโอกาสการปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ให้น้อยที่สุด เช่น การกำจัดจุดเกาะพักของนก การอุดช่องว่างรอบท่อเพื่อกันสัตว์พาหะเข้า และการป้องกันน้ำหรือสิ่งปนเปื้อนอื่นซึมเข้าอาคาร

สองข้อนี้เขียนรวมกันเพราะพิสูจน์ด้วยการเดินรอบอาคารรอบเดียวกัน และผู้ตรวจมักเดินก่อนเข้าห้องประชุมเปิดด้วยซ้ำ สิ่งที่ท่านควรทำคือกำหนดรอบเดินตรวจภายนอกเป็นบันทึกประจำ ไม่ใช่รอให้ใกล้วันตรวจแล้วค่อยตัดหญ้า

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • พื้นที่รกทำให้เกิดแหล่งอาศัยของสัตว์พาหะ แนวปฏิบัติที่ดีที่แนวทางตีความยกไว้คือเว้นระยะโล่งประมาณครึ่งเมตร ระหว่างโคนพืชพรรณกับผนังภายนอกอาคาร
  • ระบบระบายน้ำภายนอกถูกคาดหวังให้รองรับปริมาณฝนตามปกติได้โดยไม่มีน้ำขังค้างเป็นเวลานาน หากการระบายตามธรรมชาติไม่พอ ต้องติดตั้งระบบระบายน้ำภายนอกเพิ่ม
  • แนวทางตีความยอมรับว่าเส้นทางสัญจรมีพื้นผิวได้หลายแบบ และความเสี่ยงยังขึ้นกับปัจจัยอื่น เช่น สภาพอากาศ หลักการคือผลิตภัณฑ์ต้องไม่ถูกเพิ่มความเสี่ยงจากพื้นผิวที่ไม่เหมาะสมในเส้นทางที่มีการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์
  • ความเสี่ยงลดได้ด้วยมาตรการผสม เช่น การปกป้องผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสมระหว่างเคลื่อนย้าย หรือการล้างภาชนะขนถ่ายก่อนเข้าพื้นที่ผลิต
  • สำหรับเปลือกอาคาร แนวทางตีความระบุตัวอย่างชัดเจน คือท่อต้องถูกอุดผนึกอย่างเหมาะสมเพื่อกันสัตว์พาหะเข้า จุดทำรังของนกต้องถูกกำจัด เช่น ด้วยการติดตาข่ายที่เหมาะสม
  • สภาพของสถานที่ผลิตต้องถูกบรรจุไว้ในกระบวนการตรวจติดตาม ไม่ใช่ดูแลเฉพาะเมื่อมีคนมาตรวจ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • บันทึกการเดินตรวจสภาพภายนอกอาคารตามรอบที่กำหนด พร้อมภาพถ่ายจุดที่พบและจุดที่แก้แล้ว
  • ตารางการตัดหญ้าและดูแลพื้นที่สีเขียว พร้อมหลักฐานการดำเนินการย้อนหลัง
  • บันทึกการซ่อมพื้นถนนและลานจอด พร้อมใบแจ้งซ่อมที่ปิดงานแล้ว
  • หลักฐานการจัดการน้ำขัง เช่น การลอกท่อระบายน้ำภายนอกตามรอบ หรือการติดตั้งรางระบายเพิ่ม
  • บันทึกการอุดผนึกช่องรอบท่อและการติดตั้งตาข่ายกันนก พร้อมรายการจุดที่ตรวจซ้ำ
  • ทะเบียนงานซ่อมเปลือกอาคารที่ยังค้าง พร้อมกำหนดเสร็จและผู้รับผิดชอบ

4.1.4การควบคุมการเข้าสถานที่ผลิตของพนักงาน ผู้รับจ้าง และผู้มาติดต่อ

ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน · เกี่ยวกับ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ร่วมกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ และหัวหน้าพื้นที่ที่รับผู้รับจ้างเข้าทำงาน

