ข้ามไปเนื้อหาหลัก
SP Solution CenterSP SOLUTION CENTERStandards · Consulting · Training
Part 117 ก่อนเรียน PCQI

แผนความปลอดภัยอาหารต้องมีอะไรบ้าง
ตาม 21 CFR 117.126

5 กันยายน 2026โดยทีมที่ปรึกษา SP Solution Center
ซีรีส์ อ่าน 21 CFR Part 117 ก่อนเข้าเรียน PCQI · ตอนที่ 9 จาก 20 · ดูสารบัญทั้งหมด

เรียบเรียงโดย SP Solution Center — ไม่ใช่เอกสารของ U.S. FDA หรือ FSPCA และเราไม่ได้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานใด ทุกข้อระบุเลขมาตราไว้ให้เปิดตัวบทฉบับจริงตรวจสอบได้

เข้าสู่ subpart C ซึ่งเป็นเนื้อหาที่หลักสูตรใช้เวลามากที่สุด และ 21 CFR 117.126 คือมาตราที่ควรอ่านก่อนมาตราอื่น เพราะมาตรานี้คือสารบัญของทั้ง subpart
ทุกอย่างที่จะอ่านในตอนที่ 10 ถึง 17 คือการขยายรายการเจ็ดข้อในมาตรานี้ทีละข้อ

1. ใครต้องทำ และใครต้องเป็นคนทำ

สรุปจาก 21 CFR 117.126(a) ด้วยถ้อยคำของเรา

(a)(1) — ต้องจัดทำหรือให้ผู้อื่นจัดทำ และนำไปปฏิบัติ ซึ่งแผนความปลอดภัยอาหารที่เป็นลายลักษณ์อักษร

(a)(2) — แผนนั้นต้องจัดทำโดย PCQI หนึ่งคนหรือมากกว่า หรือมี PCQI เป็นผู้กำกับดูแลการจัดทำ

สังเกตคำสามคำใน (a)(1) และ (a)(2)
“prepare, or have prepared” — จ้างที่ปรึกษาเขียนให้ได้ ตัวบทเปิดทางไว้ชัด
“and implement” — เขียนอย่างเดียวไม่พอ ต้องนำไปใช้จริงด้วย นี่คือจุดที่แผนสำเร็จรูปที่ซื้อมาล้มเหลวเสมอ เพราะเขียนได้ครบแต่ไม่ตรงกับสิ่งที่ทำหน้างาน
“or its preparation overseen by” — PCQI ไม่จำเป็นต้องลงมือเขียนเองทุกบรรทัด แต่ต้องกำกับดูแลได้จริง และต้องอธิบายได้ว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น

2. เจ็ดสิ่งที่แผนต้องมี — 117.126(b)

ส่วนประกอบของแผนอ้างอิงข้ออ่านต่อที่
1การวิเคราะห์อันตรายที่เป็นลายลักษณ์อักษร 117.130(a)(2)ตอนที่ 10
2มาตรการควบคุมเชิงป้องกันที่เป็นลายลักษณ์อักษร 117.135(b)ตอนที่ 11
3โปรแกรมห่วงโซ่อุปทานที่เป็นลายลักษณ์อักษร subpart Gตอนที่ 20
4แผนเรียกคืนสินค้าที่เป็นลายลักษณ์อักษร 117.139(a)ตอนที่ 12
5ขั้นตอนการเฝ้าระวังการนำมาตรการควบคุมไปปฏิบัติ 117.145(a)ตอนที่ 13
6ขั้นตอนการดำเนินการแก้ไข 117.150(a)(1)ตอนที่ 14
7ขั้นตอนการทวนสอบ 117.165(b)ตอนที่ 16
รายการเจ็ดข้อนี้คือรายการปิด

สิ่งที่ตัวบทกำหนดว่า “แผนความปลอดภัยอาหารต้องมี” คือเจ็ดข้อนี้เท่านั้น ไม่มีข้อที่แปดที่เขียนว่า “และเอกสารอื่นตามที่เห็นสมควร”
จุดที่ควรระวังคือการนำเอกสารของระบบอื่นมารวมไว้ในแผนจนค้นหาสิ่งที่ต้องการไม่พบ — นโยบายคุณภาพ แผนผังองค์กร ใบรับรอง ISO ประวัติบริษัท เอกสารเหล่านี้มีประโยชน์ในบริบทของตัวเอง แต่ไม่ใช่ส่วนประกอบของแผนตาม 117.126(b) และการใส่เข้ามาทำให้ผู้ตรวจใช้เวลานานขึ้นในการหาสิ่งที่ตัวบทขอจริง

3. สิ่งที่ตัวบท “ไม่ได้” กำหนดไว้ในแผน

คนที่มาจากสาย HACCP หรือ ISO มักคาดว่าจะพบรายการเหล่านี้ในแผน แต่ 117.126(b) ไม่ได้ระบุไว้

สิ่งที่คนมักคิดว่าต้องมีความจริงตามตัวบท
ผังกระบวนการผลิต (flow diagram) ไม่ได้อยู่ในรายการเจ็ดข้อ — แต่ในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะทำ 117.130 ให้ครบโดยไม่มีผัง จึงควรมี ในฐานะเครื่องมือ ไม่ใช่ในฐานะข้อบังคับ
ทีมความปลอดภัยอาหาร ไม่ได้กำหนด — ตัวบทกำหนดเฉพาะว่าต้องมี PCQI จัดทำหรือกำกับ ไม่ได้บังคับให้ตั้งเป็นคณะทำงาน
คำอธิบายผลิตภัณฑ์และการใช้งานที่มุ่งหมาย ไม่ได้อยู่ในรายการเจ็ดข้อ — แต่ 117.130(c)(2) กำหนดให้ต้องพิจารณาการใช้งานที่มุ่งหมาย ระหว่างการประเมินอันตราย
การทวนสอบก่อนใช้แผน (on-site verification of flow diagram) ไม่ได้กำหนด เป็นข้อของ Codex HACCP ไม่ใช่ของ Part 117
การอนุมัติปล่อยสินค้าโดยฝ่ายประกันคุณภาพ ไม่ได้กำหนด Part 117 ไม่มีข้อนี้เลย

