เรียบเรียงโดย SP Solution Center ด้วยถ้อยคำของเราเอง จากมุมของที่ปรึกษาที่วางระบบให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ — ไม่ใช่เอกสารของ BRCGS และไม่ใช่สำเนาหรือคำแปลของมาตรฐาน ตัวมาตรฐานและคู่มือตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อจาก BRCGS บทความนี้ระบุเลขข้อไว้ให้เปิดฉบับจริงตรวจสอบได้
ความเข้าใจผิดที่ทำให้โรงงานทำข้อนี้ผิดทางทั้งหมดตั้งแต่แรกคือ
คิดว่า “ประเมินว่าโรงงานของเราจะทุจริตต่อลูกค้าหรือไม่”
แต่คู่มือตีความเขียนไว้ตรงกันข้าม — เป้าหมายของการประเมินนี้ไม่ใช่การประเมินโอกาสเกิดการปลอมปนที่โรงงานเรา
แต่คือการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานว่ามีจุดอ่อนตรงไหน แล้วหาว่าวัตถุดิบตัวไหนเสี่ยงถูกสับเปลี่ยน
1. ข้อ 3.7 ต้องการอะไร
ต้องมีระบบที่ลดความเสี่ยงในการซื้อหรือใช้วัตถุดิบที่ถูกปลอมปน และทำให้มั่นใจว่าคำอธิบายสินค้าและคำกล่าวอ้างทั้งหมดถูกกฎหมาย ถูกต้อง และผ่านการตรวจสอบยืนยัน
วัตถุประสงค์ของหมวดนี้คือให้โรงงานประเมินวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทานว่าเปราะบางต่อการกระทำที่เป็นการฉ้อฉลหรือไม่ ทั้งการสับเปลี่ยน การเจือปน และการแสดงข้อมูลเท็จ และมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงในการซื้อวัตถุดิบเหล่านั้น
2. สามคำที่ต้องแยกให้ออก
| คำ | หมายถึง | ตัวอย่างในโรงงานบรรจุภัณฑ์ |
|---|---|---|
| การสับเปลี่ยน (substitution) |
นำสิ่งอื่นมาแทนสิ่งที่สั่ง | ส่งเม็ดพลาสติกเกรดทั่วไปมาแทนเกรดสัมผัสอาหาร · ส่งกระดาษที่มีเยื่อรีไซเคิลมาแทนเยื่อบริสุทธิ์ |
| การเจือปน (adulteration) |
ผสมของอื่นเข้าไปในของแท้ | ผสมเม็ดรีไซเคิลลงในเม็ดใหม่ · เติมสารตัวเติมราคาถูกลงในเรซินหรือหมึก |
| การแสดงข้อมูลเท็จ (misrepresentation) |
ของถูกต้อง แต่เอกสารหรือคำกล่าวอ้างไม่จริง | อ้างว่าเป็นวัสดุรีไซเคิลตามสัดส่วนที่ระบุทั้งที่ไม่ใช่ · อ้างว่ามีใบรับรองที่ไม่มีอยู่จริง · อ้างประเทศต้นทางผิด |
ข้อที่สามคือข้อที่โรงงานบรรจุภัณฑ์เสี่ยงสูงที่สุดในยุคนี้ — เพราะกระแสความยั่งยืนทำให้สัดส่วนวัสดุรีไซเคิลกลายเป็นสิ่งที่ขายได้และปลอมได้ง่ายที่สุด ตรวจไม่เจอด้วยการดูด้วยตา และการทดสอบตามปกติมักจับไม่ได้
3. ข้อ 3.7.1 — ต้องรู้ก่อนว่าโลกกำลังเกิดอะไร
บริษัทต้องมีกระบวนการเข้าถึงข้อมูลภัยคุกคามในอดีตและที่กำลังพัฒนาขึ้นต่อห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงของการสับเปลี่ยน เจือปน หรือแสดงข้อมูลเท็จของวัตถุดิบ