ต้องมีนโยบายและระบบที่ทำให้การเข้าสถานที่ผลิตของพนักงาน ผู้รับจ้าง และผู้มาติดต่อ อยู่ภายใต้การควบคุม และต้องมีระบบบันทึกผู้มาติดต่อ ผู้รับจ้างและผู้มาติดต่อรวมถึงพนักงานขับรถ ต้องได้รับการชี้แจงให้ทราบขั้นตอนการเข้าสถานที่ผลิต เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าพื้นที่ผลิตและพื้นที่จัดเก็บได้ ผู้รับจ้างที่ทำงานในพื้นที่แปรรูปหรือจัดเก็บผลิตภัณฑ์ต้องอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ที่ถูกระบุตัวไว้ และพนักงานต้องได้รับการฝึกอบรมเรื่องขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยของสถานที่ผลิต

ข้อนี้ถูกกำกับให้ตรวจทั้งที่เอกสารและที่หน้างาน ผู้ตรวจจึงมักเริ่มจากตัวท่านเอง คือดูว่าตอนที่ผู้ตรวจมาถึง มีการลงทะเบียน ชี้แจงกฎ และมอบชุดป้องกันตามที่ระเบียบปฏิบัติเขียนไว้หรือไม่ สมุดบันทึกผู้มาติดต่อที่ผู้ตรวจเองไม่ได้ถูกให้ลงชื่อ เป็นหลักฐานที่หักล้างระเบียบทั้งฉบับได้ทันที

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ต้องมีขั้นตอนการรายงานตัวหรือการเฝ้าติดตามผู้มาติดต่อ ผู้มาติดต่อและผู้รับจ้างไม่ควรเข้าพื้นที่ผลิตได้ ก่อนรายงานตัวกับผู้แทนของสถานที่ผลิต
  • ผู้แทนของสถานที่ผลิตมีหน้าที่สองอย่างตามที่แนวทางตีความระบุ คือชี้แจงกฎของสถานที่ผลิต เช่น กฎเรื่องการเข้าพื้นที่ และจ่ายชุดป้องกันที่จำเป็นตามพื้นที่ที่จะเข้า
  • แนวปฏิบัติที่ดีคือบันทึกให้ครบทั้งชื่อ บริษัท วันที่ เวลาเข้า เวลาออก และวัตถุประสงค์ของการมา
  • พื้นที่ผลิตและจัดเก็บควรมีจุดเข้าออกที่กำหนดไว้ชัดเจน และถูกเฝ้าติดตามโดยตรงหรือถูกล็อก เช่น กุญแจที่จ่ายให้เฉพาะผู้ที่ระบุชื่อไว้ ล็อกแบบรหัส หรือประตูที่ติดสัญญาณเตือน
  • ผู้รับจ้างหรือผู้มาติดต่อที่ทำงานในพื้นที่เหล่านี้ต้องมีพนักงานที่ถูกระบุตัวเป็นผู้รับผิดชอบ และแนวปฏิบัติที่ดีตามปกติคือให้พนักงานผู้นั้นอยู่ร่วมด้วยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ผลิตและจัดเก็บ
  • พนักงานทุกคนต้องถูกอบรมเรื่องขั้นตอนความปลอดภัยและถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบรักษาความปลอดภัย ควรส่งเสริมให้สอบถามหรือรายงานเมื่อพบบุคคลที่ไม่รู้จักในโรงงาน โดยต้องไม่ทำให้ตนเองเสี่ยงอันตราย และให้ส่งต่อพฤติกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหากมี
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • ระเบียบปฏิบัติการควบคุมการเข้าสถานที่ผลิต ที่ระบุจุดรายงานตัว ผู้มีอำนาจอนุญาต และขั้นตอนสำหรับพนักงานขับรถ
  • สมุดหรือระบบบันทึกผู้มาติดต่อย้อนหลัง ที่มีชื่อ บริษัท วันที่ เวลาเข้าออก และวัตถุประสงค์ครบทุกช่อง
  • เอกสารชี้แจงกฎของสถานที่ผลิตที่ผู้มาติดต่อลงนามรับทราบ พร้อมหลักฐานการจ่ายชุดป้องกัน
  • ทะเบียนการจ่ายกุญแจหรือสิทธิ์รหัสเข้าประตูพื้นที่ผลิตและพื้นที่จัดเก็บ พร้อมรายชื่อผู้ได้รับอนุญาต
  • บันทึกการมอบหมายผู้ควบคุมผู้รับจ้างแต่ละงาน พร้อมช่วงเวลาที่เข้าทำงาน
  • บันทึกการอบรมพนักงานเรื่องขั้นตอนรักษาความปลอดภัยของสถานที่ผลิต พร้อมรายชื่อผู้ผ่านการอบรม