ทำไมต้องรู้ว่าอะไรไม่ได้ถูกกำหนด — เพราะเวลาและเงินมีจำกัด สิ่งที่ไม่ได้ถูกกำหนดยังทำได้และมักมีประโยชน์ แต่ต้องรู้ว่ากำลังทำเพราะสิ่งนั้นช่วยงาน ไม่ใช่เพราะกฎหมายบังคับ โรงงานที่แยกสองอย่างนี้ไม่ออก จะจัดลำดับความสำคัญผิดตั้งแต่ต้น

4. แผนคือบันทึก จึงต้องทำตาม subpart F

สรุปจาก 21 CFR 117.126(c) ด้วยถ้อยคำของเรา

แผนความปลอดภัยอาหารเป็นบันทึกที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ subpart F

ผลที่ตามมาซึ่งมักถูกลืม

5. ลำดับที่ควรทำจริง

รายการเจ็ดข้อใน (b) ไม่ใช่ลำดับการทำงาน เป็นเพียงรายการสิ่งที่ต้องมี ลำดับที่ทำได้จริงและที่ workshop ในคลาสใช้ คือดังนี้

  1. ทำผังกระบวนการให้ครบก่อน ตั้งแต่รับวัตถุดิบจนส่งออก แม้ตัวบทไม่ได้บังคับ
  2. วิเคราะห์อันตราย ตาม 117.130 — ระบุ ประเมิน แล้วตัดสินว่าข้อไหนต้องมีมาตรการควบคุม
  3. เลือกมาตรการควบคุม ตาม 117.135 พร้อมระบุว่าเป็นชนิดใดในหกกลุ่ม
  4. เขียนวิธีเฝ้าระวัง วิธีแก้ไข และวิธีทวนสอบ ของแต่ละมาตรการ ตาม 117.145 · 117.150 · 117.165 — ทำไปพร้อมกันทีละมาตรการ ไม่ใช่แยกทำทีหลัง
  5. เขียนโปรแกรมห่วงโซ่อุปทาน สำหรับอันตรายที่ถูกควบคุมก่อนรับของเข้ามา
  6. เขียนแผนเรียกคืนสินค้า ซึ่งบังคับเมื่อมีอันตรายที่ต้องมีมาตรการควบคุมอย่างน้อยหนึ่งข้อ
  7. ให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการลงนาม แล้วจึงนำไปใช้

ข้อ 4 คือจุดที่คนทำครั้งแรกมักทำผิดลำดับ การไล่เขียนมาตรการควบคุมทั้งหมดให้จบก่อน แล้วจึงกลับมาเขียนวิธีเฝ้าระวังภายหลัง ทำให้ได้เอกสารที่วิธีเฝ้าระวังไม่ตรงกับมาตรการ ในคลาสจะให้ทำทีละแถวจนจบแถว ก่อนขึ้นแถวใหม่ ด้วยเหตุผลนี้

เตรียมไปวันเรียน เตรียมสองอย่างนี้มาเทียบในคลาส

รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์สอนของเรา ไม่ใช่ข้อบังคับของ FSPCA และไม่ใช่เงื่อนไขการเข้าอบรม ไม่มีก็เรียนได้ แต่มีแล้วจะทำ workshop ได้เร็วกว่ามาก

เรียนกับเรา PCQI — FSPCA Preventive Controls for Human Food (PCHF) Version 2.0

บรรยายภาษาไทย เรียนสดกับ FSPCA Lead Instructor ทำ workshop กับสายการผลิตของคุณเอง ซีรีส์นี้อ่านฟรีได้ครบทุกตอน ไม่มีการสงวนเนื้อหาส่วนใดไว้เฉพาะในหลักสูตร

สารบัญPart 117 ทั้ง 20 ตอน

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: 21 CFR Part 117 ฉบับเต็มบน eCFR

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก

ฝึกอบรม · Part 117 และ PCQI อ่านข้อกำหนดจบแล้ว ขั้นต่อไปคือมีผู้ผ่านการอบรมตามที่กฎหมายกำหนด

การอ่านข้อกำหนดทำให้เข้าใจว่าต้องทำอะไร แต่กฎหมายยังกำหนดให้โรงงานต้องมีผู้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ยอมรับ เพื่อทำหน้าที่จัดทำและทบทวนแผนควบคุมเชิงป้องกัน

ดูหลักสูตร PCQI → แจ้งจำนวนผู้เข้าอบรมมาได้ที่ หน้าขอใบเสนอราคา หรือให้เราช่วยทบทวนแผนที่ทำไว้แล้วผ่าน งานที่ปรึกษา

หากต้องการให้เราช่วยวางระบบ
หรือจัดอบรมเรื่องนี้ ติดต่อเราได้

แจ้งให้เราทราบว่าโรงงานของคุณผลิตสิ่งใด และต้องการมาตรฐานใด — เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและเสนอแนวทางที่เหมาะกับโรงงานของคุณ