ข้อมูลอาจมาจาก สมาคมการค้า · แหล่งข้อมูลของภาครัฐ · ศูนย์ข้อมูลของเอกชน
คู่มือตีความอธิบายเจตนาไว้ชัดว่า ข้อมูลด้านนี้เปลี่ยนตลอดเวลา เพราะภัยใหม่ถูกค้นพบและภัยเดิมถูกจัดการไป จุดสำคัญของข้อนี้จึงคือ ให้โรงงานตามทันเรื่องที่กำลังก่อตัว และปรับระบบของตัวเองได้ทัน
คู่มือระบุว่าในอุดมคติ โรงงานควรเป็นฝ่ายรุก คือมองหาและทบทวนข้อมูลอยู่เสมอ
แทนที่จะรอตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว
และข้อมูลต้องได้มาอย่างน่าเชื่อถือและถูกทบทวนอย่างทันท่วงที
แปลว่าลิงก์เว็บไซต์ที่ใส่ไว้ในระเบียบแต่ไม่เคยเปิด ไม่ตอบข้อนี้
สิ่งที่ผู้ตรวจมองหา คือหลักฐานของการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ และกระบวนการที่ทำให้ข้อมูลถูกแปลงเป็นการกระทำเมื่อจำเป็น ไม่ใช่เพียงรายชื่อแหล่งข้อมูล และโรงงานต้องแสดงแหล่งข้อมูลของตัวเองต่อผู้ตรวจได้
ข่าวดีสำหรับโรงงานที่งบจำกัด: คู่มือระบุว่า มีทั้งองค์กรที่ให้ข้อมูลและการอัปเดตเรื่องความเสี่ยงการปลอมปนแบบฟรี และแบบสมัครสมาชิก ไม่จำเป็นต้องซื้อบริการที่มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ต้องมีหลักฐานว่าดูจริงและดูสม่ำเสมอ
4. ข้อ 3.7.2 — เจ็ดปัจจัยที่ต้องพิจารณา
ต้องทำการประเมินความเปราะบางที่เป็นลายลักษณ์อักษร กับ วัตถุดิบทุกรายการ กลุ่มวัตถุดิบ หรือวัสดุที่ใช้บรรจุสินค้าสำเร็จรูป เพื่อประเมินความเสี่ยงของการสับเปลี่ยน เจือปน หรือแสดงข้อมูลเท็จ
| # | ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง | คำถามที่ใช้ตัดสินจริง |
|---|---|---|
| 1 | หลักฐานในอดีตของการสับเปลี่ยน เจือปน หรือแสดงข้อมูลเท็จ | เคยมีข่าวหรือรายงานเรื่องนี้กับวัตถุดิบชนิดนี้ไหม |
| 2 | ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ทำให้การปลอมปนน่าดึงดูดขึ้น | ราคาสูง ผันผวน หรือขาดตลาดไหม |
| 3 | ความง่ายในการเข้าถึงผ่านห่วงโซ่อุปทาน | ห่วงโซ่ยาวแค่ไหน มีคนกลางกี่ทอด |
| 4 | ความซับซ้อนของการทดสอบตามปกติและการทดสอบต้นน้ำ | วิธีทดสอบที่เรามีจับการปลอมปนได้จริงไหม |
| 5 | รูปแบบทางกายภาพ | อยู่ในรูปที่ผสมของปลอมแล้วมองไม่เห็นไหม |
| 6 | ความสัมพันธ์กับผู้ส่งมอบ | ซื้อตรงจากผู้ผลิตหรือผ่านคนกลาง รู้จักกันมานานแค่ไหน |
| 7 | ผลกระทบทางลบต่อผู้ใช้ปลายทางของสินค้าสำเร็จรูป | ถ้าปลอมปนแล้วเกิดอะไรกับผู้บริโภค |
ปัจจัยข้อ 5 คือข้อที่คู่มือยกตัวอย่างเจาะจงมาให้โรงงานบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะ — ความเสี่ยงของการปลอมปนสูงขึ้นเมื่อโรงงานซื้อวัตถุดิบที่เป็นเม็ด เพราะการเติมวัสดุปลอมลงไปมองเห็นได้ยากกว่า โรงงานฉีดพลาสติกและโรงงานเป่าขวดจึงมีความเสี่ยงตามธรรมชาติสูงกว่าโรงงานที่ซื้อวัตถุดิบเป็นแผ่นหรือม้วน