4.2.1ความรู้ความสามารถของผู้จัดทำการประเมินภัยคุกคาม

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ทีมป้องกันการจงใจก่ออันตราย ซึ่งควรมาจากหลายสายงาน

เมื่อมีบุคลากรทำหน้าที่ประเมินภัยคุกคามและจัดทำแผนป้องกันการจงใจก่ออันตราย บุคคลหรือทีมที่รับผิดชอบต้องเข้าใจความเสี่ยงด้านการจงใจก่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสถานที่ผลิต ซึ่งรวมถึงความรู้เกี่ยวกับตัวสถานที่ผลิตเองและความรู้ในหลักการของการป้องกันอาหารจากการจงใจก่ออันตราย และในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านการฝึกอบรมเฉพาะ ต้องมีการฝึกอบรมนั้นด้วย

ความรู้เรื่องสถานที่ผลิตเป็นสิ่งที่ที่ปรึกษาภายนอกให้แทนไม่ได้ ท่านจึงควรมีคนในโรงงานที่รู้ทางเดินทุกเส้นอยู่ในทีมเสมอ แม้จะใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกช่วยเรื่องหลักการก็ตาม

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • มาตรฐานไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจะพิสูจน์ความรู้ความสามารถอย่างไร แนวทางตีความยกตัวอย่างไว้สามทาง คือการฝึกอบรม เช่น หลักสูตรด้านการป้องกันการจงใจก่ออันตราย
  • ทางที่สองคือประสบการณ์ เช่น ความรู้เรื่องสถานที่ผลิตที่แสดงให้เห็นได้จากการเคยรับผิดชอบงานด้านรักษาความปลอดภัย หรือจากอายุงานในสถานที่ผลิต
  • ทางที่สามคือความสามารถในรูปแบบอื่น เช่น ความครบถ้วนและประสิทธิผลของการประเมินภัยคุกคามและการนำไปปฏิบัติ ซึ่งหมายความว่าผลงานเองก็เป็นหลักฐานของความสามารถได้
  • แนวปฏิบัติที่ดีโดยเฉพาะในบริษัทขนาดใหญ่คือใช้ทีมจากหลายสายงาน เช่น ประกันคุณภาพ ฝ่ายเทคนิค ฝ่ายผลิต ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และทรัพยากรบุคคล ส่วนบริษัทเล็กที่ทำเช่นนั้นไม่ได้ ควรพิจารณาดึงผู้ที่เกี่ยวข้องหรือ ผู้มีความเชี่ยวชาญเข้ามาให้ครบเท่าที่ทำได้
  • หากกฎหมายของประเทศปลายทางกำหนดให้ต้องอบรมเฉพาะ สถานที่ผลิตต้องแสดงได้ว่าดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
  • หากไม่มีความรู้ภายในที่เหมาะสม ใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้ แต่ต้องอ่านประกอบกับข้อ 1.2.4 ที่ระบุว่าการบริหารระบบในแต่ละวันยังเป็นความรับผิดชอบของบริษัทเอง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • รายชื่อทีมป้องกันการจงใจก่ออันตราย พร้อมสายงานและบทบาทของแต่ละคน
  • หลักฐานความรู้ความสามารถรายบุคคล เช่น ใบผ่านการอบรม บันทึกอายุงาน หรือประวัติงานด้านรักษาความปลอดภัย
  • หลักฐานการอบรมเฉพาะที่กฎหมายของตลาดปลายทางกำหนด หากขายไปยังตลาดนั้น
  • ขอบเขตงานของผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่ใช้ พร้อมหลักฐานว่าบุคลากรของสถานที่ผลิตเป็นผู้ตัดสินใจเอง

