ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
Roadmap ส่งอาหารไปอเมริกา

Food Safety Plan ตาม FSMA
ต้องมีอะไรบ้าง ครบทุกหัวข้อ

27 สิงหาคม 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ Roadmap ส่งอาหารไปอเมริกา · ตอนที่ 5 จาก 19 · ดูสารบัญทั้งหมด

เอกสารเรียบเรียงโดย SP Solution Center — ไม่ใช่เอกสารของ U.S. FDA หรือ อย. และเราไม่ได้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานใด ทุกข้อกำหนดระบุเลขข้อไว้ให้เปิดตัวบทฉบับจริงตรวจสอบได้

ตอนนี้เป็นหัวใจของงานเอกสารฝั่งสหรัฐฯ ทั้งหมด Food Safety Plan คือแผนความปลอดภัยอาหารที่ 21 CFR Part 117 หมวด C กำหนดให้โรงงานต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร และเป็นเอกสารชุดแรกที่ผู้นำเข้าหรือผู้ตรวจจะขอดู หน้านี้ไล่ให้ครบว่าต้องมีอะไรบ้าง และอะไรที่ HACCP เดิมยังไม่ครอบคลุม

1. ใครเป็นคนทำ

ต้องมีผู้ที่มีคุณสมบัติเป็น PCQI (Preventive Controls Qualified Individual — ผู้มีคุณสมบัติด้านมาตรการควบคุมเชิงป้องกัน) เป็นผู้จัดทำหรือกำกับดูแลการจัดทำแผน ตาม 21 CFR 117.180

มีสองทางในการมีคุณสมบัติ ไม่ใช่ทางเดียว — 21 CFR 117.180(c) ระบุว่า ผ่านการอบรมที่มีเนื้อหาอย่างน้อยเทียบเท่าหลักสูตรมาตรฐานซึ่ง FDA ยอมรับ หรือมีคุณสมบัติจากประสบการณ์การทำงานที่ให้ความรู้เทียบเท่ากับหลักสูตรนั้น โรงงานที่มีทีม HACCP ซึ่งมีประสบการณ์อยู่แล้วใช้ทางที่สองได้ แต่ต้องมีหลักฐานแสดงความรู้ที่เทียบเท่าเก็บไว้ให้ตรวจ และตัวบทยังระบุว่าบุคคลนี้อาจเป็นแต่ไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานของโรงงาน — อ่านเงื่อนไขทั้งสองทาง

2. แผนต้องมีอะไรบ้าง

21 CFR 117.126(b) ระบุองค์ประกอบของแผนไว้ ดังนี้

องค์ประกอบข้อสาระสำคัญ
การวิเคราะห์อันตราย117.130 ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ว่าผลจะออกมาว่ามีอันตรายที่ต้องควบคุมหรือไม่ก็ตาม ตาม 117.130(a)(2)
มาตรการควบคุมเชิงป้องกัน117.135ระบุมาตรการที่จะใช้ควบคุมอันตรายที่ประเมินได้
โปรแกรมห่วงโซ่อุปทานหมวด Gเมื่ออันตรายต้องควบคุมที่ผู้จัดหา ตาม 117.405(a)(1)
แผนเรียกคืนสินค้า117.139ต้องมีเมื่อการวิเคราะห์อันตรายพบว่ามีอันตรายที่ต้องควบคุม
วิธีการเฝ้าระวัง117.145เฝ้าระวังอย่างไร ความถี่เท่าไหร่ ใครทำ
วิธีการดำเนินการแก้ไข117.150ทำอย่างไรเมื่อผลการเฝ้าระวังเบี่ยงเบนจากเกณฑ์
วิธีการทวนสอบ117.155ยืนยันว่าระบบทำงานจริงตามที่เขียนไว้

3. มาตรการควบคุมมีหกประเภท ไม่ใช่เพียง CCP

21 CFR 117.135(c) ระบุประเภทของมาตรการควบคุมไว้หกประเภท และ 117.135(a)(2) ระบุชัดว่าจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (CCP) เป็นส่วนย่อยของมาตรการควบคุมเชิงป้องกัน ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ประเภทตัวอย่าง
Process controls — การควบคุมกระบวนการอุณหภูมิและเวลาในการฆ่าเชื้อ การควบคุม pH หรือ aw
Food allergen controls — การควบคุมสารก่อภูมิแพ้การป้องกันการปนข้าม และการตรวจสอบความถูกต้องของฉลาก
Sanitation controls — การควบคุมสุขาภิบาลความสะอาดของพื้นผิวสัมผัสอาหาร และการป้องกันการปนเปื้อนข้าม
Supply-chain controls — การควบคุมห่วงโซ่อุปทานเมื่ออันตรายถูกควบคุมที่ผู้จัดหา ไม่ใช่ที่โรงงานเรา
Recall plan — แผนเรียกคืนสินค้าเป็นหนึ่งในหกประเภท ไม่ใช่เอกสารแยกต่างหาก
Other preventive controls — มาตรการอื่นตามความเหมาะสมของโรงงาน

ข้อความสำคัญในตัวบท — 117.135(c)(1) ใช้คำว่า “as appropriate” คือ ประเภทของมาตรการควบคุมที่ต้องมี ขึ้นอยู่กับผลการวิเคราะห์อันตรายของโรงงานนั้น ไม่ใช่ว่าต้องมีครบทั้งหกประเภททุกโรงงาน การเขียนเกินความจำเป็นทำให้ต้องเฝ้าระวังและเก็บบันทึกในสิ่งที่ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงจริง

4. การวิเคราะห์อันตรายต้องดูอะไรบ้าง

21 CFR 117.130(b) ระบุประเภทของอันตรายที่ต้องพิจารณา

และตาม 117.130(b)(2)(iii) ต้องพิจารณาอันตรายที่เกิดขึ้นโดยเจตนาเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ด้วย ส่วน 117.130(c) กำหนดให้ประเมินทั้งความรุนแรงของผลกระทบและโอกาสเกิด

5. สองข้อที่ผูกเวลาไว้จริง

เรื่องกรอบเวลาข้อ
ทบทวนบันทึกการเฝ้าระวังและบันทึกการดำเนินการแก้ไข ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่สร้างบันทึก หรือมีเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรประกอบว่าทำไมกรอบเวลาที่ยาวกว่านั้นจึงเหมาะสม 117.165(a)(4)(i)
ทบทวนแผนใหม่ทั้งฉบับ อย่างน้อยทุก 3 ปี และเมื่อเกิดเหตุตามที่กำหนด เช่นมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญหรือพบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับอันตราย 117.170

สำหรับการเก็บบันทึก 21 CFR 117.315(a)(1) กำหนดให้เก็บบันทึกทั้งหมดที่ Part นี้กำหนด ไว้ที่โรงงานอย่างน้อย 2 ปีนับจากวันที่จัดทำ — ข้อนี้เป็นคนละข้อกับรอบทบทวนแผน 3 ปีตาม 117.170 และการลงนามในแผนเป็นหน้าที่ของเจ้าของ ผู้ดำเนินการ หรือตัวแทนผู้รับผิดชอบ ตาม 117.310 ไม่ใช่ของ PCQI

6. HACCP เดิมยังไม่ครอบคลุมอะไร

เรื่องHACCP ตาม CodexFood Safety Plan ตาม Part 117
ขอบเขตของมาตรการควบคุมเน้นที่จุด CCPหกประเภท โดย CCP เป็นส่วนย่อย
อันตรายทางรังสีไม่ได้ระบุแยกระบุไว้ในกลุ่มอันตรายทางเคมี
การปลอมปนเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ได้กำหนดให้พิจารณากำหนดให้พิจารณา ที่ 117.130(b)(2)(iii)
คุณสมบัติผู้จัดทำไม่ได้กำหนดเป็นตำแหน่งเฉพาะต้องเป็น PCQI ตาม 117.180

ดูตารางเทียบทีละข้อได้ที่ Food Safety Plan ต่างจาก HACCP Plan อย่างไร

สิ่งที่มักถูกขอ — ฝั่ง FDA และผู้นำเข้า เอกสารชุดแรกที่ถูกขอดูเมื่อประเมิน Food Safety Plan

รายการข้างล่างนี้เป็นสิ่งที่เราพบว่าถูกขอบ่อยจากงานที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่รายการที่กฎหมายเขียนไว้เป็นข้อ ๆ และไม่ใช่ถ้อยคำของ U.S. FDA

กฎที่เกี่ยวข้องกับขั้นนี้ ไว้เปิดตัวบทอ่านเอง: 21 CFR 117.126 · 117.130 · 117.135 · 117.160 · 117.165(a)(4)(i) · 117.170 · 117.180 · 117.310

7. ระบบสนับสนุนที่ควรมีควบคู่กัน

รายการต่อไปนี้ไม่ใช่องค์ประกอบของ Food Safety Plan ตามตัวบทโดยตรง แต่เป็นระบบที่ทำให้แผนทำงานได้จริง และเป็นสิ่งที่ผู้นำเข้าและมาตรฐานภาคเอกชนมักขอดู

บริการที่เกี่ยวข้อง วางระบบให้ผ่านทั้งฝั่งไทยและฝั่งสหรัฐฯ ในรอบเดียว

ข้อกำหนดด้านอาคารและระบบเอกสารของสองฝั่งทับซ้อนกันมาก ออกแบบทีเดียวได้ทั้งคู่

สารบัญRoadmap ทั้ง 19 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทกฎหมายและประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: 21 CFR Part 117

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม · ส่งออกอาหารไปสหรัฐอเมริกา เตรียมโรงงานให้พร้อมตามกฎหมายอาหารของสหรัฐอเมริกา

การส่งออกไปสหรัฐอเมริกามีงานที่ต้องทำเป็นลำดับ ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ การแต่งตั้งผู้แทน การจัดทำแผนควบคุมเชิงป้องกัน ไปจนถึงการมีผู้ผ่านการอบรมตามที่กฎหมายกำหนด เรารับตั้งแต่ไล่ดูว่าโรงงานอยู่ตรงไหนของลำดับนี้ ไปจนถึงจัดอบรมหลักสูตรที่ต้องมี

ดูหลักสูตร PCQI → หรือแจ้งประเภทสินค้าและตลาดปลายทางมาที่ หน้าขอใบเสนอราคา เพื่อให้เราช่วยประเมินว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ดูงานที่ปรึกษาทั้งหมดได้ที่ หน้างานที่ปรึกษา

อยากให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

เล่าให้เราฟังว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