5. ประเมินอย่างไร — มาตรฐานไม่ได้บอกวิธี
คู่มือตีความระบุอย่างชัดเจนว่ามาตรฐานไม่ได้กำหนดกระบวนการที่ต้องทำตาม แต่แนะนำให้พิจารณาข้อมูลเหล่านี้ประกอบ
- รายชื่อวัตถุดิบหรือกลุ่มวัตถุดิบ พร้อมมาตรการควบคุมที่มีอยู่แล้ว เช่นการทดสอบสินค้า ระบบสอบย้อนกลับ หรือการตรวจประเมินห่วงโซ่อุปทาน
- ความยาวและความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน · ที่ตั้งของผู้ส่งมอบ
- มูลค่าของวัตถุดิบ · ความพร้อมของวัตถุดิบในตลาด
- ข้อมูลจากแหล่งที่ระบุไว้ในข้อ 3.7.1 สำหรับวัตถุดิบแต่ละรายการ
ผลลัพธ์ต้องบันทึกไว้ในแผนประเมินความเปราะบางที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งควรจัดอันดับหรือให้คะแนนวัตถุดิบ เพื่อชี้ว่ารายการไหนต้องมีมาตรการควบคุมเพิ่ม
| ระดับ | ลักษณะ | การดำเนินการที่ต้องทำ |
|---|---|---|
| สูง | วัตถุดิบที่มีรายงานการปลอมปนเผยแพร่ในช่วงที่ผ่านมา | ต้องมีการดำเนินการหรือการเฝ้าระวัง เพื่อให้มั่นใจว่าซื้อของแท้ |
| กลาง | วัตถุดิบมูลค่าสูงที่เป็นเป้าหมายน่าดึงดูดของการเจือปน | ต้องมีการดำเนินการหรือการเฝ้าระวังบางส่วน |
| ต่ำ | ไม่น่าเป็นเป้าหมายของการสับเปลี่ยนหรือเจือปน | ไม่ต้องมีมาตรการเพิ่ม แต่อาจต้องประเมินใหม่หากมีข้อมูลใหม่เข้ามา |
1. ประเมินไม่ครบทุกวัตถุดิบ — คู่มือระบุว่าวัสดุทุกรายการควรถูกประเมิน
จะรวมเป็นกลุ่มได้ก็ต่อเมื่อความเสี่ยงคล้ายกัน ไม่ใช่รวมเพื่อลดภาระงาน
2. ลืมวัสดุที่ใช้บรรจุสินค้าสำเร็จรูป — ข้อกำหนดเขียนไว้ชัดว่าครอบคลุมถึง
วัสดุที่เราใช้บรรจุสินค้าของเราเองด้วย เช่นลัง ฟิล์มพันพาเลท และแกนม้วน
ซึ่งเป็นกลุ่มที่แทบไม่มีใครใส่ในตาราง
6. ทบทวนเมื่อไร — ข้อนี้ชัดกว่าข้ออื่น
แผนต้องอยู่ภายใต้การทบทวนเพื่อสะท้อนสภาวะเศรษฐกิจและข้อมูลตลาดที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจทำให้ความเสี่ยงเปลี่ยน และต้องทบทวนอย่างเป็นทางการเป็นประจำทุกปี
ต่างจากข้อ 3.4.3 ที่มาตรฐานไม่ได้กำหนดรอบไว้ — ข้อ 3.7.2 เขียนคำว่าทุกปีไว้ในตัวข้อกำหนดเลย จึงไม่มีพื้นที่ให้ต่อรอง
เหตุการณ์ที่กระตุ้นให้ต้องทบทวนก่อนครบรอบ ตามที่คู่มือยกไว้ (ระบุว่าไม่ใช่รายการที่สมบูรณ์)
- เปลี่ยนประเทศต้นทาง หรือเปลี่ยนผู้ส่งมอบวัตถุดิบ
- สถานะทางการเงินของผู้ส่งมอบหรือของประเทศต้นทางเปลี่ยนไป
- ต้นทุนวัตถุดิบเปลี่ยน ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง
- ห่วงโซ่อุปทาน การขนส่ง หรือการส่งมอบวัสดุเปลี่ยนไป · ความพร้อมของวัตถุดิบในตลาดเปลี่ยนไป
- เกิดความเสี่ยงใหม่ เช่นมีการสับเปลี่ยนวัตถุดิบที่เป็นที่รู้กัน
- ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ใหม่ที่เกี่ยวกับวัสดุ กระบวนการ หรือสินค้า
- ข้อมูลที่ได้รับระหว่างการอนุมัติผู้ส่งมอบ ซึ่งชี้ให้เห็นความเสี่ยงใหม่หรือที่กำลังก่อตัว
คู่มือเขียนว่าต้นทุนที่เปลี่ยน ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง
โรงงานส่วนใหญ่จับตาเฉพาะตอนราคาขึ้น แต่ราคาที่ลดลงผิดปกติคือสัญญาณคลาสสิกของการปลอมปน
เพราะของแท้ไม่ควรถูกลงโดยไม่มีเหตุผล ใบเสนอราคาที่ดีเกินจริงควรจุดชนวนการทบทวน ไม่ใช่จุดชนวนการสั่งซื้อ
7. ใครทำ — และต้องรู้อะไรบ้าง
ข้อกำหนดระบุว่าบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการประเมินควรเข้าใจความเสี่ยงการปลอมปนที่อาจเกิดขึ้น คู่มือขยายว่าภายในทีมต้องมีความรู้สามเรื่อง
- หลักการของการปลอมปนสินค้า — คืออะไร และทำไมการจัดการเรื่องนี้จึงสำคัญ
- เทคนิคการประเมินความเสี่ยงหรือการประเมินความเปราะบาง
- ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบ สินค้า ห่วงโซ่อุปทาน หรือกระบวนการผลิตของเราเอง
และระบุว่ามาตรฐานไม่ได้กำหนดวิธีแสดงความรู้นั้นไว้ตายตัว ซึ่งแสดงได้ด้วย การอบรมอย่างเป็นทางการ เช่นหลักสูตรด้านการปลอมปนสินค้า การประเมินความเปราะบาง หรือ VACCP · การอบรมภายใน การพัฒนา และประสบการณ์ · หรือความเข้าใจอย่างครบถ้วนเรื่องการประเมินและการนำไปปฏิบัติ
8. ทำคนเดียวหรือทำเป็นทีม
คู่มือระบุว่าทำได้ทั้งโดยบุคคลที่รับผิดชอบ หรือโดยทีม และอธิบายข้อดีของทีมว่าแต่ละแผนกมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์คนละด้าน
| แผนก | ข้อมูลที่มักรู้ดีที่สุด |
|---|---|
| จัดซื้อ | ความพร้อมของวัตถุดิบและประเด็นด้านราคา |
| ประกันคุณภาพ | มักเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง |
| อนุมัติผู้ส่งมอบ | ข้อมูลวัตถุดิบเฉพาะราย ผู้ส่งมอบ และห่วงโซ่อุปทาน |
| รับเข้าและผลิต | เห็นวัสดุที่ส่งมาถึงโรงงานจริง |
ประโยคที่มีค่าที่สุดสำหรับโรงงานเล็ก: คู่มือระบุว่า ถ้าโรงงานไม่มีความรู้ภายในที่เหมาะสม สามารถใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้ โดยให้พิจารณาประกอบกับข้อ 1.3.3 และหมวด 3.9 การไม่มีคนที่รู้เรื่องนี้ในบริษัทจึงไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่ใช้ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทางตันเช่นกัน
9. หกข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนตรวจ
- ประเมินว่าเราจะทุจริตเอง แทนที่จะตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานว่ามีจุดอ่อนตรงไหน
- ประเมินไม่ครบทุกวัตถุดิบ — รวมเป็นกลุ่มได้เฉพาะเมื่อความเสี่ยงคล้ายกัน
- ลืมวัสดุบรรจุสินค้าสำเร็จรูป เช่นลัง ฟิล์มพันพาเลท และแกนม้วน
- มีรายชื่อแหล่งข้อมูลแต่ไม่มีบันทึกว่าเคยดู — ผู้ตรวจมองหาหลักฐานการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ
- ไม่ได้ทบทวนประจำปี — ข้อนี้เขียนคำว่าทุกปีไว้ในตัวข้อกำหนด
- ทีมไม่มีหลักฐานความรู้ — มาตรฐานไม่กำหนดวิธี แต่ต้องแสดงได้ว่ามีความรู้ครบสามเรื่อง
ดาวน์โหลดชุดแบบประเมินไปใช้ได้ทันที
เรารวมทุกอย่างที่ข้อ 3.7.1 และ 3.7.2 เรียกร้องเป็นแบบฟอร์ม 5 ฉบับ ที่ทำงานต่อกันเป็นวงจร ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องกรอกอีเมล ดาวน์โหลดได้ทันที
| รหัส | แบบฟอร์ม | ตอบข้อกำหนดส่วนไหน |
|---|---|---|
| PFV-01 | ทะเบียนแหล่งข้อมูลภัยคุกคาม — แยกตามประเภทแหล่งที่ข้อกำหนดระบุ พร้อมตารางบันทึกการแปลงข้อมูลเป็นการกระทำ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ผู้ตรวจมองหา | ข้อ 3.7.1 |
| PFV-02 | แผนประเมินความเปราะบาง — ตารางให้คะแนนครบทั้งเจ็ดปัจจัย พร้อมคำถามกำกับแต่ละปัจจัย และเกณฑ์จัดระดับสูง กลาง ต่ำ ตามตัวอย่างที่คู่มือให้ไว้ | ข้อ 3.7.2 |
| PFV-03 | มาตรการควบคุมสำหรับรายการเสี่ยงสูงและปานกลาง — ผูกผลคะแนนเข้ากับสิ่งที่จะทำจริง พร้อมตัวอย่างมาตรการที่ใช้ได้ในโรงงานบรรจุภัณฑ์ | มาตรการควบคุมที่เหมาะสม |
| PFV-04 | บันทึกการทบทวน — พร้อมรายการเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้ทบทวนครบทั้งแปดข้อที่คู่มือยกไว้ | ทบทวนอย่างเป็นทางการทุกปี |
| PFV-05 | ความรู้ของทีมผู้ประเมิน — สามเรื่องที่ทีมต้องรู้ พร้อมตารางองค์ประกอบทีมตามแผนก | ความสามารถของบุคลากร |
ไฟล์ Word · 8 หน้า · 5 แบบฟอร์ม (PFV-01 ถึง PFV-05) · แก้ไขได้ · ภาษาไทย · มีโลโก้ SP Solution Center ทุกหน้า
ดาวน์โหลดชุดแบบประเมิน → เรียบเรียงตาม BRCGS Packaging Materials Issue 7 ข้อ 3.7.1 และ 3.7.2แบบฟอร์มชุดนี้เป็นฉบับร่างเพื่อการทบทวน เรียบเรียงขึ้นด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย มาตรฐานไม่ได้กำหนดวิธีทำการประเมินไว้ตายตัว วิธีให้คะแนนในแบบฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่วิธีเดียวที่ถูกต้อง ให้ปรับให้ตรงกับวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทานของโรงงานคุณ และให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนประกาศใช้ · ห้ามนำไปจำหน่ายต่อ