4.2.2การประเมินภัยคุกคามและแผนป้องกันการจงใจก่ออันตราย

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ทีมป้องกันการจงใจก่ออันตราย โดยมี ผู้บริหารระดับสูง รับรอง

บริษัทต้องจัดทำการประเมินความเสี่ยง (risk assessment) ที่เป็นเอกสาร ซึ่งก็คือการประเมินภัยคุกคาม ต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดกับผลิตภัณฑ์จากความพยายามจงใจก่อการปนเปื้อนหรือสร้างความเสียหาย โดยการประเมินต้องครอบคลุมทั้งภัยคุกคามจากภายในและจากภายนอก ผลลัพธ์ของการประเมินต้องเป็นแผนป้องกันการจงใจก่ออันตรายที่เป็นเอกสาร ซึ่งต้องถูกทบทวนให้สะท้อนสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปและข้อมูลความเคลื่อนไหวของตลาด ต้องทบทวนอย่างเป็นทางการอย่างน้อยปีละครั้ง และทบทวนเมื่อเกิดความเสี่ยงใหม่ หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หรือการป้องกันการจงใจก่ออันตราย และในกรณีที่เกี่ยวข้อง แผนต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายของประเทศที่จำหน่ายหรือประเทศที่นำไปใช้

ข้อนี้คือหัวใจของหัวข้อ 4.2 ทั้งหมด เพราะข้อ 4.2.3 และ 4.2.4 ล้วนอ้างอิงผลจากแผนฉบับนี้ แผนที่เขียนแบบทั่วไปจนใช้กับโรงงานไหนก็ได้ จึงมักทำให้สองข้อถัดไปไม่มีอะไรให้พิสูจน์

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ภัยคุกคามภายนอกที่แนวทางตีความยกไว้คือบุคคลหรือองค์กรที่เข้าถึงสถานที่ผลิต อาคาร หรือผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนภัยคุกคามภายในคือการลักลอบแก้ไขสภาพสินค้าโดยพนักงานที่มีสิทธิ์อยู่ในสถานที่ผลิตอยู่แล้ว
  • ต้องประเมินเป็นรายพื้นที่ เช่น คลังสินค้า พื้นที่แปรรูป และพื้นที่จัดเก็บภายนอก ว่าผลิตภัณฑ์ในแต่ละพื้นที่เปราะบางต่อการปนเปื้อนเพียงใด
  • พื้นที่อ่อนไหวหรือพื้นที่หวงห้าม เช่น พื้นที่ที่ผลิตภัณฑ์เปิดโล่ง มักเป็นจุดที่เปราะบางที่สุด ส่วนความเปราะบางของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุแล้วขึ้นอยู่กับลักษณะของบรรจุภัณฑ์
  • รายละเอียดของระบบสารสนเทศและการคุ้มครองข้อมูลควรถูกรวมไว้ในการประเมินด้วย ไม่ใช่ประเมินเฉพาะทางกายภาพ
  • แผนต้องระบุสองส่วนเป็นอย่างน้อย คือความเสี่ยงที่ระบุได้ และกลยุทธ์ลดความเสี่ยง ซึ่งก็คือขั้นตอนหรือกลไกที่ใช้หลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงนั้นตามข้อ 4.2.3 และ 4.2.4
  • เหตุที่ทำให้ต้องทบทวนตามที่แนวทางตีความยกไว้ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของสถานที่ผลิตหรืออาคาร ข้อมูลใหม่จากตลาดหรือห่วงโซ่อุปทาน เหตุการณ์ที่ระบบถูกพาดพิง รวมถึงข้อร้องเรียนของลูกค้า ที่ชี้ว่ามาตรการปัจจุบันไม่ได้ผล และอย่างน้อยปีละครั้ง
  • สำหรับบริษัทหลายสถานที่ผลิตที่จัดทำจากส่วนกลาง ต้องทำให้แผนยังตรงกับสถานที่ผลิตนั้นจริง เช่น ให้คนจากสถานที่ผลิตอยู่ในทีม ให้ผู้บริหารอาวุโสของสถานที่ผลิตทบทวน และบรรจุเรื่องนี้ในขอบเขตการตรวจติดตามภายใน ผู้ตรวจจะมองหาหลักฐานการตรวจสอบกับกิจกรรมจริงของสถานที่ผลิตและการลงนามรับรองความครบถ้วนถูกต้อง
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • เอกสารการประเมินภัยคุกคามที่แยกภัยจากภายในและภายนอกออกจากกันอย่างชัดเจน
  • ตารางประเมินความเปราะบางรายพื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่แปรรูป คลังสินค้า และพื้นที่จัดเก็บภายนอก
  • ส่วนที่ประเมินความเสี่ยงของระบบสารสนเทศและการคุ้มครองข้อมูล
  • แผนป้องกันการจงใจก่ออันตรายฉบับปัจจุบัน ที่จับคู่ความเสี่ยงกับมาตรการลดความเสี่ยงเป็นรายข้อ
  • บันทึกการทบทวนประจำปี และบันทึกการทบทวนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหรือเหตุการณ์ พร้อมวันที่
  • หลักฐานการลงนามรับรองแผนโดยผู้บริหารอาวุโสของสถานที่ผลิต โดยเฉพาะกรณีที่จัดทำจากสำนักงานใหญ่

4.2.3มาตรการควบคุมสำหรับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงเป็นพิเศษ

ตรวจที่เอกสาร ระบบ และบันทึก · เกี่ยวกับ ฝ่ายประกันคุณภาพ ร่วมกับฝ่ายรับวัตถุดิบและฝ่ายผลิต

เมื่อระบุได้ว่าวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใดมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ แผนป้องกันการจงใจก่ออันตรายต้องรวมมาตรการควบคุม (control measure) เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านั้น และในกรณีที่การป้องกันไม่เพียงพอหรือทำไม่ได้ ต้องมีระบบที่ทำให้ตรวจพบร่องรอยการลักลอบแก้ไขสภาพสินค้า โดยมาตรการควบคุมเหล่านี้ต้องถูกเฝ้าติดตาม บันทึกผล และทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง

ประเด็นที่ถูกมองข้ามบ่อยคือคำว่าตรวจสอบความใช้ได้ของมาตรการ การติดเทปกันการเปิดที่ฉีกแล้วมองไม่ออกว่าถูกเปิด ถือว่าไม่ได้ทำหน้าที่ตามที่ตั้งใจไว้

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • ตัวอย่างมาตรการที่แนวทางตีความยกไว้ คือการทวนสอบ (verification) หรือทดสอบเพิ่มเติมเมื่อรับวัตถุดิบ และการหุ้มพาเลตเพิ่มด้วยวัสดุที่แสดงร่องรอยเมื่อถูกเปิด
  • ไม่ว่าจะเลือกมาตรการใด มาตรการนั้นต้องเหมาะสมและผ่านการตรวจสอบความใช้ได้ (validation) ว่าได้ผลจริง
  • ผู้ตรวจจะขอดูทั้งแผนที่เป็นเอกสารตามข้อ 4.2.2 และวิธีการที่ใช้ตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ วัสดุ หรือพื้นที่ใด ต้องมีการควบคุมเพิ่มเติม จึงต้องอธิบายเกณฑ์การคัดเลือกได้
  • มาตรการและขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นต้องเป็นเอกสาร และผู้ตรวจคาดหวังว่าจะเห็นมาตรการเหล่านั้นทำงานอยู่จริงในวันตรวจ
  • ในอุดมคติมาตรการควรป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเกิดขึ้น แต่เมื่อทำไม่ได้ ต้องลดความเสี่ยงและใช้กลไกแสดงร่องรอย เพื่อให้เห็นการกระทำที่มุ่งร้ายและจัดการได้ทันก่อนกลายเป็นปัญหาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • เกณฑ์และบันทึกการคัดเลือกว่าวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ หรือพื้นที่ใดต้องมีมาตรการเพิ่มเติม
  • ระเบียบปฏิบัติของมาตรการที่เพิ่มขึ้น เช่น การตรวจซีลรถขนส่งขาเข้า หรือการหุ้มพาเลตด้วยวัสดุแสดงร่องรอย
  • บันทึกการเฝ้าติดตามมาตรการย้อนหลัง ที่แสดงว่ามีการตรวจจริงทุกครั้งที่ระเบียบกำหนด
  • หลักฐานการตรวจสอบความใช้ได้ของมาตรการ เช่น การทดสอบว่ากลไกแสดงร่องรอยเห็นได้ชัดจริง
  • บันทึกการทบทวนมาตรการประจำปี พร้อมข้อสรุปว่ายังได้ผลและยังเกี่ยวข้องอยู่หรือไม่
  • บันทึกกรณีที่พบร่องรอยผิดปกติ พร้อมการดำเนินการที่ตามมา หากเคยเกิด

