คำถามนี้ทำให้หลายคนไม่กล้าสมัคร เพราะเคยเห็นประกาศรับสมัครที่ระบุว่าผู้เรียนควรผ่าน GMP HACCP หรือมาตรฐานอื่นมาก่อน คำตอบตามต้นทางคือ FSPCA ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติพื้นฐานของผู้เรียนไว้ และกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดเช่นกัน
1. กฎหมายพูดถึงอะไรบ้างเรื่องคุณสมบัติ
21 CFR 117.180(c)(1) ระบุการเป็น PCQI ไว้สองทาง คือผ่านการอบรมที่มีเนื้อหา อย่างน้อยเทียบเท่าหลักสูตรมาตรฐานซึ่ง FDA ยอมรับ หรือ มีคุณสมบัติจากประสบการณ์การทำงาน ที่ทำให้พัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบความปลอดภัยอาหารได้
ข้อความนี้ไม่มีคำว่าต้องผ่าน HACCP มาก่อน ไม่มีคำว่าต้องมีวุฒิอะไร และไม่มีจำนวนปีประสบการณ์ขั้นต่ำ สิ่งที่กฎสนใจคือผลลัพธ์ ว่าคนคนนั้นพัฒนาและใช้ระบบได้จริงหรือไม่
อีกข้อที่ควรอ่านคู่กันคือ 21 CFR 117.4(b) ซึ่งกำหนดว่าพนักงานทุกคนที่ทำงานผลิต แปรรูป บรรจุ หรือเก็บรักษาอาหาร ต้องเป็น qualified individual คือมีการศึกษา การอบรม หรือประสบการณ์ ที่เพียงพอต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และต้องได้รับการอบรมหลักสุขลักษณะและความปลอดภัยอาหาร ข้อนี้เป็นคนละเรื่องกับ PCQI และเป็นข้อที่ใช้กับทุกคน
2. ไม่มีพื้นฐานเลย เรียนรู้เรื่องไหม
ตอบตามตรงคือเรียนเข้าใจได้ แต่จะต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนที่เคยทำ HACCP มาแล้ว เพราะหลักสูตรใช้ตรรกะการวิเคราะห์อันตรายเป็นแกน ถ้าเคยทำมาก่อนจะรู้สึกว่าเป็นการต่อยอด ถ้าไม่เคย จะเป็นการเรียนของใหม่ทั้งหมดใน 3 วัน
| พื้นฐานที่มี | สิ่งที่จะเจอ | ควรเตรียมอะไรมาก่อน |
|---|---|---|
| เคยทำ HACCP และเขียนแผนเอง | ต่อยอดได้เร็ว โฟกัสที่ส่วนที่ Part 117 เพิ่มเข้ามา | นำแผน HACCP ของโรงงานมาเปิดดูประกอบระหว่างเรียน |
| เคยอยู่ในทีม HACCP แต่ไม่ได้เขียนเอง | ตามทันแน่นอน แต่ต้องขยันถามช่วงกิจกรรม | ทบทวน 7 หลักการและผังกระบวนการของโรงงาน |
| ทำ QA/QC แต่ไม่เคยทำ HACCP | ช่วงวิเคราะห์อันตรายจะหนักที่สุด | อ่านพื้นฐาน HACCP มาก่อนสัก 1–2 ชั่วโมง |
| ไม่เคยอยู่ในสายอาหารเลย | เรียนได้ แต่จะใช้เวลาทำความเข้าใจนานกว่า | ปรึกษาเราก่อนสมัคร เพื่อพิจารณาว่าควรปูพื้นฐานก่อนหรือเรียนได้ทันที |
3. อยากปูพื้นก่อน อ่านอะไรได้บ้าง
เราเปิดบทความพื้นฐานไว้ให้อ่านฟรี โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก
- HACCP 7 หลักการ 12 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง — โครงที่หลักสูตรจะใช้ต่อ
- CP กับ CCP ต่างกันอย่างไร — จุดที่คนใหม่สับสนมากที่สุด
- Food Safety Plan ต่างจาก HACCP Plan อย่างไร — เห็นภาพว่าหลักสูตรจะพาไปถึงไหน