รายการนี้เป็นข้อแนะนำจากประสบการณ์ที่ปรึกษาของเรา ไม่ใช่เช็กลิสต์ของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ใช้เป็นจุดตั้งต้นทบทวนเอกสารของตัวเอง
- เปิดแผนประเมินขึ้นมาดูว่ามองไปที่ห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่มองที่โรงงานตัวเอง — ถ้าคอลัมน์เต็มไปด้วยความเสี่ยงภายในโรงงาน แปลว่าทำผิดทางตั้งแต่ต้น
- นับจำนวนวัตถุดิบในแผนเทียบกับรายการที่ซื้อจริง ว่าครบไหม
- เช็กว่ามีวัสดุบรรจุสินค้าสำเร็จรูปอยู่ในแผนหรือเปล่า — ลัง ฟิล์มพันพาเลท แกนม้วน
- ไล่ว่าเจ็ดปัจจัยตามข้อ 3.7.2 มีครบทุกข้อในตาราง ไม่ใช่มีแค่สามสี่ข้อที่นึกออก
- มีบันทึกว่าเคยเปิดดูแหล่งข้อมูลจริง พร้อมวันที่ ไม่ใช่มีแค่รายชื่อเว็บไซต์ในระเบียบ
- รายการที่ประเมินได้ระดับสูงมีมาตรการควบคุมผูกไว้จริง และมีหลักฐานว่าทำแล้ว
- มีบันทึกการทบทวนประจำปีครั้งล่าสุด — ข้อนี้เขียนคำว่าทุกปีไว้ในตัวข้อกำหนด
- ทีมผู้ประเมินมีหลักฐานความรู้ครบสามเรื่อง คือหลักการ เทคนิคการประเมิน และความเสี่ยงของวัตถุดิบเราเอง
ข้อ 3.7 เป็นข้อที่ต้องรู้จักห่วงโซ่อุปทานของตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่กรอกตารางให้เต็ม เราช่วยไล่ตั้งแต่การทำรายการวัตถุดิบให้ครบ การเลือกแหล่งข้อมูลที่ใช้ได้จริงโดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิก จนถึงการผูกผลประเมินเข้ากับมาตรการควบคุม บทความและแบบฟอร์มเปิดให้อ่านและดาวน์โหลดได้ฟรี ไม่มีเงื่อนไข
- ที่ปรึกษาวางระบบ BRCGS Packaging Issue 7ลงหน้างาน วางระบบเอกสารและ HARA กับกระบวนการจริง
- อบรมข้อกำหนด BRCGS Packaging Issue 7ไล่ทั้งฉบับ ให้ทีมอ่านมาตรฐานเป็น
- อบรมผู้ตรวจติดตามภายใน BRCGS Packagingให้ทีมตรวจเอกสารของตัวเองก่อนผู้ตรวจภายนอกมา
- สอบถามหรือขอใบเสนอราคาแจ้งให้เราทราบว่าผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทใด เราจะประเมินขอบเขตให้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายแนวคิดของข้อกำหนดด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่สำเนา คำแปล หรือคำตีความอย่างเป็นทางการของ BRCGS และไม่ใช่การรับประกันผลการตรวจ ตัวมาตรฐาน Packaging Materials Issue 7 และคู่มือตีความมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อจาก BRCGS การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวมาตรฐานฉบับจริงและข้อกำหนดของลูกค้าเป็นหลัก · อ้างอิง: BRCGS — Packaging Materials Issue 7
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