4.2.4พื้นที่เสี่ยงสูงที่ต้องกำหนด เฝ้าติดตาม และควบคุมการเข้าถึง

ตรวจที่พื้นที่ผลิตและการปฏิบัติงานจริง · เกี่ยวกับ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย หัวหน้าพื้นที่ และฝ่ายรับส่งสินค้า

พื้นที่ที่ระบุได้ว่ามีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ ต้องถูกกำหนดไว้ในแผนป้องกันการจงใจก่ออันตราย พร้อมทั้งถูกเฝ้าติดตามและควบคุม โดยต้องรวมพื้นที่จัดเก็บภายนอกและจุดรับผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ ซึ่งรวมถึงบรรจุภัณฑ์ด้วย และพนักงานต้องได้รับการฝึกอบรมเรื่องขั้นตอนการป้องกันการจงใจก่ออันตราย

ข้อนี้พิสูจน์จากสภาพจริงล้วน ๆ ผู้ตรวจจะเดินไปที่พื้นที่ที่แผนระบุว่าหวงห้าม แล้วดูว่าประตูล็อกจริงหรือไม่ ป้ายติดอยู่หรือไม่ และคนที่อยู่ในนั้นมีสิทธิ์เข้าตามรายชื่อที่กำหนดหรือไม่ ความไม่ตรงกันระหว่างแผนกับสิ่งที่เห็นเป็นข้อบกพร่องที่อธิบายยากที่สุดข้อหนึ่ง

เจตนารมณ์ที่แนวทางตีความเน้นไว้
  • หลักการพื้นฐานคือเฉพาะพนักงานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าพื้นที่ผลิตและพื้นที่จัดเก็บได้
  • ระดับสิทธิ์การเข้าถึงในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันระหว่างพนักงานแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องให้สิทธิ์เท่ากันทั้งโรงงาน
  • ต้องมีการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ที่เก็บวัสดุอ่อนไหวด้วย ตัวอย่างที่แนวทางตีความยกไว้คือห้องปฏิบัติการ พื้นที่งานซ่อมบำรุง และพื้นที่จัดเก็บเอกสาร
  • ในกรณีที่เหมาะสม พื้นที่เหล่านั้นควรถูกล็อกเมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • ข้อกำหนดระบุพื้นที่สองประเภทไว้เป็นอย่างน้อย คือพื้นที่จัดเก็บภายนอกและจุดรับผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบรวมถึงบรรจุภัณฑ์ สองจุดนี้จึงต้องปรากฏในแผนเสมอ
หลักฐานที่ต้องเตรียม
  • รายการพื้นที่เสี่ยงสูงที่กำหนดไว้ในแผน พร้อมผังที่ระบายพื้นที่ควบคุมการเข้าถึงให้เห็นชัด
  • ป้ายพื้นที่หวงห้ามที่ติดตั้งจริงตรงตามผัง พร้อมภาพถ่ายประกอบการตรวจติดตามภายใน
  • ทะเบียนสิทธิ์การเข้าถึงรายบุคคลของแต่ละพื้นที่ พร้อมหลักฐานการยกเลิกสิทธิ์เมื่อพนักงานย้ายงานหรือลาออก
  • บันทึกการตรวจสภาพการล็อกและการเฝ้าติดตามพื้นที่จัดเก็บภายนอกและจุดรับวัตถุดิบตามรอบที่กำหนด
  • บันทึกการอบรมพนักงานเรื่องขั้นตอนการป้องกันการจงใจก่ออันตราย พร้อมเนื้อหาที่ใช้อบรม
  • บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดหรือบันทึกการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ที่แผนกำหนดให้เฝ้าติดตาม