- PCQI คืออะไร ใครต้องมี และใครได้รับยกเว้น — เช็กก่อนว่าโรงงานเข้าข่ายจริงไหม
4. ใครควรเป็นคนไปเรียน
กฎไม่ได้กำหนดตำแหน่งไว้ แต่ในทางปฏิบัติคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือคนที่จะต้องรับผิดชอบแผนจริง ตามรายการงานใน 21 CFR 117.180(a) ไม่ใช่คนที่ว่างที่สุด
และเนื่องจาก 117.126 ใช้คำว่า “หนึ่งคนหรือมากกว่า” จึงมี PCQI ได้หลายคน โรงงานที่มีหลายกะหรือหลายสายการผลิตมักส่งมากกว่าหนึ่งคน เพื่อไม่ให้ระบบหยุดเมื่อคนคนเดียวไม่อยู่
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจส่งคนนอก — 117.180(c)(1) ระบุว่า PCQI อาจเป็นแต่ไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานของสถานประกอบการ ที่ปรึกษาภายนอกจึงทำหน้าที่นี้ได้ แต่ 117.165(a)(4)(i) กำหนดให้ทบทวนบันทึกการเฝ้าระวังและบันทึกการดำเนินการแก้ไขภายใน 7 วันทำการ หรือมีเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรประกอบว่าทำไมกรอบเวลาที่ยาวกว่านั้นจึงเหมาะสม ซึ่งเป็นภาระที่ต้องคิดให้ดีถ้าคนคนนั้นไม่ได้อยู่ที่โรงงาน
5. เรียนจบแล้วเป็น PCQI ทันทีหรือยัง
การสำเร็จหลักสูตร FSPCA PCHF Version 2.0 และได้รับ Certificate of Successful Completion ของ FSPCA เป็นหนึ่งในแนวทางการมีคุณสมบัติ PCQI ตามข้อกำหนด FSMA ไม่ใช่ทางเดียว และไม่ใช่การขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานใด
สิ่งที่โรงงานต้องมีต่อคือบันทึกการอบรมตาม 21 CFR 117.180(d) ซึ่งระบุวันที่อบรม ประเภทของการอบรม และรายชื่อผู้ที่ผ่านการอบรม หน้าที่เก็บบันทึกนี้เป็นของโรงงาน ไม่ใช่ของผู้จัดอบรม
รอบรวมออนไลน์เปิดเมื่อมีผู้เรียนตั้งแต่ 3 ท่าน · in-house ออกใบเสนอราคาเป็นรายกรณี
- อบรม PCQI — FSPCA Preventive Controls for Human Food v2.0สำเร็จหลักสูตร FSPCA PCHF Version 2.0 และได้รับ Certificate of Successful Completion ของ FSPCA ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการมีคุณสมบัติ PCQI ตามข้อกำหนด FSMA — FDA ไม่ได้ออกหรือรับรองใบรับรอง PCQI ให้ผู้ใด และไม่ได้รับรองผู้จัดอบรม
- ขอใบเสนอราคาหรือสอบถามก่อนแจ้งจำนวนผู้เรียนและช่วงเวลาที่สะดวกมาได้
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการของกฎหมายฉบับใด และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การปฏิบัติจริงให้ยึดตัวบทกฎหมายและประกาศของ FDA เป็นหลัก · อ้างอิงต้นฉบับ: 21 CFR Part 117 · FDA FSMA FAQ
บทความนี้เขียนขึ้นด้วยถ้อยคำของผู้เขียนเอง เพื่ออธิบายแนวคิดและโครงสร้างของข้อกำหนด ไม่ใช่คำแปลหรือสำเนาของมาตรฐาน การนำไปใช้จริงต้องอ้างอิงมาตรฐานฉบับจริงและกฎหมายที่บังคับใช้เป็นหลัก