4. ข้อผิดพลาดที่เราพบบ่อยที่สุดในหัวข้อนี้

เรื่องแรก แผนป้องกันการจงใจก่ออันตรายที่ไม่มีชื่อพื้นที่ของโรงงานตนเองอยู่ แผนจำนวนมากเขียนถึงภัยคุกคามอย่างกว้าง ๆ แล้วจบด้วยข้อความว่ามีการควบคุมการเข้าออกอย่างเหมาะสม ทั้งที่ข้อ 4.2.2 ต้องการการประเมินเป็นรายพื้นที่ และข้อ 4.2.4 ต้องการให้ระบุพื้นที่เสี่ยงสูงไว้ในแผนอย่างชัดเจน โดยอย่างน้อยต้องมีพื้นที่จัดเก็บภายนอกและจุดรับวัตถุดิบรวมถึงบรรจุภัณฑ์ แผนที่ไม่มีชื่อพื้นที่จริงจึงไม่มีอะไรให้ผู้ตรวจเดินไปพิสูจน์ และมักจบลงที่ข้อบกพร่อง

เรื่องที่สอง สภาพภายนอกที่ดูแลเฉพาะช่วงใกล้วันตรวจ ข้อ 4.1.2 กำหนดให้พื้นที่ภายนอกอยู่ในสภาพเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง และแนวทางตีความยังระบุให้บรรจุสภาพของสถานที่ผลิต ไว้ในกระบวนการตรวจติดตาม โรงงานที่ตัดหญ้าและซ่อมพื้นถนนก่อนวันตรวจหนึ่งสัปดาห์ มักถูกจับได้จากบันทึกการเดินตรวจที่ว่างเปล่าตลอดทั้งปี หรือจากร่องรอยน้ำขังเดิมที่ยังเห็นอยู่บนพื้น

เรื่องที่สาม สมุดบันทึกผู้มาติดต่อที่กรอกไม่ครบ ข้อ 4.1.4 ต้องการระบบบันทึกผู้มาติดต่อ และแนวปฏิบัติที่ดีคือมีทั้งชื่อ บริษัท วันที่ เวลาเข้า เวลาออก และวัตถุประสงค์ของการมา ช่องที่หายไปบ่อยที่สุดคือเวลาออก ซึ่งทำให้สถานที่ผลิตตอบไม่ได้ว่าในเวลาใดมีใครอยู่ในโรงงานบ้าง และทำให้ระบบนี้ใช้สอบกลับเมื่อเกิดเหตุไม่ได้จริง

เรื่องที่สี่ ผู้รับจ้างที่เข้าทำงานในพื้นที่ผลิตโดยไม่มีผู้ควบคุม ข้อ 4.1.4 ระบุให้ผู้รับจ้างที่ทำงานในพื้นที่แปรรูปหรือจัดเก็บอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ที่ถูกระบุตัวไว้ แต่ในทางปฏิบัติมักเกิดกรณีที่ช่างเข้าไปทำงานตอนกลางคืนหรือช่วงหยุดผลิตโดยไม่มีใครอยู่ด้วย ท่านควรกำหนดให้ใบอนุญาตทำงานทุกใบระบุชื่อผู้ควบคุมและช่วงเวลาไว้เสมอ

เรื่องที่ห้า มาตรการแสดงร่องรอยที่ไม่เคยถูกทดสอบ ข้อ 4.2.3 กำหนดให้มาตรการต้องเหมาะสมและผ่านการตรวจสอบความใช้ได้ เทปหรือซีลที่เมื่อฉีกออกแล้วปิดกลับได้โดยไม่เห็นร่องรอย จึงไม่ตอบเจตนารมณ์ของข้อนี้ และการเฝ้าติดตามมาตรการก็ต้องมีบันทึกผลด้วย ไม่ใช่ทำแล้วไม่บันทึก

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานของตอนนี้

เรารวมหลักฐานที่ต้องเตรียมของทุกข้อย่อยในตอนนี้ไว้เป็นใบตรวจหลักฐานหนึ่งฉบับ พร้อมช่องระบุว่าหลักฐานอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบ และสถานะความพร้อม ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที

แจกฟรี · ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใบตรวจหลักฐาน 4.1–4.2 — ภายนอกอาคาร ความปลอดภัย และการป้องกันการจงใจก่ออันตราย

ไฟล์ Word · ครอบคลุม 8 ข้อย่อย · ระบุรหัสสีของแต่ละข้อไว้ให้แล้ว · แก้ไขได้ · ภาษาไทย

ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐาน → ตอนที่ 14 ของซีรีส์ อ่านข้อกำหนด BRCGS Food Issue 9 ทีละข้อ

ใบตรวจหลักฐานนี้เป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมของโรงงาน ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS ไม่ใช่เช็กลิสต์การตรวจของหน่วยรับรอง และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ รายการหลักฐานเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดูจริงขึ้นกับลักษณะโรงงานและดุลยพินิจของผู้ตรวจ ให้อ่านถ้อยคำของข้อกำหนดจากมาตรฐานฉบับที่โรงงานถืออยู่ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ

← ตอนที่ 13 ข้อร้องเรียน และการจัดการเหตุการณ์ ถอนคืน เรียกคืนตอนที่ 15 ผัง การไหลของผลิตภัณฑ์ และการแบ่งแยกพื้นที่ →
ให้เราช่วยได้ วางระบบ BRCGS Food Safety Issue 9 กับหน้างานจริงของโรงงาน

ซีรีส์นี้เขียนเพื่อให้ทีมของท่านอ่านข้อกำหนดเองได้ และเปิดให้ดาวน์โหลดใบตรวจหลักฐานฟรีทุกตอน หากต้องการให้มีคนเดินไล่กับระบบจริงของโรงงาน เรารับงานตั้งแต่ประเมินช่องว่างจนถึงเตรียมรับการตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายสาระของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Food Safety Issue 9 และเอกสารแนวทางตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อหรือขอรับจาก BRCGS ถ้อยคำและเลขข้อที่แน่นอนให้ยึดตามฉบับจริงที่โรงงานถืออยู่ · อ้างอิง: BRCGS — Food Safety

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · BRCGS Food Safety เตรียมโรงงานให้พร้อมตรวจ BRCGS Food และฝึกผู้ตรวจภายในให้ตรวจเจอก่อน

ข้อบกพร่องที่พบบ่อยในการตรวจครั้งแรกมักไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครในโรงงานรับผิดชอบชัดเจน เรารับตั้งแต่ประเมินช่องว่างเทียบข้อกำหนดทีละข้อ ไปจนถึงฝึกผู้ตรวจติดตามภายในให้ตรวจเจอก่อนวันตรวจจริง

ดูงานที่ปรึกษา BRCGS Food → หรือดูหลักสูตร อบรมข้อกำหนด BRCGS Food และ อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน BRCGS Food แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมและขอบเขตระบบมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